เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 - เมืองหลวงพลิกผันกะทันหัน

บทที่ 45 - เมืองหลวงพลิกผันกะทันหัน

บทที่ 45 - เมืองหลวงพลิกผันกะทันหัน


จักรพรรดิอู่เต๋อผุดลุกขึ้นยืนด้วยสีพระพักตร์เรียบเฉย กวาดสายตาเย็นชามองดูทุกคน

จากนั้น สายตาอันเยียบเย็นก็หยุดลงที่ใบหน้าของเยว่เกาหยาง

"ในเมื่อเจ้าไม่อยากรับตำแหน่งหัวหน้านี้แล้ว ก็ไม่ต้องทำอีกต่อไป! เจิ้นเห็นแก่ที่เจ้าแก่ชรา อนุญาตให้เจ้ากลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านเกิดได้!"

ท่านราชครูเฒ่าวัยเจ็ดสิบสอง: ???

อัครมหาเสนาบดีวัยหกสิบแปด: ???

เยว่เกาหยางวัยเพิ่งห้าสิบสอง: ???

ในวันนั้นเอง เยว่เกาหยาง หัวหน้ากั๋วจื่อเจี้ยน ก็เดินทางกลับบ้านด้วยความงุนงง ร่ำสุราดับทุกข์ไปหลายจอก!

เสียใจเจียนตาย!! สบถด่าทออย่างเกรี้ยวกราด!

มีผู้รู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า คืนนั้นใต้เท้าเยว่ร่ำสุราอยู่ที่บ้าน พลางตะโกนเรียกชื่อเต็มขององค์จักรพรรดิ

ด่าทอจักรพรรดิจ้าวเจิ้งหยวนจนเละเทะไม่มีชิ้นดี

หลังจากสร่างเมา สิ่งแรกที่เยว่เกาหยางลืมตาตื่นขึ้นมาเห็น กลับไม่ใช่ฮูหยินที่เขาเบื่อขี้หน้ามานานแสนนาน!

และไม่ใช่อนุภรรยารูปงามดั่งบุปผาของเขา อีกทั้งไม่ใช่พวกลูกชายอกตัญญูของเขาด้วย!

เยว่เกาหยางขยี้ตาแรงๆ หลายครั้ง ในที่สุดก็กระเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง

"ฝะ... ฝ่าบาท?"

จ้าวเจิ้งหยวนกำลังทำหน้าถมึงทึง มองดูกระดาษที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น!

บนกระดาษเหล่านั้น วาดรูปขีดเขียนอย่างสะเปะสะปะ และยังเขียนชื่อเต็มของพระองค์เอาไว้อีกด้วย

พอมองดูให้ดีๆ บนนั้นวาดรูปเต่าอยู่ตัวหนึ่ง....

เยว่เกาหยางตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง กระโจนลงจากเตียง คว้ากระดาษรูปเต่าแผ่นนั้นยัดเข้าปากคำโต

"อื้อ... อื้อ.. แค่กๆๆ...."

กระดาษมีอยู่ไม่น้อย ทำเอาเยว่เกาหยางสำลักจนตาเหลือก

แต่พอนึกถึงเต่าบนกระดาษแผ่นนั้น เขาก็ไม่อาจเก็บหลักฐานมัดตัวที่จะทำให้ถูกประหารเก้าชั่วโคตรชิ้นนี้ไว้ได้ จึงต้องฝืนกลืนมันลงคออย่างเอาเป็นเอาตาย!

จักรพรรดิอู่เต๋อ: ....

