- หน้าแรก
- เกิดใหม่ชาตินี้ ข้าขอเป็นปราชญ์อันดับหนึ่ง
- บทที่ 46 - เสิ่นฉางชิงได้ท่านลุงรองเพิ่มมาอีกคน
บทที่ 46 - เสิ่นฉางชิงได้ท่านลุงรองเพิ่มมาอีกคน
บทที่ 46 - เสิ่นฉางชิงได้ท่านลุงรองเพิ่มมาอีกคน
"โธ่เอ๊ย ตาเฒ่าผู้นี้ ช่างน่าเวทนาเสียจริง... จุ๊ๆ ดูสิ รองเท้าฟางก็ขาดวิ่นหมดแล้ว"
"ใครว่าไม่จริงเล่า.... มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนไร้ญาติขาดมิตร แล้วเช่นนี้จะทำอย่างไรดีเล่า...."
ชาวบ้านต่างส่งเสียงเซ็งแซ่ พลางมุงดูชายชราที่นอนหมดสติอยู่หน้าหมู่บ้าน
ซ่งยวนแหวกฝูงชนเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบชายชราสวมเสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่งนอนอยู่หน้าหมู่บ้านด้วยสีหน้าเจ็บปวดทรมาน
ทุกคนต่างรู้สึกเวทนาชายชราผู้นี้ บ้างก็กลับไปเอาน้ำ บ้างก็ไปหาเสบียงแห้งมาให้
มีเพียงซ่งยวนที่ขมวดคิ้วมุ่น
ชายชราผู้นี้แม้จะสวมเสื้อผ้าขาดวิ่น ทว่าเนื้อหนังบนใบหน้ากลับมีไม่น้อย! รองเท้าแม้จะขาด แต่เท้าก็ดูไม่เหมือนคนที่เดินทางไกลมาเป็นประจำ
ซ่งยวนลูบปลายคาง จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้น
"ทุกคนระวังตัวด้วย! เมื่อวานข้าเพิ่งได้ยินท่านนายอำเภอหลิวบอกว่า ช่วงนี้มีกลุ่มโจรป่าออกอาละวาดอยู่แถวนี้ ไม่แน่ว่าตาเฒ่าผู้นี้อาจจะเป็นสายสืบที่พวกโจรป่าส่งมาดูลาดเลาก็เป็นได้!"
เยว่เกาหยางที่กำลังแกล้งตาย: ???
เมื่อชาวบ้านได้ยินว่าเป็นโจรป่า ก็ตกใจจนถอยกรูดไปหลายก้าว
ยายเฒ่าคนหนึ่งถึงกับเอาไม้เท้ากระทุ้งร่างชายชราบนพื้น
"ตา... ตาเฒ่าผู้นี้ อายุก็ป่านนี้แล้ว ทำอะไรไม่ทำ ดันมาเป็นโจรป่า?"
เจี่ยขากะเผลกถ่มน้ำลายใส่ชายชราบนพื้น
"ถุย! ข้าเจี่ยขากะเผลก พิการมาทั้งชีวิต ยังไม่เคยทำเรื่องชั่วช้าเลวทรามเลย!!"
เวลานี้ซ่งยวนคือเสาหลักของหมู่บ้านตระกูลหวัง คำพูดของซ่งยวนมีหรือที่พวกเขาจะไม่เชื่อ! ยิ่งไปกว่านั้น ซ่งยวนเป็นใครกัน? เขาคือคนที่พบปะท่านนายอำเภอราวกับดื่มน้ำเปล่า ท่านนายอำเภอจะหลอกลวงผู้คนหรือ?
ตาเฒ่าผู้นี้ ต้องเป็นโจรป่าอย่างแน่นอน!!
เยว่เกาหยางโกรธจนแทบพ่นไฟ ไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนนี้ช่างหลอกยากหลอกเย็นเสียจริง...
