- หน้าแรก
- สามก๊ก: การเอาชนะใจจักรพรรดินีเหอในช่วงเริ่มต้น และการฟื้นฟูราชวงศ์ฉิน
- บทที่ 19 เผชิญหน้ากลางศาล
บทที่ 19 เผชิญหน้ากลางศาล
บทที่ 19 เผชิญหน้ากลางศาล
บทที่ 19 เผชิญหน้ากลางศาล
"ผู้นำตระกูลเว่ย!"
หยางฟ่งกู่ร้องคำรามมาแต่ไกลขณะนำกองกำลังทหารรักษาการส่วนตัวตรงเข้ามา ฝ่ายเว่ยจี้ซึ่งยังคงไม่รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงกับก้าวเท้าออกไปข้างหน้าเพื่อทักทายอีกฝ่าย
"ผู้บัญชาการหยาง ท่านมาได้จังหวะพอดิบพอดี ทางฝั่งของท่านเกิดเรื่องอันใดขึ้น? เหตุใดจึงมีคนยิงเกาทัณฑ์ใส่ข้า!"
หยางฟ่งที่เดิมทีก็เดือดดาลอยู่แล้ว ยิ่งมาถูกเว่ยจี้เอ่ยปากซักถามก่อนเช่นนี้ โทสะก็ยิ่งโหมกระพือ ทันใดนั้นเขาได้ชักดาบออกจากฝักแล้วพาดเข้าที่ลำคอของเว่ยจี้ทันที
"ผู้นำตระกูลเว่ย! เจ้ายังมีหน้ามาพูดเช่นนี้อีกหรือ? เจ้าบอกอันใดกับข้าไว้บ้าง!"
"ข่าวกรองพวกนั้นมีอันใดที่เป็นความจริงบ้าง? เจ้าบอกว่ากองทัพหลักของฉินอวี่ตั้งมั่นอยู่ที่หลินเฟิน จะมีทหารเพียงสามพันนายเดินทางมาสำรวจเส้นทางก่อน และกองกำลังอาสาสมัครของพวกเจ้าจะตามมาคุ้มกันส่วนท้าย"
"แล้วผลลัพธ์เล่า? ลำพังพวกเจ้าโผล่หัวมากันเองก็แย่พออยู่แล้ว แต่เหตุใดตรงนั้นกลับมีกองทัพทหารม้าเกราะหนักซุ่มโจมตีพวกเราอยู่!"
เว่ยจี้ตื่นตระหนกตกใจลนลาน รีบเอ่ยปากอธิบายอย่างรวดเร็ว
"หยาง... ท่านผู้บัญชาการหยางผู้ยิ่งใหญ่ของข้า ข้าจะไปตรัสรู้ได้อย่างไรว่าฉินอวี่จะเปลี่ยนคำสั่งกะทันหันเช่นนี้?"
"ในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนออกเดินทาง เขาได้เปลี่ยนแปลงคำสั่งทหาร โดยสั่งให้กองกำลังอาสาสมัครของพวกเราเดินทางมาถึงก่อนเพื่อตั้งค่าย ข้าเพียงแต่ไม่มีเวลาส่งข่าวบอกท่านก็เท่านั้น"
"เหอ!"
หยางฟ่งสะกดกลั้นเจตนาฆ่าอันแรงกล้าเอาไว้ก่อนจะเก็บดาบเข้าฝัก
"แล้วเจ้าคิดว่าพวกเราควรทำอย่างไรต่อไปในยามนี้? กองทัพทางการพวกนั้นตีทัพคลื่นขาวของข้าจนแตกพ่ายกระจัดกระจายไปหมดแล้ว! หากเรื่องราวของข้าต้องจบสิ้นลง ข้าก็จะไม่ยอมให้เจ้าได้เสวยสุขอย่างแน่นอน!"
เว่ยจี้มืดแปดด้านไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี หลังจากบดเคาะมันสมองอย่างหนัก เขาก็คิดอุบายตื้นๆ ขึ้นมาได้สิ่งหนึ่ง
"ถ้าเช่นนั้น... ท่านผู้บัญชาการผู้ยิ่งใหญ่ปลอมตัวเป็นชาวนา แล้วไปหลบซ่อนตัวอยู่อย่างสันโดษในที่ดินของตระกูลข้าสักระยะหนึ่งก่อนดีหรือไม่?"
