เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 ปากพารอด แยมซูชิ พรสวรรค์

บทที่ 36 ปากพารอด แยมซูชิ พรสวรรค์

บทที่ 36 ปากพารอด แยมซูชิ พรสวรรค์


บทที่ 36 ปากพารอด แยมซูชิ พรสวรรค์

ความล้มเหลวของเลโอริโอส่งผลให้เคย่าเย็นวาบไปถึงสันหลัง ไม่คิดว่าจู่ๆ เมนจิจะยกระดับมาตรฐานการตัดสินขึ้นมาแบบปุบปับ แถมยังจับผิดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของซูชิอีกต่างหาก

ข่าวดีคือ เคย่ายังพอมีเวลาหายใจ เพราะเมนจิจะไม่แตะต้องของที่หน้าตาไม่ผ่านเด็ดขาด

แต่ข่าวร้ายคือ... ดูเหมือนเขาจะไม่มีปัญญาทำซูชิให้ออกมาดูดีมีชาติตระกูลแบบนั้นได้

เคย่านึกย้อนไปถึงร้านอาหารญี่ปุ่นร้านโปรดในโลกเก่า ข้าวซูชิที่นั่นเม็ดอวบอิ่ม ใสวาววับ

พอลองชิม ข้าวไม่เหนียวติดกันเป็นก้อน แต่พอเคี้ยว กลับผสมผสานเข้ากับเนื้อปลาแล้วละลายในปาก แต่ละเม็ดแยกตัวอิสระ สร้างรสสัมผัสที่ยอดเยี่ยม

โชคร้ายที่เขาไม่รู้วิธีหุงข้าวให้ออกมาเป็นแบบนั้น... ดูท่าคงต้องพึ่งวิธีพิเศษซะแล้ว

“นี่คือซูชิที่ผมทำครับ เชิญติชมได้เลย”

กอร์นเปิดฝาครอบอย่างว่าง่าย แล้วมองเมนจิด้วยสายตาคาดหวัง

“มันต่างกับของตาแก่หมายเลข 403 ตรงไหนมิทราบ? ไปทำใหม่!” เมนจิที่ตาลายเพราะความหิว พูดเสียงอ่อยๆ จากโซฟา

“เหมือนของ 403 เหรอ?” กอร์นเหมือนโดนสายฟ้าฟาด ถือจานยืนคอตกด้วยความสิ้นหวัง

“พวกเราเข้าใจความรู้สึกนายดี” มือสี่คู่ตบลงบนไหล่กอร์นพร้อมกัน

เลโอริโอทำหน้ามุ่ย “เวอร์ไปมั้ย? เป็นแบบชั้นมันน่าอายขนาดนั้นเชียว?”

ผู้เข้าสอบใจกล้าบางคนยังคงดาหน้าเข้าไปท้าทายความอดทนของเมนจิ

“แล่ปลาไม่เอาหนังออก! ไปทำใหม่!”

“ข้าวปั้นหลวมไป! ไปทำใหม่!”

“ปลาคาวเกิน! ไปทำใหม่!”

“เลือกส่วนของปลาเป็นรึเปล่าเนี่ย? ขี้ปลายังติดอยู่เลย! ไสหัวไปให้พ้นหน้าเดี๋ยวนี้!”

“พวกแกนี่มันไม่มีพรสวรรค์กันเลยรึไง? กะจะให้ฉันอดตายใช่มั้ย? ไร้จินตนาการสิ้นดี!”

ผู้เข้าสอบนับไม่ถ้วนถูกไล่กลับไปทำใหม่ บรรยากาศในห้องสอบตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะกลุ่มของ โทโด้ หมายเลข 255 ที่เริ่มหัวร้อนขึ้นมาแล้ว

คุราปิก้ามองเคย่าที่กำลังถือจานเตรียมจะไปให้เมนจิประเมิน แล้วตบหัวเขาเบาๆ

“โชคดีนะ”

น้ำเสียงของคุราปิก้าฟังดูปลงตกชอบกล

“นี่นายเชื่อมั่นในตัวชั้นน้อยขนาดนั้นเลยเหรอ?”

เดินไปถึงโต๊ะ เคย่ายื่นจานให้เมนจิ

“เอ้า ลองชิมของชั้นดู”

เมนจิเหลือบมองเด็กหนุ่มผมน้ำตาล แล้วเปิดฝาครอบดูอย่างเกียจคร้าน... มองแวบเดียวก็ปิดฝากลับ

เธอขี้เกียจจะด่าแล้ว ได้แต่โบกมือไล่ให้เคย่ารีบๆ ไปซะ

“ลองชิมดูก่อนสิ!” เคย่าเปิดฝาออกเอง

“จะให้ชิมอะไร? ฉันไม่อยากเปลืองน้ำลายกับเธอหรอกนะ... นี่คิดจะลองดีรึไง? ไอ้หนู... เชื่อมั้ยว่าเดี๋ยวฉันจะ...”

“เชื่อครับ” เคย่าพูดแทรกเมนจิ ถือจานเขย่าไปมาตรงหน้าเธอ “ผมเชื่อทุกคำพูดของคุณเลย แต่คุณเชื่อผมมั้ยว่านี่คือซูชิที่คุณไม่เคยกินมาก่อน?”

เมนจิพินิจพิเคราะห์ซูชิสองชิ้นนั้นอีกรอบ... ดูยังไงก็ซูชิที่ล้มเหลวชัดๆ ไม่ได้รูปทรงสวยงามเลยสักนิด

“ผมยอมรับว่าซูชิที่พวกเราทำมันยังไม่ดีพอ ไม่สมบูรณ์แบบ เพราะยังไงพวกเราก็ไม่ใช่เชฟมืออาชีพ จะให้ปั้นออกมาสวยเหมือนเชฟได้ยังไง? เราไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอกครับ”

เห็นเมนจิไม่ขัด เคย่าเลยพูดต่อ “ถึงแม้เป้าหมายของทุกคนอาจจะไม่ใช่การเป็นฮันเตอร์อาหาร แต่ทุกคนก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ตรงกับความต้องการของคุณนะครับ”

พูดจบ เคย่าก็เริ่มนับถือตัวเอง... ไม้อ่อนไม่ได้ก็ต้องไม้แข็ง ใช้ฝีปากกล้าๆ กลัวๆ นี่แหละ พูดให้เมนจิรู้สึกละอายใจเล่น

คำพูดเหล่านี้โดนใจผู้เข้าสอบข้างล่างอย่างจัง ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยเป็นทิวแถว

“เคย่า! พูดได้ดีมาก!” กอร์นตะโกนชม

“หมอนั่นเป็นกระบอกเสียงให้ชั้นชัดๆ” คิรัวร์ผิวปากวี้ดวิ้ว

“ไอ้เด็กนี่มันจริงจังขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” เลโอริโอทำหน้างง

“เพิ่งรู้จักมันวันแรกรึไง?”

คุราปิก้านับถือฝีปากเคย่าจากใจจริง... ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือร้าย หมอนี่พูดให้ดูดีได้หมด

“นี่เธอกำลังสั่งสอนฉันเหรอ?”

เมนจิอึ้งกับคำพูดของเคย่าไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอนหลังพิงโซฟาด้วยสีหน้าเรียบเฉย มองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างสนใจ

“มิบังอาจครับ... ผมแค่อยากจะบอกเหตุผลให้คุณลองชิมผลงานของผมดูสักคำ”

เคย่าทำหน้าจริงใจสุดฤทธิ์ โบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวัน

จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย “ส่วนผลงานของคนอื่น... ผมว่าคุณควรยึดมาตรฐานอันเข้มงวดของฮันเตอร์อาหารต่อไปครับ”

ตึง!

