- หน้าแรก
- ระบบร้านค้าในยุควันสิ้นโลก
- บทที่ 2 : เรือโนอาห์และตัวประกอบ
บทที่ 2 : เรือโนอาห์และตัวประกอบ
บทที่ 2 : เรือโนอาห์และตัวประกอบ
บทที่ 2 : เรือโนอาห์และตัวประกอบ
เมื่อหลวนอวี่ลองตั้งสติเรียกใช้งานระบบ หน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าครามก็ค่อย ๆ กางออกตรงหน้าเธออย่างช้า ๆ
บนหน้าจออันว่างเปล่า มีเพียงปุ่มรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองปุ่ม วางเรียงต่อกันในแนวตั้งในระยะที่พอดิบพอดี
[เข้าสู่ซูเปอร์มาร์เก็ต]
[กลายเป็นผู้ค้า]
ยังไม่ทันได้สนใจปุ่มที่สอง หลวนอวี่ก็รีบกดเข้าปุ่มแรกเพื่อ "เข้าสู่ซูเปอร์มาร์เก็ต" ทันที
วินาทีต่อมา หน้าจอรายการสินค้าที่เต็มไปด้วยสิ่งของนานาชนิดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ
ในจำนวนนั้น "น้ำยาเสริมพลังระดับกลาง" ราคา 1,500 คะแนน ถูกขยายใหญ่และเด้งขึ้นมาตรงกลางหน้าจอพอดี
ตอนนี้คะแนนของหลวนอวี่คือ 0 แน่นอนว่าเธอไม่มีปัญญาซื้อแบบปกติ จึงต้องเลือกเปิดใช้งานบัตรวงเงินสินเชื่อ ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว เธอรีบกดสั่งซื้อน้ำยามาขวดหนึ่งทันที
เมื่อขวดน้ำยาเสริมพลังมาอยู่ในมือ เธอเหลือบมองตัวเลขนับถอยหลังบนข้อมือที่เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามสิบวินาทีก็จะกลายเป็นศูนย์ หลวนอวี่รีบเปิดจุกขวดแล้วกระดกอึก ๆ กลืนลงคอไปในรวดเดียว
"แค่ก... แค่ก!"
เพราะดื่มเร็วเกินไปทำเอาสำลัก หลวนอวี่ไอโขลก ๆ พลางจ้องมองไปที่ข้อมือของตัวเอง
เพียงชั่วพริบตาเดียว ตัวเลขนับถอยหลังสีแดงก็หยุดวิ่งทันที
เธอรอคอยด้วยใจระทึกอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้น ทั่วทั้งร่างกายก็พลันเกิดอาการคันยุบยิบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่น่องขาซ้าย มันคันคะเยอราวกับมีมดนับพันนับหมื่นตัวกำลังชอนไชอยู่ใต้ผิวเนื้อ ไม่ว่าเธอจะพยายามเกาอย่างไรก็ไม่โดนจุดที่คันที่สุดเสียที
และพร้อม ๆ กับอาการคันนี้ ตัวเลขบนข้อมือที่เคยหยุดนิ่งกลับค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอีกครั้ง... สามสิบวินาที... หนึ่งนาที... หนึ่งชั่วโมง... หนึ่งวัน... หนึ่งปี... สามปี!
