- หน้าแรก
- เกิดใหม่ชาตินี้ ข้าขอเป็นปราชญ์อันดับหนึ่ง
- บทที่ 38 - สวีฟ่าง ท่านตาของซ่งยวน
บทที่ 38 - สวีฟ่าง ท่านตาของซ่งยวน
บทที่ 38 - สวีฟ่าง ท่านตาของซ่งยวน
เวลานี้ ณ เมืองหลวง ภายในตำหนักบรรทมของจักรพรรดิ!
องครักษ์เงาชุดดำนายหนึ่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าจักรพรรดิอู่เต๋อ!
ภายในตำหนักชั้นในเวลานี้ ไม่มีขันทีหรือนางกำนัลอยู่เลยแม้แต่คนเดียว จักรพรรดิชราพระเกศายุ่งเหยิงเล็กน้อย หากมิใช่เพราะฉลองพระองค์ชุดบรรทมสีเหลืองทอง ก็คงไม่ต่างอะไรจากชายชราธรรมดาทั่วไป
จักรพรรดิอู่เต๋อตรัสขึ้น สุรเสียงทุ้มต่ำทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจ "ว่ามาสิ! ได้เบาะแสอะไรบ้างหรือไม่?"
ในพระทัยของจักรพรรดิอู่เต๋อได้เตรียมใจยอมรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว! แม้ว่าต้ายวนในปัจจุบันจะไม่ได้เผชิญกับภาวะสงคราม แต่ความเป็นอยู่ของราษฎรก็ไม่ได้สุขสบายนก สองแม่ลูกกำพร้าจะเอาชีวิตรอดมาได้นั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย...
"กราบทูลฝ่าบาท! เมื่อสามปีก่อน คนของเราได้ปะทะกับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เหยี่ยนโจว! เราสะกดรอยตามร่องรอยของคนกลุ่มนั้นไป จนสืบทราบว่าแม่นมสมัยเด็กของคุณหนูตระกูลสวีอยู่ที่ชิงโจว! แต่ทว่า ตอนที่เราไปถึง แม่นมคนนั้นได้ปลิดชีพตนเองไปแล้ว...."
บรรยากาศภายในตำหนักบรรทมเย็นเยียบจนแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง องครักษ์เงารีบกราบทูลต่อ
"ฝ่าบาท พวกเราก็ใช่ว่าจะไม่มีเบาะแสอะไรเลยพ่ะย่ะค่ะ! ลูกชายของแม่นมคนนั้นเคยเมาเหล้าแล้วสบถด่าออกมา! บอกว่าก่อนตายแม่นมคนนั้นเหมือนจะไปพบใครบางคนมา แล้วยังเอาเงินที่ทิ้งไว้ให้ลูกหลานไปให้คนนอกจนหมด..."
ดวงตาของจักรพรรดิอู่เต๋อเป็นประกาย รู้หรือไม่ว่าแม่นมคนนั้นไปพบใคร?
องครักษ์เงาก้มหน้ากราบทูล
"ครอบครัวของแม่นมถูกควบคุมตัวไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ ตามคำให้การของพวกเขาระบุว่าเป็นสตรีผู้หนึ่ง!"
ประกายความหวังจุดประกายขึ้นในดวงตาของจักรพรรดิอู่เต๋ออีกครั้ง!
เดี๋ยวก่อน ชิงโจว!! พระเนตรของพระองค์กระตุก จู่ๆ ก็นึกถึงเกลือที่ถูกส่งมาจากชิงโจวเมื่อหลายวันก่อน! เกลือนั่นเป็นผลงานของเด็กคนหนึ่งที่สกัดออกมาได้โดยบังเอิญ เด็กคนนั้นชื่ออะไรนะ? อายุเท่าไหร่แล้ว???
จักรพรรดิอู่เต๋อผุดลุกขึ้นยืน สาวพระบาทพรวดพราดไปหยุดอยู่ตรงหน้าองครักษ์เงา
"ชิงโจวเป็นถิ่นของเจ้าสี่! อย่าให้ไอ้โง่นั่นไหวตัวทันเป็นอันขาด!! จงส่งองครักษ์หน่วยไคกั๋วเว่ยห้าสิบนายมุ่งหน้าไปยังชิงโจวทันที! เด็กผู้ชายอายุต่ำกว่าสิบห้าปีต้องตรวจสอบให้หมด!! จำไว้ โดยเฉพาะเด็กที่มีความผิดปกติเมื่อสามปีก่อน ห้ามปล่อยผ่านเด็ดขาด!!"
