- หน้าแรก
- หมู่บ้านโคโนฮะ นารูโตะผู้ได้รับการสั่งสอนจากไอเซ็น
- บทที่ 22 ครอบครัวของซาสึเกะ
บทที่ 22 ครอบครัวของซาสึเกะ
บทที่ 22 ครอบครัวของซาสึเกะ
บทที่ 22 ครอบครัวของซาสึเกะ
สำหรับนารูโตะแล้ว นี่คือวันที่สมบูรณ์แบบ
เขาได้จุดไฟแห่งการต่อสู้ของร็อค ลี ให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง และช่วยให้ซาสึเกะเข้าใจในความมุ่งมาดปรารถนาของตนเองได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เขาได้แสดงความแข็งแกร่งและเจตจำนงแห่งไฟของตนเองออกมาให้เห็น
เขาเชื่อว่าคะแนนของเขาในใจของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 คงจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคะแนนแล้ว
ภายในห้องทำงานของโฮคาเงะ
“กระบวนท่าของนารูโตะยอดเยี่ยมอย่างน่าประหลาดใจ ในวัยแค่นี้ เขากลับฝึกฝนด้วยที่ถ่วงน้ำหนักมากมายขนาดนั้นแล้ว ความมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งขึ้นของนารูโตะเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้เลยจริงๆ”
โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ซึ่งกำลังพ่นควันจากกล้องยาสูบ ละสายตาจากลูกแก้วคริสตัลพลางตกอยู่ในห้วงความคิดอันลึกซึ้ง
การติดต่อกันระหว่างร่างสถิตเก้าหางและตระกูลอุจิวะนั้นไม่ใช่ข่าวดีเลย
ตระกูลอุจิวะเป็นตระกูลที่ทรงอำนาจ ซึ่งเบื้องบนของหมู่บ้านโคโนฮะปรารถนาที่จะควบคุมมาโดยตลอด
ขีดจำกัดสายเลือดของพวกเขา เนตรวงแหวน ได้รับการยกย่องว่าเป็นขีดจำกัดสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้านโคโนฮะ
แต่แม้จะทรงพลัง เนตรวงแหวนก็ยังเป็นที่รู้จักในฐานะขีดจำกัดสายเลือดอันชั่วร้าย ซึ่งต้องการการกระตุ้นจากสถานการณ์ความเป็นความตายเพื่อที่จะเบิกมันขึ้นมา และเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาก็ยิ่งต้องการการสังหารสายเลือดเดียวกันเพื่อที่จะพัฒนาขึ้นไปอีก
ทั้งหมดนี้ได้ทอดเงาอันนองเลือดและโหดร้ายปกคลุมตระกูลอุจิวะ
ผนวกกับความจริงที่ว่าบรรพบุรุษของพวกเขา อุจิวะ มาดาระ เคยร่วมก่อตั้งหมู่บ้านโคโนฮะกับโฮคาเงะรุ่นที่ 1 เซ็นจู ฮาชิรามะ แต่ท้ายที่สุดก็หันเหเข้าสู่ความมืดมิด
ชาวหมู่บ้านจำนวนมากจึงนิยามตระกูลอุจิวะว่าเป็นพวกมืดหม่นและกระหายเลือด
พวกเขามองคนตระกูลนี้ด้วยความระแวดระวังอย่างยิ่ง
และเบื้องบนของหมู่บ้านโคโนฮะ ซึ่งนำโดยโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ก็ได้ใช้กลไกทางการเมืองบีบบังคับให้ตระกูลอุจิวะต้องย้ายไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกล และมอบหมายให้พวกเขาดูแลกองกำลังตำรวจของหมู่บ้านโคโนฮะอันเป็นงานที่ไม่เคยได้รับคำขอบคุณ
เมื่อเวลาผ่านไป ความขัดแย้งระหว่างตระกูลอุจิวะและชาวหมู่บ้านคนอื่นๆ ก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
นี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมตระกูลอุจิวะถึงไม่เป็นที่ชื่นชอบในหมู่บ้านโคโนฮะ
สำหรับโฮคาเงะรุ่นที่ 3 พวกเขาจำเป็นต้องป้องกันไม่ให้ตระกูลอุจิวะแข็งแกร่งขึ้นไปมากกว่านี้