ตัวเลขหยุดนิ่งลงที่สามปีและไม่เพิ่มขึ้นอีก หมายความว่าหากเธอใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่หาเรื่องใส่ตัว เธอจะสามารถอยู่รอดไปได้อีกสามปีเต็ม ๆ
จากเดิมหนึ่งปีเปลี่ยนเป็นสามปี นี่นับเป็นข่าวดีเรื่องแรกตั้งแต่เธอทะลุมิติมาที่นี่เลยทีเดียว
ถ้าจำไม่ผิด หลังจากที่โลกถูกน้ำท่วม ในนิยายเรื่องนั้นทุกคนจะเริ่มต้นด้วยเวลาเพียงหนึ่งปีเท่านั้น บางคนพอได้รับบาดเจ็บ เวลานับถอยหลังก็จะลดฮวบอย่างรวดเร็วและสิ้นใจตายคาที่ทันที
เมื่อตระหนักถึงกฎข้อนี้ มนุษย์จึงเริ่มออกตามหา "วิธีเพิ่มเวลา" กันอย่างบ้าคลั่ง จนถึงขั้นเกิดจลาจลเข่นฆ่าเพื่อแย่งชิงเวลากันเองในที่สุด
หลวนอวี่ที่นอนคว่ำอยู่เอียงหน้าไปมองน่องขาของตัวเอง บาดแผลเนื้อเน่าเฟะพุพองตรงนั้นอันตรธานหายไปสิ้น เชิง แทนที่ด้วยผิวพรรณขาวเนียนละเอียดเรียบตึง
ดูสะอาดสะอ้านราวกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน
เธอเอื้อมมือไปลูบดูโดยสัญชาตญาณ สัมผัสของมันช่างเนียนนุ่มลื่นมือกว่าผิวในชาติก่อนที่ต้องตากแดดลมทะเลอย่างเทียบไม่ติด ถ้ายืมคำพูดจากโลกนิยายตาหวานมาใช้ ก็คงต้องบอกว่า "ผิวเนียนใสจนแทบจะคั้นน้ำออกมาได้" เลยละ
หลวนอวี่ยกมือขึ้นจับหน้าตัวเองต่อ ใบหน้าที่เคยบวมเป่งอักเสบจนดูเหมือนหัวหมู บัดนี้กลับคืนสู่สภาพเดิม เรียวหน้าได้รูป ผิวพรรณอมชมพูดูมีเลือดฝาดสุขภาพดี... มันช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน ต้องยอมรับเลยว่าโลกที่เต็มไปด้วยความแฟนตาซีและความอันตรายแห่งนี้เริ่มทำให้เธอรู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว
หลวนอวี่พลิกตัวเปลี่ยนมานอนหงายบนท่อนไม้ ปัดหยาดฝนบนใบหน้าออก ถือว่าเธอยอมรับความจริงเรื่องการเข้ามาอยู่ในโลกนิยายเรียบร้อยแล้ว
ในตอนนั้นเอง ความทรงจำของร่างเดิมก็หลั่งไหลเข้ามาในสมอง ถึงจะมาช้าไปหน่อยแต่ก็มานะ
"หลวนอวี่" อายุ 21 ปี พ่อแม่หย่าร้างกันตอนเธออายุ 18 ตอนที่หย่ากัน ฝ่ายหนึ่งพาตัวน้องชายไป ส่วนอีกฝ่าย... ก็พาน้องชายไปเหมือนกัน (สรุปคือไม่มีใครต้องการเธอเลยสักคน)
จนกระทั่งก่อนที่ภัยพิบัติจะมาเยือน เธอใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาโดยตลอด ดีที่พ่อกับแม่ยังส่งเงินค่าเลี้ยงดูมาให้ทุกเดือน ชีวิตความเป็นอยู่จึงไม่ได้ขัดสนนัก
แต่หลังจากที่เธอไปร่วมงานแต่งงานใหม่ของพ่อได้เพียงสองเดือน จู่ ๆ ก็มีคลื่นพลังงานปริศนาพัดผ่านชุมชนที่เธออาศัยอยู่ ระบบการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเป็นอัมพาต มีเพียงเสียงจากวิทยุที่ถ่ายทอดคำสั่งจากรัฐบาล ประกาศให้ประชาชนทุกคนอพยพไปยังฐานหลบภัยที่ใกล้ที่สุดทันที
ด้วยการคุ้มกันของทหาร เธอตามชาวบ้านในชุมชนเข้าไปหลบในบังเกอร์ใต้ภูเขา
หลังจากดิ้นรนหนีจากการรังแกของไอ้ผู้ชายคนหนึ่งที่เคยมาตามจีบเธอแต่ไม่สำเร็จจนพาลโกรธแค้น เธอก็หาที่ว่างเบียดนอนร่วมกับคุณป้าเพื่อนบ้านได้สำเร็จ
ทว่าจู่ ๆ ผืนเขาเลูกนั้นก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง...