หยางฟ่งพยักหน้าด้วยความเจ็บแค้น ในยามนี้เงินทองย่อมไร้ค่าสำหรับพวกเขา
การไปอาศัยใบบุญเกาะตระกูลเว่ยอยู่สักพักเพื่อรอคอยโอกาสทำการใหญ่อีกครั้ง ย่อมเป็นหนทางที่ดีที่สุด
"คิดจะหนีงั้นหรือ? พวกเจ้าถามพวกเราแล้วหรือยัง!"
ทันใดนั้น นายทหารฮั่นผู้หนึ่งที่มีรูปร่างเตี้ยล่ำก็ปรากฏตัวขึ้นจากทางด้านข้าง พร้อมกับนำกำลังทหารกว่าพันนายเข้าปิดล้อม
"หยางฟ่ง! คนที่จะปลิดชีพเจ้าก็คือเยว่จิ้น ผู้มีนามรองว่าเหวินเชียน!"
เยว่จิ้นพุ่งตัวเข้าใส่กลุ่มคน หยางฟ่งที่ไร้ซึ่งการป้องกันถูกหอกของเยว่จิ้นแทงทะลุหน้าอกจนร่างลอยเด่นอยู่กลางเวหา
"หยางฟ่งตายแล้ว! ผู้ใดที่ยอมจำนนจะได้รับการละเว้นชีวิต!"
"ผู้ใดที่ยอมจำนนจะได้รับการละเว้นชีวิต!"
เว่ยจี้คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวเป็นล้นพ้น ขณะที่กลุ่มโจรคลื่นขาวต่างไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะถูกกองทัพฮั่นซุ่มโจมตีเช่นนี้
เมื่อหยางฟ่งถูกสังหารด้วยการแทงหอกเพียงครั้งเดียว พวกเขาก็สูญเสียเสาหลักและจิตวิญญาณในการต่อสู้ก็มลายหายไปสิ้น
"พวกเรายินยอมจำนนแล้ว ได้โปรดอย่าฆ่าข้าเลย!"
"อย่าฆ่าข้าเลย!"
กลุ่มโจรคลื่นขาวพากันคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิต แม้กระทั่งคนรับใช้ในบ้านของเว่ยจี้บางส่วนก็คุกเข่าลงไปด้วย ทำให้นายทหารกว่าพันนายที่นำโดยเยว่จิ้นพากันหัวร่อลั่น
"จับกุมพวกมันไว้ทั้งหมด แล้วรอการตัดสินจากนายท่านของข้า!"
"รับทราบ!"
กว่าที่ทุกคนจะรวมตัวกันอีกครั้งที่หลินเฟิน เวลาผันผ่านไปจนถึงยามเย็นของวันถัดมา
อย่างไรเสีย การขนย้ายเสบียงอาหารและสิ่งของที่ยึดมาได้นั้นก็นับว่าเป็นงานที่ยุ่งยากและสร้างความลำบากในตัวเองไม่น้อย
เดิมทีเว่ยจี้คิดจะหาโอกาสหลบหนี แต่สายตาอันแฝงไปด้วยไอสังหารของเยว่จิ้นคอยจับจ้องมาที่เขาอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เขาบินได้ก็คงมิอาจหนีรอดไปได้
เมื่อฉินอวี่เดินเข้ามาในที่ทำการอำเภอพร้อมกับกัวไท่ เว่ยจี้ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ขนาดหยางฟ่งยังต้องจบชีวิตลง แล้วเหตุใดชายผู้นี้จึงยังมีชีวิตอยู่ได้?