พวกเขาไม่อาจปล่อยให้ตระกูลอุจิวะได้รับมิตรภาพจากนารูโตะไปได้
มิฉะนั้น ปัญหาที่ไม่คาดคิดอาจจะตามมา
เมื่อคิดได้เช่นนี้ โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ก็ขมวดคิ้วแน่น
ด้วยการอยู่ในตำแหน่งที่สูงส่ง ความคิดของเขาจึงไม่ใช่เพียงแค่การปราบปรามธรรมดาๆ แต่เป็นเรื่องของความสมดุล
เช่นเดียวกับที่เขายอมให้มีการก่อตั้งหน่วยรากขึ้นมา แม้ว่ามันจะบั่นทอนอำนาจของเขาลงไปบ้าง แต่มันก็สร้างหน่วยงานสำหรับจัดการกับงานสกปรกขึ้นมาได้เช่นกัน
“รอดูไปก่อนก็แล้วกัน นารูโตะผู้สืบทอดเจตจำนงแห่งไฟ อาจจะสามารถกลืนกินซาสึเกะได้”
“ทำให้ซาสึเกะรักหมู่บ้านโคโนฮะ เหมือนกับอิทาจิ พี่ชายของเขา”
โฮคาเงะรุ่นที่ 3 พึมพำกับตัวเอง
ในขณะเดียวกัน เมื่อซาสึเกะกลับมาถึงบ้าน เขาก็ได้รับการไถ่ถามด้วยความห่วงใยจากครอบครัวในทันที
สีหน้าของบุคคลผู้เป็นโรคติดน้องชายคนหนึ่งเปลี่ยนไปในฉับพลันเมื่อได้เห็นใบหน้าที่บวมเป่งและฟกช้ำของซาสึเกะ
จิตสังหารอันเดือดพล่านก่อตัวขึ้นภายในใจของเขา
แม้ว่าตระกูลอุจิวะของเราจะไม่เป็นที่ชื่นชอบในหมู่บ้าน แต่พวกเราก็ยังไม่ถึงขั้นยอมให้ใครมารังแกได้หรอกนะ
ใครกัน?
ใครทำร้ายน้องชายของชั้น?
อย่างไรก็ตาม ในพริบตาเดียว เขาก็กลับมาประดับรอยยิ้มอันอ่อนโยนตามปกติ เดินเข้าไปหาและเอ่ยถามซาสึเกะ “ซาสึเกะ ทำไมถึงมีแผลบนหน้าเยอะขนาดนี้ล่ะ?”
ซาสึเกะแตะที่แผลของตนเอง ก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดในทันที และตอบกลับ “วันนี้ชั้นประลองกับนารูโตะมาน่ะ แต่ช่องว่างมันห่างกันเกินไป ชั้นก็เลยแพ้รวดเลย”
“แต่มันก็ไม่เป็นไรหรอก ภายใต้คำชี้แนะของนารูโตะ กระบวนท่าของชั้นก็กำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ”
“นารูโตะสุดยอดไปเลยล่ะ เขาอดทนมากเลยนะตอนที่ประลองกับชั้น”
“อุซึมากิ นารูโตะ” อุจิวะ อิทาจิ หรี่ตาลง สายตาของเขาดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก
“ชั้นไม่คาดคิดเลยว่าพรสวรรค์ของนารูโตะจะโดดเด่นขนาดนี้ ขนาดซาสึเกะยังไม่ใช่คู่มือของเขาเลย” อุจิวะ ฟุงาคุ รำพึง
ดูเหมือนว่านารูโตะอาจจะสืบทอดพรสวรรค์มาจากพ่อของเขา นามิคาเสะ มินาโตะ ก็เป็นได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ หมู่บ้านโคโนฮะก็คงจะยิ่งจับตาดูเขาแน่นหนาขึ้นไปอีก
เมื่อคิดได้เช่นนี้ นัยน์ตาของฟุงาคุ ก็หม่นลงเล็กน้อย
สำหรับตระกูลอุจิวะแล้ว นี่อาจจะไม่ใช่เรื่องดีนัก
เขากังวลว่าหมู่บ้านโคโนฮะอาจจะใช้นารูโตะเป็นข้ออ้างในการสร้างความยากลำบากให้กับตระกูลอุจิวะอีกครั้ง
ฟุงาคุ ถอนหายใจ
ความอดทนของตระกูลอุจิวะ หลังจากที่ต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตามมาโดยตลอด กำลังจะถึงขีดจำกัดแล้ว
หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป การก่อกบฏย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
“เลิกคุยกันได้แล้ว อาหารเย็นเสร็จแล้วค่ะ ไปล้างมือก่อนนะคะ” อุจิวะ มิโคโตะ แม่ของซาสึเกะ เดินออกมาจากห้องครัว พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ครอบครัวนั่งล้อมวงกันที่โต๊ะอาหาร และซาสึเกะก็เล่ารายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการฝึกฝนของเขาในวันนี้ต่อไป
ตั้งแต่กระบวนท่าไปจนถึงคาถานินจาของเขา
“ซาสึเกะ นายถึงกับใช้คาถาลูกไฟยักษ์เลยงั้นเหรอ?” ไม่ใช่แค่อิทาจิ แต่แม้แต่ฟุงาคุเองก็ยังมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
การควบคุมคาถานินจาของซาสึเกะยังคงไม่เสถียร แต่ถึงอย่างนั้น พลังทำลายล้างของคาถาลูกไฟยักษ์ก็ไม่ใช่สิ่งที่เด็กห้าขวบจะสามารถปัดป้องได้เลย
เมื่อพวกเขาได้ยินว่านารูโตะผ่าลูกไฟออกเป็นสองซีกได้ด้วยการฟาดฟันเพียงครั้งเดียว สีหน้าของพวกเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึง
“กระบวนท่าและวิชาดาบของอุซึมากิ นารูโตะอาจจะอยู่ในระดับเกะนินแล้วก็ได้” อุจิวะ อิทาจิ และฟุงาคุ สบตากันและพยักหน้าเล็กน้อย
เขาตัดสินใจที่จะจับตาดูนารูโตะอย่างใกล้ชิดในช่วงหลายวันต่อจากนี้
“นารูโตะบอกว่า การไม่ยอมพยายามอย่างหนักก็มีแต่จะปล่อยให้พรสวรรค์สูญเปล่า เพราะงั้นชั้นจะพยายามให้หนักขึ้นไปอีกครับแม่ ตั้งแต่นี้ไป ชั้นจะไปฝึกกับนารูโตะและร็อค ลี ทุกวันเลย ชั้นแพ้พวกเขาไม่ได้หรอก” ซาสึเกะเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
แน่นอนว่า ฟุงาคุ เห็นด้วยกับการตัดสินใจของซาสึเกะอย่างสุดหัวใจ
เขามักจะเชื่อมาตลอดว่าซาสึเกะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเกินไปภายใต้การปกป้องของพี่ชาย
ตอนนี้ เมื่อได้เผชิญกับความพ่ายแพ้และเข้าใจถึงความพยายามของสามัญชน เขาก็เชื่อว่าซาสึเกะจะสามารถก้าวไปได้ไกลยิ่งกว่านี้ในอนาคต
ยามค่ำคืน
มิโคโตะเพิ่งจะเก็บกวาดโต๊ะอาหารเสร็จ และซาสึเกะที่เพิ่งจะกินอิ่ม ก็ลากอิทาจิออกไปที่ลานบ้านเพื่อฝึกฝนเพิ่มเติม
ตามคำพูดของเขา: ช่องว่างระหว่างเขากับนารูโตะนั้นห่างกันเกินไป และเขาอาจจะไม่ใช่คู่มือของร็อค ลี ด้วยซ้ำ เขาจำเป็นต้องพยายามให้หนักขึ้นอย่างเด็ดขาด เขาจะแพ้ไม่ได้ เพราะเขาคือคนตระกูลอุจิวะผู้น่าภาคภูมิใจ
เมื่อมองดูแผ่นหลังของซาสึเกะที่กำลังเดินออกไปที่ลานบ้าน นัยน์ตาของอุจิวะ มิโคโตะ ก็ฉายแววเศร้าหมองเล็กน้อย เธอหลับตาลงล้างจานด้วยสีหน้าอันซับซ้อน พลางตกอยู่ในภวังค์ความคิด
อุจิวะ ฟุงาคุ เดินออกมาจากด้านหลังเธอและกระซิบ “ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลอุจิวะของเรากับหมู่บ้านกำลังตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะร่างสถิตเก้าหาง นารูโตะจะต้องถูกโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ควบคุมอย่างแน่นอน พวกเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบันของนารูโตะได้หรอก”
“ชั้นรู้ค่ะ แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นลูกของคุชินะนี่คะ ถ้าหมู่บ้านไม่กีดกันพวกเรา อย่างน้อยพวกเราก็คงมอบชีวิตที่ดีให้กับนารูโตะได้ ไม่ใช่เป็นแบบตอนนี้ ที่ต้องถูกคนตั้งมากมายเกลียดชัง” เมื่อนึกถึงเพื่อนรักที่ล่วงลับ มิโคโตะก็หลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ
ฟุงาคุ ถอนหายใจ
“เรื่องพวกนี้มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก ตราบใดที่สายเลือดของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ยังคงอยู่ ตระกูลอุจิวะของเราก็จะไม่มีวันมีโอกาสได้ผงาดขึ้นมาอีก” เขาพึมพำกับตัวเอง
นับตั้งแต่ที่โฮคาเงะรุ่นที่ 3 เข้ารับตำแหน่ง ตระกูลชั้นนำและกองกำลังต่อสู้ของหมู่บ้านโคโนฮะก็ลดน้อยถอยลงในอัตราที่น่าตกใจ
เวลาผ่านไปเพียงสิบกว่าปี และตอนนี้แม้แต่ตระกูลอุจิวะก็กำลังเผชิญกับวิกฤติอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“อุจิวะ... จะมีวันพรุ่งนี้สำหรับพวกเราในหมู่บ้านโคโนฮะจริงๆ งั้นหรือ?” นัยน์ตาของฟุงาคุ เต็มไปด้วยความขัดแย้งอย่างหนักหน่วง
สถานที่ซึ่งใบไม้ร่ายรำ เปลวเพลิงจะลุกโชนสว่างไสว
นารูโตะวางหนังสือ “เจตจำนงแห่งไฟ” ลงและเท้าคาง พลางตกอยู่ในห้วงความคิดอันลึกซึ้ง
เขาพยายามที่จะทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งไฟที่คอยค้ำจุนหมู่บ้านโคโนฮะมาจนถึงทุกวันนี้
ดังคำกล่าวที่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งมิเคยพ่าย
นารูโตะแสวงหาที่จะวิเคราะห์อุดมการณ์ของเบื้องบนแห่งหมู่บ้านโคโนฮะจากเจตจำนงแห่งไฟ
ในการค้นคว้าและสืบสวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า นารูโตะก็ค้นพบว่า...
หลังจากที่โฮคาเงะรุ่นที่ 3 เข้ารับตำแหน่ง ตระกูลเซ็นจู ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลผู้ก่อตั้งหมู่บ้านโคโนฮะ ก็ค่อยๆ เสื่อมถอยลง และถึงขั้นถูกกวาดล้างไปในช่วงสงครามโลกนินจา
และตระกูลอุจิวะ ซึ่งเป็นขั้วอำนาจคู่ขนานกับตระกูลเซ็นจู ก็กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมากในตอนนี้
พวกเขาถูกสั่งให้ย้ายไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกล และแม้ว่าพวกเขาจะควบคุมกองกำลังตำรวจของหมู่บ้านโคโนฮะที่มีอยู่จริง แต่ชื่อเสียงและสถานะของพวกเขาในหมู่บ้านโคโนฮะกลับตกต่ำลงเรื่อยๆ
“อันดับแรก กำจัดตระกูลเซ็นจูที่เป็นภัยคุกคามมากที่สุดทิ้งไปซะ จากนั้นก็แบ่งแยกตระกูลอุจิวะ แม้ว่าพวกนั้นจะควบคุมกองกำลังตำรวจของหมู่บ้านโคโนฮะ แต่แท้จริงแล้วกลับต้องรับผิดชอบงานจิปาถะที่ไม่เคยได้รับคำขอบคุณและมีแต่จะไปล่วงเกินผู้คน ใช้ประโยชน์จากนิสัยหยิ่งยโสของตระกูลอุจิวะเพื่อสร้างความขัดแย้งระหว่างพวกเขากับชาวหมู่บ้าน ซึ่งจะเป็นการบั่นทอนอำนาจของตระกูลอุจิวะจากรากฐาน”
“บางทีในอีกไม่กี่ปี ตระกูลอุจิวะก็คงจะถูกกวาดล้างไปด้วยเหตุผลสารพัดอย่าง”
สีหน้าของนารูโตะเต็มไปด้วยความระแวดระวัง และข้อสรุปหนึ่งก็ก่อตัวขึ้นภายในหัวของเขา
“เรื่องนี้ไม่มีทางทำสำเร็จได้ด้วยฝีมือของโฮคาเงะเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน โฮคาเงะรุ่นที่ 3 จะต้องมีผู้ช่วยที่สำคัญมากๆ อยู่แน่ แล้วผู้ช่วยคนนั้นมีท่าทีต่อชั้นยังไงกันล่ะ?”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═