ขณะที่เยว่เกาหยางกำลังคิดหาแผนการขั้นต่อไป ซ่งยวนก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"มาเถอะ ทุกคนช่วยกันจับตาเฒ่านี่โยนขึ้นเขาไปเป็นอาหารหมาป่าเสีย! จะได้ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในละแวกนี้อีก!"
ชาวบ้านต่างพากันถลกแขนเสื้อ หวังเสี่ยวซานยังกล่าวเสริมอย่างหวังดีว่า
"พี่ใหญ่ยวน ข้าได้ยินมาว่าหมาป่ามักจะอยู่ทางฝั่งตะวันตกของภูเขานะ พวกเราเอาไปโยนทางฝั่งตะวันตกกันเถอะ?"
ในที่สุดเยว่เกาหยางก็ทนฟังต่อไปไม่ไหว ส่งเสียงครางอืออา สองตาค่อยๆ ปรือขึ้น
"โอ๊ย.... ที่นี่ที่ไหนกัน? ข้าเป็นอะไรไป?"
เมื่อชาวบ้านเห็นโจรเฒ่าผู้นี้ฟื้นขึ้นมา ก็ตกใจจนถอยร่นไปอีกหลายก้าว
เวลานี้เอง บัณฑิตบอบบางอย่างเสิ่นฉางชิงก็แทรกตัวเข้ามาในวงล้อมจนได้
ทว่าทันทีที่สายตาประสานกับชายชรา เขาก็ตกใจจนร้องเสียงหลง
"เยว่... เยว่... เยว่..."
เยว่เกาหยางนึกไม่ถึงเลยว่า ตนเองอุตส่าห์วางแผนจนถูกขับไล่ออกจากกั๋วจื่อเจี้ยนเพราะซ่งยวนเด็กเมื่อวานซืนคนนี้
ยิ่งนึกไม่ถึงว่า การปลอมตัวเป็นขอทานมานอนหน้าหมู่บ้านคนอื่น จะถูกหาว่าเป็นสายสืบโจรป่า
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงยิ่งกว่า คือการที่ปลอมตัวล้มเหลว แถมยังมาเจอกับอดีตลูกศิษย์ของตนเองเสียอีก
เวลานี้ เขาอยากจะด่าทอฮ่องเต้หมาจ้าวเจิ้งหยวนนัก ไอ้เต่าเฒ่าเอ๊ย!!
ทว่าเขากลับตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว รีบผุดลุกขึ้นกระโจนเข้ากอดเสิ่นฉางชิงไว้แน่น
"โอ๊ยยย หลานฉางชิงเอ๊ยย หลานรักของลุง! ในที่สุดลุงรองก็หาเจ้าพบแล้ว!"
เยว่เกาหยางตะโกนเสียงหลง พลางหยิกแขนเสิ่นฉางชิงอย่างแรง
เสิ่นฉางชิงถึงกับมึนงง
เขาถูกแม่เลี้ยงและพี่ชายคนโตใส่ร้ายจนต้องระเห็จมาอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลหวังแห่งนี้
ท่านหัวหน้ากั๋วจื่อเจี้ยนอายุอานามป่านนี้แล้ว หรือว่ายังมีแม่เลี้ยงกับพี่ชายคนโตคอยกลั่นแกล้งอีกหรือ???
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่เขาก็เอ่ยตามน้ำไปว่า
"ใช่แล้วขอรับ ท่านลุงรอง ท่านมาหาข้าถึงที่นี่ได้อย่างไร? ที่บ้านทราบเรื่องที่ท่านมาหรือไม่ขอรับ?"
เยว่เกาหยางขยิบตาให้เขาอย่างเอาเป็นเอาตาย
ซ่งยวนมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความงุนงง ตาเฒ่าผู้นี้คือท่านลุงของท่านอาจารย์จริงๆ หรือ? จะบังเอิญเกินไปหรือไม่?
ชาวบ้านต่างพากันแปลกใจที่กลายเป็นเรื่องเข้าใจผิด!