"เหอ"
ฉินอวี่กวาดสายตาอันเย็นชา มองไปที่เว่ยจี้แวบหนึ่งก่อนจะเดินตรงไปยังที่นั่งประธาน
ส่วนคนอื่นๆ นั้น ต่างก็คาดเดาการกระทำของเว่ยจี้ได้อยู่แล้ว จึงพากันเดินเข้าล้อมตัวเขาเอาไว้โดยสัญชาตญาณ
เว่ยจี้รู้สึกขมขื่นในใจยิ่งนัก ตัวเขาที่เป็นเพียงบัณฑิตคงมิอาจหนีรอดไปจากเงื้อมมือของพวกคนเถื่อนบ้าพลังเหล่านี้ได้เป็นแน่
"ท่านแม่ทัพใหญ่กัว ท่านจำชายที่อยู่ตรงหน้าท่านผู้นี้ได้หรือไม่?"
ฉินอวี่เอ่ยปากซักถามกัวไท่ พร้อมกับชี้นิ้วไปทางเว่ยจี้
กัวไท่พยักหน้ารับ "ข้าจำได้ ชายผู้นี้คือบุตรชายสายตรงของตระกูลเว่ยแห่งเหอดง และเป็นนายน้อยของตระกูล นามว่าเว่ยจี้!"
ฉินอวี่ถามต่อ "ถ้าเช่นนั้น ชายผู้นี้ได้ร่วมมือกับกองทัพคลื่นขาวของพวกท่าน เพื่อปล้นสะดมราษฎรและทำเรื่องชั่วช้าสารพัดใช่หรือไม่?"
กัวไท่อ้าปากค้าง แต่กลับกลืนถ้อยคำที่อยู่ตรงปลายลิ้นกลับลงคอไป
เขาทอดถอนใจยาว จากนั้นก็กัดฟันตอบคำถาม
"เรียนใต้เท้าผู้บังคับการฉิน เรื่องราวเป็นเช่นนั้นจริง!"
กัวไท่รู้ดีว่าหากตนเองไม่ยอมรับ ก็คงไม่มีผู้ใดสามารถเอาผิดพวกปีศาจสูบเลือดสูบเนื้อราษฎรเหล่านี้ได้
แม้ว่าเขาจะมิได้ลงมือทำด้วยตนเอง แต่ทว่าเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาเป็นคนทำ และในฐานะแม่ทัพใหญ่ เขาย่อมมิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้
"ดีมาก สมแล้วที่เป็นท่านแม่ทัพใหญ่กัว ผู้มีความเที่ยงตรงและรู้จักแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด"
"แต่สำหรับเจ้า เว่ยจี้!"
ฉินอวี่พลันตวาดลั่นด้วยความโกรธา สายตาจับจ้องไปที่เว่ยจี้ด้วยเจตนาฆ่าที่พวยพุ่ง เว่ยจี้ตื่นตระหนกจนต้องก้าวถอยหลังไปสองก้าว ทว่ากลับไปชนเข้ากับแผงอกอันบึกบึนของเมิ่งเปิ้นและกวนอูที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง
"ข้า... ข้าเปล่า! มิใช่ข้า!"
เว่ยจี้พลันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า หยางฟ่งก็ตายไปแล้ว พวกมันจะไปมีหลักฐานอันใดมาปรักปรำตนเองได้อีก?
เมื่อไม่มีพยาน บุคคลย่อมบริสุทธิ์ หากมีความเคลือบแคลงสงสัย ย่อมต้องยกประโยชน์ให้จำเลย!
"ใต้เท้าผู้บังคับการ! ข้ารู้ว่าท่านมีจิตใจที่ห่วงใยราษฎรยิ่งนัก แต่หากท่านเชื่อว่าข้ามีความผิด ได้โปรดนำหลักฐานออกมาแสดงด้วย!"
ฉินอวี่เผยรอยยิ้มบางๆ เจตนาฆ่าในแววตาค่อยๆ เลือนหายไป
นั่นเป็นเพราะเจตนาฆ่าเหล่านั้นได้ถูกรวบรวมไว้ภายในจิตใจของเขาแล้วต่างหาก!
"โอ้? ผู้นำตระกูลเว่ย เจ้าคิดจะปฏิเสธความจริงไปจนตัวตายเลยงั้นหรือ?"