ความทรงจำหลังจากนั้นเริ่มเลือนราง ภาพสุดท้ายที่จำได้คือการเบียดเสียดยัดเยียดและเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว คลื่นสึนามิซัดกระหน่ำราวกับผืนผ้าสีขาวขนาดยักษ์ ทะลักทะลวงลงมาจากรอยแยกของภูเขาอย่างเย็นเยียบ คลื่นน้ำไหลย้อนเข้าโพรงจมูก...
"เฮือก..."
ขนาดเป็นแค่ความทรงจำ ความรู้สึกทรมานจากการขาดอากาศหายใจก่อนตายยังทำให้หลวนอวี่ใจหายวาบ เมื่อได้สติ เธอก็ค่อย ๆ สูดหายใจเข้าลึก ๆ หลายครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์
ตอนนี้เธอเข้าใจทั้งปูมหลังและสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองทะลุปรุโปร่งแล้ว
ยิ่งเมื่อนำมาประมวลผลร่วมกับนิยายเรื่องนั้น... นิยายรักโรแมนติกวันสิ้นโลกกลางทะเลที่นางเอกย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่เพื่อกักตุนเสบียง แถมยังเคี่ยวเข็ญให้แม่ตัวเองแต่งงานใหม่กับผู้ชายคนหนึ่งเพื่อคว้าโควตาขึ้นเรือโนอาห์ จากนั้นนางเอกก็ตื่นรู้พลังพิเศษแล้วโปรยเสน่ห์ดึงดูดพวกผู้ชายโปรไฟล์ดีระดับตัวท็อปทั้งหลายมารุมรัก
นางเอกคนนั้นชื่อว่า "เยี่ยซินม่าน" และที่ซวยกว่านั้นก็คือ ผู้ชายที่แม่ของนางเอกแต่งงานด้วย ดันเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของ "หลวนอวี่" พอดิบพอดี
พ่อของหลวนอวี่โชคดีมาก ตอนที่รัฐบาลจับสลากเลือกผู้รอดชีวิตขึ้นเรือโนอาห์ เขาเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้รับเลือก ซึ่งกฎระเบียบอนุญาตให้พาคู่สมรสและบุตรติดไปด้วยได้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมสิ่งแรกที่เยี่ยซินม่านทำหลังจากเกิดใหม่ คือการเร่งเร้าให้แม่ตัวเองรีบจดทะเบียนแต่งงานกับพ่อของเธอ
...สรุปคือ เธอทะลุมิติมาเป็น "น้องสาวบุญธรรมตัวประกอบพลีชีพ" ที่ตอนเริ่มเรื่องก็กลายเป็นเพียงชื่อในความทรงจำไปแล้ว แถมยังเป็นตัวประกอบประเภทที่โผล่มาแค่นางเอกพูดถึงลอย ๆ ไม่กี่ประโยคก็จบตัดบททิ้งไปเลยอีกต่างหาก
"ตัวประกอบเหรอ... เป็นตัวประกอบก็ดีเหมือนกันนะ... ส่วนเรื่องอื่น..." เมื่อเรียบเรียงสถานการณ์ได้ หลวนอวี่แหงนหน้ามองท้องฟ้ามืดมิด มือลูบท้องเบา ๆ ยอมรับสถานะตัวประกอบในนิยายเล่มนี้ได้อย่างสงบจิตสงบใจ
และในพริบตานั้น เธอก็ตอบตัวเองได้ทันทีว่าจะไม่ไปสนใจพวกพ่อแม่และน้องชายที่เสวยสุขอยู่บนเรือโนอาห์ตั้งแต่ก่อนเกิดภัยพิบัติ ในยามวิกฤตคอขาดบาดตาย
พวกเขาไม่เคยฉุกคิดเลยสักนิดว่าหลวนอวี่ตัวน้อยที่อยู่ข้างนอกจะเป็นตายร้ายดียังไง ความหมายมันก็ชัดเจนในตัวเองอยู่แล้วโดยไม่ต้องอธิบายให้เสียเวลา ตอนนี้เธอต้องคิดถึงอนาคตของตัวเองต่างหาก
สำหรับเธอแล้ว ชีวิตในชาติก่อนก็ไม่ได้มีอะไรให้ต้องอาลัยอาวรณ์เป็นพิเศษ
