เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 183 : สกิลใหม่ ภูมิคุ้มกันการโจมตีทางจิต!

บทที่ 183 : สกิลใหม่ ภูมิคุ้มกันการโจมตีทางจิต!

บทที่ 183 : สกิลใหม่ ภูมิคุ้มกันการโจมตีทางจิต!


บทที่ 183 : สกิลใหม่ ภูมิคุ้มกันการโจมตีทางจิต!

ณ ภาควิชาฝึกสัตว์อสูร โซนจำลองระบบนิเวศ

ในที่สุดเรื่องราวที่เรียกกันว่า "สัตว์พันธสัญญาคลุ้มคลั่ง" ก็กระจ่างชัดเสียที

มู่โส่วซานพยายามระงับความตื่นเต้นในใจ ขยับเดินเข้าไปตรงหน้าฉู่เซิง "เจ้าเเมลงสาบ...เอ๊ะ ไม่สิ ท่านเทพเเมลงสาบ!"

"รบกวนเวลาพักผ่อนของท่านหรือเปล่าครับ...คือว่า เรื่องที่เคยบอกไว้ว่าจะช่วยเลือกคู่ทำพันธสัญญาที่เหมาะสมให้น่ะครับ ตอนนี้พวกเราคัดเลือกผู้ฝึกสัตว์อสูรมาได้จำนวนหนึ่งแล้ว

ไม่ทราบว่าท่านยังมีข้อเรียกร้องอะไรเพิ่มเติมอีกไหมครับ?"

"ถ้าไม่มี พรุ่งนี้ผมจะส่งมาให้ท่านลองดูตัวสักชุดดีไหมครับ?"

หลังจากที่มู่โส่วซานได้รู้ว่าฉู่เซิงมีสายเลือดระดับจักรพรรดิท่าทีของเขาก็ยิ่งนอบน้อมเคารพยำเกรงมากขึ้น ราวกับท่าทีของสิบตระกูลใหญ่ที่มีต่อกู่เยว่ซีในตอนนั้นไม่มีผิด

ตอนนี้ฉู่เซิงพอจะเข้าใจสถานการณ์แล้ว

คนพวกนี้คิดว่าเขา...หรือจะพูดให้ถูกคือคิดว่า 'เเมลงสาบรบซินหลาง' เป็นสัตว์อสูรที่มีสายเลือดระดับจักรพรรดิไปแล้วสินะ?

หึๆถ้าพวกเขารู้ว่าเจ้านี่เป็นแค่สัตว์อสูรระดับสองที่เขาดัดแปลงขึ้นมาเอง...พวกเขาจะทำหน้ายังไงกันนะ?

อีกอย่าง น้ำเสียงของตาเฒ่าผู้อำนวยการนี่ ฟังดูยังกับกำลังจะเลือกพระสนมให้เขาอยู่อย่างนั้นแหละ

เดี๋ยวนะ เลือกสนมงั้นเหรอ?

ก็น่าสนใจดีแฮะ ไหนๆก็ต้องรับมืออยู่แล้ว หาเรื่องสนุกๆทำหน่อยก็ดี

แค่ทำให้หมอนี่คิดว่าเขาจะยอมอยู่ที่ภาควิชาฝึกสัตว์อสูรแห่งนี้ต่อไปก็พอ แต่จะให้เลือกใครมาจริงๆคงไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาอัจฉริยะที่ถูกคัดเลือกมา เขาจะได้ฉวยโอกาสดูดซับพลังได้อย่างเปิดเผยอีกด้วย

ถ้าอย่างนั้นก็...

ฉู่เซิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองมู่โส่วซานที่กำลังรอคอยคำตอบ

เขายื่นหนวดของเเมลงสาบรบซินหลางออกไปขีดเขียนบนพื้นอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานบนพื้นก็ปรากฏตัวอักษรไม่กี่คำ

ขาว

รวย

สวย

เข้าใจไหม?

