- หน้าแรก
- เกิดใหม่ชาตินี้ ข้าขอเป็นปราชญ์อันดับหนึ่ง
- บทที่ 21 - ติดตามซ่งยวน มีหมั่นโถวให้กิน
บทที่ 21 - ติดตามซ่งยวน มีหมั่นโถวให้กิน
บทที่ 21 - ติดตามซ่งยวน มีหมั่นโถวให้กิน
"โอ้โห!!!"
เด็กๆ หลายคนแหกปากร้องลั่นแล้วกระโดดโลดเต้นขึ้นมา
"เสิ่นฉีพูดได้แล้ว เสิ่นฉีพูดได้แล้ว!!"
ซ่งยวนอุ้มเสิ่นฉีขึ้นมาแล้วพุ่งพรวดไปที่บ้านตระกูลเสิ่นทันที
"ท่านน้า! ท่านน้าขอรับ เสิ่นฉีพูดได้แล้ว! เสี่ยวเจินจู รีบออกมาเร็ว น้องชายเจ้าพูดได้แล้ว!!"
สองวันนี้ฮูหยินจางกำลังอารมณ์ไม่ดีเพราะมีคนเมาหยำเปเพิ่มเข้ามาอยู่ในบ้าน
แต่พอได้ยินเสียงของเด็กหนุ่มที่ดังแว่วมา ก็ทำเอานางใจสั่นสะท้าน
เมื่อฟังชัดๆ ว่าเด็กหนุ่มตะโกนว่าอะไร นางถึงกับลืมใส่รองเท้า วิ่งพรวดพราดออกมาทันที
"ห๊ะ? เสี่ยวหยวน เจ้าว่าอะไรนะเมื่อกี้??"
เสิ่นเจินจูเองก็โยนตะเกียบทิ้งแล้ววิ่งตามออกมา สายตาจ้องมองน้องชายในอ้อมกอดของซ่งยวนด้วยความตื่นเต้น
ซ่งยวนบอกให้ฮูหยินจางใจเย็นๆ อย่าเพิ่งตื่นเต้นเดี๋ยวเสิ่นฉีจะตกใจ
จากนั้นเขาก็วางเด็กลง
"เสิ่นฉี เรียกพี่หยวนสิ เรียกอีกทีเร็วเข้า!"
ริมฝีปากของเสิ่นฉีสั่นระริก ลิ้นเล็กๆ ยังคงแข็งเกร็งไม่ค่อยคล่องแคล่วนัก
"พี่หยวน..."
ซ่งยวนตื่นเต้นจนอุ้มเสิ่นฉีขึ้นมาขี่คอ
"เสิ่นฉี เสิ่นฉีของพวกเราเก่งที่สุดเลย! ไป พี่หยวนจะพาเจ้าไปเล่น พี่หยวนจะพาเจ้าเหาะไปเลย!!"
กลุ่มเด็กๆ ด้านหลังวิ่งกรูตามไปเป็นพรวน
"ลูกพี่ยวนเก่งที่สุดเลย เสิ่นฉีพูดได้แล้ว เก่งที่สุดเลย!"
เสิ่นฉียิ้มเขินๆ ให้กับทุกคน เป็นรอยยิ้มบางๆ แต่คนเป็นแม่อย่างฮูหยินจางกลับมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ลูกชายของนางยิ้มแล้ว ลูกชายของนางพูดได้แล้ว
โฮ!!
ฮูหยินจางหมดสิ้นซึ่งมาดคุณนาย ทรุดตัวนั่งลงร้องไห้โฮกลางลานบ้าน
"ท่านแม่! ฮือฮือฮือ ท่านแม่ น้องชายพูดได้แล้ว น้องพูดได้แล้ว!"
สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้จนแทบจะขาดใจ
เสียงร้องไห้ปลุกให้ชายขี้เมาที่อยู่เรือนปีกข้างตื่นขึ้น
เขาคือเสิ่นฉางชิง ชายซกมกที่เสิ่นเจินจูพูดถึงนั่นเอง
เขาถูกใส่ร้ายจนต้องระเห็จออกจากเมืองหลวง
ก่อนตาย มารดาของเขาได้ฝากฝังเพื่อนสนิทและใช้เงินทองไปไม่น้อย เพื่อส่งเขามายังสถานที่ห่างไกลเช่นนี้
แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าตัวเองสมควรจะจากไปอยู่ดี
เสิ่นจงอยากจะรับเขาไว้ดูแล แต่ฮูหยินจางไม่ยอม ถึงขั้นมีปากเสียงกับเสิ่นจงไปหลายรอบ
ตอนนี้เขากลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไปแล้ว ขาก็หัก ใบหน้าก็มีรอยแผลเป็น
เขาคือภาระ บางทีการหนาวตายอยู่ข้างถนนอาจจะเป็นชะตากรรมของเขาก็ได้
ตกดึก เสิ่นจงกอดเสิ่นฉีด้วยความตื่นเต้น
"เรียกเตี่ยสิลูก เรียกเตี่ย!!"
เสิ่นฉี: "เต่า!"
เสิ่นจง: "แม่ของลูก เจ้าได้ยินไหม ฉีเป่าเรียกข้าว่าเต่า เอ้ย! เรียกข้าว่าเตี่ยแล้ว!!"
ฮูหยินจางตาบวมเป่งจากการร้องไห้
"จะเตี่ยหรือจะเต่าก็ช่างเถอะ ตาแก่เอ๊ย ในที่สุดลูกเราก็พูดได้แล้ว!!"
เสิ่นจงพยักหน้าอย่างแรง
"ข้าบอกแล้วไงว่าไอ้เด็กซ่งยวนนั่นไม่ธรรมดา! หึ ไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดาจริงๆ!"
เสิ่นฉีพยักหน้าหงึกหงักตาม "พี่หยวน..."
ท่าทางพยายามจะพูดออกมาให้ได้ แม้จะยากลำบากสักแค่ไหน ทำเอาสองสามีภรรยาตระกูลเสิ่นเอ็นดูจนแทบจะทนไม่ไหว!
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น กลิ่นหอมกรุ่นก็โชยมาเตะจมูกชาวบ้านตระกูลหวัง
คนงานของบ้านตระกูลเสิ่นเดินตีฆ้องร้องป่าวไปทั่วหมู่บ้าน!
"พ่อแม่พี่น้องลุกขึ้นมาเร็วเข้า! คุณชายน้อยบ้านเราหายป่วยแล้ว! นายท่านเสิ่นแจกหมั่นโถวร้อนๆ ให้ทุกคนกินฟรี มาช้าอดนะเอ้อ!!"
พอได้ยินว่ามีหมั่นโถว ชาวบ้านต่างก็รีบแต่งตัวกันอย่างไว ไม่นานนักก็ไปเข้าแถวรอหน้าคฤหาสน์กันยาวเหยียด
ซ่งยวนกำลังพากลุ่มเด็กๆ วิ่งออกกำลังกายอยู่
หู่โถวชักจะทนไม่ไหวแล้ว
"ลูกพี่ยวน พวกเราไม่ไปรับหมั่นโถวเหรอจ๊ะ?"
ซ่งยวนตบหัวเขาไปทีนึง
"วางใจเถอะน่า ของคนอื่นอาจจะอด แต่ของพวกเจ้าไม่มีทางอดหรอก!"
"มา ท่องต่อ! เจี้ยวจือเต้า กุ้ยอี่จวน! (การสั่งสอน สิ่งสำคัญคือความมุ่งมั่น)"
ลูกพี่ยวนบอกว่าไม่ไป ก็คือไม่ไป!!
เสิ่นฉางชิงเก็บห่อผ้าเรียบร้อยแล้ว กำลังคิดหาคำบอกลา
ใครจะรู้ว่า ในหมู่บ้านห่างไกลความเจริญเช่นนี้ จะได้ยินเสียงคนท่องหนังสือ
แถมที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ เป็นเสียงของกลุ่มเด็กๆ
หมู่บ้านตระกูลหวังไม่น่าจะมีสถานศึกษา เขาอดไม่ได้ที่จะผลักประตูออกไปดู
วันนี้ฮูหยินจางอารมณ์ดี พอเห็นเขาก็ไม่ถลึงตาใส่อีกแล้ว
เสิ่นจงเห็นเขาออกมา ก็ดึงตัวเขาไปทักทายกับชาวบ้าน
"นี่คือญาติห่างๆ ของข้าเอง วันหน้าก็จะมาทำมาหากินอยู่ที่นี่ พ่อแม่พี่น้องฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ!"
กลุ่มชาวบ้านเพิ่งจะกินหมั่นโถวของบ้านตระกูลเสิ่นมา พอได้ยินว่าเป็นญาติของบ้านตระกูลเสิ่น จะไม่ให้ต้อนรับขับสู้ได้อย่างไร
ต่างก็แย่งกันเข้ามาทักทาย
"โอ้โห พ่อหนุ่ม ไปโดนอะไรมาล่ะเนี่ย? โดนปล้นมาหรือ?"
"แกจะไปรู้อะไร? เขาก็คงจะออกเดินทางท่องเที่ยวนั่นแหละ เที่ยวจนสติแตกไปแล้วมั้ง!"
เสิ่นฉางชิง: ....
เสิ่นจง: ....
ยายเฒ่าโจวคว้าแขนเสิ่นฉางชิงหมับ
"อายุเท่าไหร่แล้ว? แต่งงานหรือยัง? เดินทางมาตั้งไกล เมียไม่ตามมาด้วยรึ?"
เสิ่นฉางชิงยิ่งปวดหัวหนักเข้าไปอีก
เสิ่นจงรีบเปลี่ยนเรื่อง
"พวกเด็กๆ ของซ่งยวนล่ะ? เก่งขึ้นไหม? หมั่นโถวก็ไม่ยอมมากิน?"
ทุกคนหัวเราะลั่น
"จะไปทำอะไรได้ล่ะ? ก็พาเด็กกลุ่มนึงไปท่องอะไรก็ไม่รู้น่ะสิ! ท่องกันทุกวันจนข้าจำได้แล้วเนี่ย อะไรนะ เหรินจือชู ซิ่งเปิ่นซ่าน! ข้าล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ข้าแซ่หวัง ไม่ได้แซ่ซ่านเสียหน่อย... ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นแซ่ซ่านไปได้ล่ะ..."
กลุ่มชาวบ้านต่างก็เห็นด้วยกับคำพูดของหวังเหลาสาน
"นั่นน่ะสิ! ไม่รู้ท่องอะไรกัน ดื้อรั้นชะมัด!"
เสิ่นจงพอรู้หนังสืออยู่บ้าง อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้ายิ้มๆ ขี้เกียจจะอธิบายให้พวกชาวบ้านหัวขวานฟัง!
เสิ่นฉางชิงก็อดหัวเราะไม่ได้... แซ่ ซ่าน...
ซ่งซานเกาชักจะไม่พอใจแล้ว
"ฮึ! พวกเจ้านี่มันไม่รู้อะไรเลย นั่นมันคัมภีร์สามอักษร! คัมภีร์สามอักษรเข้าใจไหม? นั่นน่ะคุณชายน้อยในตัวอำเภอเขาใช้เรียนตอนเริ่มหัดอ่านเขียนกันเลยนะ!!"
ทุกคนถูกซ่งซานเกาขู่จนอึ้ง พวกเขาไม่รู้หรอกว่าคัมภีร์สามอักษรคืออะไร แต่พวกเขารู้จักคำว่าหัดอ่านเขียน
หัดอ่านเขียนก็คือการเรียนหนังสือ มีเงินถึงจะได้เรียนหนังสือ
ซ่งซานเกาเห็นทุกคนอึ้งไปก็ยิ่งได้ใจ
"พวกเจ้าก็แอบดีใจไปเถอะ! ลูกชายข้าสอนลูกพวกเจ้าหัดอ่านเขียนให้ฟรีๆ เชียวนะ ชิ!!"
ทุกคนต่างพากันถอนหายใจ หัดอ่านเขียน สอนลูกพวกเขาหัดอ่านเขียนแล้วมันจะได้อะไร? เอาไปแลกหมั่นโถวได้ไหมล่ะ?
แต่เดี๋ยวก่อน จะว่าไปมันก็แลกได้จริงๆ นี่นา!
ที่พวกเขามีหมั่นโถวกินกันอยู่ตอนนี้ ก็ไม่ใช่เพราะซ่งยวนหรอกหรือ!
ซ่งยวนรักษาโรคของเสิ่นฉีจนหาย เศรษฐีเสิ่นดีใจ ถึงได้แจกหมั่นโถวให้พวกเขากินไงล่ะ!!
(จบแล้ว)