จู่ๆ พระองค์ก็รู้สึกว่าเยว่เกาหยางผู้นี้ดูท่าทางไม่ค่อยฉลาดสักเท่าไหร่

หากไม่เป็นเพราะเขายังมีประโยชน์ พระองค์คงปล่อยให้ไอ้หลานเต่าผู้นี้สำลักตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด

จักรพรรดิอู่เต๋อถอนหายใจ รินน้ำให้เขาดื่ม แล้วลูบหลังให้เบาๆ

หลังจากนั้น กษัตริย์และขุนนางก็สนทนากันอยู่ในห้องนั้นเกือบสองชั่วยาม

จากนั้น จักรพรรดิอู่เต๋อจึงลอบเสด็จกลับอย่างเงียบเชียบ!

เมื่อฮ่องเต้จากไป แววตาของเยว่เกาหยางก็กลับมาแจ่มใส สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี

เขาก็ว่าแล้วเชียว เรื่องราวทั้งหลายไม่อาจมองเพียงแค่เปลือกนอกได้!!

การแสดงงิ้ว ย่อมต้องแสดงให้สมจริงสมจัง!

หลังจากนั้น เยว่เกาหยางก็ยังคงสร้างเรื่องน่าอับอายขายหน้าในบ้านอีกมากมาย และก็มีคนไม่น้อยที่ช่วยทูลขอความเมตตาให้เขา

แต่ก็มีคนอีกจำนวนมากกว่า ที่คอยซ้ำเติมเมื่อเห็นเขาตกต่ำ ถึงขั้นพยายามยัดเยียดข้อกล่าวหาต่างๆ นานา

แม้แต่งานแต่งงานของบุตรชายคนเล็กของเยว่เกาหยาง ทางฝ่ายหญิงก็ยังฉวยโอกาสแอบมาขอถอนหมั้นกลางดึก

รวมถึงงานแต่งของบุตรสาวคนเล็กของเยว่เกาหยาง ที่เดิมทีมีเค้าลางว่าจะลงเอยด้วยดี

มาบัดนี้ อีกฝ่ายกลับหลบเลี่ยงไม่ยอมพบหน้า!

ฮูหยินเฒ่าเยว่โกรธจัดจนด่าทอเยว่เกาหยางไปชุดใหญ่!

สามวันต่อมา คนตระกูลเยว่ส่วนหนึ่งได้ติดตามเยว่เกาหยางเดินทางออกจากเมืองหลวงเพื่อกลับไปยังบ้านเกิด!

ทว่า เจ็ดวันให้หลัง กลับมีเรื่องใหญ่ที่ทำให้ราชสำนักต้องสะเทือนเลื่อนลั่นอีกครั้ง!

อดีตหัวหน้ากั๋วจื่อเจี้ยนถูกลอบสังหารระหว่างทางออกจากเมืองหลวง เสียชีวิตแล้ว!

ทันทีที่ข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป ก็สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทั้งราชสำนัก!

เยว่เกาหยาง ผู้ที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างสูง เอ่อ แม้ว่าอารมณ์จะร้ายกาจไปสักหน่อย!

แต่เยว่เกาหยางคือผู้ที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาได้บริหารจัดการกั๋วจื่อเจี้ยนเป็นอย่างดี

ได้ผลิตบุคลากรชั้นยอดให้แก่ประเทศชาติมากมายเพียงใดก็ไม่ต้องพูดถึง

เขายังเคยอบรมสั่งสอนองค์ชายหลายพระองค์ หรือแม้กระทั่งพระราชนัดดาในปัจจุบันด้วยซ้ำ!

ลูกหลานขุนนางไม่น้อย หรือแม้แต่ผู้มีความสามารถจากทั่วสารทิศ ล้วนเคยได้รับการสั่งสอนจากเขาทั้งสิ้น

ข้อกล่าวหาบนท้องพระโรงเหล่านั้น ส่วนใหญ่เป็นเพียงเรื่องหยุมหยิมเล็กน้อยเท่านั้น!

ผู้อาวุโสที่ไม่แก่งแย่งชิงดี มุ่งมั่นทำเพื่อประเทศชาติเช่นนี้ กลับยังมีคนทนดูเขาไม่ได้เชียวหรือ!!

