ตอนที่ 38
ตอนที่ 38
“ตามข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองนำกลับมา”
“ดูเหมือนว่าคนที่เอาชนะครอกโคไดล์ได้จะเป็นชายหนุ่มมีที่ชื่อว่าหลัวเหวิน”
“ตอนนี้เขาได้ครอบครององค์กรบาร็อคเวิร์คของครอกโคไดล์ ที่ตั้งอยู่ในอลาบัสต้าแล้ว”
หลังจากได้ยินคำพูดของเซนโงคุ ทุกคนในห้องต่างก็มีสีหน้าที่ดูงุนงงเล็กน้อย
ชายหนุ่มคนนี้ที่ชื่อหลัวเหวินมาจากไหน?
เพียงแต่คนที่สามารถเอาชนะครอกโคไดล์ซึ่งเป็นถึงเจ็ดเทพโจรสลัดได้นั้น จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ
อีกทั้งก่อนหน้านี้กองทัพเรือก็ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับหลัวเหวินอยู่เลย ดูเหมือนว่าชื่อของเขาจะปรากฏขึ้นมาในชั่วข้ามขืนอย่างไงอย่างงั้น
“ดูเหมือนว่าแม้แต่รัฐบาลโลกก็ยังไม่รู้ถึงที่มาของเขา”
“แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นที่แน่นอนก็คือ พวกเราจะต้องตั้งค่าหัวให้กับผู้ชายคนนี้!”
“พวกเราจะต้องหาโอกาสจับมัน และนำมันไปขังไว้ในอิมเพลดาวล์!”
เซนโงคุพูดพร้อมกับดึงใบประกาศจับออกมาจากแขน
ในใบประกาศจับ รูปภาพที่ใช้ยังคงเป็นรูปที่ถ่ายโดยเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของรัฐบาลโลก ซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน
แต่รูปที่อยู่ในใบประกาศจับจะต้องเป็นรูปของหลัวเหวินอย่างแน่นอน พร้อมกับข้อความต่างๆ ที่ถูกเขียนเอาไว้อย่างชัดเจน
[ โจรสลัด หลัวเหวิน ]
[ ค่าหัว 130 ล้านเบรี ]
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
รางวัลค่าหัวดั้งเดิมของครอกโคไดล์คือ 81 ล้านเบรี สำหรับหลัวเหวินที่สามารถเอาชนะครอกโคไดล์ได้นั้น ไม่ว่าเขาจะใช้วิธีใดก็ตาม มันก็เป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ความแข็งแกร่งของเขาได้
ส่วนค่าหัวที่มากถึง 130 ล้านเบรีนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้คนอื่นๆ รู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย
เพราะก่อนหน้านี้หลัวเหวินยังไม่เคยมีรางวัลนำจับด้วยซ้ำ มันเป็นเรื่องหายากมากสำหรับมือใหม่ที่จะได้รับรางวัลค่าหัวมากกว่า 100 ล้านเบรีในครั้งแรก
“ฮึ!”
“คนพวกนั้น ฉันเดาว่าพวกมันกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ”
“ช่างเป็นค่าหัวที่สูงจริงๆ สำหรับโจรสลัดใหม่แบบนี้”
การ์ปกัดเซมเบ้แล้วพูดขึ้นโดยไม่ลังเล
โดยธรรมชาติแล้ว เมื่อคนอย่างเขารู้สึกว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ แน่นอนว่านายพลอีกสามคนและจอมพลเซนโงคุก็ย่อมต้องรู้ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม มีเพียงการ์ปเท่านั้นที่กล้าพูดออกมาตรงๆ
“การ์ป!”
“ก่อนที่แกจะพูดอะไรก็ช่วยรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองด้วย!”
“แล้วก็วางเซมเบ้ที่อยู่ในมือของของแกลงซะ!!”
เซนโงคุตำหนิการ์ปด้วยความโกรธ
ผู้ชายคนนี้ทำตัวอย่างสบายๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์ของตัวเองเลยสักนิด
นอกจากนี้เขายังสามารถพูดเรื่องแย่ๆ ของรัฐบาลโลกได้อย่างไม่ต้องเกรงกลัวอะไร!
“เซนโงคุ นายคงจะต้องรู้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ของครอกโคไดล์ในอลาบัสต้าแล้วใช่ไหม?”
“พูดถึงเรื่องนี้ เจ้าหนูที่ชื่อหลัวเหวินเป็นคนที่กำจัดหายนะให้กับพวกเรา”
“ไม่อย่างนั้น อลาบัสต้าอาจจะวุ่นวายมากกว่านี้ก็ได้”
“ฉันพูดถูกไหม รัฐบาลโลกกำลังพยายามที่จะรักษาหน้าของตัวเองอีกครั้ง”
การ์ปพูดต่ออย่างไม่แยแส
“พอแค่นั้นแหล่ะ!”
“สรุปแล้ว ถ้าแกเจอผู้ชายคนนี้ หลัวเหวิน”
“แกจะต้องจับมันกลับมาให้ได้!”
เซนโงคุพูดด้วยความโกรธ
อีกด้านหนึ่ง…
อลาบัสต้า เมืองเรนเบส ณ ฐานหลักขององค์กรบาร็อคเวิร์ค
หลัวเหวินและลูกเรือหลักทั้งห้าคนกำลังรวมตัวกันอยู่ที่นี่
“ฮัดชิ้ว!!!”
“ใครกำลังพูดถึงฉันกัน?”
หลัวเหวินที่กำลังนั่งอยู่จู่ๆ ก็จามออกมาเสียงดัง
“กัปตันหลัวเหวิน กัปตันต้องดูแลร่างกายของตัวเองบางนะคะ”
“ถ้ามันจำเป็น ฉันสามารถช่วยดูแลชีวิตประจำวันของกัปตันได้นะ”
มิกิตะยิ้มและพูดพร้อมกับกระพริบตาเล็กน้อยให้กับหลัวเหวิน
นับตั้งแต่ที่เธอได้รู้ว่าหลัวเหวินสามารถทำให้ลูกเรือของเขากินผลปีศาจที่สองได้ และเมื่อมองไปที่เกลดิโน่ที่ได้รับพลังของผลปีศาจผลที่สอง มิกิตะก็คิดได้ว่าเธอจะต้องประจบประแจงกัปตันของเธอ
หากเธอยินดีรับใช้หลัวเหวิน บางทีคนที่จะได้รับผลปีศาจผลที่สองเป็นคนต่อไปก็อาจเป็นเธอก็ได้!
“มิกิตะ หยุด ‘ยั่วยวน’ กัปตันซะ”
“ความคิดของเธอ พวกเราทุกคนที่อยู่ที่นี่รู้ดี!”
บอนเครพูดกับมิกิต้าด้วยความโกรธ
เนื่องจากทุกคนเข้าร่วมกลุ่มโจรสลัดของหลัวเหวิน พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อรหัสเหมือนกับเมื่อก่อนอีกต่อไป
“ยั่วยวนอะไรกัน ฉันแค่ต้องการช่วยเหลือกัปตันก็เท่านั้น!”
“ตราบใดที่กัปตันหลัวเหวินต้องการ ฉันก็สามาราถทำให้กัปตันได้ทุกอย่าง!”
มิกิตะเองก็พูดด้วยความโกรธเช่นกัน
เมื่อพูดถึงรูปลักษณ์ของมิกิตะแล้ว เธอเองก็ดูก็ไม่เลวเลยในโลกของโจรสลัด
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สวยและทรงเสน่ห์เท่ากับโรบิน แต่เธอก็เต็มไปด้วยความน่ารักและขี้เล่น
เมื่อรวมเข้ากับรูปร่างที่บึกบึนและชุดแฟชั่น มันก็ทำให้เธอมีเอกลักษณ์ที่น่าดึงดูดมาก
เพียงแต่ว่าตอนนี้ ความคิดของหลัวเหวินอยู่กับการพัฒนาของกลุ่มโจรสลัดของเขาเท่านั้น และไม่มีเวลาไปคิดถึงเรื่องอื่นที่ยังไม่จำเป็น
“ตึง!”
“พอได้แล้ว!”
“หยุดทะเลาะกันได้สักที!”
หลัวเหวินที่นั่งอยู่ได้ตบโต๊ะเพื่อเป็นการเตือน
ลูกเรือทั้งหมดเงียบลงทันที โดยเฉพาะมิกิตะกับบอนเครที่ทะเลาะกันก่อนหน้านี้
“โรบิน แสดงให้ทุกคนได้เห็น”
ทันทีหลังจากนั้น หลัวเหวินก็โบกมือให้กับโรบินที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา
ในตอนนี้ โรบินเป็นเหมือนกับเลขาส่วนตัวของหลัวเหวิน ไม่เหมือนกับลูกเรือคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ เธอยืนอยู่เบื้องหลังและเคียงข้างกับหลัวเหวินตลอดเวลา
…