ยกเว้นฮิโซกะกับอิรุมิที่ยืนเฉยๆ ผู้เข้าสอบอีก 67 คนที่เหลือแทบจะล้มทั้งยืนกับคำพูดของเคย่า

เมื่อกี้ยังพูดแทนทุกคนอย่างเป็นธรรมอยู่หยกๆ วินาทีต่อมาหักหลังกันหน้าด้านๆ

“ไอ้เด็กเวร... เดี๋ยวจบงานนี้รุมสกรัมมันกันเถอะ” เลโอริโอกัดฟันกรอด

ข้อเสนอของเลโอริโอได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์... แม้แต่กอร์นยังไม่คัดค้าน

เมนจิหลุดขำออกมา ในที่สุดเธอก็หยิบตะเกียบ คีบซูชิชิ้นหนึ่งเข้าปาก

อัตราส่วนน้ำส้มสายชูกับข้าวกำลังดี ข้าวยังคงรสสัมผัสที่ดีแม้จะเย็นลง ไม่แฉะและไม่ร่วนจนเกินไป

เครื่องปรุงปริศนาที่ทาบนเนื้อปลาไม่เพียงแต่ดึงความสดของปลาออกมา แต่ยังทำให้รสชาติสดชื่นขึ้นด้วย

สิ่งที่ทำให้เมนจิประหลาดใจที่สุดคือแยมผลไม้รสหวานที่ผสมอยู่ในข้าว... ข้าวทุกเม็ดดูดซับรสชาติของแยม ส่งกลิ่นหอมผลไม้อ่อนๆ

รสเปรี้ยวหวานที่ลงตัวนี้ไม่เพียงแต่ตัดความเลี่ยนของปลาดิบได้ชะงัด แต่ยังช่วยเสริมรสชาติโดยรวมของซูชิให้กลมกล่อม ทิ้งรสสัมผัสที่น่าประทับใจไว้ในปาก

เธอรู้สึกว่าของอร่อยขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องดื่มชาล้างปากเลยด้วยซ้ำ เพราะมันสมบูรณ์แบบในตัวเองอยู่แล้ว

เมนจิคีบชิ้นที่สองเข้าปากอย่างเพลิดเพลิน

ถ้าคำแรกคือการลิ้มรสอย่างพินิจพิเคราะห์... คำที่สองคือการดำดิ่งสู่ความอร่อยอย่างสมบูรณ์

“ทำไมทำมาแค่สองชิ้นล่ะ?”

เมนจิคีบลมอย่างขัดใจ... ความอยากอาหารถูกปลุกกระตุ้นด้วยนิกิริซูชิแยมสองคำนั้นจนตื่นตัวเต็มที่ แต่ลิ้นยังโหยหาความอร่อยมากกว่านี้

เหมือนดูหนังกำลังมันส์ถึงจุดไคลแมกซ์ แล้วไฟดับพรึ่บ

“คุณคิดว่าสองชิ้นน้อยไปเหรอ? ผมไม่ได้เปิดบุฟเฟต์นะครับ! จะให้กินจนอิ่มเลยรึไง? อีกอย่าง... ถ้าคุณอิ่ม แล้วผู้เข้าสอบคนอื่นจะทำยังไง?”

เคย่ามองสีหน้าเมนจิ ก็รู้ทันทีว่ามีลุ้น

เมนจิวางตะเกียบลง แววตาฉายแววประหลาดใจ “เธอคิดได้ยังไงถึงเอาแยมมาใส่? แล้วผลไม้นี่เอามาจากไหน?”