เมื่อได้เห็นรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาของฉินอวี่ เว่ยจี้ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
ทว่าเขาหวาดกลัวว่าการยอมรับผิดจะนำความอัปยศมาสู่ตระกูลเว่ยยิ่งกว่า ดังนั้นเขาจึงทำใจดีสู้เสือและเอ่ยต่อไป
"ข้าไม่มีความผิด ในทางกลับกันข้ายังมีดวามชอบเสียด้วยซ้ำ! การที่เยว่จิ้นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านสามารถสังหารหยางฟ่งในสนามรบได้ในครั้งนี้ มิใช่เพราะข้าคอยดึงดูดความสนใจของมันหรอกหรือ? ได้โปรดเถิดใต้เท้า อย่าได้ปรักปรำผู้บริสุทธิ์เลย!"
ฉินอวี่คาดการณ์ท่าทีของเว่ยจี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาจึงหันไปมองกัวไท่แทน
"ท่านแม่ทัพใหญ่กัว ถ้าเช่นนั้นข้าขอถามท่านหน่อยว่า ท่านมีหลักฐานใดๆ อย่างเช่นจดหมายโต้ตอบกับเขาบ้างหรือไม่?"
ใบหน้าของกัวไท่มืดมนลง เขาก้มศีรษะลงต่ำแล้วตอบคำถาม
"ใต้เท้า... คนผู้นี้ไม่มีหลักฐานอันใดเลย ความจริงแล้ว เขาติดต่อกับหยางฟ่งผู้ใต้บังคับบัญชาของข้ามาโดยตลอด ข้าจึงมิตราบนึกถึงรายละเอียดมากนัก..."
เว่ยจี้พลันเผยรอยยิ้มแห่งผู้ชนะออกมาทันที
"ใต้เท้า หยางฟ่งผู้นั้นถูกเยว่จิ้นสังหารคาสนามรบไปแล้ว หรือว่าใต้เท้าคิดจะปรักปรำข้าให้ได้?"
"พวกที่ปล้นสะดมชาวบ้านและนำภัยพิบัติมาสู่เหอดง ล้วนเป็นพวกโจรคลื่นขาวเหล่านั้น ความผิดของหยางฟ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับข้าเลย!"
ฉินอวี่ยิ้มน้อยๆ แล้วปรบมือ
"ผู้นำตระกูลเว่ย เจ้าแสดงได้แนบเนียนยิ่งนัก และฝีปากก็ยอดเยี่ยมไม่เบา แต่น่าเสียดายที่เจ้าใช้ความสามารถไปในทางที่ผิด"
"จงเหลียวมองคนที่กำลังเดินเข้ามาจากทางด้านหลังของเจ้าให้ดีๆ เถิด เจ้ายอมจำได้หรือไม่ว่าเป็นผู้ใด?"
เว่ยจี้หันกลับไปมอง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือหยางฟ่งที่มีใบหน้าซีดเผือด
"คน... สับปลับ!"
หยางฟ่งถูกพยุงร่างให้เดินเข้ามาด้านใน จากนั้นจึงพยุงให้นั่งลงบนเก้าอี้
กัวไท่เองก็มองไปที่ฉินอวี่ด้วยความประหลาดใจยิ่งนัก ที่แท้หยางฟ่งยังมิได้สิ้นใจ หากแต่เพียงได้รับบาดเจ็บสาหัสเท่านั้นหรือ?
"เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้!"
ใบหน้าของเว่ยจี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจลนลานขณะกรีดร้องออกมา
"ข้าเห็นกับตาว่าท้องของเจ้าถูกแทงจนทะลุ! เจ้าจะมีชีวิตรอดอยู่ได้อย่างไรกัน!"
เมื่อได้เห็นเว่ยจี้สูญเสียการควบคุมตนเองเช่นนี้ ฉินอวี่จึงเอ่ยกับเยว่จิ้นว่า
"เหวินเชียน จงบอกคนโง่ผู่นี้ทีว่าเจ้าแทงหยางฟ่งอย่างไร"
เยว่จิ้นประสานมือรับคำสั่ง แล้วก้าวเท้าออกไปข้างหน้า
"ตามคำสั่งสอนของใต้เท้า ใต้ซี่โครงของคนเราลงไปสามนิ้ว จะมีกระดูกคอยปกป้องอยู่"
"หากแทงเข้าไปในบริเวณนี้ไม่ถึงหนึ่งนิ้ว ย่อมทำให้เกิดบาดแผลฉกรรจ์แต่ไม่ถึงแก่ชีวิต"
"หลังจากที่ข้าแทงหยางฟ่งบาดเจ็บแล้ว ข้าได้ใช้วิธีการตามที่ใต้เท้าเคยอธิบายไว้ทันที โดยการใช้ไฟจี้เพื่อห้ามเลือดของหยางฟ่งอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้จึงสามารถรักษาชีวิตของเจ้าโจรผู่นี้เอาไว้ได้เป็นการชั่วคราว!"
