เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 182 : มัน…คือสายเลือดระดับจักรพรรดิงั้นเหรอ?!

บทที่ 182 : มัน…คือสายเลือดระดับจักรพรรดิงั้นเหรอ?!

บทที่ 182 : มัน…คือสายเลือดระดับจักรพรรดิงั้นเหรอ?!


บทที่ 182 : มัน…คือสายเลือดระดับจักรพรรดิงั้นเหรอ?!

ใช่แล้ว! มีเพียงสายเลือดระดับจักรพรรดิเท่านั้นที่จะสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้!

มีเพียงระดับนี้เท่านั้นที่จะทำให้เหล่าสัตว์อสูรที่เกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณอันดุร้ายและเย่อหยิ่งยอมศิโรราบให้อย่างง่ายดายปานนี้!

โดยเฉพาะปฏิกิริยาของอินทรีหิมะพันปีก ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันในข้อนี้ได้เป็นอย่างดี

สำหรับสัตว์อสูรที่มีสายเลือดระดับราชานั้น การเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรสายเลือดระดับจักรพรรดิอาจจะทำให้มันรู้สึกหวาดกลัวได้ แต่ไม่มีทางที่มันจะยอมศิโรราบให้จากใจจริงอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น…ถึงขนาดยอมเมินเฉยต่อคำสั่งของเจ้านายตัวเอง

มีเพียงสายเลือดระดับจักรพรรดิเท่านั้นที่จะทำได้!

คราวนี้แววตาของมู่โส่วซานเปล่งประกายเจิดจ้าอย่างแท้จริง!

แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะให้ความสำคัญกับฉู่เซิงมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า...มันจะเป็นถึงสายเลือดระดับจักรพรรดิ!

ทั่วทั้งเกาะฮ่องกง ไม่เคยปรากฏสัตว์อสูรสายเลือดระดับจักรพรรดิมาก่อนเลย!

หรือต่อให้มองกว้างออกไปทั่วทั้งสหพันธรัฐต้าเซี่ย ในช่วงสามร้อยปีที่ผ่านมา ก็มีสัตว์อสูรสายเลือดระดับจักรพรรดิปรากฏขึ้นเพียงแค่สองตัวเท่านั้น

ตัวแรกคือ 'กิเลนเทวะพิทักษ์บรรพต' ซึ่งเป็นสัตว์เทวะพิทักษ์ประเทศของต้าเซี่ย!

ส่วนอีกตัวคือ 'วิหคเพลิงชูเจวี๋ยแห่งแดนชำระบาป' ที่ใช้เวลาเพียงห้าปีในการเลื่อนระดับจากขั้นต่ำต้อยขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิ และช่วยเหลือตระกูลจีที่กำลังตกต่ำให้กลับมายิ่งใหญ่ผงาดฟ้าได้อีกครั้ง

สัตว์อสูรสายเลือดระดับจักรพรรดิทั้งสองตัวนี้บรรลุถึงระดับจักรพรรดิไปตั้งแต่เมื่อสองร้อยกว่าปีก่อนแล้ว

และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตลอดระยะเวลาสองร้อยปีเต็ม ในอาณาเขตของต้าเซี่ยก็ไม่เคยมีสัตว์อสูรสายเลือดระดับจักรพรรดิปรากฏขึ้นอีกเลย!

แต่ตอนนี้! ดูเหมือนว่าจะมีหนึ่งตัวปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว!!!

ถ้าหาก...

ถ้าหากภาควิชาฝึกสัตว์อสูรแห่งนี้มีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิถือกำเนิดขึ้น และมีนักฝึกสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิปรากฏตัว...

ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ มหาวิทยาลัยเกาะฮ่องกงก็สามารถเปลี่ยนชื่อเป็น 'มหาวิทยาลัยฝึกสัตว์อสูรเกาะฮ่องกง' ได้เลยสิ!

สิบตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกงอะไรนั่น หรือแม้แต่ว่าที่จักรพรรดินีที่เพิ่งปรากฏตัวก่อนหน้านี้

ก็ต้องหลีกทางให้!

ส่วนเรื่องอื่นๆนอกเหนือจากนี้…มู่โส่วซานแทบไม่กล้าคิดต่อแล้ว!

ในขณะที่มู่โส่วซานกำลังตื่นเต้นจนตัวสั่น บรรดาคณาจารย์และนักศึกษาที่อยู่รอบๆก็เกิดอาการแตกตื่นฮือฮาไม่แพ้กัน

"อะไรนะ?!"

"ส...สายเลือดระดับจักรพรรดิงั้นเหรอ?!"

ในฐานะนักฝึกสัตว์อสูร พวกเขาย่อมรู้ดีว่าสายเลือดระดับจักรพรรดินั้นหมายถึงอะไร และยิ่งรู้ซึ้งว่า 'นักฝึกสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ' นั้นมีความหมายยิ่งใหญ่เพียงใด

สัตว์อสูรสายเลือดระดับจักรพรรดิ เมื่อโตเต็มวัยจะมีพลังเทียบเท่าระดับจักรพรรดิ

และตราบใดที่มันไม่ตายกลางทาง อนาคตของมันย่อมต้องก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิอย่างแน่นอน!

และสัตว์อสูรระดับจักรพรรดินั้น ก็เป็นตัวตนที่หาได้ยากยิ่งและทรงพลังยิ่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิที่เป็นมนุษย์เสียอีก!

ความตกตะลึงอย่างสุดขีดดังก้องอยู่ในหัวของทุกคนในที่นั้น

แม้ว่าพวกเขาจะยากที่จะทำใจเชื่อว่าแมลงสาบตัวหนึ่งจะมีสายเลือดระดับจักรพรรดิ แต่ความสามารถต่างๆที่มันแสดงออกมาให้เห็นนั้นก็เป็นเครื่องยืนยันที่ปฏิเสธไม่ได้!

หรือบางที...สัตว์อสูรสายเลือดระดับจักรพรรดิอาจจะไม่ได้ถูกจำกัดด้วยรูปลักษณ์ภายนอกอีกต่อไปแล้ว?!

......

ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตะลึงและตื่นเต้นอยู่นั้นเอง มีเพียงคนเดียวในที่นั้นที่ยังคงกัดริมฝีปากแน่นด้วยความดื้อรั้น

ซูหลี

สายตาของเธอจดจ้องไปยังทิศทางที่ฉู่เซิงอยู่อย่างไม่วางตา ทันใดนั้นเธอก็กระโดดพุ่งพรวดออกไปและร่อนลงจอดห่างจากฉู่เซิงเพียงไม่กี่ก้าว!

"อ๊ะ! รุ่นพี่ซูหลี!"

"ซูหลี!"

"เธอจะทำอะไรน่ะ!" อาจารย์และนักศึกษาหลายคนร้องอุทานด้วยความตกใจ

ทางด้านฝูงสัตว์พันธสัญญาเมื่อเห็นว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาใกล้ ต่างก็ส่งเสียงคำรามขู่คำรามด้วยความระแวดระวัง

ฉู่เซิงโบกหนวดของมันไปมา เป็นเชิงส่งสัญญาณให้บรรดาสัตว์พันธสัญญาอยู่ในความสงบ

ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

ยายคนนี้เป็นใครเนี่ย?

หน้าตาก็จัดว่าสวยใช้ได้เลยนะเนี่ย เกือบจะเทียบชั้นกู่เยว่ซีได้เลย บุคลิกก็ดูคล้ายๆกันด้วย

ซูหลีจ้องมองแมลงสาบยักษ์ตรงหน้า กัดฟันกรอดพลางเอ่ยว่า

"ใครๆก็บอกว่าแกสามารถทำให้สัตว์อสูรยอมศิโรราบได้ แต่ฉันไม่เชื่อหรอกนะ!"

"ฉันบอกไปแล้วไง ว่าอินทรีหิมะพันปีกของฉัน ไม่มีวันขัดคำสั่งฉันเด็ดขาด!"

พูดจบ เธอก็หันไปมองอินทรีหิมะพันปีกที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังฉู่เซิงมาตลอด

"เสี่ยวเสวี่ย! รีบกลับมาหาฉันเดี๋ยวนี้!"

"เสี่ยวเสวี่ย! ฉ...ฉันขอสั่งให้แกกลับมาหาฉันเดี๋ยวนี้!"

แม้ว่าซูหลีจะยังไม่ได้ใช้คำสั่งชี้เป็นชี้ตายผ่านสัญญา แต่น้ำเสียงของเธอก็เริ่มแข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ

ทว่าอินทรีหิมะพันปีกที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังฉู่เซิงกลับทำเพียงแค่มองหน้าเธอสลับกับมองฉู่เซิงไปมา โดยไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนไปไหนเลยแม้แต่น้อย

"เสี่ยวเสวี่ย! ฉันเป็นเจ้านายของแกนะ!"

จนท้ายที่สุด น้ำเสียงของซูหลีก็สั่นเครือจนแทบจะกลายเป็นเสียงสะอื้น แต่อนิจจา…อินทรีหิมะพันปีกก็ยังคงเลือกที่จะยืนอยู่ข้างฉู่เซิงต่อไป

บางที หากในเวลานี้ซูหลีกำลังตกอยู่ในอันตราย อินทรีหิมะพันปีกก็คงจะรีบพุ่งเข้าไปช่วยอย่างไม่ลังเล

แต่ในสถานการณ์ปกติเช่นนี้ สำหรับความคิดอันแสนซื่อตรงของมันแล้ว...การยืนอยู่ข้างหลัง "ลูกพี่ใหญ่" น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

"เสี่ยวเสวี่ย..."

เสียงเรียกอันน่าสงสารของซูหลีดังก้องไปมาจนฉู่เซิงชักจะทนฟังไม่ไหว

เขาหันขวับกลับไปมองอินทรีหิมะพันปีก ก่อนจะส่งกระแสจิตอันเลือนลางสื่อสารกับมันว่า

พอได้แล้วน่า เลิกยืนบื้ออยู่ข้างหลังฉันสักทีเถอะ ไม่ได้จะไปยกพวกตีกับใครซะหน่อย รีบกลับไปหาเจ้านายแกได้แล้วไป

อินทรีหิมะพันปีกเมื่อ "ได้ยิน" ดังนั้น ก็ค่อยๆก้มหัวลงอย่างว่าง่าย

ฉู่เซิงยื่นหนวดออกไปลูบหัวมันเบาๆ

อินทรีหิมะพันปีกจึงยอมส่งเสียงร้องกังวานยาวหนึ่งครั้ง ก่อนจะกระพือปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้า มันบินวนเวียนอยู่สองรอบ แล้วจึงร่อนลงจอดเคียงข้างซูหลีในที่สุด

ถึงมันจะยอมกลับมาแล้วก็เถอะ…แต่ทุกคนในที่นั้นก็ดูออกอย่างทะลุปรุโปร่งว่าที่มันยอมกลับมา

ก็เพราะแมลงสาบเทวะตัวนั้นเป็นคนสั่งให้กลับมาต่างหากล่ะ!

ในขณะเดียวกัน ฉู่เซิงก็ส่งกระแสจิตบอกกับสัตว์พันธสัญญาตัวอื่นๆว่า

ส่วนพวกนายก็เหมือนกัน เลิกมุงได้แล้ว รีบๆกลับไปหาเจ้านายของตัวเองซะทีเถอะ ให้ตายสิ!

เมื่อสิ้นคำสั่ง บรรดาสัตว์พันธสัญญาจึงพากันวิ่งกรูกันออกไปหาเจ้านายของตนเองทันที

......

การกระทำของซูหลี ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ทุกคนประจักษ์ถึงพลังอำนาจในการสั่งการสัตว์อสูรของฉู่เซิงอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น!

และในเวลานี้ เหล่านักฝึกสัตว์อสูรที่ "ได้สัตว์พันธสัญญากลับคืนมา" ต่างก็รู้สึกปลาบปลื้มดีใจเป็นอย่างยิ่ง!

ที่แท้มันก็เป็นแค่ผลกระทบจากสายเลือดระดับจักรพรรดิเท่านั้นเอง สัตว์พันธสัญญาของพวกเขาไม่ได้คลุ้มคลั่งหรือควบคุมไม่ได้อย่างที่คิด!

ทันใดนั้นเอง...นักศึกษาคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นสุดขีด

"เชี่ยเอ๊ย! สายเลือดของลิงวิญญาณของฉันมันเลื่อนระดับแล้วว่ะ! ตอนแรกมันอยู่แค่ระดับกลางขั้นต่ำเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้มันมีแนวโน้มว่าจะทะลวงขึ้นสู่สายเลือดระดับสูงแล้วเว้ย!"

สิ้นเสียงตะโกนของเขา เสียงอุทานด้วยความดีใจก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ

"เฮ้ย! สายเลือดของหมาป่าดินของฉันก็เลื่อนระดับเหมือนกัน!"

"พลังสายเลือดของแรดยักษ์ของฉันก็ดูเหมือนจะบริสุทธิ์ขึ้นด้วยแฮะ!"

แม้ว่าการตรวจสอบระดับสายเลือดอย่างแม่นยำจะต้องใช้เครื่องมือพิเศษ

แต่ในฐานะเจ้านายของสัตว์พันธสัญญา พวกเขาย่อมสามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างคร่าวๆ

เพียงชั่วพริบตา ทุกคนก็ตกอยู่ในสภาวะปีติยินดีอย่างบ้าคลั่ง!

ตอนแรกก็หลงคิดว่าสัตว์พันธสัญญาของตัวเองมีปัญหา ที่ไหนได้...กลับกลายเป็นโชคหล่นทับซะงั้น!

สำหรับสัตว์อสูรแล้ว การยกระดับสายเลือดถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

เพราะนั่นหมายถึงขีดจำกัดสูงสุดในการเติบโตในอนาคต ซึ่งความแตกต่างระหว่างระดับสายเลือดนั้นถือว่ามหาศาลมาก!

ทว่าหากปราศจากวาสนาหรือโอกาสพิเศษใดๆ ระดับสายเลือดก็จะถูกกำหนดตายตัวมาตั้งแต่เกิด และสามารถยกระดับได้เพียงเล็กน้อยผ่านการวิวัฒนาการเพียงสามครั้งเท่านั้น

แต่ทว่าตอนนี้...สัตว์พันธสัญญาทุกตัวกลับสามารถยกระดับสายเลือดของตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาการวิวัฒนาการเลยด้วยซ้ำ!

มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน?

ทุกคนในที่นี้ไม่ใช่คนโง่ เพียงไม่นานพวกเขาก็คิดหาคำตอบได้

"ต้องเป็นเพราะแมลงสาบเทวะแน่ๆ! มันมีสายเลือดระดับจักรพรรดิ และมีเพียงสายเลือดระดับจักรพรรดิเท่านั้นที่จะสามารถสร้างปาฏิหาริย์แบบนี้ได้!"

"บ้าไปแล้ว! แมลงสาบเทวะไม่เพียงแต่สั่งการสัตว์อสูรได้ แต่ยังสามารถยกระดับสายเลือดให้พวกมันได้อีกด้วย! สมแล้วที่เป็นถึงสายเลือดระดับจักรพรรดิ!"

"แมลงสาบเทวะจงเจริญ!"

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แมลงสาบเทวะจะไม่ใช่แค่ลูกพี่ของสัตว์พันธสัญญาของฉันเท่านั้น

แต่จะเป็นลูกพี่ใหญ่ของฉันด้วย!"

เสียงโห่ร้องยินดีและเสียงขอบคุณดังกระหึ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นดีใจจนแทบเนื้อเต้น

การที่สายเลือดของสัตว์พันธสัญญาได้รับการยกระดับก็เท่ากับเป็นการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งในอนาคตของพวกเขาเองด้วย

ความดีใจของเหล่านักศึกษาในเวลานี้จึงเป็นความรู้สึกที่มาจากใจจริงล้วนๆ!

ส่วนพวกที่ไม่ได้ปล่อยสัตว์พันธสัญญาให้วิ่งเล่นอย่างอิสระในเขตนิเวศวิทยา ต่างก็พากันรู้สึกเสียใจจนแทบอยากจะทึ้งหัวตัวเอง!

"เวรเอ๊ย! ฉันจะรีบไปยื่นเรื่องขอพื้นที่เลี้ยงอิสระเดี๋ยวนี้แหละ ไม่รู้ว่าจะยังทันไหมเนี่ย!"

"จะไปยื่นเรื่องทำซากอะไรวะ ปล่อยมันไปก่อนเลยดีกว่า! มานี่เร็วพี่ไก่ ตั้งแต่วันนี้ไป แกต้องย้ายมาอยู่ในเขตนิเวศวิทยานะเว้ย แล้วก็อย่าลืมตีสนิทกับแมลงสาบเทวะให้มากๆล่ะ!"

นักศึกษาคนหนึ่งล้วงเอาสัตว์อสูรที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนไก่ตัวผู้ออกมาจากถุงวิเศษ แล้วโยนมันเข้าไปในเขตนิเวศวิทยาอย่างไม่ลังเล...

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง

เมื่อได้ยินเสียงฮือฮาดังมาจากรอบทิศทาง สีหน้าที่เคยดื้อรั้นของซูหลีก็แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงสุดขีด

เจ้าแมลงสาบตัวนั้น…สามารถยกระดับสายเลือดของสัตว์อสูรได้จริงๆงั้นเหรอ?

เธอวางมือทาบลงบนหลังของอินทรีหิมะพันปีก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง

"สายเลือดของเสี่ยวเสวี่ย…พ...พุ่งทะยานขึ้นไปถึงระดับราชาสองดาวแล้ว!"

"มัน…เป็นสายเลือดระดับจักรพรรดิจริงๆด้วย!"

เธอกัดริมฝีปากสีแดงระเรื่อแน่น หันขวับไปมองเจ้าแมลงสาบยักษ์ที่ดูหน้าตาธรรมดาๆ

ตัวนั้นด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ภายในใจบังเกิดความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา...

ได้ยินมาว่าทางภาควิชากำลังคัดเลือกคนที่จะมาเป็นเจ้านายของมันอยู่...ไม่รู้ว่าถ้าฉันไปสมัครตอนนี้…จะยังทันอยู่ไหมนะ?

...…...…......

ในขณะเดียวกัน ณ อีกสถานที่หนึ่ง...

กู่เยว่ซีที่กำลังเก็บตัวฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ไม่ได้ล่วงรู้เลยแม้แต่น้อยว่า บัดนี้สัตว์พันธสัญญาตัวเก่งของเธอกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครหลายคนเสียแล้ว

ภายในห้องลับที่ปิดสนิท หญิงสาวนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น บริเวณกึ่งกลางหน้าผากของเธอเปล่งประกายแสงเจ็ดสีอันวิจิตรงดงาม พร้อมกับคลื่นพลังจิตอันกล้าแข็งที่แผ่ซ่านและสะท้อนไปมาอยู่ภายในห้อง

ในวินาทีถัดมา แสงสว่างทั้งหมดก็ถูกดูดกลืนกลับเข้าไปในกึ่งกลางหน้าผากของเธอ กู่เยว่ซีลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว

"ทะเลวิญญาณขั้นสาม..."

"ได้เวลาออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้างแล้วสินะ!"

……………….

จบบทที่ บทที่ 182 : มัน…คือสายเลือดระดับจักรพรรดิงั้นเหรอ?!

คัดลอกลิงก์แล้ว