เมื่อครู่พวกเขายังด่าทอคนเขาว่าเป็นเฒ่าลามก เป็นโจรป่าอยู่เลย
เจี่ยขากะเผลกใช้ไม้เท้าเคาะก้นซ่งยวนไปหนึ่งที
"เจ้าเด็กคนนี้ วันๆ เอาแต่พูดจาเหลวไหล ข้าดูแล้วเจ้าต่างหากที่เหมือนโจรป่า!"
ยายเฒ่าคนหนึ่งในหมู่บ้านค้อนขวับใส่ซ่งยวน: "ข้ามองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าตาเฒ่าผู้นี้เป็นคนดี มีแต่ซ่งยวนนั่นแหละที่ดึงดันจะหาว่าเขาเป็นโจรป่า"
ซ่งยวน: ???
เสิ่นฉางชิงพยุงชายชรากลับมาที่บ้าน พร้อมกับแจ้งซ่งยวนให้งดการเรียนการสอนหนึ่งวัน
เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้อง เสิ่นฉางชิงก็เอ่ยถามขึ้น
"ท่านหัวหน้ากั๋วจื่อเจี้ยน เหตุใดท่านจึงเดินทางรอนแรมมาไกลถึงหมู่บ้านตระกูลหวังขอรับ? ท่าน..."
เยว่เกาหยางถลึงตาใส่เขา
"ถูกปลดแล้วน่ะสิ! เขาไม่ให้อยู่แล้ว!!"
เสิ่นฉางชิงตกตะลึงจนพูดไม่ออก เยว่เกาหยางผู้เป็นที่เคารพรักถึงเพียงนี้ จะถูกปลดได้อย่างไร?
และถึงแม้จะถูกปลด เขาก็สมควรเดินทางกลับบ้านเกิดสิ เหตุใดจึงมาสลบไศลอยู่หน้าหมู่บ้านตระกูลหวังได้
เสิ่นฉางชิงรู้สึกราวกับมีบางสิ่งกำลังงอกเงยขึ้นมาในสมองของเขา
เยว่เกาหยางคร้านที่จะแต่งเรื่องหลอกเขาแล้ว
"ไอ้หนุ่ม ข้าขอบอกเจ้าไว้เลย! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าคือท่านลุงรองของเจ้า เรื่องไหนไม่ควรถามก็หุบปากเสีย!"
วันรุ่งขึ้น เมื่อซ่งยวนมาเรียน ก็พบว่ามีชายชราผู้หนึ่งนั่งอยู่ข้างเสิ่นฉางชิง
จะเป็นใครได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่ตาเฒ่าเมื่อวาน?
เสิ่นฉี หู่โถว และเด็กคนอื่นๆ ไม่ได้ใส่ใจนัก ทว่าซ่งยวนกลับรู้สึกว่าตาเฒ่าผู้นี้ดูไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย
หน้าตาดูเจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก!!
วันนี้เสิ่นฉางชิงมีท่าทีประหม่าอย่างเห็นได้ชัด การต้องมาสวมบทบาทเป็นอาจารย์ต่อหน้าหัวหน้ากั๋วจื่อเจี้ยน นับเป็นแรงกดดันมหาศาลเลยทีเดียว!
เสิ่นฉางชิงถือไม้เรียว เริ่มสอนคัมภีร์จวงจื่อ เมื่ออธิบายถึงตอน 'จวงโจวฝันเห็นผีเสื้อ' เขาก็พลันนึกถึงชะตากรรมของตนเองในยามนี้ขึ้นมา
"ท่านจวงจื่อไม่ปรารถนาจะเข้ารับราชการ ใช้ชีวิตอย่างสมถะยากจนมาตลอดชีวิต บั้นปลายชีวิตจึงได้เขียนเรื่องจวงโจวฝันเห็นผีเสื้อขึ้นมา! บางครา ชีวิตคนเราก็ไม่ได้มีเพียงทางเลือกเดียว!"
