เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 การตกปลา คุราปิก้า ข้อสงสัย

บทที่ 14 การตกปลา คุราปิก้า ข้อสงสัย

บทที่ 14 การตกปลา คุราปิก้า ข้อสงสัย


บทที่ 14 การตกปลา คุราปิก้า ข้อสงสัย

เมื่อเคย่ามองเห็นกอร์นที่กำลังห้อยหัวต่องแต่งเหมือนลิง โดยใช้ขาหนีบเสากระโดงเรือไว้แน่น แล้วแกว่งไปมาอย่างน่าหวาดเสียว เขาก็ตะโกนเรียก “กอร์น! ตกปลาขึ้นมาสักตัวสิ!”

กอร์นถามอย่างงงๆ “นายหิวเหรอ?”

เคย่าชี้ไปที่เลโอริโอ ซึ่งแม้จะยืนหันหลังให้ฝูงชน แต่ก็กำลังเงี่ยหูแอบฟังอย่างตั้งใจ “ชั้นไม่ได้หิวหรอก แต่ตาลุงนี่เมื่อกี้ช่วยชั้นไว้นิดหน่อย แล้วเขาก็บ่นอยากกินน่ะ”

เลโอริโอทนไม่ไหวอีกต่อไป ลุกพรวดขึ้นมา ตะโกนใส่เคย่าว่า “เลิกเรียกชั้นว่าลุงสักที! เรียกว่าเลโอริโอสิโว้ย!”

เคย่าเอามืออุดหูแล้วยิ้มกวนๆ “จะตะโกนทำไมเล่าครับคุณลุงเลโอริโอ?”

เลโอริโอโกรธจนควันออกหู ถลกแขนเสื้อเตรียมจะปีนเสากระโดงขึ้นไปคิดบัญชีกับเจ้าเด็กแสบ

กอร์นรู้สึกดีกับเลโอริโอขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าเขาเคยช่วยเคย่าไว้

เขาดึงตัวเลโอริโอที่กำลังหัวร้อนไว้ แล้วกระโดดไปที่กราบเรือ เหวี่ยงคันเบ็ดลงน้ำ

เขาหันมาแนะนำตัวกับเลโอริโอ “ชั้นชื่อกอร์น ส่วนหมอนั่นชื่อเคย่า พวกเรามาสอบฮันเตอร์เหมือนกัน”

“พวกนายสองคนเป็นพี่น้องกันเหรอ?” เลโอริโอมองสำรวจทั้งคู่อย่างสงสัย... หน้าตาไม่เห็นจะเหมือนกันเลยสักนิด

เคย่าพยักหน้า “ใช่”

กอร์นส่ายหน้า “ไม่ใช่”

......

เลโอริโอพูดอย่างหงุดหงิด “ตกลงกันก่อนพูดได้มั้ยฮะ? สรุปยังไงแน่? เห็นชั้นเป็นตัวตลกเรอะ?”

กอร์นอธิบาย “เคย่ากับชั้นโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ถึงจะคนละพ่อคนละแม่ แต่พวกเราก็เหมือนพี่น้องแท้ๆ”

เลโอริโอลูบคางทำท่าครุ่นคิด “ฟังดูซับซ้อนพิลึกแฮะ”

ไม่นานนัก กอร์นก็ตกปลาบินยักษ์ตัวเบ้อเริ่มขึ้นมาได้ แล้วยื่นให้เลโอริโอ

เลโอริโอที่กำลังห่อเหี่ยว กลับมาสดชื่นมีชีวิตชีวาทันตาเห็น เขารีบกอดปลาแน่นแล้ววิ่งแจ้นไปทางครัว แต่ก็ไม่ลืมหันกลับมาขอบคุณกอร์น

“ถือว่าหายกันนะ ขอบใจมาก!”

กัปตันเรือที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เดินเข้ามาหากอร์นแล้วพูดว่า “ฝีมือตกปลาใช้ได้นี่ ไอ้หนู ตกปลาบินตัวใหญ่ขนาดนี้ได้... ใครสอนมาล่ะ?”

กอร์นตอบอย่างว่าง่าย “ผมเรียนรู้ด้วยตัวเองฮะ กัปตันอยากได้สักตัวมั้ย? เดี๋ยวผมตกให้”

กัปตันไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยืนมองกอร์นเงียบๆ

ทันใดนั้น นกนางนวลที่บินว่อนอยู่บนท้องฟ้า จู่ๆ ก็มารวมตัวกันรอบเรือโพไซดอน บินโฉบลงต่ำพร้อมส่งเสียงร้องต่ำๆ

เคย่าตาเป็นประกายทันที ชักแส้ยาวออกมาเตรียมจะสอยนกมาทำซุปสักตัว แต่กอร์นห้ามไว้ทัน

กอร์นหลับตา สูดหายใจลึก จมูกขยับฟุดฟิด “พายุกำลังมา... เคย่า รีบลงมาเร็ว”

เคย่าชินกับความสามารถของกอร์นดีอยู่แล้ว จึงไม่สงสัยแม้แต่น้อย รีบกระโดดลงมาบนดาดฟ้าเรือทันที

กัปตันจมูกแดงถามต่อด้วยรอยยิ้ม “รู้ได้ยังไง?”

กอร์นอธิบาย “นกนางนวลบอกมาฮะ”

แววตาประหลาดใจวาบขึ้นในดวงตากัปตันแวบหนึ่ง ก่อนจะเลือนหายไป “เธอฟังภาษานกนางนวลรู้เรื่องด้วยรึ?”

“แค่นิดหน่อยฮะ” กอร์นตอบ

“มีหลักฐานอื่นอีกมั้ย?” กัปตันซักต่อ

“อากาศชื้นมาก แล้วผมก็ได้กลิ่นเกลือในอากาศด้วยฮะ”

กัปตันเงยหน้ามองฝูงนกนางนวลที่บินต่ำ อัดควันจากกล้องยาสูบเข้าปอด ความสงสัยในใจเริ่มกระจ่างชัดขึ้น เขาถามว่า “พวกเธอสองคนขึ้นเรือมาจากเกาะปลาวาฬใช่ไหม?”

“อื้อ” กอร์นกับเคย่าพยักหน้า

คราวนี้กัปตันมองไปที่กอร์นแล้วถามว่า “บอกมาซิ พ่อเธอทำอาชีพอะไร?”

เคย่าเริ่มหมดความอดทน เขาเบื่อที่จะฟังตาลุงกัปตันซักไซ้ไล่เรียงไม่จบไม่สิ้น

แถมเขาก็หิวแล้วด้วย เลยตัดสินใจวิ่งไปหาเลโอริโอที่ห้องครัวดีกว่า

“พ่อผมเป็นฮันเตอร์ฮะ ถึงจะเคยเห็นแค่ในรูป แต่เท่าที่รู้ เขาคือฮันเตอร์ที่เก่งที่สุดในโลกฮะ”

แววตาของกอร์นเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมขณะตอบ

คำตอบของกอร์นช่วยยืนยันกับกัปตันจมูกแดงได้ชัดเจนว่า เด็กคนนี้คือลูกชายของจิน

เขาถามต่อ “อีกนานแค่ไหนพายุถึงจะมา?”

กอร์นหลับตาสัมผัสครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า “อีกประมาณสองชั่วโมงฮะ”

“เข้าใจแล้ว” กัปตันพยักหน้าอย่างชื่นชม แล้วหันไปสั่งการลูกเรือ “เฮ้ยพวกเรา! ทำงาน! เก็บใบเรือ เตรียมรับมือพายุ!”

ในขณะเดียวกัน เคย่ากำลังวิ่งวุ่นอยู่ในตัวเรือเหมือนไก่ตาแตกเพื่อหาห้องครัว

“ปึ้ก!”

เขาชนเข้ากับใครบางคนที่มุมตึกเข้าอย่างจัง

เคย่าลูบหน้าผากที่เริ่มปวดตุบๆ

“เดินดูตาม้าตาเรือบ้างสิฟะ! จ่ายค่าเสียหายมาเดี๋ยวนี้เลย”

จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้น เตรียมจะดูหน้าคนซุ่มซ่าม

คนตรงหน้าสวมเสื้อคลุมสไตล์ชนเผ่า สีน้ำเงินเป็นหลักแซมด้วยลวดลายสีส้มเล็กๆ สวมชุดและกางเกงสีขาวล้วนไว้ข้างใน รองเท้าส้นแบนสีฟ้าอ่อน

ผมสั้นสีทองปิดหูขับผิวให้ดูขาวผ่องราวกับหิมะ ดวงตาสีฟ้าอ่อนเหมือนแมวฉายแววเย็นชา ใบหน้าที่งดงามราวกับรูปสลักบวกกับสีหน้าเคร่งขรึมทำให้ดูเข้าถึงยาก

คนคนนี้พูดได้ว่าเป็นคนที่หน้าตาดีที่สุดเท่าที่เคย่าเคยเจอมาตั้งแต่ข้ามภพเลยก็ว่าได้ เครื่องหน้าที่ละเอียดอ่อนจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง

ดูจากโหงวเฮ้งแล้ว คนคนนี้น่าจะเป็นตัวเอก และเคย่าก็คุ้นๆ กับชุดนี้อยู่บ้าง

แค่ไม่นึกว่าจะมาเจอตัวเป็นๆ แถมยังดูดีกว่าบนปกการ์ตูนซะอีก

“เมื่อกี้ชั้นไม่ได้พูดอะไรนะ นายหูฝาดไปเอง”

ยึดคติไว้ก่อนว่าต้องผูกมิตรกับตัวเอก เคย่ารีบเก็บสีหน้ากวนโอ๊ย แล้วฉีกยิ้มยอมแพ้แต่โดยดี

แต่ คุราปิก้า กลับมีท่าทีต่างออกไป ทันทีที่เห็นเคย่า ม่านตาของเขาหดวูบ ริมฝีปากเผยอค้าง สูดหายใจเฮือก ยืนแข็งทื่อไปชั่วขณะ

เคย่ามองคุราปิก้าที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นด้วยความงุนงง แล้วโบกมือไปมาตรงหน้า “เฮ้? เป็นไรรึเปล่า? หัวกระแทกจนเอ๋อไปแล้วเหรอ?”

หลังจากคุราปิก้าได้สติ เขาก็รีบปรับสีหน้า

ดูเหมือนเด็กคนนี้จะจำเขาไม่ได้

แต่หน้าตาของหมอนี่เหมือน ไพโร มาก แถมสีผมก็เหมือนกันเปี๊ยบ ต่างกันแค่อายุ

เขาเลยฉุกคิดว่า... หรือจะเป็น โอลูโต้ น้องชายของไพโร?

แต่ถ้าเป็นโอลูโต้จริงๆ ก็ต้องจำเขาได้สิ ไม่มีเหตุผลที่จะทำท่าเหมือนคนแปลกหน้าแบบนี้

อีกอย่าง โอลูโต้เป็นเด็กเก็บตัว ไม่เหมือนเจ้าเด็กมุทะลุหน้าหนานี่สักนิด

คิดได้ดังนั้น คุราปิก้าจึงปัดมือเคย่าที่โบกอยู่ตรงหน้าออก แล้วถามกลับไปว่า “นายชื่ออะไร?”

ท่าทีแปลกๆ ของคุราปิก้าทำให้เคย่าเริ่มระแวง เขาเลยตอบแบบขอไปที “ดูท่านายจะสบายดีแล้วงั้นชั้นไปก่อนล่ะ”

ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะตั้งตัว เคย่าก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหายไปทันที

ทิ้งให้คุราปิก้ายืนจมอยู่ในห้วงความคิดตรงโถงทางเดินเพียงลำพัง

นับตั้งแต่เผ่าคูลท์ถูกกวาดล้าง คุราปิก้าก็ออกตามหาสมาชิกเผ่าที่รอดชีวิตอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อเวลาผ่านไป ความหวังก็ค่อยๆ ริบหรี่ลง และความหวังที่มอดดับนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นความแค้นอันไร้ที่สิ้นสุด ผลักดันให้เขามุ่งสู่เส้นทางฮันเตอร์เพื่อแก้แค้นให้พี่น้องร่วมเผ่า

คุราปิก้าเห็นโอลูโต้มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย หน้าตาเด็กผู้ชายอาจเปลี่ยนไปตามวัย แต่ความรู้สึกคุ้นเคยนั้น กาลเวลาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

ถ้าคนคนนั้นคือโอลูโต้... น้องชายของไพโรเพื่อนรักจริงๆ สำหรับเขาแล้ว มันก็เหมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์

แฟนฮันเตอร์ที่อ่านมังงะจะรู้ดีว่า คุราปิก้าเป็นคนที่สุขุมเยือกเย็นมาก สามารถวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย และมักทำหน้าที่เป็นมันสมองของกลุ่มตัวเอกเสมอ (ยกเว้นตอนเจอพวกแมงมุม)

เขาไม่เคยสู้ในศึกที่ไม่ได้เตรียมตัว ซึ่งเห็นได้จากกลยุทธ์ที่เขาเลือก อุโบกิน เป็นคู่ต่อสู้คนแรก

เพราะอุโบกินคือสมาชิกที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มโจรเงา ถ้าหมอนั่นยังดิ้นไม่หลุดจาก โซ่ล่ามวิญญาณ  สมาชิกคนอื่นก็ไม่มีทางหลุดได้แน่นอน

ดังนั้น ณ เวลานี้ คุราปิก้าจึงดึงสติกลับมา และเริ่มวิเคราะห์อย่างจริงจัง

จากการพบกันโดยบังเอิญเมื่อครู่ เขาสรุปเบาะแสและข้อสงสัยเกี่ยวกับเคย่าได้ดังนี้:

ข้อแรก หน้าตาของเขาเหมือนโอลูโต้มาก ทั้งเครื่องหน้าและสีผม ข้อสอง อายุก็น่าจะใกล้เคียงกัน ประเมินจากส่วนสูง ข้อสาม อีกฝ่ายจำเขาไม่ได้ ข้อสี่ นิสัยของเด็กคนนี้กับโอลูโต้ต่างกันราวฟ้ากับเหว ข้อห้า เขาไม่รู้อดีตของเด็กคนนี้เลย ข้อหก และสำคัญที่สุด เขาไม่รู้ว่าเด็กคนนี้มี เนตรสีเพลิง เหมือนกับเขาหรือไม่

ถ้าเขาสามารถไขข้อข้องใจเหล่านี้ได้ เขาก็น่าจะยืนยันได้ว่าเด็กคนนั้นใช่โอลูโต้จริงหรือไม่

แต่คุราปิก้าก็รู้ดีว่า ในเมื่ออีกฝ่ายจำเขาไม่ได้ เขาจะใจร้อนไม่ได้เด็ดขาด... ทำได้เพียงค่อยๆ ทำความรู้จักและหาคำตอบไปทีละนิด

ขืนบุ่มบ่ามไป อาจจะทำให้อีกฝ่ายตื่นกลัวและหนีไป ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี

เมื่อมีเป้าหมายและแผนการแล้ว คุราปิก้าก็สงบจิตใจลงได้ในที่สุด รู้สึกโชคดีที่เมื่อกี้เขาไม่ได้แสดงท่าทีผิดปกติจนเกินไป ทำให้เขายังมีโอกาสที่จะเข้าหาและสังเกตการณ์อีกฝ่ายได้อย่างใกล้ชิด

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 14 การตกปลา คุราปิก้า ข้อสงสัย

คัดลอกลิงก์แล้ว