ขาว หมายถึงเลือดน่าจะรสชาติดี สวย ก็คือมองแล้วเจริญหูเจริญตา และที่สำคัญที่สุดคือ รวย

ไม่แน่อาจจะหาของวิเศษล้ำค่ามาเซ่นไหว้เขาได้บ้าง

มู่โส่วซานมองดูตัวอักษรบนพื้น มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย ก่อนจะรีบตอบกลับไปว่า

"ท่านเทพเเมลงสาบช่างมีรสนิยมจริงๆครับ แน่นอนว่าตอนที่เราคัดเลือกคู่พันธสัญญาให้ท่าน เราจำต้องพิจารณารวมไปถึงภาพลักษณ์และชาติตระกูลด้วย"

ดีมาก ดีจริงๆ

ผู้อำนวยการมู่นี่ช่างรู้ใจเสียจริง

ฉู่เซิงพยักหน้า จากนั้นก็หันหลังเดินจากไปอย่างพึงพอใจ

เมื่อครู่นี้มัวแต่ถูกรบกวนจากความวุ่นวายภายนอก เขายังไม่ได้ตรวจสอบผลลัพธ์หลังจากที่ดูดซับของรางวัลชิ้นสุดท้ายเลย

……

หลังจากที่ฉู่เซิงจากไป ผู้อำนวยการมู่ก็เรียกตัวทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์คืนนี้มารวมตัวกัน พร้อมกับออกคำสั่งเด็ดขาดว่าห้ามแพร่งพรายเรื่องในคืนนี้ออกไปเด็ดขาด

โดยเฉพาะเรื่องที่ปรากฏสายเลือดระดับจักรพรรดิ

ผู้ใดฝ่าฝืน จะถูกไล่ออกจากภาควิชาทันที!

นักศึกษาของภาควิชาฝึกสัตว์อสูรมักจะถูกภาควิชาอื่นกดขี่ข่มเหงมาโดยตลอด

พวกเขาจึงมีความสามัคคีกันมาก ทุกคนต่างรับปากกันในทันที

ยิ่งไปกว่านั้น หากถูกไล่ออก

สัตว์พันธสัญญาของพวกเขาก็จะหมดโอกาสวิวัฒนาการด้วยความช่วยเหลือจากท่านเทพเเมลงสาบ

ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าทำเช่นนั้นแน่

ฉู่เซิงขี้เกียจไปสนใจว่ามู่โส่วซานจะทำอะไร หลังจากกลับเข้ามาในห้องลับเล็กๆ

เขาก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาทันที

[ระบบกำลังอัปเดต...]

[โฮสต์: ฉู่เซิง]

[เผ่าพันธุ์: ยุงจักรพรรดิผ่ามิติ]

[อายุขัย: สองร้อยปี]

[สายเลือด: ระดับราชา (หนึ่งดาว)]

[พลังโลหิต: 19,879 (ระดับสี่ขั้นต้น)]

[พลังจิต: 6,210 (ทะเลวิญญาณขั้นหนึ่ง)]

[แต้มวิวัฒนาการ: 8,332]

[เจตจำนงแห่งมิติ: ขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ (2000/5000)]

[เจตจำนงแห่งไฟ: ขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ (2000/5000)]

[เจตจำนงแห่งทอง: ความสำเร็จขั้นต้น (1800/2000)]

[เจตจำนงแห่งสายฟ้า: ความสำเร็จขั้นต้น (500/2000)]

[เจตจำนงแห่งดิน: ความสำเร็จขั้นต้น (550/2000)]

[เจตจำนงแห่งน้ำ: ความสำเร็จขั้นต้น (510/2000)]

[เมื่อเจตจำนงใดเจตจำนงหนึ่งบรรลุถึงขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ จะสามารถทำการวิวัฒนาการย่อยเฉพาะทางได้หนึ่งครั้ง]

[คำแนะนำ: การวิวัฒนาการเต็มรูปแบบในครั้งต่อไป จำเป็นต้องมีพลังโลหิต 100,000 หน่วย (ระดับห้าขั้นต้น), พลังจิต 60,000 หน่วย และต้องเข้าใจเจตจำนงขั้นสูงสุดอย่างน้อยสองชนิด! ใช้แต้มวิวัฒนาการ 10,000 แต้ม]

การเก็บตัวฝึกฝนรอบเล็กๆในครั้งนี้ ได้รับผลตอบแทนไม่น้อยเลยทีเดียว! โดยเฉพาะในด้านของพลังโลหิตและเจตจำนง

เลือดบริสุทธิ์ของสัตว์อสูรระดับเก้าสองหยดนั้น ฉู่เซิงสามารถดูดซับพลังโลหิตมาได้ 970 หน่วย พร้อมกับพลังเจตจำนงอีกเล็กน้อย ซึ่งบังเอิญเป็นเจตจำนงแห่งดินและน้ำพอดี ทำให้เจตจำนงทั้งสองชนิดของเขาเลื่อนระดับจากขั้นเริ่มต้นมาเป็นความสำเร็จขั้นต้นได้อย่างราบรื่น

ส่วนเลือดบริสุทธิ์ของสัตว์อสูรระดับราชาห้าดาวนั่นยิ่งร้ายกาจเข้าไปใหญ่ ฉู่เซิงดูดซับพลังโลหิตจากมันมาได้เต็มๆถึง 2,000 หน่วย!

และนี่ขนาดว่าร่างกายของเขารับไม่ไหวจนดูดซับได้ไม่หมด พลังงานบางส่วนจึงถูกนำไปใช้เสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายแทนแล้วนะ

แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ระดับสี่ขั้นต้นแล้ว แต่ร่างกายนี้ก็ยังคงรับการดูดซับพลังโลหิตได้สูงสุดครั้งละประมาณ 2,000 หน่วยเท่านั้น หากเกินกว่านี้มันจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานอย่างอื่น และก่อนที่จะย่อยสลายพลังงานจนหมด เขาก็จะไม่สามารถดูดซับเพิ่มได้อีก

นี่จึงเป็นสาเหตุที่การเก็บตัวครั้งนี้ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร

เมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน การเก็บตัวครั้งนี้ฉู่เซิงเพิ่มพลังโลหิตมาได้ 2,970 หน่วย ทำให้มีค่าพลังโลหิตสูงถึง 19,879 หน่วย ขาดอีกแค่หมื่นกว่าๆก็จะทะลวงขึ้นสู่ระดับสี่ขั้นกลางได้แล้ว!

นอกเหนือจากพลังโลหิตแล้ว ในด้านของเจตจำนง ฉู่เซิงยังได้ดูดซับเจตจำนงชนิดใหม่เอี่ยมจากเลือดสัตว์อสูรระดับราชาห้าดาวมาได้อีกด้วย นั่นก็คือ เจตจำนงแห่งทอง!

[เจตจำนงแห่งทอง: ความสำเร็จขั้นต้น (1800/2000) การโจมตีทางจิตและการโจมตีทางกายภาพของโฮสต์จะได้รับโบนัสความเฉียบคม สามารถเจาะเกราะป้องกันบางส่วนได้]

น่าเสียดายที่พลังเจตจำนงที่แฝงอยู่ในเลือดสัตว์อสูรระดับราชาห้าดาวหยดนี้ยังสู้ 'บัวซ่อนเร้นทะลวงมิติ' ต้นนั้นไม่ได้ ทำให้ระดับความเข้าใจเจตจำนงแห่งทองของเขามีเพียง 1,800 ยังไม่บรรลุขั้นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่

ไม่อย่างนั้น เขาคงได้เปิดใช้การวิวัฒนาการย่อยเฉพาะทางอีกครั้งไปแล้ว!

นอกจากนี้ ในระหว่างที่ย่อยสลายพลังโลหิตฉู่เซิงก็ไม่ลืมที่จะฝึกฝนเคล็ดวิชาลับทางจิตระดับปฐพีขั้นสูงอย่าง 'เคล็ดวิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณ' ควบคู่ไปด้วย

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉู่เซิงทำความเข้าใจสกิลด้วยตัวเอง ต้องยอมรับเลยว่าวิชาลับระดับปฐพีขั้นสูงนี่มันฝึกยากเอาเรื่อง

ฉู่เซิงใช้เวลาตั้งครึ่งค่อนวันกว่าจะเข้าใจแค่ผิวเผิน และสามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสกิลกดใช้ใหม่ได้สำเร็จ:

[สกิลกดใช้: วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณ Lv1]

มาดูกันหน่อยซิว่าเอฟเฟกต์เป็นยังไง

วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณ: สามารถป้องกันและสะท้อนการโจมตีทางจิตของศัตรูได้

ปัจจุบันอยู่เลเวล 1...สามารถป้องกันการโจมตีทางจิตของระดับหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์

และสะท้อนความเสียหายกลับไป 10% ใช้พลังจิต 100 หน่วยต่อการใช้งานหนึ่งครั้ง

เอ๊ะ สกิลที่ทำความเข้าใจด้วยตัวเองก็มีเลเวลด้วยแฮะ?