ชั่วข้ามคืนเดียว กรมตรวจการได้ถวายฎีกาฟ้องร้องถึงเจ็ดสิบสองฉบับ

บรรดาขุนนางที่เคยถวายฎีกาฟ้องเยว่เกาหยาง ล้วนถูกฟ้องร้องกลับจนไม่มีชิ้นดี!

ขุนนางผู้ที่เคยฟ้องว่าเยว่เกาหยางปลดทุกข์ริมถนน ถึงกับถูกเหล่าลูกศิษย์ของเยว่เกาหยางไปดักรอที่หน้าประตูบ้าน!

บรรดาศิษย์ที่กำลังโกรธแค้นต่างพากันสาบาน!

พวกเขาจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเฝ้าจับตาดูบ้านของขุนนางผู้นั้น หากคนในบ้านแม้แต่คนเดียว มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแม้แต่น้อย พวกเขาจะไปฟ้องร้องต่อกรมตรวจการทันที!

ขุนนางคนอื่นๆ ที่เคยเหยียบย่ำเยว่เกาหยาง ก็ถูกด่าทอจนเละเทะไม่แพ้กัน

นอกจากการออกว่าราชการแล้ว พวกเขาก็ทำได้เพียงหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านเท่านั้น!

หลังจากที่ตระกูลเยว่ประสบเคราะห์กรรม ข่าวเรื่องการถอนหมั้นก็ไม่รู้ว่าถูกใครปล่อยออกมา!

บรรดาศิษย์ในเมืองหลวงและประชาชนทั่วไป ยิ่งรู้สึกโกรธแค้นและเวทนามากยิ่งขึ้น!

ผู้ที่มาถอนหมั้นกับตระกูลเยว่ ก็คือครอบครัวของหยวนไว่หลางแห่งกรมพระคลัง

จักรพรรดิอู่เต๋อทรงกริ้วจัด ถึงขั้นสั่งลดขั้นขุนนางผู้นั้นทันที!

สำหรับคดีลอบสังหารอดีตหัวหน้ากั๋วจื่อเจี้ยน ราชสำนักได้ลงมือจัดการอย่างรวดเร็วฉับไว!

และสามารถสืบสวนพบเบาะแสมากมายในเวลาอันสั้น!

จักรพรรดิอู่เต๋อได้แสดงความโหดเหี้ยมเด็ดขาดเฉกเช่นในอดีตออกมาให้เห็นอีกครั้ง พระองค์ตรัสเพียงคำเดียวว่า ประหาร!

เพียงสามวันเท่านั้น ศีรษะของคนนับสิบก็หลุดออกจากบ่ากลางเมืองหลวง!

บัณฑิตและราษฎรต่างปรบมือโห่ร้องด้วยความสะใจ!

ขุนนางบางส่วนเริ่มกลับมาครุ่นคิดทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง แม้ว่าเยว่เกาหยางจะตายไปแล้ว

แต่ตำแหน่งของเขาในพระทัยของฮ่องเต้เฒ่า กลับยังคงทำให้พวกเขาหวาดหวั่นพรั่นพรึง

และเยว่เกาหยางยังมีกลุ่มลูกศิษย์อีกมากมาย

ดูท่าแล้ว คนตระกูลเยว่ที่ยังหลงเหลืออยู่ในเมืองหลวง คงไม่อาจไปล่วงเกินได้ง่ายๆ เสียแล้ว!

เวลานี้ รัชทายาทและอ๋องอันต่างก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ กระสับกระส่ายไปมา!

นั่นก็เพราะว่า คนที่เสด็จพ่อสั่งประหารไปนั้น แท้จริงแล้วคือคนของพวกเขา....

บางที เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ อาจเป็นเพียงการตักเตือนเล็กๆ น้อยๆ จากองค์ฮ่องเต้!

การซ่องสุมกำลังเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน สมควรตาย!!

