- หน้าแรก
- ระบบร้านค้าในยุควันสิ้นโลก
- บทที่ 1: ทะลุมิติสู่โลกนิยายวันสิ้นโลก: เวลานับถอยหลัง
บทที่ 1: ทะลุมิติสู่โลกนิยายวันสิ้นโลก: เวลานับถอยหลัง
บทที่ 1: ทะลุมิติสู่โลกนิยายวันสิ้นโลก: เวลานับถอยหลัง
บทที่ 1: ทะลุมิติสู่โลกนิยายวันสิ้นโลก: เวลานับถอยหลัง
โลกบลูสตาร์ (ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน)
ปีแรกแห่งวันสิ้นโลก หรือก็คือ 15 ปีหลังจากประเทศ R ปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนนิวเคลียร์ลงสู่มหาสมุทร
ผืนฟ้าแปรปรวน แผ่นดินสะเทือน พายุไต้ฝุ่นโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
คลื่นยักษ์สึนามิขนาดมหึมาพัดพาฝูงปลาผ่าเหล่ากลายพันธุ์เข้าซัดสาดกลืนกินผืนทวีป ระดับน้ำทะเลพุ่งทะยานสูงขึ้นถึงสองพันเมตรในพริบตา ทั่วทั้งโลกถูกมวลน้ำฝังกลบ ตึกรามบ้านช่องและอารยธรรมสมัยใหม่พังทลายลงอย่างกะทันหัน
"เรือโนอาห์" ของแต่ละประเทศถูกเปิดใช้งานอย่างเร่งด่วน พากลุ่มคนที่ถูกคัดเลือกซึ่งเป็นดั่งแสงไฟริบหรี่
สุดท้ายของเผ่าพันธุ์รอนแรมไปทั่วสารทิศ จำต้องเข้าสู่โหมดการเอาชีวิตรอดท่ามกลางมหาสมุทรอันเวิ้งว้างอย่างเลี่ยงไม่ได้
การเอาชีวิตรอด... ช่างเป็นคำที่มีราคาแพงเหลือเกิน
ยุคสมัยใหม่นี้ ราวกับเป็นบทลงโทษที่พระแม่ธรณีมอบให้ มนุษย์ต้องเข้าสู่โหมด "จ่ายเงิน" เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
อายุขัยที่เหลืออยู่ถูกแสดงผลออกมาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เวลานับถอยหลังเริ่มทำงาน
เมื่อใดที่ตัวเลขนับถอยหลังกลายเป็นศูนย์ มนุษย์จะเสียชีวิตในทันที
ณ ที่แห่งนี้ เวลาได้เข้ามาแทนที่เงินตรา กลายเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสิ่งใหม่ และเป็นสิ่งที่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดโหยหาและไขว่คว้าอยู่ตลอดเวลา
……
"แค่ก... แค่ก ๆ !!"
ภายใต้ผืนฟ้าอันมืดมิด บนทะเลโคลนที่กว้างใหญ่ไพศาล ร่างของเด็กสาวคนหนึ่งหมอบฟุบอยู่บนท่อนไม้
ที่หักโค่น เส้นผมยาวสลวยทิ้งตัวลงจมดิ่งอยู่ในน้ำ
ข้อมือที่กำแน่นอยู่ใต้เส้นผมเหล่านั้น ปรากฏตัวเลขนับถอยหลังที่เป็นสัญลักษณ์แห่งอายุขัยบนผิวหนัง และพร้อม ๆ กับเสียงไออันถี่รัวนี้
จู่ ๆ ตัวเลขที่เคยหม่นแสงก็พลันสว่างขึ้นมา
ตัวเลขอักษรสีแดงชาดเริ่มขยับเปลี่ยนไป เวลานับถอยหลังค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจาก 0 วินาที... กลายเป็น 1 ปี
หลวนอวี่ แทบจะสำลักน้ำทะเลจนตื่นขึ้นมา ลำคอเจ็บปวดอย่างรุนแรงราวกับหลอดลมกำลังจะปิดตัวลง สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดบังคับให้เธอต้องรีบไอออกมาอย่างหนัก
เพื่อเคลียร์ช่องทางเดินหายใจให้โล่ง
หลังจากที่ลมหายใจเริ่มคงที่ เธอก็ค่อย ๆ ลืมตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา มองไปรอบ ๆ ด้วยความมึนงง
เธออยู่ที่ไหนกันเนี่ย?
