- หน้าแรก
- “ฮันเตอร์ ฮันเตอร์” ฮันเตอร์พฤกษาสีชาด
- บทที่ 15 ความทรงจำ ไพโร โอลูโต้
บทที่ 15 ความทรงจำ ไพโร โอลูโต้
บทที่ 15 ความทรงจำ ไพโร โอลูโต้
บทที่ 15 ความทรงจำ ไพโร โอลูโต้
(บทอดีต)
ปีฮันเตอร์ ค.ศ. 1994 เดือนกรกฎาคม
กลางป่าดงดิบสีมรกต เปลวเพลิงโหมกระหน่ำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงไฟสีชาดอาบไล้ต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ลึกสุดของป่า
ฝูงนกแตกตื่นบินว่อนหนีตายออกจากหายนะ
นกโชคร้ายบางตัวได้รับบาดเจ็บ ร่วงหล่นลงสู่หมู่บ้านที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด
ชายวัยกลางคนเมินเฉยนกสีขาวที่กำลังกระพือปีกดิ้นรนแทบเท้า
เขาคุกเข่าลง ปาดเลือดออกจากใบหน้า มือสั่นเทาจับไหล่เด็กหนุ่มตรงหน้าแน่น จ้องมองเข้าไปในดวงตาที่เริ่มพร่ามัวคู่นั้น
“ไพโร... พาน้องหนีไปซะ”
ไพโร กำดาบคู่ที่เอวแน่น แววตาเด็ดเดี่ยว “ท่านพ่อ... ได้โปรดให้ผมอยู่สู้ตายพร้อมกับเผ่าคูลท์เถอะครับ”
“เพี๊ยะ!”
เสียงตบหน้าดังฉาดใหญ่ ทำเอาไพโรหน้าหัน ยืนตะลึงงัน
ชายวัยกลางคนประกาศก้องด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “เจ้าคือความหวังของเผ่าเรา... อีกอย่าง เจ้าทนเห็นน้องชายต้องมาตายอยู่ที่นี่พร้อมกับเจ้าได้งั้นรึ?”
ไพโรได้สติกลับมา หันไปมอง โอลูโต้ ที่กำชายเสื้อเขาแน่นด้วยความหวาดกลัว
ภาพเบื้องหน้าช่างโหดร้ายเกินบรรยาย... ศพของพี่น้องร่วมเผ่า เสียงกรีดร้อง และกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนแทบหายใจไม่ออก
แสงไฟและเลือดสีสดผสมปนเป ย้อมป่าทั้งป่าให้กลายเป็นสีแดงฉาน
ดวงตาของไพโรเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ แต่เมื่อมองเห็นน้องชายตัวน้อยข้างกาย เขาก็ลังเล
คิดได้ดังนั้น สีแดงในดวงตาของไพโรก็ค่อยๆ จางลง
เขาพยักหน้าอย่างแรง “ผมเข้าใจแล้วครับท่านพ่อ... ผมจะพาโอลูโต้หนีไปให้รอดให้ได้”
เสียงกรีดร้องดังใกล้เข้ามาทุกที การแข่งกับเวลาและความตายได้เริ่มขึ้นแล้ว
ชายคนนั้นผลักไพโรออกไป แล้วลุกขึ้นยืน
“รีบไป!”
สิ้นคำ เขาก็ตั้งท่าเตรียมสู้ แล้วพุ่งตัวกลับเข้าไปในซากปรักหักพัง
ไพโรจูงมือโอลูโต้วิ่งฝ่าป่าทึบอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาไม่รู้จุดหมายปลายทาง รู้เพียงแค่ต้องหนีออกจากนรกขุมนี้ให้เร็วที่สุด
“คุราปิก้า... ดีแล้วที่นายไม่ได้อยู่ที่นี่”
ไพโรเงยหน้ามองท้องฟ้า แต่กิ่งไม้หนาทึบบดบังแสงสุดท้ายของวันจนมิด
เขาหันมามองโอลูโต้ที่วิ่งอยู่ข้างๆ แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต... พี่ก็จะปกป้องนายให้ได้”
สำหรับไพโร คุราปิก้าและโอลูโต้คือคนสำคัญที่สุดในชีวิต... คุราปิก้าคือเพื่อนรัก และโอลูโต้คือน้องชายที่เขาดูแลมาแต่อ้อนแต่ออก
เผ่าคูลท์ เป็นชนเผ่าลึกลับที่อาศัยอยู่ในป่าลึก
คนภายนอกแทบไม่มีโอกาสได้พบเห็น ต่อให้มีนักสำรวจหลงเข้ามา ก็จะถูกคนในเผ่าขับไล่ออกไปอย่างรวดเร็ว
ทุกครั้งที่มองดูคนนอกถูกส่งกลับไป คุราปิก้าและไพโรจะเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เฝ้าฝันว่าจะได้ก้าวออกจากป่าใหญ่นี้ไปเห็นโลกกว้างสักครั้ง
แต่ด้วยกฎของเผ่าและอายุที่ยังน้อย พวกเขาทำได้เพียงเรียนรู้โลกภายนอกผ่านหนังสือเท่านั้น
ทั้งสองมักจะแอบไปวิ่งเล่นในป่าด้วยกัน และครั้งหนึ่ง อุบัติเหตุเกือบพรากชีวิตคุราปิก้าไป
ไพโรช่วยเขาไว้ได้ทัน แต่ต้องแลกกับการพลัดตกหน้าผาจนขาบาดเจ็บสาหัส
แม้จะรักษาจนอาการดีขึ้น แต่ขาของเขาก็ไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ และสายตาก็เริ่มฝ้าฟางลงเรื่อยๆ
แต่อุปสรรคเหล่านี้ก็ไม่อาจหยุดยั้งความฝันของพวกเขาได้
ด้วยความบังเอิญ พวกเขาช่วยเด็กสาวชาวต่างถิ่นที่หลงทางไว้ และได้รับหนังสือเกี่ยวกับ ฮันเตอร์ จากเธอ
อาชีพที่ยิ่งใหญ่และโลกกว้างที่หนังสือพรรณนาไว้ ดึงดูดใจเด็กหนุ่มทั้งสองอย่างจัง
ด้วยความพยายามและการช่วยเหลือจากไพโร ในที่สุดคุราปิก้าก็ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าเผ่าให้ออกไปผจญภัยในโลกกว้าง
“ไพโร... ชั้นจะต้องหาทางรักษาตาและขาของนายให้ได้ แล้วชั้นจะกลับมารับนาย... เราจะไปท่องโลกกว้างด้วยกันนะ”
นั่นคือคำพูดสุดท้ายของคุราปิก้าก่อนจากไป ดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความโหยหาโลกกว้างและคำมั่นสัญญาอันหนักแน่น
สายตาคู่นั้น... คือแสงสว่างในดวงตาที่พร่ามัวของไพโร
มันคือความหวัง... และความปรารถนา
แม้ความปรารถนานั้นอาจจะเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อมสำหรับเขาในตอนนี้ แต่ไพโรก็หวังว่าโอลูโต้จะสานฝันนั้นแทนเขาได้
ไม่รู้ว่าพวกเขาวิ่งมานานแค่ไหนแล้ว ดึกสงัด... แม้จะไร้เสียงผู้ไล่ล่าตามหลังมา
แต่ทั้งสองก็ไม่กล้าหยุดฝีเท้า ได้แต่เหลียวกลับไปมองทิศทางของหมู่บ้านเป็นระยะ... แสงไฟดูเหมือนจะมอดลงไปบ้างแล้ว
ต้องขอบคุณการฝึกฝนร่วมกับคุราปิก้าในวัยเด็ก ทำให้แม้ขาจะไม่สมบูรณ์ แต่พละกำลังของไพโรก็ยังพอประคองไหว ด้วยแรงใจที่ต้องการปกป้องน้องชาย
หลังจากวิ่งหนีตายมาอย่างยาวนาน บวกกับความมืดที่ทำให้มองทางไม่เห็น ในที่สุดโอลูโต้ก็สะดุดรากไม้ใหญ่ล้มลง
“โอลูโต้! เป็นอะไรรึเปล่า?”
ไพโรหันกลับไปช่วยพยุงน้องชายขึ้นมา
“ผมไม่เป็นไรฮะ”
โอลูโต้เอามือยันเข่า พยายามทรงตัวยืนอย่างยากลำบาก
เขาหอบหายใจถี่ ผ่านไปครู่หนึ่งก็เงยหน้าถามไพโร “พี่ฮะ... เรากลับบ้านกันได้มั้ย?”
ไพโรส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด “ไม่ได้! เราต้องหนีไปจากที่นี่”
“แต่ผมอยากกลับบ้าน...”
โอลูโต้ก้มหน้า เสียงเริ่มสั่นเครือสะอื้นไห้
ยังไงเขาก็เป็นแค่เด็กหกเจ็ดขวบ ความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้และความสิ้นหวัง เผยให้เห็นความเปราะบางตามวัย
แต่ในมุมมองของไพโร... ในนาทีชีวิตแบบนี้ มันดูเอาแต่ใจเกินไป
“ที่ไหนที่มีพวกเราอยู่ด้วยกัน... ที่นั่นก็คือบ้าน เข้าใจมั้ย?” ไพโรอธิบายอย่างอดทน
โอลูโต้เงยหน้าขึ้นมองพี่ชายทันที ดวงตาเป็นประกายด้วยความหวัง “พ่อกับแม่ก็จะมากับเราด้วยใช่มั้ยฮะ?”
ในคืนมืดมิด ป่าทั้งป่าแทบจะถูกกลืนกินด้วยความมืด แต่ดวงตาของโอลูโต้กลับส่องประกายวาววับราวกับดาวฤกษ์... เปล่งแสงสีแดงฉานออกมา
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาที่คาดหวังคู่นั้น ไพโรสูดหายใจลึก พยายามตั้งสติ “พ่อกับแม่คงมาไม่ได้... แต่พี่จะอยู่ข้างๆ นายเสมอ”
คำพูดที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความรับผิดชอบนี้ ดับแสงแห่งความหวังในดวงตาของโอลูโต้ลงทันที
เห็นสภาพอิดโรยของน้องชาย ไพรรู้ดีว่าน้องคงถึงขีดจำกัดแล้ว
เขาจึงลดความเร็วลง เดินเคียงข้างไปกับโอลูโต้ เพื่อให้น้องได้พักฟื้นกำลังบ้าง
ทว่า... ความสงบอยู่ได้ไม่นาน
ในป่าที่ไร้ลม จู่ๆ กิ่งไม้ด้านหลังก็ไหวเอนอย่างรุนแรง ราวกับส่งสัญญาณเตือนถึงผู้ไล่ล่าที่กำลังคืบคลานเข้ามา
หัวใจของไพโรบีบรัด มือเผลอไปแตะด้ามดาบที่เอวโดยอัตโนมัติ
เขาหันไปบอกโอลูโต้ “วิ่งไปทางขวานะ... วิ่งสุดแรงเกิด แล้วอย่าหันกลับมามอง ถ้าวิ่งไม่ไหวจริงๆ ให้หาต้นไม้ที่มีผลสีแดง ที่โคนต้นจะมีโพรงเล็กๆ ให้มุดเข้าไปซ่อนตัวซะ”
“ครับ” โอลูโต้พยักหน้ารับคำ
ไพโรสั่งเสียต่อ “จำวิธีกลั้นหายใจที่พี่สอนได้ใช่มั้ย? ถ้าได้ยินเสียงอะไรผิดปกติ ให้หาพงหญ้าทึบๆ ซ่อนตัว แล้วปรับจังหวะหายใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับสายลม... เข้าใจนะ?”
โอลูโต้พยักหน้า แววตาเต็มไปด้วยความกังวล “พี่ฮะ... แล้วพี่ล่ะ?”
ไพโรล้วงเอาคริสตัลสีแดงเลือดที่ยังไม่ผ่านการเจียระไนออกมาจากอกเสื้อ แล้วยัดใส่มือโอลูโต้
เขาชี้ไปที่มือของโอลูโต้ที่กำคริสตัลไว้แน่น แล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “พี่ก็อยู่ข้างๆ นายมาตลอดไม่ใช่เหรอ?”
โอลูโต้เคยเห็นคริสตัลก้อนนี้มาก่อน ตั้งแต่คุราปิก้าจากไป มันก็มักจะอยู่ในมือของไพโร และไพโรก็มักจะเหม่อมองมันอยู่บ่อยๆ
ตอนนี้ เมื่อเห็นคริสตัลเรืองแสงสีแดงจางๆ ในมือ ความรู้สึกตึงเครียดประหลาดก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง
เขากลัว... กลัวว่าจะต้องเสียพี่ชายที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดไป
เขาถามเสียงเบาหวิว “พี่ฮะ... พี่จะทิ้งผมเหรอ?”
ไพโรลูบหัวน้องชายเบาๆ “นายล่วงหน้าไปก่อน เดี๋ยวพี่จะรีบตามไปให้เร็วที่สุด... ถ้าพี่หานายไม่เจอ ห้ามปล่อยให้เนตรสีเพลิงปรากฏออกมาเด็ดขาด เข้าใจมั้ย?”
โอลูโต้พยักหน้า ขอบตาเริ่มแดง “ผมรู้ฮะ... แต่ผม...”
จู่ๆ สายตาของไพโรก็เปลี่ยนเป็นดุดัน เขาตะคอกขัดขึ้นทันที “ไม่มีเวลาแล้ว! ถ้าไม่ไปตอนนี้ พี่จะไม่นับนายเป็นน้องอีก!”
แม้โอลูโต้จะเพิ่งหกขวบ แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมา เขาก็เข้าใจความหมายในคำพูดของไพโรดี
เขากำคริสตัลในมือแน่น เงยหน้าขึ้นมอง พยายามจดจำใบหน้าของพี่ชายที่ยังเยาว์วัยไม่แพ้กันให้ชัดเจนที่สุด
สูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง แล้วเขาก็ออกวิ่งไปข้างหน้าสุดกำลัง
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═