เพียงแต่ พวกเขาไม่เข้าใจว่า เหตุใดจักรพรรดิเฒ่าจึงต้องใช้เยว่เกาหยางเป็นเครื่องสังเวยด้วย!

เรื่องนี้ ทำให้ขุนนางทั้งราชสำนักต่างงุนงงสงสัยไปตามๆ กัน!

ถึงขั้นกลายเป็นหนึ่งในสิบปริศนาลี้ลับของแคว้นต้ายวนเลยทีเดียว!

"ว่าด้วยเหตุใดจ้าวเจิ้งหยวนจึงแตกหักกับสหายเก่าในชั่วข้ามคืน!"

ภายในหมู่บ้านตระกูลหวัง!

ซ่งยวนกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนบทความ!

บทความชิ้นนี้ เป็นบทความที่อธิบายถึงวิธีทำปูนซีเมนต์และการใช้งานอย่างละเอียด!

ฉบับที่จะส่งถวายราชสำนัก ซ่งยวนได้มอบให้หลิวหย่งไปแล้ว!

แต่ซ่งยวนรู้ดีว่า ประโยชน์ของปูนซีเมนต์ ไม่ได้มีแค่การนำมาปูถนนเท่านั้น!

การสร้างบ้านเรือน หรือแม้แต่ในทางการทหาร ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมหาศาล!!

ที่สำคัญที่สุดคือ เขารู้ดีว่าตระกูลซูผู้นั้นจะไม่มีวันยอมรามือเป็นแน่!

เขาจำเป็นต้องมีของดีมากพอ ที่จะทำให้เจ้าเมืองชิงโจวและหลิวหย่ง ยอมทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อปกป้องชีวิตของเขา!!

ซ่งยวนเพิ่งจะเขียนเสร็จและบิดขี้เกียจไปมา ก็เห็นเสิ่นจงเดินตรงเข้ามาหา

"เสี่ยวยวนเอ๊ย สถานที่สำหรับทำโรงงานเนื้อพะโล้เลือกไว้เรียบร้อยแล้วนะ อยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านนี่เอง!"

เสิ่นจงมีหัวการค้ามากกว่าที่ซ่งยวนคาดคิดไว้เสียอีก ธุรกิจเนื้อพะโล้ถูกเขาบริหารจนเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟู!

สูตรเนื้อพะโล้นั้น เขายังนำไปขายให้พ่อค้าต่างถิ่นได้อีกหลายฉบับ!

แม้ว่าในตัวอำเภอจะมีคนทำเลียนแบบ แต่รสชาติกลับยังห่างชั้นกันอยู่มากนัก!

ซ่งยวนพยักหน้า แล้วเดินตามเสิ่นจงไปเดินดูรอบๆ!

"ท่านอา ข้าไม่มีความเห็นขัดข้องใดๆ หรอกครับ ท่านอาบริหารจัดการธุรกิจเนื้อพะโล้ได้ดีเยี่ยมถึงเพียงนี้ ท่านเห็นสมควรเช่นไรก็จัดการได้เลย!"

เสิ่นจงตบไหล่ซ่งยวน

"เจ้าเด็กคนนี้ เดี๋ยวนี้หัดทำตัวเป็นเถ้าแก่ใหญ่ชี้นิ้วสั่งงานแล้วนะ! การเป็นคนน่ะ ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมรู้จักระวังตัวบ้าง! เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะฮุบสูตรเนื้อพะโล้นี้ไว้เป็นของตัวเองหรืออย่างไร?"

ซ่งยวนฉีกยิ้มอย่างจริงใจ

"ท่านอาไม่ทำเช่นนั้นหรอกครับ!!"

ความจริงแล้วซ่งยวนอยากจะพูดว่า!

สิ่งที่เขาให้ไปได้ เขาก็ย่อมมีปัญญาทวงคืนกลับมาได้เช่นกัน!

ภายในใจเขามีบัญชีแค้นอยู่เล่มหนึ่ง ใครที่กล้ามาหาเรื่องเขา เขาจะตามชำระแค้นให้หมดสิ้น!

ยกตัวอย่างเช่นไอ้ล่ายจื่อ!

ซ่งยวนเพียงแค่เกริ่นกับนายอำเภอหลิวไปประโยคเดียว

วันรุ่งขึ้น ไอ้ล่ายจื่อก็กินของสกปรกในคุกจนเป็นโรคบิด!

ได้ยินมาว่า ใกล้จะสิ้นใจอยู่รอมร่อแล้ว...

เขา ซ่งยวน ไม่เคยเป็นคนใจอ่อนเมตตาปรานีอยู่แล้ว!

ธุรกิจเนื้อพะโล้นี้ เขาไม่อยากจะเข้าไปวุ่นวายแม้แต่น้อย!

ขอเพียงแค่เสิ่นจงแบ่งเงินส่วนแบ่งให้เขาทุกเดือนก็พอแล้ว!

หลังจากเดินออกมาจากโรงงานเนื้อพะโล้ ซ่งยวนก็แวะไปที่โรงเลี้ยงกระต่ายอีกแห่งหนึ่ง

อู๋เสี่ยวหู่และพี่น้องตระกูลจางกำลังช่วยกันทำความสะอาดมูลกระต่าย!

มูลกระต่ายเหล่านี้ ทำความสะอาดแล้วก็ไม่ได้เอาไปทิ้งหรอกนะ ล้วนเป็นปุ๋ยคอกชั้นดีทั้งสิ้น!

เมื่อเห็นซ่งยวน ทั้งสามคนก็รีบวิ่งเข้ามาห้อมล้อม

"พี่ใหญ่ยวน ท่านรีบมาดูนี่สิ วันนี้มีลูกกระต่ายเกิดใหม่อีกหกตัวแล้วนะ!"

อู๋เสี่ยวหู่พูดด้วยความตื่นเต้น

"เมื่อวานท่านอาเสิ่นแนะนำร้านอาหารมาให้ร้านหนึ่ง พวกเขาต้องการสั่งซื้อเนื้อกระต่ายจากพวกเราด้วยล่ะ!!"

ซ่งยวนมองดูกรงกระต่ายที่สะอาดสะอ้าน และหญ้าสดใหม่ ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

บัดนี้ โรงเลี้ยงกระต่ายแห่งนี้ มีกระต่ายเกือบหกสิบตัวแล้ว!

ไอ้สัตว์พวกนี้ มันช่างออกลูกเก่งเสียจริงๆ!!

ซ่งยวนกำชับกับทั้งสองคน

"ตอนนี้กระต่ายมีจำนวนมากแล้ว ห้ามให้คนแปลกหน้าเข้าออกตามอำเภอใจเด็ดขาด! ปกติก็ให้โรยขี้เถ้าไม้กับปูนขาวให้มากๆ หน่อย"

สิ่งเหล่านี้พอจะช่วยในการฆ่าเชื้อโรคได้บ้างระดับหนึ่งแล้ว!

หลังจากเดินตรวจตราจนทั่ว ซ่งยวนก็กำลังจะกลับไปอ่านหนังสือ แต่กลับได้ยินชาวบ้านพูดกันว่า มีคนเป็นลมล้มพับอยู่หน้าหมู่บ้าน

ชาวบ้านหลายคนแห่กันไปดูเรื่องสนุก ซ่งยวนก็เลยตามไปดูด้วย

ผลปรากฏว่า พอไปถึงหน้าหมู่บ้าน เขาก็บังเอิญเจอกับเสิ่นฉางชิงที่ออกมาดูเรื่องสนุกเหมือนกัน

สองศิษย์อาจารย์หันหน้าหนีกันอย่างรู้ใจ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 45 - เมืองหลวงพลิกผันกะทันหัน

คัดลอกลิงก์แล้ว