ฉินอวี่พยุงศีรษะพยักหน้ารับรู้ แล้วโบกมือให้เยว่จิ้นถอยไปยืนรออยู่ด้านข้าง
เยว่จิ้น กวนอู ก้วนชิวซิง และเจี่ยสี ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ด้านข้างเพื่อคอยปกป้องเจี่ยขุยผู้เป็นบุตรชาย ต่างก็พากันรู้สึกว่า ความปรีชาสามารถในเชิงกลยุทธ์ของผู้บังคับการหนุ่มผู้นี้นั้นช่างลึกล้ำเหนือธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้น ยังอาจกล่าวได้ว่า...
มีความคิดอ่านที่ลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึง!
"หยางฟ่ง ชีวิตของเจ้าอยู่ในกำมือของข้าทั้งหมดแล้ว หากเจ้ายอมรับสารภาพความผิดและยอมรับโทษทัณฑ์ตามกฎหมายในยามนี้ ข้าย่อมสามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้"
"แต่หากเจ้ายืนกรานที่จะไม่สำนึกผิด ความผิดมหันต์ของเจ้าก็จะถูกตัดสินขั้นเด็ดขาด!"
หยางฟ่งเผยรอยยิ้มบางๆ มองไปที่พี่ใหญ่ของตนเองที่มีนัยน์ตาแดงก่ำ ภายในจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดบาป
หากตัวเขาไม่ได้โลภมากในทรัพย์สินเงินทอง ก็คงไม่ต้องทำให้กัวไท่ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยใช่หรือไม่?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หยางฟ่งจึงค่อยๆ เอ่ยปากออกมา
"เมื่อยามที่คนใกล้จะตาย วาจาก็มักจะเปี่ยมไปด้วยความสัตย์จริง ตัวข้าหยางฟ่งทำความชั่วมาตลอดชีวิต เป็นเหตุให้พี่น้องต้องล้มตายและราษฎรผู้บริสุทธิ์อีกนับไม่ถ้วนต้องพลอยรับเคราะห์กรรม"
"ต่อให้ข้าต้องตายในวันนี้ มันก็คือผลกรรมที่ข้าสมควรได้รับแล้ว..."
"อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นจากการริเริ่มของข้า โดยร่วมมือกับชายโฉดแห่งตระกูลเว่ยผู่นี้ พวกเราทำการปล้นสะดมชาวบ้าน ส่วนพวกมันอาศัยโอกาสนี้รวบรวมผู้อพยพและเข้ายึดครองที่ดินทำกิน!"
"หลักฐานทั้งหมดอยู่ในหุบเขาคลื่นขาว ในสมุดบันทึกที่อยู่ใต้เตียงนอนของข้า ทุกถ้อยคำและทุกประโยคล้วนเป็นความจริงแท้แน่นอน!"
"และรายงานทางการเงินที่ตระกูลเว่ยส่งมาให้ข้า ก็อยู่ที่นั่นเช่นเดียวกัน! ไอ ไอ..."
หยางฟ่งแหงนหน้าขึ้น เนื่องจากเขาเอ่ยปากด้วยความอัดอั้นตันใจและตื่นเต้นมากเกินไป ถึงกับกระอักโลหิตออกมา
เขามองไปที่ฉินอวี่แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาว่า
"ข้าเพียงแต่ขออ้อนวอนใต้เท้า... ได้โปรดละเว้นชีวิตของท่านแม่ทัพใหญ่กัว เขาไม่มีส่วนรู้เห็นอันใดเลย ได้โปรดละเว้นชีวิตพี่น้องของข้า พวกเขาเพียงแต่ถูกข้าหลอกลวงเท่านั้น"