- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 183 : สกิลใหม่ ภูมิคุ้มกันการโจมตีทางจิต!
บทที่ 183 : สกิลใหม่ ภูมิคุ้มกันการโจมตีทางจิต!
บทที่ 183 : สกิลใหม่ ภูมิคุ้มกันการโจมตีทางจิต!
บทที่ 183 : สกิลใหม่ ภูมิคุ้มกันการโจมตีทางจิต!
ณ ภาควิชาฝึกสัตว์อสูร โซนจำลองระบบนิเวศ
ในที่สุดเรื่องราวที่เรียกกันว่า "สัตว์พันธสัญญาคลุ้มคลั่ง" ก็กระจ่างชัดเสียที
มู่โส่วซานพยายามระงับความตื่นเต้นในใจ ขยับเดินเข้าไปตรงหน้าฉู่เซิง "เจ้าเเมลงสาบ...เอ๊ะ ไม่สิ ท่านเทพเเมลงสาบ!"
"รบกวนเวลาพักผ่อนของท่านหรือเปล่าครับ...คือว่า เรื่องที่เคยบอกไว้ว่าจะช่วยเลือกคู่ทำพันธสัญญาที่เหมาะสมให้น่ะครับ ตอนนี้พวกเราคัดเลือกผู้ฝึกสัตว์อสูรมาได้จำนวนหนึ่งแล้ว
ไม่ทราบว่าท่านยังมีข้อเรียกร้องอะไรเพิ่มเติมอีกไหมครับ?"
"ถ้าไม่มี พรุ่งนี้ผมจะส่งมาให้ท่านลองดูตัวสักชุดดีไหมครับ?"
หลังจากที่มู่โส่วซานได้รู้ว่าฉู่เซิงมีสายเลือดระดับจักรพรรดิท่าทีของเขาก็ยิ่งนอบน้อมเคารพยำเกรงมากขึ้น ราวกับท่าทีของสิบตระกูลใหญ่ที่มีต่อกู่เยว่ซีในตอนนั้นไม่มีผิด
ตอนนี้ฉู่เซิงพอจะเข้าใจสถานการณ์แล้ว
คนพวกนี้คิดว่าเขา...หรือจะพูดให้ถูกคือคิดว่า 'เเมลงสาบรบซินหลาง' เป็นสัตว์อสูรที่มีสายเลือดระดับจักรพรรดิไปแล้วสินะ?
หึๆถ้าพวกเขารู้ว่าเจ้านี่เป็นแค่สัตว์อสูรระดับสองที่เขาดัดแปลงขึ้นมาเอง...พวกเขาจะทำหน้ายังไงกันนะ?
อีกอย่าง น้ำเสียงของตาเฒ่าผู้อำนวยการนี่ ฟังดูยังกับกำลังจะเลือกพระสนมให้เขาอยู่อย่างนั้นแหละ
เดี๋ยวนะ เลือกสนมงั้นเหรอ?
ก็น่าสนใจดีแฮะ ไหนๆก็ต้องรับมืออยู่แล้ว หาเรื่องสนุกๆทำหน่อยก็ดี
แค่ทำให้หมอนี่คิดว่าเขาจะยอมอยู่ที่ภาควิชาฝึกสัตว์อสูรแห่งนี้ต่อไปก็พอ แต่จะให้เลือกใครมาจริงๆคงไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาอัจฉริยะที่ถูกคัดเลือกมา เขาจะได้ฉวยโอกาสดูดซับพลังได้อย่างเปิดเผยอีกด้วย
ถ้าอย่างนั้นก็...
ฉู่เซิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองมู่โส่วซานที่กำลังรอคอยคำตอบ
เขายื่นหนวดของเเมลงสาบรบซินหลางออกไปขีดเขียนบนพื้นอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานบนพื้นก็ปรากฏตัวอักษรไม่กี่คำ
ขาว
รวย
สวย
เข้าใจไหม?