จากนั้น เขาก็สอนบท 'พ่อครัวติงชำแหละโค' ต่อ
เสิ่นฉางชิงมองไปยังซ่งยวน
"ทุกสิ่งทุกอย่าง หากฝึกฝนจนชำนาญย่อมเกิดทักษะ การอ่านหนังสือก็เช่นเดียวกัน อ่านหนังสือนับร้อยจบ ย่อมเข้าใจความหมายได้เอง! ฝีมือการชำแหละโคของพ่อครัวติงย่อมพัฒนาขึ้นตามกาลเวลา! การศึกษาหาความรู้ ก็ต้องอาศัยการสั่งสมเวลาเช่นเดียวกัน!"
ซ่งยวนไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ทว่าสิ่งที่เสิ่นฉางชิงกล่าวมาก็ใช่ว่าจะไร้เหตุผล
ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ชายชราที่นั่งจิบชาอยู่ด้านข้างนั้น โกรธจนแทบจะชักตาตั้งอยู่แล้ว!!!
"เสิ่นฉางชิง! ความรู้แค่หางอึ่งอย่างเจ้า ยังกล้าตั้งตัวเป็นอาจารย์สั่งสอนผู้อื่น ข้าดูแล้วเจ้าคงอยากจะยั่วโมโหข้าให้ตายเลยกระมัง!!"
ตาเฒ่าเอ่ยจบ โดยไม่สนสายตาของลูกศิษย์ทั้งหลาย ก็พุ่งเข้าไปถีบเสิ่นฉางชิงทันที
"เจ้าโง่เอ๊ย เจ้าคิดว่าท่านจวงจื่อเป็นตัวเจ้าหรืออย่างไร? เจออุปสรรคเพียงเล็กน้อยก็ท้อถอยหมดอาลัยตายอยาก?? หา?? เพียงแค่ถูกขับไล่ออกจากเมืองหลวง ก็สิ้นหวังหมดกำลังใจ แล้วเช่นนี้จะทำการใหญ่ได้อย่างไร??"
ซ่งยวน เสิ่นเจินจู และเด็กคนอื่นๆ ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ภาพลักษณ์อันสง่างามสูงส่งของเสิ่นฉางชิงในใจพวกเขา... พังทลายลงในพริบตา
เมื่อเห็นเด็กๆ อ้าปากค้าง เยว่เกาหยางจึงเพิ่งนึกขึ้นได้
เขากระแอมไออย่างขัดเขิน ถลึงตาใส่เสิ่นฉางชิง แล้วแย่งไม้เรียวในมือมา ไพล่มือไหว้หลังแล้วเริ่มสอนแทน
"จวงโจวฝันเห็นผีเสื้อ เป็นทัศนคติที่หลอมรวมสรรพสิ่งกับตัวตนเข้าด้วยกัน! เป็นการตักเตือนชาวโลกให้รู้ว่า หลายสิ่งหลายอย่างบนโลกนี้ยากจะแยกแยะจริงเท็จ อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนถึงการรับรู้ต่อตัวตนและโลกภายนอก!
เกิดเป็นคน ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ล้วนต้องเผชิญกับความจริงและความหลอกลวง!
การใช้ชีวิตบนโลก ไม่ควรยึดติดกับความจริงมากเกินไป และไม่ควรจมปลักอยู่กับความหลอกลวง!"
เยว่เกาหยางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าซ่งยวน แล้วกล่าวต่อ
"ผู้ที่ทำได้ทั้งสองประการนี้ จึงจะได้ชื่อว่าเป็นวิญญูชน! ต้องใจกว้างและรู้แจ้ง อีกทั้งต้องมองข้ามความจริงและความหลอกลวง เพื่อพิจารณาสรรพสิ่งและผู้คน! สิ่งที่วิญญูชนแสวงหา ก็คือคำว่า 'สมดุล' อย่างไรเล่า!"
ซ่งยวนพยักหน้าอย่างครึ่งสติครึ่งเข้าใจ
เขาเริ่มประเมินชายชราผู้นี้ใหม่เสียแล้ว สิ่งที่เขาสอนสั่ง กลับทำให้ซ่งยวนรู้สึกราวกับเมฆหมอกสลายเห็นท้องฟ้าแจ่มใส!
เยว่เกาหยางเอ่ยต่อ
"ส่วนเรื่องพ่อครัวติงชำแหละโค! ที่อาจารย์ของพวกเจ้าสอนก็ไม่ผิด! ทว่า การมองปัญหานั้น จะมองเพียงผิวเผินไม่ได้!"
เยว่เกาหยางได้ยินมาว่าในหมู่บ้านมีคนขายเนื้อหมู จึงพาทุกคนตรงไปที่บ้านของอู๋ฉางฝูทันที
ประจวบเหมาะกับที่อู๋ฉางฝูกำลังชำแหละเนื้อหมูพอดี
เยว่เกาหยางล้วงเศษเงินก้อนหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นให้อู๋ฉางฝู
"นี่ พ่อค้าหมู เจ้าช่วยชำแหละหมูให้ช้าลงหน่อยนะ ให้ลูกศิษย์ของข้าได้เห็นชัดๆ!"
ซ่งยวนและเด็กอีกสามคนเพิ่งเคยเห็นการชำแหละหมูเป็นครั้งแรก ต่างก็รู้สึกตื่นเต้นสงสัย!
แม้อู๋ฉางฝูจะรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง ทว่างานนี้เขาทำมาจนชินมือแล้ว จึงลงมือได้อย่างคล่องแคล่ว!
เมื่อเห็นอู๋ฉางฝูชำแหละเนื้อหมูซีกหนึ่งออกเป็นส่วนๆ อย่างชำนาญ เยว่เกาหยางก็สั่งให้เขาหยุดมือ
จากนั้นก็หันไปมองซ่งยวน: "เจ้าลองไปทำดูสิ!"
ซ่งยวนพยักหน้า ก้าวไปหยิบมีดอันคมกริบ แล้วพยายามชำแหละเนื้อหมูตามวิธีของอู๋ฉางฝู
ทว่ามีดกลับติดอยู่ตรงรอยต่อของกระดูก สับอย่างไรก็ไม่ขาด!
เยว่เกาหยางเดินเข้าไปยืนข้างๆ ซ่งยวน แล้วใช้มือลูบเนื้อหมูชิ้นนั้น
"หมูตัวนี้มีกระดูกทั้งหมดสองร้อยสิบหกชิ้น! คนเป็นพ่อค้าหมูต้องรู้ว่ากระดูกเหล่านี้อยู่ตรงไหน และต้องลงมีดเลาะไปตามแนวกระดูก!
หากใช้เพียงพละกำลัง ต่อให้สับเป็นพันครั้งหมื่นครั้ง ก็ไม่มีทางสับออกได้!"
มีดเล่มนั้นกลับไปอยู่ในมือของอู๋ฉางฝูอีกครั้ง
พริบตานั้น มีดเล่มนั้นก็ราวกับมีชีวิตวิญญาณ ทุกครั้งที่ตวัดมีด ล้วนเฉียบขาดและแม่นยำ!
ซี่โครงทุกซี่ถูกหั่นแบ่งออกอย่างสมบูรณ์แบบ! ทั้งคากิ หัวหมู ขาหมู!
แม้จะไม่ใช่ภาพที่น่าดูนัก ทว่ากลับสะอาดสะอ้านหมดจด ไร้รอยสะดุดแม้แต่น้อย!
เยว่เกาหยางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ! อาชีพใดๆ ล้วนมีปรมาจารย์ พ่อค้าหมูผู้นี้ก็นับว่าฝีมือผ่านเกณฑ์!
(จบแล้ว)