เคย่ายิ้มอย่างมีเลศนัย “ผมเจอผลไม้นี้ด้วยตัวเอง ยังไม่ได้ตั้งชื่อเลยครับ... แต่ถ้าถามว่าเจอที่ไหน บอกได้แค่ว่าในถ้ำใต้ดินครับ”

เมนจิเข้าใจทันที ในฐานะฮันเตอร์อาหารระดับท็อป แม้จะเทียบไม่ได้กับฮันเตอร์พฤกษาอาชีพ แต่เธอก็มีความรู้เรื่องสภาพแวดล้อมการเติบโตของวัตถุดิบต่างๆ พอสมควร

“ถ้าสอบผ่าน... เธออยากเป็นฮันเตอร์สายไหน?” จู่ๆ เมนจิก็ถาม

“ฮันเตอร์พฤกษาครับ” เคย่าตอบโดยไม่ลังเล

เมนจิพยักหน้าอย่างพอใจ “งั้นเธอไม่ต้องตั้งชื่อผลไม้นี้หรอก”

“ทำไมล่ะครับ???”

เคย่าแปลกใจ นึกว่าตัวเองค้นพบผลไม้สุดยอด แต่กลับได้รับคำตอบแบบนี้

“เพราะผลไม้นี้ส่วนใหญ่จะออกดอกแค่ฤดูกาลเดียว... รู้มั้ยว่าทำไม? ถ้าตอบถูก ฉันให้ผ่าน”

เมนจิไม่ได้จงใจแกล้ง แต่ในเมื่อเป้าหมายของเคย่าคือฮันเตอร์พฤกษา ถ้าไม่มีไหวพริบแค่นี้ ก็คงเป็นไม่ได้หรอก

ออกดอกแค่ฤดูกาลเดียว?

เคย่าทวนคำถาม ความคิดแล่นปรุโปร่ง คำตอบผุดขึ้นมาในหัวทันที

“อย่างนี้นี่เอง! ตรงรอยต่อของภูมิประเทศที่แตกต่างกัน สภาพแวดล้อมก็จะแตกต่างกัน พืชพรรณต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเหล่านั้น”

“เพื่อความอยู่รอดและขยายพันธุ์ พืชในสภาพแวดล้อมแบบนั้นมักจะถ่ายทอดพันธุกรรมที่ดีที่สุดออกมา เมื่อพืชต่างชนิดผสมข้ามสายพันธุ์ด้วยยีนที่ดีที่สุด ก็จะได้พืชรุ่นลูกที่ยอดเยี่ยมมาก”

“แต่ทุกอย่างมีสองด้าน... พืชลูกผสมเหล่านี้ได้รับยีนเด่นมาก็จริง แต่ในขณะเดียวกัน ความสามารถในการสืบพันธุ์ก็จะลดลงอย่างมาก หรือถึงขั้นเป็นหมัน ดังนั้นพืชพวกนี้จึงไม่ค่อยถูกค้นพบ และยากแก่การขยายพันธุ์”

เมนจิกับบูฮาร่าสบตากันยิ้มๆ แววตาของทั้งคู่ฉายแววทึ่ง

เป็นที่รู้กันดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างฮันเตอร์พฤกษากับฮันเตอร์อาหารนั้นแนบแน่น... พูดให้ถูกคือ ฮันเตอร์อาหารต้องพึ่งพาฮันเตอร์พฤกษาอย่างมาก การค้นพบพืชกินได้ชนิดใหม่แต่ละครั้ง คือการเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดในการสร้างสรรค์เมนูอาหาร

เด็กหนุ่มตรงหน้า ไม่ว่าจะพรสวรรค์หรือไหวพริบ... นับเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยากจริงๆ ถ้าได้เป็นฮันเตอร์พฤกษา เขาต้องนำความประหลาดใจอย่างไม่เคยมีมาก่อนมาสู่วงการอาหารแน่

คิดได้ดังนั้น เมนจิก็ลุกขึ้นยืน “เธอผ่าน!”

ในใจของเธอ ไม่ใช่แค่ให้ผ่าน... แต่เธอจะจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิด และอาจจะช่วยชี้แนะ เพื่อช่วยผลักดันให้เขาเติบโตอย่างรวดเร็วด้วย

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 36 ปากพารอด แยมซูชิ พรสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว