- หน้าแรก
- ยอดกวีขยี้บัลลังก์
- บทที่ 1749 - ได้ประโยชน์สองต่อ
บทที่ 1749 - ได้ประโยชน์สองต่อ
บทที่ 1749 - ได้ประโยชน์สองต่อ
บทที่ 1749 - ได้ประโยชน์สองต่อ
ไม่ว่าจะเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นหรือขุนนางฝ่ายบู๊ ต่างก็พึงพอใจในรถไฟเป็นอย่างยิ่ง รถไฟนั้นเร็วมาก สามารถลากคนพันกว่าคนได้อย่างสบายๆ นี่แสดงให้เห็นว่ามันยังสามารถลากได้มากกว่านี้อีก หากนำไปใช้ในการขนส่งทหารและเสบียง มันจะสะดวกสบายขนาดไหน
โดยเฉพาะการขนส่งเสบียงอาหาร หากใช้แรงงานวัวหรือม้าในการขนส่งเสบียง ความเร็วก็เชื่องช้ามาก แค่ค่าอาหารสำหรับคนและสัตว์ระหว่างทาง ก็ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมหาศาลแล้ว
แต่หากใช้รถไฟขนส่งเสบียง ไม่เพียงแต่จะรวดเร็ว แต่ยังไม่ต้องกังวลเรื่องความสูญเสียระหว่างทางอีกด้วย ส่วนเรื่องถ่านหินน่ะหรือ หึ มีอยู่เกลื่อนกลาด แถมของพรรค์นั้นก็ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรนัก
พวกหลี่จีเริ่มจินตนาการไปไกลแล้ว เริ่มจากสร้างทางรถไฟลงไปทางเจียงหนานสองสาย แล้วก็สร้างทางรถไฟขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนืออีกสองสาย สุดท้ายก็สร้างทางรถไฟให้กระจายออกไปทุกทิศทุกทางโดยมีฉางอันเป็นศูนย์กลาง...
ซูเฉิงยิ้มถาม "พวกท่านได้ลองนั่งรถไฟแล้ว มีข้อเสนอแนะ หรือพบเห็นสิ่งใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ขอรับ?"
แม้ว่ารถไฟขบวนนี้ซูเฉิงจะเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ แถมการตกแต่งภายในก็อิงมาจากรถไฟในโลกอนาคต แต่เขาก็ไม่มั่นใจว่าเมื่อนำมาใช้ในยุคนี้แล้ว มันจะมีปัญหาขัดข้องอะไรหรือไม่ ดังนั้น เขาจึงต้องการระดมความคิดเห็นจากทุกคน
ยังไม่ทันที่คนอื่นจะได้พูดอะไร เฉิงย่าวจินก็ตะโกนขึ้นมาทันที "ข้าเพิ่งพบข้อบกพร่องที่ร้ายแรงมากข้อหนึ่ง!"
ซูเฉิงได้ยินดังนั้นก็มองเฉิงย่าวจินด้วยความประหลาดใจ เอ่ยถามด้วยความสงสัย "ข้อบกพร่องที่ร้ายแรงมาก? ข้อบกพร่องอะไรหรือขอรับ?"
ไม่ใช่แค่ซูเฉิงเท่านั้น แม้แต่หลี่ซื่อหมิน จางซุนอู๋จี้ ฟางเสวียนหลิง และเว่ยเจิงต่างก็หันไปมองเฉิงย่าวจิน พวกเขารู้สึกแปลกใจมากที่เฉิงย่าวจินพบข้อบกพร่องที่ร้ายแรงมากได้
ตั้งแต่พวกเขาขึ้นมาบนรถไฟ พวกเขาก็สังเกตอย่างถี่ถ้วนมาโดยตลอด แต่ก็ไม่พบข้อบกพร่องอะไรเลย
ถ้าจะบอกว่ามีข้อบกพร่อง ก็คงจะเป็นเรื่องเสียงที่ดังไปหน่อย ฟังดูหนวกหู
แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนที่ไม่เข้าใจเหตุผล รถไฟวิ่งเร็วขนาดนั้น การจะมีเสียงดังก็เป็นเรื่องปกติ และมันก็แก้ไขอะไรไม่ได้ด้วย
เฉิงย่าวจินตะโกนลั่น "ที่นั่งของเจ้านี่มันแคบเกินไปแล้ว! ข้านั่งอยู่ตรงนี้แทบจะโดนบีบแบนเป็นกล้วยปิ้งอยู่แล้ว!"
นั่นก็จริง เฉิงย่าวจินนั่งอยู่ตรงนั้นดูจะอึดอัดจริงๆ แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาที่ที่นั่ง มันเป็นปัญหาที่ตัวเฉิงย่าวจินเองต่างหาก
ไม่ใช่แค่เฉิงย่าวจินที่นั่งแล้วดูอึดอัด อันที่จริง พวกขุนศึกทั้งหลายที่นั่งอยู่ต่างก็ดูอึดอัดกันทั้งนั้น
ในฐานะที่เป็นขุนศึกผู้เจนศึก ทุกคนล้วนมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ที่นั่งแค่นี้ก็เลยดูเล็กไปถนัดตา
ซูเฉิงหัวเราะ "ท่านนั่งตรงนี้มันก็ดูแคบจริงๆ นั่นแหละ แต่นี่ไม่ใช่ข้อบกพร่องนะขอรับ"
"ท่านคือขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ ร่างกายกำยำล่ำสัน แต่ลองถามดูสิ ในใต้หล้านี้ มีกี่คนกันที่มีรูปร่างกำยำล่ำสันเหมือนอย่างท่าน?"
เมื่อได้ยินคำชมของซูเฉิง เฉิงย่าวจินก็ยิ้มแก้มปริ "นั่นก็จริง นั่นก็จริง รูปร่างที่กำยำล่ำสันแบบข้า ต่อให้ไม่ถึงขั้นหาที่เปรียบไม่ได้ แต่ก็ถือว่าหาได้ยากยิ่ง!"
"ถุย! ช่างไม่รู้จักละอายเอาเสียเลย!"
"ใช่ หน้าด้านจริงๆ!"
"เฉิงจือเจี๋ย ความหน้าหนาของเจ้านี่ ต่อให้เอาปืนใหญ่มายิงก็คงไม่สะเทือนสินะ!"
เฉิงฉู่มั่วได้ยินก็ทำหน้าภูมิอกภูมิใจ ไม่รู้สึกละอายเลยสักนิด กลับมองว่าเป็นความน่าภาคภูมิใจเสียด้วยซ้ำ
ซูเฉิงพูดต่อ "ดังนั้น การจะทำที่นั่งให้ใหญ่ขึ้น มันก็ไม่คุ้มค่าหรอกขอรับ"
เว่ยเจิงพยักหน้า "ถูกต้องแล้ว คนที่มีรูปร่างใหญ่โตแบบนี้มันหาได้ยาก หากทำที่นั่งให้ใหญ่ขึ้นเพื่อคนกลุ่มนี้ ไม่เพียงแต่จะไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่ยังทำให้เสียพื้นที่ไปโดยเปล่าประโยชน์ด้วย ดังนั้น เรื่องนี้ไม่นับว่าเป็นข้อบกพร่องหรอก"
เฉิงย่าวจินได้ยินดังนั้นก็โวยวายขึ้นมาทันที "แล้วต่อไปถ้าข้าจะนั่งรถไฟ ข้าต้องทำยังไงล่ะ? จะให้ข้าโดนบีบแบนเป็นกล้วยปิ้งทุกครั้งเลยหรือไง?"
จางซุนอู๋จี้และคนอื่นๆ ได้ยินก็เริ่มครุ่นคิดตาม ครั้งนี้พวกเขาได้มานั่งเบียดเสียดอยู่กับเพื่อนขุนนางในตู้โดยสารเดียวกันก็แล้วไปเถอะ แต่ถ้าในอนาคตพวกเขาจะมานั่งรถไฟอีกล่ะ? จะให้พวกเขาไปนั่งเบียดกับชาวบ้านตาดำๆ งั้นหรือ?
พอคิดถึงเรื่องที่ขุนนางและผู้ดีมีตระกูลต้องมาซื้อตั๋วนั่งรถไฟเบียดเสียดกับชาวบ้านทั่วไป มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แค่คิดก็รู้สึกแปลกๆ แล้ว
จางซุนอู๋จี้ยิ้ม "ตู้โดยสารข้างหน้าก็เป็นตู้ที่ซูเฉิงสั่งทำพิเศษนี่นา ในเมื่อเป็นแบบนั้น ก็ทำตู้โดยสารพิเศษให้ข้าสักตู้ด้วยสิ ต่อไปถ้าข้าจะนั่งรถไฟ ข้าก็จะได้นั่งตู้โดยสารพิเศษของตัวเอง"
หลี่จีรีบพยักหน้าเห็นด้วย "วิธีนี้ก็ดีเหมือนกันนะ"
ถ้าใครๆ ก็อยากได้ตู้โดยสารพิเศษ แล้วมันจะไม่วุ่นวายหรือ? ต้องทำตู้โดยสารพิเศษกี่ตู้ถึงจะพอล่ะ? ซูเฉิงคิดแล้วก็รู้สึกปวดหัว
แต่วิธีแก้ปัญหานี้ก็ไม่ได้ยากสำหรับซูเฉิงเลย มันก็เหมือนกับการแบ่งชั้นเฟิร์สคลาสกับชั้นประหยัดไม่ใช่หรือ?
ซูเฉิงยิ้ม "ปัญหานี้แก้ได้ง่ายมากขอรับ ตู้โดยสารแบบนี้เรียกว่าตู้โดยสารธรรมดา แล้วข้าก็จะสั่งทำตู้โดยสารขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง เรียกว่าตู้โดยสารชั้นพิเศษ ตู้โดยสารแบบนี้จะมีที่นั่งน้อยกว่า แต่มีขนาดใหญ่กว่าและสะดวกสบายกว่า แถมยังใช้กระจกทำหน้าต่างด้วย และถ้าหากใครที่ต้องเดินทางโดยมีผู้ติดตามจำนวนมาก ก็สามารถเหมาตู้โดยสารทั้งตู้ไปเลยก็ได้ขอรับ"
จางซุนอู๋จี้ หลี่จี และคนอื่นๆ ได้ยินก็พากันปรบมือชอบใจ "ยอดเยี่ยม! ไอเดียนี้ยอดเยี่ยมมาก!"
หากพวกเขามีธุระต้องเดินทางออกจากเมืองฉางอันด้วยรถไฟ พวกเขาก็สามารถเหมาตู้โดยสารทั้งตู้ หรือจะเหมาหลายตู้เลยก็ยังได้ โดยเฉพาะถ้าต้องพาครอบครัวหรือภรรยาไปด้วย มันก็จะยิ่งสะดวกสบายมากขึ้น
เว่ยเจิงขมวดคิ้วเล็กน้อย "ทำแบบนี้มันจะไม่เป็นการเปล่งพื้นที่ไปหน่อยหรือ? รถไฟมีความสำคัญมาก ทุกพื้นที่บนรถไฟล้วนมีประโยชน์ ไม่ควรปล่อยให้สูญเปล่าเลยนะ!"
ท่านเว่ยจอมพ่นน้ำลายยอมไปนั่งเบียดเสียดกับชาวบ้านทั่วไปในตู้โดยสารเดียวกันได้ แต่พวกเราไม่ยอมหรอกนะ พวกจางซุนอู๋จี้อดไม่ได้ที่จะนินทาอยู่ในใจ ทว่าพวกเขาก็ทำได้แค่นินทาอยู่ในใจเท่านั้น ไม่มีใครยอมปริปากพูดออกมาเลย
เพราะพวกเขาไม่ได้โง่ ต่อให้มีเรื่องอะไรจะพูด เอาไว้ไปคุยกับซูเฉิงเป็นการส่วนตัวก็ได้ ใครจะอยากโดนน้ำลายของเว่ยเจิงสาดกระเซ็นใส่หน้ากันล่ะ?
ซูเฉิงยิ้มอธิบาย "คนที่ต้องใช้บริการรถไฟ สุดท้ายแล้วก็มีจำนวนจำกัด เมื่อสร้างทางรถไฟครบทั้งสี่สายแล้ว มันก็เพียงพอที่จะรองรับการขนส่งทั้งคนและสินค้าได้สบายๆ ส่วนการแบ่งตู้โดยสารออกเป็นตู้โดยสารธรรมดากับตู้โดยสารชั้นพิเศษนั้น ก็ยังมีข้อดีอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือคนที่อยากนั่งตู้โดยสารชั้นพิเศษก็ต้องยอมจ่ายแพงกว่า"
"คนที่อยากนั่งตู้โดยสารชั้นพิเศษส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่ไม่ขัดสนเรื่องเงินทองอยู่แล้ว ดังนั้น เราก็สามารถขูดรีดพวกเขาให้หนักๆ ได้เลย ในทางกลับกัน ราคาของตู้โดยสารธรรมดาก็จะสามารถปรับลดลงมาได้ ซึ่งถือเป็นการคืนกำไรให้แก่ชาวบ้าน"
"และยังมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ วิธีนี้จะช่วยลดปัญหาการกดขี่ข่มเหงชาวบ้านบนรถไฟลงได้มากขอรับ"
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของซูเฉิง เว่ยเจิงก็เริ่มคล้อยตาม ค่าตั๋วรถไฟคงไม่ใช่ถูกๆ ชาวบ้านหลายคนหากต้องนั่งรถไฟก็คงรู้สึกเสียดายเงินอยู่ไม่น้อย
หากเป็นอย่างที่ซูเฉิงว่า การแบ่งตู้โดยสารออกเป็นสองระดับ ตู้โดยสารชั้นพิเศษก็ตั้งราคาให้แพงลิบลิ่ว ส่วนตู้โดยสารธรรมดาก็ตั้งราคาให้ถูกลง แบบนี้ก็ถือว่าเป็นการสร้างประโยชน์ให้แก่ชาวบ้านจริงๆ
นอกจากนี้ การที่ปล่อยให้คนมีเงินยอมจ่ายแพงเพื่อไปนั่งตู้โดยสารชั้นพิเศษ ก็ถือเป็นความสมัครใจของพวกเขาเอง หากใครบ่นว่าแพง ก็แค่ไปนั่งตู้โดยสารธรรมดาที่ราคาถูกกว่าก็สิ้นเรื่อง
และสำหรับชาวบ้านทั่วไป การที่พวกคนรวยไปนั่งตู้โดยสารชั้นพิเศษกันหมด ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกกดขี่ข่มเหง
เว่ยเจิงพยักหน้าเบาๆ "ได้ฟังคำพูดของท่านเพียงหนึ่งประโยค ดีกว่าอ่านตำรามาสิบปี วิธีการของท่านยอดเยี่ยมมาก มันส่งผลดีต่อทั้งคนรวยและส่งผลดีต่อชาวบ้านทั่วไป เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว"
จางซุนอู๋จี้และคนอื่นๆ ได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วย มองว่าสิ่งที่ซูเฉิงพูดมานั้นมีเหตุผล วิธีนี้ถือว่าได้ประโยชน์สองต่อจริงๆ
ส่วนเรื่องที่ซูเฉิงบอกว่าจะตั้งราคาตู้โดยสารชั้นพิเศษให้แพงลิบลิ่ว เพื่อจะได้ขูดรีดให้หนักๆ นั้น พวกเขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด
จะแพงสักแค่ไหนเชียว?
(จบแล้ว)