เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ต้นสนยักษ์ ทางเลือก เมืองร้าง

บทที่ 20 ต้นสนยักษ์ ทางเลือก เมืองร้าง

บทที่ 20 ต้นสนยักษ์ ทางเลือก เมืองร้าง


บทที่ 20 ต้นสนยักษ์ ทางเลือก เมืองร้าง

ทั้งสี่คนเดินออกจากท่าเรือ มายืนมุงดูแผนที่ข้างทางเพื่อศึกษาเส้นทาง

อย่างที่เลโอริโอพูดไว้ คู่มือสอบฮันเตอร์ที่แจกให้ผู้สมัครไม่มีการระบุถึงเส้นทาง ต้นสนยักษ์ เลยแม้แต่น้อย ระบุเพียงแค่ว่าจุดเริ่มต้นของสนามสอบปีนี้อยู่ที่ เมืองซาบะ

จากแผนที่ มีรถบัสสายตรงวิ่งไปเมืองซาบะจริงๆ แต่รถมีวันละเที่ยวตอนสิบโมงเช้าเท่านั้น ถ้าพลาดเที่ยวนี้ก็ต้องรอถึงพรุ่งนี้

ทว่า... เส้นทางรถบัสสายนี้กลับอยู่คนละทิศกับทางที่กัปตันชี้เป้ามาอย่างสิ้นเชิง

เลโอริโอชั่งใจอยู่นาน สุดท้ายก็เลือกเชื่อตัวเองมากกว่า

เขามองนาฬิกาข้างทางแล้วเร่ง “เก้าโมงกว่าแล้ว... รีบไปขึ้นรถบัสกันเถอะ”

กอร์นส่ายหน้า “กัปตันคงมีเหตุผลของเขาแหละ... ชั้นจะไปทางต้นสนยักษ์”

เห็นกอร์นเสียงแตก เลโอริโอเลยหันมาถามความเห็นคนอื่น “งั้นโหวตกัน... เคย่า นายก่อนเลย”

“ชั้นเหรอ? ทางไหนก็ได้ทั้งนั้น... แต่โดยส่วนตัวชั้นชอบนั่งรถมากกว่า เดินมันเมื่อย”

“โอเค! ตอนนี้ 1 ต่อ 2 แล้ว... คุราปิก้า นายล่ะว่าไง?” เลโอริโอถามอย่างมีความหวัง

คุราปิก้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ชั้นเห็นด้วยกับกอร์น กัปตันไม่มีเหตุผลที่จะต้องหลอกพวกเรา เพราะเขาบอกว่าข้อมูลนี้เป็นของขวัญขอบคุณ... น่าเชื่อถือมาก”

“อีกอย่าง ชั้นสังเกตคำพูดกัปตันที่ว่า ‘การสอบเริ่มขึ้นแล้ว’ เพราะงั้นมีความเป็นไปได้สูงมากว่ารถบัสคันนั้นคือกับดัก”

สมกับเป็นคุราปิก้า... เก็บทุกรายละเอียดเล็กน้อยมาวิเคราะห์จนมองขาดว่ารถบัสเป็นกลลวง

เลโอริโอเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ “แล้วนายมีหลักฐานอะไรมายืนยันว่ารถบัสเป็นกับดัก?”

คุราปิก้าชูนิ้วขึ้นมา “ข้อแรก เกาะดอรี่เป็นเกาะ... จะนั่งรถบัสไปถึงได้ยังไง?”

“ข้อสอง กัปตันบอกว่าการเดินทางไปสนามสอบก็ถือเป็นการคัดเลือกผู้เข้าสอบ คนส่วนใหญ่ย่อมเลือกรถบัส ถ้าคิดตามตรรกะนี้ คนที่เลือกไปทางต้นสนยักษ์ย่อมเป็นคนส่วนน้อย... ดังนั้นชั้นคิดว่าไปทางต้นสนยักษ์ปลอดภัยกว่า”

การวิเคราะห์ของคุราปิก้าครอบคลุมและสมเหตุสมผลมาก

เคย่าคิดตามแล้วพูดว่า “ชั้นขอย้ายฝั่ง... ชั้นเลือกไปทางต้นสนยักษ์ด้วยคน”

กอร์นหัวเราะคิกคัก “น่าจะเป็นงี้ตั้งแต่แรกแล้ว นายนี่ซื่อบื้อจัง”

เคย่าเถียงกลับ “อย่าบอกนะว่านายคิดวิเคราะห์จุดน่าสงสัยได้เหมือนคุราปิก้า? คิดว่าชั้นจะเชื่อมั้ย?”

