- หน้าแรก
- พงศาวดารการ์ดพลิกชะตาโลก
- บทที่ 4: เคล็ดวิชาอัศวินสากล
บทที่ 4: เคล็ดวิชาอัศวินสากล
บทที่ 4: เคล็ดวิชาอัศวินสากล
ฉู่หมิงเดินผ่านโถงทางเดินอันสลัวและก้าวออกจากป้อมปราการบารอน มุ่งหน้าไปสู่แสงสว่าง
บนท้องถนน ชาวบ้านผู้ซูบผอมและมีใบหน้าหมองคล้ำในชุดผ้าป่านหยาบกร้านหลายคนกำลังเร่งรีบเดินไปมา ย่ำเท้าลงบนโคลนสีดำ
เมื่อมองไปทั้งสองข้างทาง บ้านเรือนที่พักอาศัยโดยรอบล้วนสูงต่ำไม่เท่ากันและตั้งอยู่อย่างสะเปะสะปะ ราวกับว่าไม่ได้มีการวางแผนใดๆ ไว้เลยในตอนที่เริ่มก่อสร้าง
เมื่อเห็นฉู่หมิงปรากฏตัว ชาวบ้านในละแวกนั้นก็รีบโค้งคำนับด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง
"อรุณสวัสดิ์ขอรับ นายน้อยแอนดรูว์"
ฉู่หมิงไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆ แทบไม่อาจสังเกตเห็น จากนั้นจึงเดินไปยังคอกม้า จูงม้าสีดำท่าทางแข็งแรงออกมา แล้วควบทะยานไปยังลานฝึกซ้อมนอกเมือง
หลังจากออกจากเมือง ทิวทัศน์ภายนอกก็เผยให้เห็นความรกร้างว่างเปล่า
รอบทุ่งข้าวสาลีมีซากอาคารผุพังอยู่เต็มไปหมด โรงสีและบ้านไร่หลายแห่งที่ถูกสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดจู่โจมยังไม่ได้รับการซ่อมแซมและถูกทิ้งร้างไว้ชั่วคราว
ยามนี้เป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง และด้วยฝนที่ตกปรอยๆ ติดต่อกันหลายวัน กีบเท้าของม้าจึงสาดกระเซ็นน้ำคลำและโคลนสกปรกขึ้นมาอย่างง่ายดายยามเหยียบย่ำลงบนถนน
เพื่อเห็นแก่ชาวบ้านที่เดินอยู่ริมทาง ฉู่หมิงจึงจงใจชะลอฝีเท้าม้าลง
โคลนที่คิดว่าจะสาดกระเซ็นกลับไม่เกิดขึ้น ชาวนาหลายคนมองเขาด้วยความประหลาดใจ ต่างเงยหน้าขึ้นมองตามแผ่นหลังของฉู่หมิงที่ควบม้าจากไป
หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง ในที่สุดเขาก็ขี่ม้าผ่านพื้นที่เพาะปลูกและมาถึงลานฝึกซ้อมริมป่า
"ฮ่าห์! ฮ่าห์!"
เสียงการฝึกซ้อมดังก้องไปทั่วลาน อัศวินหลายนายในชุดเสื้อแขนสั้นลำลองกำลังหลั่งเหงื่อชุ่มโชก
ทางด้านบารอนฮาโรลด์ เขากำลังจับจ้องเหล่าอัศวินด้วยสายตาเข้มงวด ราวกับพร้อมที่จะตวาดด่าทอทันทีหากพวกเขาทำผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย
หลังจากผูกม้าเสร็จ ฉู่หมิงก็ไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะการฝึกของเหล่าอัศวินอย่างบุ่มบ่าม แต่กลับยืนรออยู่ด้านนอกลานฝึกอย่างอดทน
ผ่านไปครู่หนึ่ง ภายใต้สายตาของเหล่าอัศวินที่ลอบมองมาบ่อยครั้ง ในที่สุดบารอนฮาโรลด์ก็สังเกตเห็นเขา
เมื่อเห็นบุตรชายที่ตนสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของอัศวินมาปรากฏตัวที่ลานฝึก สัญชาตญาณแรกของเขาคือการระเบิดอารมณ์โกรธ ทว่าเมื่อนึกขึ้นได้ว่าแอนดรูว์เพิ่งจะฟื้นตัวจากอาการป่วยหนัก เขาจึงทำได้เพียงฝืนใจเดินเข้าไปหาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
"แอนดรูว์ พ่อเคยพูดว่าอย่างไร พ่อไม่ได้บอกหรอกหรือว่าห้ามเข้าใกล้ลานฝึกซ้อม"
น้ำเสียงเชิงตำหนิของบารอนฮาโรลด์ดังกระทบหูฉู่หมิง ทว่าเขายังคงท่าทีสงบไม่แข็งกร้าวและไม่อ่อนข้อ เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นบิดา
"ท่านพ่อ ข้าอยากเป็นอัศวิน"
"เป็นไปไม่ได้!"
บารอนฮาโรลด์ปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องคิด
ขณะที่เขากำลังจะสั่งสอน "แอนดรูว์" ฉู่หมิงก็กล่าวถ้อยคำแทงใจดำขึ้นมา
"ท่านพ่อที่รัก ท่านปรารถนาจะเห็นข้านั่งรอความตายอย่างสูญเปล่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดอย่างนั้นหรือ"
แววตาของบารอนฮาโรลด์สั่นไหวเล็กน้อย และขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธอีกครั้ง ฉู่หมิงก็พูดแทรกขึ้น
"โปรดให้โอกาสข้าเถิด หากข้าไม่มีพรสวรรค์ที่จะเป็นอัศวินจริงๆ ข้าจะยอมล้มเลิกไปเอง"
"เรื่องนี้..."
บารอนฮาโรลด์มีท่าทีโอนอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด อันที่จริง เขาไม่เชื่อหรอกว่าบุตรชายที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจจะมีความพากเพียรพอที่จะเป็นอัศวินได้
การจะเป็นอัศวินที่ยอดเยี่ยมได้นั้น พรสวรรค์และความพยายามล้วนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
และแอนดรูว์ก็ไม่มีสิ่งใดเลย
ในเมื่อแอนดรูว์ดึงดันถึงเพียงนี้ บางทีการปล่อยให้เขาได้ลิ้มรสความยากลำบากเสียบ้าง อาจจะทำให้เขายอมถอยไปเอง
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง บารอนฮาโรลด์ก็หยิบม้วนกระดาษม้วนหนึ่งออกมาจากเข็มขัดแล้ววางลงบนฝ่ามือของแอนดรูว์
"นี่คือเคล็ดวิชาอัศวินสากล ซึ่งเป็นรากฐานพลังของอัศวิน"
"พ่อจะให้เวลาเจ้าหนึ่งเดือน หากเจ้าไม่สามารถฝึกฝนจนถึงขั้นเริ่มต้นได้ ก็จงรีบตัดใจเสียแต่เนิ่นๆ"
"และตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป มารวมตัวที่ลานฝึกตอนตีห้า อย่าลืมเสียล่ะ"
พูดจบ บารอนฮาโรลด์ก็หันหลังเดินกลับไปที่ลานฝึกโดยไม่เหลียวมองอีก
เมื่อมองดูแผ่นหลังของชายวัยกลางคนที่เดินจากไป ฉู่หมิงก็เปิดพงศาวดารแห่งกาลเวลา รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า
【เคล็ดวิชาอัศวินสากล】
【ระดับคุณภาพ: สีเทา (สีขาว, สีเทา, สีเขียว, สีฟ้า, สีม่วง, สีแดง, สีทอง)】
【ทักษะ: เสริมพลังชีวิต (ระดับกลาง)】
ทันทีที่ม้วนกระดาษหนังตกถึงมือฉู่หมิง เขาก็สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวจากพงศาวดารแห่งกาลเวลา
เป็นไปตามคาด ถัดจากหน้าการ์ดของแอนดรูว์ การ์ดที่มีชื่อว่า 【เคล็ดวิชาอัศวินสากล】 ได้ปรากฏขึ้น
"คิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งของที่ได้รับในต่างโลกจะสามารถถูกบันทึกลงในพงศาวดารแห่งกาลเวลาในรูปแบบของการ์ดได้ด้วย"
"นั่นไม่ได้หมายความว่า ฉันสามารถรวบรวมการ์ดได้มากขึ้นจากการสั่งสมประสบการณ์ในต่างโลกหรอกหรือ"
ฉู่หมิงเก็บพงศาวดารแห่งกาลเวลา มองหาต้นไม้สักต้น แล้วทรุดตัวลงนั่งครุ่นคิด
"จากพรสวรรค์และศักยภาพโดยกำเนิดของแอนดรูว์ เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะฝึกฝนเคล็ดวิชาอัศวินสากลจนถึงขั้นเริ่มต้นได้ภายในหนึ่งเดือน"
"ดูเหมือนว่าบารอนฮาโรลด์จะจงใจสร้างความลำบาก เพราะไม่อยากให้แอนดรูว์เป็นอัศวิน"
"เห็นทีฉันคงต้องพึ่งพาพลังของพงศาวดารแห่งกาลเวลาเสียแล้ว"
ถึงแม้ว่าพงศาวดารแห่งกาลเวลาจะมีข้อจำกัดมากมาย และไม่สามารถบันทึกเหตุการณ์ที่ขัดแย้งกับตรรกะของต่างโลกอย่างสิ้นเชิงได้ อย่างเช่นการที่แอนดรูว์ตกใจกลัวจนทะลวงจุดชีพจรและกลายเป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้
ทว่าบางครั้งความสำเร็จของอัจฉริยะก็ต้องการโชคช่วยสักเล็กน้อย
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ฉู่หมิงจึงเปิดพงศาวดารแห่งกาลเวลาขึ้นมาอีกครั้งและจรดปลายปากกาเขียนลงไปว่า:
【ในปีที่แปดพันสี่ร้อยสิบสองแห่งยุคมืด แอนดรูว์และบารอนฮาโรลด์ตกลงกันว่าแอนดรูว์จะต้องฝึกเคล็ดวิชาอัศวินสากลให้สำเร็จขั้นเริ่มต้นภายในหนึ่งเดือน เด็กหนุ่มหมั่นฝึกฝนอย่างหนัก จู่ๆ ความคิดสร้างสรรค์ก็สว่างวาบขึ้นในหัว ทำให้เขาโชคดีบรรลุขั้นเริ่มต้นได้ในที่สุด】
เมื่อยกปากกาขนนกออกจากหน้ากระดาษ ตัวอักษรที่เขาเพิ่งเขียนลงไปก็เริ่มสั่นไหว
ฉู่หมิงจับจ้องตัวอักษรที่กำลังดิ้นรนเหล่านั้นด้วยความประหม่า และในตอนที่เขาคิดว่าการเขียนครั้งนี้จะล้มเหลว ตัวอักษรก็เปล่งประกายสีทองและก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจริงๆ
"สำเร็จแล้ว!"
"เป็นอย่างที่คิดไว้ มีเพียงสิ่งนามธรรมอย่างโชคและแรงบันดาลใจเท่านั้นที่สามารถหลุดพ้นจากข้อจำกัดของตรรกะทางประวัติศาสตร์ได้"
หากสถานะการเขียนอนุญาตให้เขาเคลื่อนไหวได้อย่างจำกัด ทีละก้าว ภายในเส้นทางประวัติศาสตร์ที่ถูกกำหนดไว้
เช่นนั้นการจงใจเขียนลงไปแบบนี้ ก็เทียบเท่ากับการอนุญาตให้เขากระโดดข้ามข้อจำกัดต่างๆ และมอบสูตรโกงให้กับบุคคลในประวัติศาสตร์โดยตรง
ฉู่หมิงถอนหายใจอยู่หลายครั้ง จากนั้นก็รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามา ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าร่างกายเนื้อในโลกแห่งความเป็นจริงต้องการการพักผ่อน
"ประวัติศาสตร์ได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว ตัวละครจะดำเนินไปตามประวัติศาสตร์ที่ฉันได้เขียนไว้"
"ดังนั้น ตอนนี้ฉันสามารถออกจากสถานะการเขียนไปพักผ่อนได้สักระยะ และปล่อยให้การ์ดทำการฝึกฝนด้วยตัวมันเอง"
ฉู่หมิงกุมพงศาวดารแห่งกาลเวลาไว้ เพียงแค่ตั้งจิต ทิวทัศน์รอบคอบก็เริ่มสั่นไหว
วินาทีหนึ่งเขาเพิ่งจะอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่นอกลานฝึกซ้อม แต่วินาทีถัดมาเขากลับมาอยู่ในห้องนอนของตัวเอง
เบื้องหน้าของเขา พงศาวดารแห่งกาลเวลาลอยอยู่กลางอากาศ และปากกาขนนกกำลังเขียนเนื้อหาที่ฉู่หมิงเพิ่งจะเขียนไปซ้ำอีกครั้งโดยอัตโนมัติ