จักรพรรดิอู่เต๋อมิได้เกรงกลัวชิงโจวอ๋องจะลงมือ พระองค์เพียงเกรงว่าไอ้โง่นั่นจะถูกคนอื่นหลอกใช้เอาได้!
องครักษ์เงานายนั้นรับคำเสียงต่ำ แล้วถอยออกไป
เมื่อเห็นประตูตำหนักบรรทมปิดลง จักรพรรดิอู่เต๋อก็ทรุดองค์ลงประทับกับพื้นอย่างเชื่องช้า ดวงพระเนตรแดงก่ำ!
สิ่งที่พระองค์รู้สึกผิดที่สุดในชีวิตนี้ ก็คือสหายที่เติบโตมาด้วยกัน สวีฟ่าง!
สิบสองปีก่อน ต้ายวนเกิดความระส่ำระสาย! บัลลังก์จักรพรรดิของพระองค์ยังไม่มั่นคง ประเทศเพื่อนบ้านก็รุกรานเข้ามาบ่อยครั้ง!
ปีนั้นเป็นฤดูหนาว หิมะตกหนักมาก! ชายแดนในปีนั้นหนาวเหน็บเหลือเกิน!
จดหมายฉบับสุดท้ายที่พระองค์ได้รับจากสวีฟ่าง คือเมื่อหกเดือนก่อนวันส่งท้ายปีเก่า! สวีฟ่างเขียนในจดหมายว่า เขาจะต้องกลับมาให้ทันก่อนวันส่งท้ายปีเก่าอย่างแน่นอน!
วันเกิดของสวีหมิงจูก็คือวันส่งท้ายปีเก่า! ข้ามปีไป สวีหมิงจูก็จะได้เป็นพระชายารัชทายาทแล้ว!
ถึงเวลานั้น บุตรสาวของตระกูลสวีก็จะได้มาเป็นสะใภ้ของตระกูลจ้าวแล้ว!
ทว่า เมื่อได้รับฎีกา กลับกลายเป็นข่าวการพลีชีพในสนามรบของสวีฟ่าง!
จักรพรรดิอู่เต๋อโซเซปีนขึ้นไปบนแท่นบรรทมมังกร ค้นเอาฎีกาฉบับนั้นออกมาจากกล่องข้างพระเขนย!
เนื้อหาในฎีกาล้วนเขียนด้วยเลือดและน้ำตา!
ฎีการะบุว่า: แม่ทัพจงอี้พลีชีพในสนามรบแล้ว! กองทัพจงอี้เจ็ดหมื่นนายพลีชีพในสนามรบ!
ไฟสงครามลุกโชนสามเดือน ไร้เสบียง ไร้กำลังเสริม ไร้ยา ไร้เสื้อผ้ากันหนาว
แม่ทัพจงอี้พากองทัพสวีเจียเจ็ดหมื่นนาย ยืนหยัดต้านทานข้าศึกอยู่ชายแดนถึงสี่เดือนเต็ม โดยปราศจากความช่วยเหลือใดๆ จากภายนอก!
ครั้งสุดท้ายที่ข้าศึกบุกโจมตีเมือง ทหารกองทัพสวีเจียที่เหลือเพียงเจ็ดพันนายได้พากันบุกออกไปนอกเมืองพร้อมกัน
ราษฎรต่างหลั่งน้ำตา ล็อกประตูเมืองจากด้านในตามคำสั่งของแม่ทัพจงอี้!
ทหารกองทัพสวีเจียเจ็ดพันนาย สังหารข้าศึกไปสองหมื่นนาย ก่อนจะสิ้นใจเพราะหมดเรี่ยวแรง!
ข้าศึกโกรธแค้นจนจับพวกเขามาผ่าท้อง แต่สิ่งที่ทะลักออกมาจากท้องของพวกเขา กลับมีเพียงเศษหญ้า ก้อนหิน ดิน และเปลือกไม้เท่านั้น
ในวินาทีนั้น ราษฎรในเมืองต่างตกตะลึง กองทัพข้าศึกเองก็ตกตะลึงเช่นกัน
พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับคนแบบไหนกัน? คนแบบนี้น่ะหรือ ที่ยืนหยัดปกป้องชายแดนมาถึงสี่เดือน?
แม่ทัพข้าศึกผู้นั้นถึงกับนำกำลังที่เหลือล่าถอยกลับไป
พวกเขาคือศัตรู แต่สวีฟ่างคือศัตรูที่น่าเคารพยกย่อง!
เมื่อข้าศึกล่าถอย ราษฎรจึงสามารถแย่งชิงศพของแม่ทัพจงอี้และทหารกองทัพสวีเจียทุกคนกลับมาฝังได้
หลังจากสวีฟ่างสิ้นชีพ ได้รับการสถาปนาย้อนหลังเป็นจงอี้โหว ขุนนางขั้นหนึ่ง!
ในเมืองหลวงตอนนี้ เกรงว่าจะไม่มีใครจำตระกูลสวีได้อีกแล้วกระมัง!
ฎีกาฉบับนี้ ฮูหยินของรองแม่ทัพของสวีฟ่างเป็นผู้นำชีวิตเข้าแลกนำกลับมายังเมืองหลวง เพื่อให้ฎีกาฉบับนี้ได้ส่งถึงเบื้องพระพักตร์ ฮูหยินผู้นั้นต้องผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน!
วันส่งท้ายปีเก่าปีนั้น ทั้งเมืองหลวงและชายแดน ล้วนแดงฉานไปด้วยเลือด! ขุนนางที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเสบียงอาหารทั้งหมด ล้วนถูกจักรพรรดิอู่เต๋อสั่งประหารชีวิตที่ลานประหารไช่ซื่อโข่ว!
เลือดและน้ำจับตัวกลายเป็นน้ำแข็ง!
ตลอดทั้งปีนั้น เมืองหลวงต้ายวนคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด!
ความโกรธแค้นของจักรพรรดิอู่เต๋อทำให้พระองค์หน้ามืดตามัว จนลืมจัดการดูแลสวีหมิงจู บุตรสาวเพียงคนเดียวของสวีฟ่าง!
เมื่อพระองค์ได้สติกลับมา กลับได้รับข่าวว่าสวีหมิงจูล้มป่วยหนัก และถูกส่งตัวกลับไปที่ศาลบรรพชนในบ้านเกิดเสียแล้ว!
แต่สายลับของไคกั๋วเว่ยกลับสืบทราบมาอย่างลับๆ ว่า ตอนที่สวีหมิงจูจากไปนั้น นางกำลังตั้งครรภ์อยู่
และบิดาของเด็กคนนั้น ก็คือรัชทายาท!!
ขันทีที่ถูกส่งตัวไปแต่งตั้งสวีหมิงจูเป็นพระชายารัชทายาท บังเอิญตกม้าระหว่างทาง ทำให้การเดินทางล่าช้าออกไป!
เมื่อจักรพรรดิอู่เต๋อได้รับข่าวคราวของสวีหมิงจูอีกครั้ง กลับกลายเป็นว่านางได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว!!!
หายสาบสูญไปแล้วอย่างไรเล่า?? จักรพรรดิเฒ่าดึงดันส่งขันทีไปประกาศแต่งตั้งสวีหมิงจูเป็นพระชายารัชทายาทต่อหน้าตระกูลสวี!!!
ต่อให้ตาย นางก็ต้องถูกฝังในสุสานหลวง!
และในเวลาต่อมา แม้ว่าเซินซื่อจะได้ขึ้นเป็นพระชายารัชทายาท แต่นางก็เป็นเพียงภรรยาแต่งใหม่ นางจะต้องคุกเข่ากราบไหว้สวีหมิงจูไปตลอดกาล! ไม่ว่านางจะเป็นเช่นไร นางก็เป็นได้แค่ภรรยาแต่งใหม่เท่านั้น!
"สวีฟ่าง! ข้าผิดต่อเจ้า เป็นข้าเองที่ผิดต่อเจ้า!"
จักรพรรดิเฒ่ากอดพระเขนย สะอื้นไห้ พระวรกายสั่นเทิ้ม!
ปีนั้นพระองค์มัวแต่ระบายความแค้นด้วยการฆ่าคน จนเปิดโอกาสให้คนมากมายฉวยโอกาส!
ตำแหน่งพระชายารัชทายาท มีคนต้องการมากเท่าไหร่? มีคนจ้องตาเป็นมันมากเท่าไหร่?
เรื่องของสวีหมิงจูในปีนั้น ตกลงแล้วเป็นฝีมือของใครกันแน่? รัชทายาทมีส่วนรู้เห็นมากน้อยเพียงใด
จักรพรรดิอู่เต๋อมิกล้าคิด! พระองค์กลัวว่าพระหัตถ์ของตนเองจะต้องเปื้อนเลือดของลูกหลาน! พระองค์กลัวว่าราชวงศ์ต้ายวนที่พระองค์ทรงก่อตั้งมากับมือ จะต้องมาล่มสลายลงในรัชกาลที่สอง!
การตามหาพระราชนัดดาองค์โต เด็กที่สืบสายเลือดของตระกูลสวี กลายเป็นความหมกมุ่นยึดติดของพระองค์ไปเสียแล้ว!
ณ หมู่บ้านตระกูลหวัง ในเวลานี้!
ซ่งยวนกำลังพาเด็กๆ ในหมู่บ้านขึ้นเขาไปทำความรู้จักกับหินปูน
"โก่วหวา หินสีขาวๆ!! ถ้าโดนน้ำ ปล่อยไว้นานๆ จะมีฟองฟู่ขึ้นมา!!"
"เสิ่นฉี อย่าเอาหินซ่อนไว้ในอกเสื้อ เดี๋ยวแม่เจ้าก็ตีต้นขาเอาหรอก!"
"หู่โถว สีขาวสิเว้ย เอาก้อนสีดำนั่นไปวางคืนที่เดิมเลยนะ!"
ซ่งยวนกำลังหาวัสดุชนิดหนึ่งในการทำปูนซีเมนต์ นั่นก็คือ หินปูน! หินชนิดนี้ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง
ไม่นานนัก ทุกคนก็หามาได้หลายตะกร้า!
เมื่อกลับถึงหมู่บ้าน ซ่งยวนก็บอกกล่าวกับหลิ่วเสี่ยวเหมยคำหนึ่ง แล้วพาคนเดินทางเข้าไปในตัวอำเภอ!
ในเมื่อเขาบอกไปแล้วว่าวัสดุเหล่านี้สวรรค์ประทานมาให้ ซ่งยวนอย่างเขาก็ย่อมต้องไม่เสียเงินสักอีแปะเดียว
ณ ตัวอำเภอ บริเวณใกล้เคียงกับโรงเผาเครื่องปั้นดินเผา!
ใกล้ๆ กับโรงเผามีหลุมขนาดใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง ภายในมีเศษกระเบื้องเคลือบที่เผาเสีย และไหดินเผาเก่าๆ แตกๆ กองสุมอยู่เต็มไปหมด!
อู๋เสี่ยวหู่และจางเถี่ยต้านมองหน้ากัน
"พี่ใหญ่ยวน มาที่นี่ทำไมหรือ? ของพวกนี้ไม่มีใครเอาแล้วทั้งนั้น แถมยังบาดมืออีก..."
ซ่งยวนมองดูกองขยะในหลุมใหญ่นั้น
"นี่ต่างหากล่ะ ของล้ำค่าเลยนะ!!"
ซานเหอถู่ที่ผ่านการเผาด้วยความร้อนสูง ผสมกับผงหินปูนที่ผ่านการเผาด้วยความร้อนสูง!!! และยังสามารถผสมขี้เถ้าไม้ลงไปได้อีกหน่อย!!
นี่มันปูนซีเมนต์ฉบับโบราณชัดๆ!!!
สิ่งเดียวที่ซ่งยวนยังไม่มั่นใจก็คืออัตราส่วน! เรื่องนี้ยังต้องผ่านการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากความแข็งไม่เพียงพอ ปูพื้นเสร็จแล้วเกิดรอยร้าวขึ้นมา มันก็จะไม่งดงามเสียแล้ว!!
(จบแล้ว)