หลังจากส่งเสีย "คุณตา" ซึ่งเป็นญาติเพียงคนเดียวขึ้นสวรรค์ไปแล้ว ชีวิตของเธอก็ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและธรรมดามาโดยตลอด ตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อนสนิท ไม่มีคนรัก เงินทองก็มีแค่พอใช้
คำสั่งเสียสุดท้ายของคุณตาก่อนจากไปคอยเตือนใจเธอเสมอว่า ต่อให้เหลือตัวคนเดียว ก็ต้องรักตัวเองให้มาก ๆ ใช้ชีวิตให้ดี การมีชีวิตรอดต่อไปได้คือกำไรที่สุดแล้ว
เพราะฉะนั้น เธอถึง... ใช่แล้ว! เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ต่อให้เปลี่ยนโลกใหม่แล้ว ถ้าคุณตาบนสวรรค์เห็นเธอใช้ชีวิตทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ มีหวังได้โมโหจนหนวดกระดกแน่
เธอจะต้องมีชีวิตรอด ในโลกวันสิ้นโลกที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่แห่งนี้ จะต้องอยู่ให้ดี อยู่แบบมีคุณภาพ ต่อให้ต้องอยู่คนเดียวเธอก็จะรักตัวเองตลอดไป!
ส่วนเรื่องในนิยายน่ะเหรอ? พวกพระนางจะรักจะใคร่กันยังไงก็เชิญตามสบายเถอะ ตัวประกอบใช้แล้วทิ้งที่ตามบทต้องตายไปแล้วอย่างเธอ ขอไม่เอาตัวเข้าไปพัวพันเด็ดขาด!
พอกดเปิดระบบซูเปอร์มาร์เก็ตขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นยอดวงเงินสินเชื่อคงเหลือเพียง 500 คะแนน หลวนอวี่ก็ไม่กล้าผลีผลาม ในสถานการณ์ที่ยังไม่รู้ว่าต้องหาคะแนนมาเพิ่มด้วยวิธีไหน เงิน 500 คะแนนที่เหลือนี่แหละคือเงินต่อชีวิตของเธอ
แถมตอนนี้สิ่งของที่จำเป็นยังมีมากเหลือเกิน ทั้งร่ม น้ำ อาหาร เสื้อผ้าเปลี่ยน ยานพาหนะเดินทาง เข็มทิศ... ยิ่งไปกว่านั้นคือพลังที่จะใช้ปกป้องตัวเองจากสัตว์ทะเลกลายพันธุ์ สรุปสั้น ๆ คำเดียวคือ "ไม่มีตังค์ซื้อ"
ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำด่วนที่สุดในตอนนี้คือการหาทางปั๊มคะแนนให้เร็วที่สุด
เมื่อกดกลับมาที่หน้าแรก หลวนอวี่ก็จิ้มเข้าปุ่ม [กลายเป็นผู้ค้า] ด้วยความอยากรู้อยากเห็น สัญชาตญาณบอกเธอว่าเบาะแสการหาคะแนนระบบน่าจะซ่อนอยู่ในนี้
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส หน้าจอสีทองอร่ามที่แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงก็ปรากฏขึ้น
หน้าจอสุดหรูหราตัวนี้ บริเวณขอบสลักลวดลายทิวทัศน์ทิวเขาและมหาสมุทร (ซานไห่) อย่างประณีตงดงาม ส่วนมุมทั้งสี่ด้านยิ่งวิจิตรตระการตา โดยสองมุมเป็นรูปมังกรทะยานเมฆมงคล
อีกมุมหนึ่งเป็นดวงอาทิตย์เจิดจ้าและมุมสุดท้ายเป็นดวงจันทร์นวลตา
ความหรูหราและลึกลับที่แผ่ซ่านออกมาทำเอาหลวนอวี่อึ้งไปชั่วขณะ แววตาฉายความทึ่งอย่างปิดไม่มิด
แต่ในขณะเดียวกัน ลึก ๆ ในใจกลับรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ เหมือนตัวเองกำลังเป็น "แกะน้อยที่เดินหลงเข้าไปในรังหมาป่า" ยังไงยังงั้น...