เมื่อปลายปากกาหยุดลง กระบวนการทางประวัติศาสตร์น่าจะรุดหน้าไปถึงหนึ่งเดือนให้หลังแล้ว
"ดูเหมือนว่าฉันไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรในตอนนี้ ขอตัวไปพักผ่อนให้เต็มอิ่มก่อนดีกว่า"
ฉู่หมิงเหลือบมองนาฬิกาในโลกความเป็นจริงซึ่งบอกเวลาตีสาม เขาล้มตัวลงนอนบนเตียงและเข้าสู่ห้วงนิทราอันลึกล้ำ
เที่ยงวันรุ่งขึ้น เขาตื่นขึ้นจากการหลับใหลในยามที่ดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่กลางฟ้า
หลังจากล้างหน้าล้างตาและจัดการอาหารมื้อเที่ยงอย่างรวดเร็ว เขาก็กลับมาอยู่เบื้องหน้าพงศาวดารแห่งกาลเวลาและเข้าสู่สถานะการเขียนอีกครั้ง
เมืองอสรพิษทมิฬ ลานฝึกซ้อม
ฉู่หมิงกลับเข้าควบคุมร่างกายของแอนดรูว์ และขณะที่เขากำลังจะขยับตัว ความทรงจำใหม่ก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา "แอนดรูว์ร่างจักรกล" ได้ขยันขันแข็งทุกวัน ตื่นเช้ากว่าไก่และนอนดึกกว่าสุนัข มุ่งมั่นเดินทางไปที่ลานฝึกเพื่อบ่มเพาะเคล็ดวิชาอย่างไม่ย่อท้อ
ทว่าพรสวรรค์และศักยภาพของแอนดรูว์นั้นอ่อนด้อยเกินไป ทำให้เป็นการยากที่เขาจะเข้าใจถึงจุดสำคัญต่างๆ ความคืบหน้าตลอดทั้งเดือนจึงมีจำกัด
กระนั้น ความขยันหมั่นเพียรและความไม่ยอมแพ้ของเขาก็สามารถซื้อใจบารอนฮาโรลด์และเหล่าอัศวินที่ลานฝึกได้สำเร็จ
"ท้ายที่สุดแล้ว พรสวรรค์ของเขาก็ยังไม่ถึงเกณฑ์อยู่ดี"
บารอนฮาโรลด์ถอนหายใจ รู้สึกทั้งผิดหวังและโล่งใจเล็กน้อยอยู่ลึกๆ
อัศวินที่อยู่ตรงนั้นก็แสดงความเสียดายเช่นกัน:
"น่าเสียดายจริงๆ นายน้อยแอนดรูว์เป็นอัศวินที่ขยันขันแข็งที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมาเลย"
"นั่นสิ ถ้าข้ามีความพากเพียรขนาดนั้น ท่านฮาโรลด์คงส่งข้าไปเรียนที่สถาบันอัศวินตั้งนานแล้ว ฮ่าๆๆ..."
"แอนดรูว์ เจ้าล้มเหลวแล้ว" บารอนฮาโรลด์เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้า "แอนดรูว์" มองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย "ถึงเวลาต้องตัดใจจากเส้นทางสายอัศวินแล้วล่ะ"
"ไม่หรอกท่านพ่อ เวลาตอนนี้กำลังพอดีเลยล่ะ"
ฉู่หมิงที่ได้สติกลับคืนมาหัวเราะเบาๆ ปักดาบเหล็กของตนลงในโคลน แล้วยืดตัวขึ้นตรง
ทันใดนั้น แรงบันดาลใจก็พรั่งพรูดุจเกลียวคลื่น จุดบอดหลายแห่งในเคล็ดวิชาที่เขาเคยไม่เข้าใจกลับกระจ่างชัดขึ้นมาในพริบตา
เพียงไม่กี่วินาที เขาก็บรรลุขั้นเริ่มต้นของเคล็ดวิชาได้สำเร็จ!
ร่างที่ยืดตรงของฉู่หมิงพลันส่งเสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบ เลือดลมสายใหม่ส่งเสียงคำรามขณะไหลเวียนไปทั่วร่าง
ทันใดนั้น หัวใจของเขาก็เต้นแรงประดุจเสียงกลองรัว คลื่นที่มองไม่เห็นแผ่ซ่านออกจากร่างกาย พัดฝุ่นผงให้ปลิวว่อนขึ้นมาเป็นระลอก