ขาว หมายถึงเลือดน่าจะรสชาติดี สวย ก็คือมองแล้วเจริญหูเจริญตา และที่สำคัญที่สุดคือ รวย
ไม่แน่อาจจะหาของวิเศษล้ำค่ามาเซ่นไหว้เขาได้บ้าง
มู่โส่วซานมองดูตัวอักษรบนพื้น มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย ก่อนจะรีบตอบกลับไปว่า
"ท่านเทพเเมลงสาบช่างมีรสนิยมจริงๆครับ แน่นอนว่าตอนที่เราคัดเลือกคู่พันธสัญญาให้ท่าน เราจำต้องพิจารณารวมไปถึงภาพลักษณ์และชาติตระกูลด้วย"
ดีมาก ดีจริงๆ
ผู้อำนวยการมู่นี่ช่างรู้ใจเสียจริง
ฉู่เซิงพยักหน้า จากนั้นก็หันหลังเดินจากไปอย่างพึงพอใจ
เมื่อครู่นี้มัวแต่ถูกรบกวนจากความวุ่นวายภายนอก เขายังไม่ได้ตรวจสอบผลลัพธ์หลังจากที่ดูดซับของรางวัลชิ้นสุดท้ายเลย
……
หลังจากที่ฉู่เซิงจากไป ผู้อำนวยการมู่ก็เรียกตัวทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์คืนนี้มารวมตัวกัน พร้อมกับออกคำสั่งเด็ดขาดว่าห้ามแพร่งพรายเรื่องในคืนนี้ออกไปเด็ดขาด
โดยเฉพาะเรื่องที่ปรากฏสายเลือดระดับจักรพรรดิ
ผู้ใดฝ่าฝืน จะถูกไล่ออกจากภาควิชาทันที!
นักศึกษาของภาควิชาฝึกสัตว์อสูรมักจะถูกภาควิชาอื่นกดขี่ข่มเหงมาโดยตลอด
พวกเขาจึงมีความสามัคคีกันมาก ทุกคนต่างรับปากกันในทันที
ยิ่งไปกว่านั้น หากถูกไล่ออก
สัตว์พันธสัญญาของพวกเขาก็จะหมดโอกาสวิวัฒนาการด้วยความช่วยเหลือจากท่านเทพเเมลงสาบ
ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าทำเช่นนั้นแน่
ฉู่เซิงขี้เกียจไปสนใจว่ามู่โส่วซานจะทำอะไร หลังจากกลับเข้ามาในห้องลับเล็กๆ
เขาก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาทันที
[ระบบกำลังอัปเดต...]
[โฮสต์: ฉู่เซิง]
[เผ่าพันธุ์: ยุงจักรพรรดิผ่ามิติ]
[อายุขัย: สองร้อยปี]
[สายเลือด: ระดับราชา (หนึ่งดาว)]
[พลังโลหิต: 19,879 (ระดับสี่ขั้นต้น)]
[พลังจิต: 6,210 (ทะเลวิญญาณขั้นหนึ่ง)]
[แต้มวิวัฒนาการ: 8,332]
[เจตจำนงแห่งมิติ: ขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ (2000/5000)]
[เจตจำนงแห่งไฟ: ขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ (2000/5000)]
[เจตจำนงแห่งทอง: ความสำเร็จขั้นต้น (1800/2000)]
[เจตจำนงแห่งสายฟ้า: ความสำเร็จขั้นต้น (500/2000)]
[เจตจำนงแห่งดิน: ความสำเร็จขั้นต้น (550/2000)]
[เจตจำนงแห่งน้ำ: ความสำเร็จขั้นต้น (510/2000)]
[เมื่อเจตจำนงใดเจตจำนงหนึ่งบรรลุถึงขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ จะสามารถทำการวิวัฒนาการย่อยเฉพาะทางได้หนึ่งครั้ง]
[คำแนะนำ: การวิวัฒนาการเต็มรูปแบบในครั้งต่อไป จำเป็นต้องมีพลังโลหิต 100,000 หน่วย (ระดับห้าขั้นต้น), พลังจิต 60,000 หน่วย และต้องเข้าใจเจตจำนงขั้นสูงสุดอย่างน้อยสองชนิด! ใช้แต้มวิวัฒนาการ 10,000 แต้ม]
การเก็บตัวฝึกฝนรอบเล็กๆในครั้งนี้ ได้รับผลตอบแทนไม่น้อยเลยทีเดียว! โดยเฉพาะในด้านของพลังโลหิตและเจตจำนง
เลือดบริสุทธิ์ของสัตว์อสูรระดับเก้าสองหยดนั้น ฉู่เซิงสามารถดูดซับพลังโลหิตมาได้ 970 หน่วย พร้อมกับพลังเจตจำนงอีกเล็กน้อย ซึ่งบังเอิญเป็นเจตจำนงแห่งดินและน้ำพอดี ทำให้เจตจำนงทั้งสองชนิดของเขาเลื่อนระดับจากขั้นเริ่มต้นมาเป็นความสำเร็จขั้นต้นได้อย่างราบรื่น
ส่วนเลือดบริสุทธิ์ของสัตว์อสูรระดับราชาห้าดาวนั่นยิ่งร้ายกาจเข้าไปใหญ่ ฉู่เซิงดูดซับพลังโลหิตจากมันมาได้เต็มๆถึง 2,000 หน่วย!
และนี่ขนาดว่าร่างกายของเขารับไม่ไหวจนดูดซับได้ไม่หมด พลังงานบางส่วนจึงถูกนำไปใช้เสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายแทนแล้วนะ
แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ระดับสี่ขั้นต้นแล้ว แต่ร่างกายนี้ก็ยังคงรับการดูดซับพลังโลหิตได้สูงสุดครั้งละประมาณ 2,000 หน่วยเท่านั้น หากเกินกว่านี้มันจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานอย่างอื่น และก่อนที่จะย่อยสลายพลังงานจนหมด เขาก็จะไม่สามารถดูดซับเพิ่มได้อีก
นี่จึงเป็นสาเหตุที่การเก็บตัวครั้งนี้ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร
เมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน การเก็บตัวครั้งนี้ฉู่เซิงเพิ่มพลังโลหิตมาได้ 2,970 หน่วย ทำให้มีค่าพลังโลหิตสูงถึง 19,879 หน่วย ขาดอีกแค่หมื่นกว่าๆก็จะทะลวงขึ้นสู่ระดับสี่ขั้นกลางได้แล้ว!
นอกเหนือจากพลังโลหิตแล้ว ในด้านของเจตจำนง ฉู่เซิงยังได้ดูดซับเจตจำนงชนิดใหม่เอี่ยมจากเลือดสัตว์อสูรระดับราชาห้าดาวมาได้อีกด้วย นั่นก็คือ เจตจำนงแห่งทอง!
[เจตจำนงแห่งทอง: ความสำเร็จขั้นต้น (1800/2000) การโจมตีทางจิตและการโจมตีทางกายภาพของโฮสต์จะได้รับโบนัสความเฉียบคม สามารถเจาะเกราะป้องกันบางส่วนได้]
น่าเสียดายที่พลังเจตจำนงที่แฝงอยู่ในเลือดสัตว์อสูรระดับราชาห้าดาวหยดนี้ยังสู้ 'บัวซ่อนเร้นทะลวงมิติ' ต้นนั้นไม่ได้ ทำให้ระดับความเข้าใจเจตจำนงแห่งทองของเขามีเพียง 1,800 ยังไม่บรรลุขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่
ไม่อย่างนั้น เขาคงได้เปิดใช้การวิวัฒนาการย่อยเฉพาะทางอีกครั้งไปแล้ว!
นอกจากนี้ ในระหว่างที่ย่อยสลายพลังโลหิตฉู่เซิงก็ไม่ลืมที่จะฝึกฝนเคล็ดวิชาลับทางจิตระดับปฐพีขั้นสูงอย่าง 'เคล็ดวิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณ' ควบคู่ไปด้วย
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉู่เซิงทำความเข้าใจสกิลด้วยตัวเอง ต้องยอมรับเลยว่าวิชาลับระดับปฐพีขั้นสูงนี่มันฝึกยากเอาเรื่อง
ฉู่เซิงใช้เวลาตั้งครึ่งค่อนวันกว่าจะเข้าใจแค่ผิวเผิน และสามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสกิลกดใช้ใหม่ได้สำเร็จ:
[สกิลกดใช้: วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณ Lv1]
มาดูกันหน่อยซิว่าเอฟเฟกต์เป็นยังไง
วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณ: สามารถป้องกันและสะท้อนการโจมตีทางจิตของศัตรูได้
ปัจจุบันอยู่เลเวล 1...สามารถป้องกันการโจมตีทางจิตของระดับหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์
และสะท้อนความเสียหายกลับไป 10% ใช้พลังจิต 100 หน่วยต่อการใช้งานหนึ่งครั้ง
เอ๊ะ สกิลที่ทำความเข้าใจด้วยตัวเองก็มีเลเวลด้วยแฮะ?
ถ้าดูจากตรงนี้ วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณเลเวลหนึ่ง ถึงแม้เอฟเฟกต์สกิลจะดูดี แต่ตัวเลขมันดูไร้ประโยชน์ไปหน่อยนะ
ในเมื่อมีเลเวล งั้นก็ใช้แต้มวิวัฒนาการอัปเกรดได้เลยสิ ไม่ต้องมานั่งทำความเข้าใจเองแล้วใช่ไหม?
ดวงตาของฉู่เซิงเป็นประกายขึ้นมาทันที เขารีบเอ่ยปากสั่ง
"ระบบ อัปเกรดวิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณ!"
[ติ๊ง! การอัปเกรดวิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณเป็น Lv2 ต้องใช้แต้มวิวัฒนาการ 20 แต้ม ยืนยันการอัปเกรดหรือไม่?]
อัปเกรดได้จริงๆด้วย!
ถ้าอย่างนั้นเวลาเขาเรียนรู้วิชาลับต่างๆในอนาคต แค่เรียนให้พอรู้พื้นฐานก็พอ แล้วที่เหลือก็ค่อยใช้แต้มวิวัฒนาการอัปเกรดเอาก็ได้สินะ!
20 แต้มวิวัฒนาการ เมื่อเทียบกับการอัปเกรดสกิลอื่นเป็น Lv2 แล้ว ถือว่าแพงไปหน่อยแฮะ
แต่สกิลนี้ไม่อัปเกรดก็คงไม่ได้ เพราะตัวเลขมันกากเกินไป
ยืนยันการอัปเกรด!
[ติ๊ง! วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณอัปเกรดเป็น Lv2 แล้ว]
วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณ Lv2: สามารถป้องกันและสะท้อนการโจมตีทางจิตของศัตรูได้
ปัจจุบันอยู่เลเวล 2…สามารถป้องกันการโจมตีทางจิตของระดับสองได้อย่างสมบูรณ์ และสะท้อนความเสียหายกลับไป 20% ใช้พลังจิต 200 หน่วยต่อการใช้งานหนึ่งครั้ง
ทั้งความสามารถในการป้องกันและตัวเลขสะท้อนกลับเพิ่มขึ้นมาแล้ว
แต่แค่นี้ยังไม่พอหรอก
อัปเกรดต่อไป!
สุดท้าย ฉู่เซิงก็ยอมจ่ายแต้มวิวัฒนาการไป 120 แต้ม เพื่ออัปเกรดมันให้พุ่งพรวดไปถึงเลเวลสี่รวดเดียว
[ติ๊ง! วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณอัปเกรดเป็น Lv4 แล้ว…ระดับของสกิลนี้ไม่สามารถเกินกว่าระดับสูงสุดของพลังโลหิตหรือพลังจิตของโฮสต์ได้ ปัจจุบันไม่สามารถอัปเกรดต่อได้]
วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณ Lv4: สามารถป้องกันการโจมตีทางจิตของระดับสี่ได้ และสะท้อนความเสียหายกลับไป 40% ใช้พลังจิต 400 หน่วยต่อการใช้งานหนึ่งครั้ง
ไม่เลวเลย แค่นี้ก็พอใช้แล้ว!
แบบนี้ เขาก็ไม่ต้องกลัวการโจมตีทางจิตใดๆจากคนระดับเดียวกันอีกต่อไป!
อัปเกรดต่อไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าขืนป้องกันการโจมตีทางจิตจากระดับที่สูงกว่าได้ด้วยล่ะก็ เจ้านี่คงไม่ใช่วิชาลับระดับปฐพีขั้นสูงแล้ว แต่น่าจะเป็นระดับสวรรค์ไปเลยต่างหาก!
ส่วนสกิลอื่นๆเอาไว้ก่อนยังไม่อัปเกรดดีกว่า ตอนนี้ขอเก็บสะสมแต้มวิวัฒนาการเอาไว้ก่อน รอให้เก็บครบตามจำนวนที่ต้องใช้ในการวิวัฒนาการเต็มรูปแบบครั้งหน้าค่อยว่ากัน
[แต้มวิวัฒนาการปัจจุบัน: 8,192]
การเก็บตัวสิ้นสุดลงแล้ว เอาล่ะ...ต่อไปจะทำอะไรดีนะ?
………..