ถ้าดูจากตรงนี้ วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณเลเวลหนึ่ง ถึงแม้เอฟเฟกต์สกิลจะดูดี แต่ตัวเลขมันดูไร้ประโยชน์ไปหน่อยนะ

ในเมื่อมีเลเวล งั้นก็ใช้แต้มวิวัฒนาการอัปเกรดได้เลยสิ ไม่ต้องมานั่งทำความเข้าใจเองแล้วใช่ไหม?

ดวงตาของฉู่เซิงเป็นประกายขึ้นมาทันที เขารีบเอ่ยปากสั่ง

"ระบบ อัปเกรดวิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณ!"

[ติ๊ง! การอัปเกรดวิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณเป็น Lv2 ต้องใช้แต้มวิวัฒนาการ 20 แต้ม ยืนยันการอัปเกรดหรือไม่?]

อัปเกรดได้จริงๆด้วย!

ถ้าอย่างนั้นเวลาเขาเรียนรู้วิชาลับต่างๆในอนาคต แค่เรียนให้พอรู้พื้นฐานก็พอ แล้วที่เหลือก็ค่อยใช้แต้มวิวัฒนาการอัปเกรดเอาก็ได้สินะ!

20 แต้มวิวัฒนาการ เมื่อเทียบกับการอัปเกรดสกิลอื่นเป็น Lv2 แล้ว ถือว่าแพงไปหน่อยแฮะ

แต่สกิลนี้ไม่อัปเกรดก็คงไม่ได้ เพราะตัวเลขมันกากเกินไป

ยืนยันการอัปเกรด!

[ติ๊ง! วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณอัปเกรดเป็น Lv2 แล้ว]

วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณ Lv2: สามารถป้องกันและสะท้อนการโจมตีทางจิตของศัตรูได้

ปัจจุบันอยู่เลเวล 2…สามารถป้องกันการโจมตีทางจิตของระดับสองได้อย่างสมบูรณ์ และสะท้อนความเสียหายกลับไป 20% ใช้พลังจิต 200 หน่วยต่อการใช้งานหนึ่งครั้ง

ทั้งความสามารถในการป้องกันและตัวเลขสะท้อนกลับเพิ่มขึ้นมาแล้ว

แต่แค่นี้ยังไม่พอหรอก

อัปเกรดต่อไป!

สุดท้าย ฉู่เซิงก็ยอมจ่ายแต้มวิวัฒนาการไป 120 แต้ม เพื่ออัปเกรดมันให้พุ่งพรวดไปถึงเลเวลสี่รวดเดียว

[ติ๊ง! วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณอัปเกรดเป็น Lv4 แล้ว…ระดับของสกิลนี้ไม่สามารถเกินกว่าระดับสูงสุดของพลังโลหิตหรือพลังจิตของโฮสต์ได้ ปัจจุบันไม่สามารถอัปเกรดต่อได้]

วิชาสะท้อนจิตผลักวิญญาณ Lv4: สามารถป้องกันการโจมตีทางจิตของระดับสี่ได้ และสะท้อนความเสียหายกลับไป 40% ใช้พลังจิต 400 หน่วยต่อการใช้งานหนึ่งครั้ง

ไม่เลวเลย แค่นี้ก็พอใช้แล้ว!

แบบนี้ เขาก็ไม่ต้องกลัวการโจมตีทางจิตใดๆจากคนระดับเดียวกันอีกต่อไป!

อัปเกรดต่อไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าขืนป้องกันการโจมตีทางจิตจากระดับที่สูงกว่าได้ด้วยล่ะก็ เจ้านี่คงไม่ใช่วิชาลับระดับปฐพีขั้นสูงแล้ว แต่น่าจะเป็นระดับสวรรค์ไปเลยต่างหาก!

ส่วนสกิลอื่นๆเอาไว้ก่อนยังไม่อัปเกรดดีกว่า ตอนนี้ขอเก็บสะสมแต้มวิวัฒนาการเอาไว้ก่อน รอให้เก็บครบตามจำนวนที่ต้องใช้ในการวิวัฒนาการเต็มรูปแบบครั้งหน้าค่อยว่ากัน

[แต้มวิวัฒนาการปัจจุบัน: 8,192]

การเก็บตัวสิ้นสุดลงแล้ว เอาล่ะ...ต่อไปจะทำอะไรดีนะ?

………..

จบบทที่ บทที่ 183 : สกิลใหม่ ภูมิคุ้มกันการโจมตีทางจิต!

คัดลอกลิงก์แล้ว