เมฆดำทมิฬลอยต่ำบดบังท้องฟ้า หยาดฝนโปรยปรายลงมากระทบใบหน้า มหาสมุทรไร้ขอบเขตปรากฏแก่สายตา ต้นไม้โบราณที่ควรจะอยู่ในป่าลึกบัดนี้ถูกถอนรากถอนโคน ลอยคว้างอยู่อย่างกระจัดกระจายในน้ำที่ขุ่นมัว
ดูเหมือนจะมีเสื้อผ้าของใครบางคนเกี่ยวติดอยู่กับกิ่งไม้ เมื่อเพ่งมองดูดี ๆ ตามแรงคลื่นที่ซัดสาด เผยให้เห็นศีรษะของมนุษย์ที่เน่าอืดจนขาวโพลนโผล่พ้นน้ำขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะจมหายไปอีกครั้ง
กลิ่นเหม็นเน่าของศพที่ยากจะอธิบายลอยโชยมา ติดหนึบอยู่ในโพรงจมูก ราวกับหนอนที่ชอนไชเข้ากระดูก
"อ้วก... อุแหวะ!"
หนังศีรษะของหลวนอวี่ชาพู่วาบในพริบตา ความกลัวทางจิตใจปนเปกับความคลื่นไส้ทางร่างกาย แทบจะสูบเอากำลังอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ให้หมดไป
ในอดีตยามที่ทำงานกลางทะเล เธอเคยเห็นซากศพของพวกปลามาไม่น้อย แต่ปลาก็คือปลา มันไม่ได้สร้างความสะเทือนขวัญรุนแรงเท่ากับการที่มนุษย์อย่างเธอมาเห็นศพของมนุษย์ด้วยกันเอง
ลมทะเลพัดกรรโชกมา วูบหนึ่งหลวนอวี่รู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบจนจับตัวแข็ง เธอฝืนเบือนหน้าหนีและกลั้นหายใจเพื่อไม่ให้มองไปยังภาพอันน่าสยดสยองตรงนั้น
คลื่นน้ำลูกใหญ่ซัดสาดเข้ามาอย่างกะทันหัน เธอรีบกอดท่อนซุงซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายในการเอาชีวิตรอดเอาไว้แน่น ร่างกายของเธอลอยไปตามท่อนซุงถูกซัดไปไกลหลายร้อยเมตร จนกระทั่งผิวน้ำเริ่มสงบลงเล็กน้อย
เมื่อลืมตาขึ้น หลวนอวี่ยังคงไม่กล้าคลายอ้อมแขนออก
และในวินาทีนั้นเอง เธอก็สังเกตเห็นตัวเลขบนข้อมือ
ตัวเลขอักษรสีแดงก่ำ สลักไว้อย่างประณีตและเล็กกะทัดรัด รูปแบบของมันคุ้นตาเหมือนเครื่องจับเวลา
ขั้นสูงบนเรือดำน้ำ เรียงตาม ปี : เดือน : วัน : ชั่วโมง : นาที : วินาที — 0001:00:00:00:00:00
"หนึ่ง... ปีงั้นเหรอ?"
เมื่อจ้องมองตัวเลขบนข้อมือ หลวนอวี่ก็พึมพำความหมายของมันออกมาอย่างลังเล
วินาทีต่อมา แสงสว่างวาบขึ้นหนึ่งที เธอกับพบว่าตัวเลขตรงหน้าเริ่มหมุนเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เวลานับถอยหลังกำลังลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย
หากเป็นไปด้วยความเร็วระดับนี้ ไม่ถึงสิบนาที เวลาทั้งหมดจะกลายเป็นศูนย์
กลายเป็นศูนย์เหรอ? แล้วถ้ามันกลายเป็นศูนย์จะเกิดอะไรขึ้น?
หลวนอวี่ไม่รู้แน่ชัด แต่สัญชาตญาณบางอย่างทำให้เธอสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามแห่งความตาย หัวใจเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง เลือดอันน้อยนิดในร่างกายสูบฉีดพลุ่งพล่านขึ้นสู่สมอง ฮอร์โมนอะดรีนาลีนพุ่งทะยานเฉียบพลัน
เมื่อคิดได้ว่าอาจเป็นเพราะร่างกายท่อนล่างแช่อยู่ในน้ำจนเกิดภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ เธอจึงเกาะท่อนซุงหนาแน่นแล้วพยายามปีนขึ้นไปด้านบน
น้ำทะเลแตกกระเซ็น ขณะที่ต้องทรงตัวบนท่อนไม้ เธอก็ต้องพยายามดึงต้นขาที่หนักอึ้งราวกับถ่วงด้วยตะกั่วให้พ้นจากผิวน้ำ
หลังจากดิ้นรนอยู่พักใหญ่ ในที่สุดทั้งร่างของเธอก็ปีนขึ้นมาอยู่บนท่อนซุงได้สำเร็จ
เธอใช้ทั้งมือและเท้าตะเกียกตะกาย ร่างกายแนบสนิทอยู่กับท่อนไม้ ลมหายใจอันหอบถี่รดรินลงบนข้อมือ ท่ามกลางม่านหมอกจาง ๆ เธอยังคงเห็นตัวเลขนับถอยหลังลดลงอย่างรวดเร็วไม่หยุด
ยังไม่ทันที่จะหาสาเหตุเพิ่มเติม ความเจ็บปวดแปลกประหลาดก็แล่นริ้วมาจากน่องขาซ้ายด้านหลัง หลวนอวี่เหลียวหน้ากลับไปมอง ม่านตาของเธอหดเกร็งลงในทันใด เล็บจิกแน่นเข้าไปในเนื้อไม้จนแทบฉีก
"..." บ้าไปแล้ว
น่องขาที่เคยเนียนอวบ บัดนี้ราวกับถูกขวานทู่ ๆ จามเข้าอย่างจัง แผลลึกจนมองเห็นกระดูกขาวโพลน เศษเนื้อเน่าเฟะที่เต็มไปด้วยโคลนตมรุ่งริ่ง
ห้อยต้อยแต่งอยู่บนกระดูกขาน่องทำท่าเหมือนจะหลุดมิหลุดแหล่
หนอนตัวอวบนิ่มซ่อนตัวชอนไชอยู่ในโคลน คอยผุดเป็นฟองอากาศออกมาเป็นระยะ ๆ เส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวดมันชาหนึบไปนานแล้ว
ทว่าในตอนนี้ สมองของหลวนอวี่กลับชาไปหมด ขนลุกซู่ไปทั้งหน้า
ต่อให้เป็นความฝัน ก็อย่าให้มันสมจริงขนาดนี้เลยได้ไหม...
หึ... หึ กลางมหาสมุทรอันอ้างว้างไร้ผู้คน บาดแผลเน่าเปื่อยขั้นรุนแรง แถมยังมีสิ่งมีชีวิตลำตัวนิ่มที่เธอขยะแขยงและกลัวที่สุดอีก ไม่มีทั้งยาฆ่าเชื้อ ยาปฏิชีวนะ หรือแม้กระทั่งสิ่งที่จำเป็นที่สุดอย่างน้ำสะอาด... สภาพแบบนี้เธอคงมีแต่ทางตายสถานเดียว
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลวนอวี่ฝัน ตั้งแต่เธอเริ่มออกทะเลไปทำงานวิจัยกับรุ่นพี่ เธอก็ฝันถึงอุบัติเหตุทางทะเลมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะสมจริงเท่าครั้งนี้
หลวนอวี่ไม่อาจคาดหวังอะไรได้อีก เธอได้แต่ภาวนาว่าครั้งนี้ต้อง... ไม่สิ จำเป็นต้องเป็นความฝันเท่านั้น!
พอตื่นจากฝัน เธอก็จะยังคงนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อปั่นวิทยานิพนธ์ให้เสร็จ
จากนั้นก็เรียนจบหลุดพ้นจากนรก ได้งานทำในสมาคมสมุทรศาสตร์ นั่งทำงานในห้องแอร์เย็น ๆ ไม่ต้องทนลมทนแดดอีกต่อไป!
จู่ ๆ หลวนอวี่ก็รู้สึกว่าไอ้วิทยานิพนธ์จบการศึกษานั่นก็ไม่ได้น่าเกลียดน่ากลัวขนาดนั้นแล้ว
ยิ่งคิด สติสัมปชัญญะของเธอก็ยิ่งเลือนราง ความมืดมิดค่อย ๆ คืบคลานเข้ามากัดกินดวงตาของเธอไปทีละน้อย...
[ติ๊ง! ดึงข้อมูลท้องถิ่นเสร็จสิ้น]
[ดาวเคราะห์: บลูสตาร์]
[สถานะ: มหันตภัยแห่งมหาสมุทร, พลังปราณฟื้นฟู]
[ระดับคาร์ดาเชฟ (Kardashev Scale): 1.1] (หมายเหตุ: ดัชนีนี้ใช้เพื่อวัดระดับความก้าวหน้าของอารยธรรม อารยธรรมที่สามารถใช้พลังงานมหาศาลเพื่อสื่อสารกับภายนอกได้เท่านั้น จึงจะถูกจัดอยู่ในระดับคาร์ดาเชฟ)
[ระบบซูเปอร์มาร์เก็ตซานไห่ ตรวจพบโฮสต์... เริ่มต้นการผูกมัด... ผูกมัดสำเร็จ!]
[ตรวจพบว่าโฮสต์อยู่ในภาวะวิกฤตใกล้เสียชีวิต จากการสแกน ขอแนะนำให้โฮสต์ใช้สินค้า: น้ำยาเสริมพลังระดับกลาง]
[มอบของขวัญสำหรับผู้เล่นใหม่: บัตรวงเงินสินเชื่อ 2,000 คะแนน]
เสียงกลไกอันเย็นชาดังขึ้นในหัวระลอกแล้วระลอกเล่า ค่อย ๆ ปลุกสติที่กำลังจะดับสูญให้ฟื้นคืนกลับมาทีละนิด
หลวนอวี่ค่อย ๆ ลืมตาที่หม่นแสงไร้ชีวิตชีวาขึ้นมา ม่านตาขยับไหวเล็กน้อย
ระบบซูเปอร์มาร์เก็ต? น้ำยาเสริมพลัง?
ความคิดเริ่มกลับมาแล่นอีกครั้ง เธอรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ถึงฆาต ดูเหมือนว่าจะยังพอมีโอกาสให้ดิ้นรนได้อีกสักตั้ง และที่สำคัญ... เธอต้องยอมรับความจริง
เธอตายแล้ว... เพราะตื่นเต้นเกินไปที่วิทยานิพนธ์คืบหน้า จนลืมดูเวลาแล้วหัวใจวายเฉียบพลันคาโต๊ะ
เวลานับถอยหลัง... มหันตภัยทางทะเล... นี่เธอหลุดเข้ามาในนิยายแนววันสิ้นโลกกลางทะเลที่เคยอ่านก่อนหน้านี้นี่นา
"..."
เหอะ ๆ ทั้งสองชาติภพเลยสินะ ดูท่าเธอคงมีเวรกรรมผูกพันกับไอ้ท้องทะเลนี่จริงๆ!