“เอ่อ... จริงๆ แล้วชั้นใช้สัญชาตญาณน่ะ” กอร์นเกาหัวแกรกๆ

“ทีนี้ก็ 3 ต่อ 1 แล้ว... ว่าไงเลโอริโอ?” คุราปิก้ายิ้มเยาะ

เลโอริโอบ่นอุบ “ยุ่งยากชะมัด... เออๆ ไปด้วยก็ได้วะ”

“ไปกันเถอะ!”

กอร์นชี้ไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น ทำท่าจะออกเดิน แต่เคย่าดึงเป้เขาไว้ก่อน

“มีอะไรเหรอเคย่า?” กอร์นหันมาทำหน้างง

“พวกนายลืมเรื่องสำคัญไปรึเปล่า?”

ทั้งสามถามเป็นเสียงเดียวกัน “เรื่องอะไร?”

เคย่ามองหน้าทั้งสามคนด้วยสายตาเอือมระอา “ชั้นดูแล้ว ทางนี้ต่อให้เดินเป็นเส้นตรงก็ยังไกลโข... พวกเราไม่มีเสบียงเหลือแล้วนะ”

“ถ้าจะให้ล่าสัตว์กินระหว่างทางก็พอได้อยู่ แต่เสียเวลาแย่”

คุราปิก้าพยักหน้าเห็นด้วย “จริงด้วย... เคย่ารอบคอบมาก”

ยังไงซะ การเติมพลังงานก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับการเดินทางที่ต้องใช้แรงกายมหาศาล

เลโอริโอกับกอร์นที่เป็นสายกินย่อมไม่มีข้อโต้แย้ง

เคย่าแบมือยื่นไปตรงหน้าเลโอริโอที่กำลังทำหน้างง

“เอาเงินมา”

เลโอริโอถึงกับผงะถอยหลังไปสองก้าว

“จะ... จ่ายเงิน? จ่ายค่าอะไร?”

เคย่าตอบหน้าตาย “ถามโง่ๆ ซื้อของก็ต้องจ่ายเงินสิ”

“แล้วทำไมต้องเป็นชั้นคนเดียวที่จ่าย?” เลโอริโอบ่นกระปอดกระแปด

“หารเท่ากันไง ค่าอาหารหารสี่... นายก็จ่ายแค่ส่วนเดียว เอามาสักหมื่นเจนนี่ก่อน ขาดเหลือค่อยว่ากัน” เคย่าเขย่งเท้ายื่นมือไปจ่อหน้าเลโอริโอ

เลโอริโอเหงื่อแตกพลั่ก บ่นพึมพำงุบงิบ นั่งยองๆ เปิดกระเป๋าเอกสารใบหวง แกล้งทำเป็นควานหากระเป๋าตังค์

“เอ๊ะ? กระเป๋าตังค์อยู่ไหนหว่า? หาไม่เจอแฮะ”

“ชั้นว่าก็สมเหตุสมผลดีนะ”

คุราปิก้ากำลังจะควักเงินจ่ายส่วนของตัวเอง แต่เคย่าคว้าข้อมือเขาไว้แล้วส่ายหน้าห้าม

เลโอริโอแอบเหลียวหลังมาเห็นฉากนั้นเข้าพอดี ถึงกับปรี๊ดแตก

“สองมาตรฐานนี่หว่า! ทำไมคุราปิก้าไม่ต้องจ่าย? ชั้นขอคัดค้าน!”

“ไม่ต้องจ่ายก็ได้... แต่มีข้อแม้นะ” เคย่ายิ้มเจ้าเล่ห์

พอได้ยินว่าไม่ต้องจ่ายเงิน เลโอริโอก็หูผึ่ง รีบยื่นหน้าเข้ามาถามทันที “ข้อแม้อะไร?”

“นายต้องเป็นคนแบกของ” เคย่าเฉลย “แล้วก็ไม่ต้องหาให้เมื่อยหรอก... ชั้นรู้นะว่าในกระเป๋าตังค์เน่าๆ ของนายไม่มีเงินสักเจนนี่เดียว”

ตอนอยู่บนเรือโพไซดอน เคย่าสงสัยมาตลอดว่าในกระเป๋าเอกสารที่เลโอริโอหวงนักหวงหนามีของดีอะไร

เลยแอบเปิดดูตอนหลับ... ถึงได้รู้ “สถานะทางการเงิน” ที่แท้จริงของหมอนี่

เลโอริโอโดนเคย่าปั่นหัวจนผมยุ่งเหยิง ขยี้หัวตัวเองอย่างบ้าคลั่ง “โอ๊ยยยย! นายมันเด็กนรกส่งมาเกิดชัดๆ มาจากขุมไหนเนี่ย? พระเจ้าช่วยลูกด้วย!”

กอร์นกับคุราปิก้าหัวเราะจนน้ำตาเล็ด เรียกความสนใจจากผู้เข้าสอบคนอื่นรอบข้างได้เป็นอย่างดี

แดดเที่ยงวันแผดเผาพื้นดิน ทั้งสี่คนเดินออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางป่าเขา

เคย่า กอร์น และคุราปิก้าเดินตัวปลิวอยู่ข้างหน้า ส่วนเลโอริโอเดินต้วมเตี้ยมรั้งท้าย แบกถุงเสบียงใบเบ้อเริ่ม

“ไอ้เด็กเวร... อย่าให้ถึงทีชั้นบ้างนะ” เลโอริโอบ่นพึมพำอย่างอาฆาต

เมื่อเข้าสู่ป่าทึบ ทางแยกปรากฏขึ้นตรงหน้า

กอร์นหยุดเดิน สูดจมูกฟุดฟิดดมกลิ่น แล้วชี้ไปทางซ้าย “ไปทางนี้”

คุราปิก้าและเคย่าเชื่อใจกอร์นเต็มร้อย เดินตามไปโดยไม่ลังเล

เลโอริโอที่แบกของหนักถามอย่างหอบๆ “ทำไมนายมั่นใจขนาดนั้น?”

กอร์นอธิบาย “อีกทางมีกลิ่นคาวเลือดจางๆ แล้วก็กลิ่นสัตว์ป่า”

“จริงไม่จริงใครจะไปรู้” เลโอริโอบ่นอุบ

“จริงไม่จริง... ลองดูเดี๋ยวก็รู้ไม่ใช่เหรอ?”

เคย่านั่งห้อยขาอยู่บนกิ่งไม้ด้านบน พูดอย่างไม่ยี่หระ

พอเข้าป่า เคย่าก็เลิกเดินพื้น เปลี่ยนไปกระโดดโลดเต้นอยู่บนยอดไม้แทน

เลโอริโอกัดฟันกรอด ชี้หน้าเคย่า “อย่ามากวนประสาทชั้นนะเว้ย!”

“ถ้าไม่พอใจ ก็มาซัดกันสักยกมั้ยล่ะ?” เคย่าหรี่ตา “กล้ารึเปล่า?”

เลโอริโอเสียงอ่อนลงทันที “มะ... ไม่เอาเว้ย! นายจะทำอะไรชั้นล่ะ พ่อคนเก่ง?”

...

อาจเพราะเลโอริโอเหนื่อยจริงๆ ทั้งสี่เลยนั่งพักกินลมชมวิวกันที่ลานหญ้าสักพัก

เลโอริโอรีบคว้าน้ำขึ้นมากระดกอึกใหญ่ แล้วแจกขนมปังให้คนละชิ้น

เคย่าเงยหน้ามองต้นสนยักษ์แล้วถอนหายใจ “ทำไมเดินตั้งนานแล้วยังรู้สึกเหมือนไม่ใกล้ขึ้นเลยฟะ?”

คุราปิก้าอธิบาย “การกะระยะด้วยสายตาอาจคลาดเคลื่อนได้... แต่ระยะทางนี้ก็ไม่ใกล้จริงๆ นั่นแหละ”

หลังจากแบ่งเสบียงกันถือ ช่วยผ่อนแรงเลโอริโอ ทั้งสี่ก็ออกเดินทางต่อ

ยิ่งเดินลึกเข้าไป ป่าก็เริ่มโปร่งขึ้น ระยะห่างระหว่างต้นไม้กว้างขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อพ้นชายป่า เค้าโครงของเมืองเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นในระยะไกล

ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำจวนเจียนจะลับขอบฟ้า ในที่สุดกลุ่มของเคย่าก็มายืนอยู่ที่ปากทางเข้าเมือง... จะเรียกว่าเมืองก็ไม่เชิง เหมือนย่านเมืองเก่าร้างๆ มากกว่า

ตึกแถวเตี้ยๆ สองข้างทางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ แต่ทรุดโทรมอย่างผิดปกติ บนราวตากผ้าที่มีอยู่ทั่วไปทุกหนแห่งมีอีกาเกาะส่งเสียงร้องโหยหวน

บรรยากาศวังเวงชวนขนลุกนี้ทำเอาเลโอริโอต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

แต่กอร์นกลับดูไม่ยี่หระ เดินดุ่มๆ เข้าไปในเมือง

เคย่ามองสำรวจตึกราบ้านช่องสองข้างทาง เดินทอดน่องตามไปอย่างสบายใจ

คุราปิก้าเดินเคียงคู่ไปกับเคย่า ส่วนเลโอริโอเดินระวังหลัง

เลโอริโอมองซ้ายมองขวา บ่นกระปอดกระแปด “ที่นี่มันชวนขนหัวลุกชะมัด... เหมือนเมืองร้างไม่มีผิด”

เคย่านวดขมับ ส่ายหน้าเบาๆ... เลโอริโอนี่มันความรู้สึกช้าจริงๆ ไม่ได้ยินเสียงลมหายใจตั้งเยอะตั้งแยะรึไง?

กอร์นผู้ตรงไปตรงมา มองไปรอบๆ แล้วทักขึ้น “แปลกแฮะ”

“แปลกอะไร?” เลโอริโอถาม

“ที่แปลกคือ... เมืองนี้มีคนอยู่เต็มไปหมด แต่กลับมองไม่เห็นใครเลยสักคน”

คุราปิก้าพยักหน้าเห็นด้วย “ชั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนจำนวนมากเหมือนกัน”

“ตรงไหน? ตรงไหนฟะ?” เลโอริโอหูผึ่ง พยายามเงี่ยหูฟังอยู่นาน ก่อนจะโวยวายด้วยความหงุดหงิด “พวกนายนี่มันปีศาจชัดๆ ชั้นไม่ได้ยินอะไรเลยสักแอะ”

เคย่าตวัดแส้ยาวไปเกี่ยวเสาเหล็กบนดาดฟ้าตึก อาศัยแรงเหวี่ยงกระโดดวูบเดียวขึ้นไปยืนบนยอดตึก

ยิ่งสูงยิ่งเห็นไกล... วิวจากข้างบนดีกว่าข้างล่างเยอะ

หลังจากสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เห็นเงาร่างสีขาวแวบๆ ที่หัวมุมถนนสายหลัก ก่อนจะหายวับไป

เห็นดังนั้น เคย่ารีบกระโดดไปตามชายคาตึก ลงสู่พื้นดิน แล้วเปิดประตูไม้บานหนึ่งที่ด้านข้างทันที

พอประตูเปิดออก เขาก็เจอยายแก่ฟันเหยินยืนจังก้าอยู่หน้าประตู หรี่ตามองเขาอยู่

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 20 ต้นสนยักษ์ ทางเลือก เมืองร้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว