ตอนที่ 37
ตอนที่ 37
“ถ้าอ่านจบแล้วก็ไปกันเถอะ” หลัวเหวินพูดพร้อมกับพยักหน้า
“หลังจากที่พวกเรากลับออกไป ฉันจะทำลายเส้นทางที่นำมาสู่โพเนกลีฟ”
ใบหน้าของโรบินดูตกใจเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะรีบถามกลับไปยังหลัวเหวินทันที
“กัปตัน คุณจะทำลายเส้นทางนี้อย่างนั้นเหรอ?”
เนื่องจากทางเดินและกับดักที่พวกเธอตกลงมา ดูเหมือนจะเป็นทางเดียวที่สามารถมาถึงที่นี่ได้
ดังนั้นหากหลัวเหวินทำลายมันไปแล้ว เว้นแต่จะทำการขุดลงมาอย่างเดียว มันก็ไม่มีทางที่จะสามารถลงมาถึงที่นี่ได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการดูโพเนกลีฟอันนี้อีกครั้ง
ด้วยวิธีนี้ โรบินกับหลัวเหวินจะเป็นคนเดียวที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับโพเนกลีฟที่ซ่อนอยู่อันนี้ รวมไปถึงข้อมูลของอาวุธโบราณพลูตันด้วย
“เรื่องแบบนี้… ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะพูดออกมา”
“เพราะมันมีแต่จะสร้างปัญหาที่ไม่รู้จบให้กับอลาบัสต้า”
“เป็นทางดีกว่าที่จะฝังมันไว้ที่นี่”
“อย่าลืมว่าองค์กรบาร็อคเวิร์คของเรามีพื้นฐานมาจากอลาบัสต้า หากอาณาจักรแห่งนี้วุ่นวาย พวกเราก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย”
หลัวเหวินอธิบายให้โรบินฟัง
เครือข่ายข่าวกรองไม่สามารถสร้างได้ภายในวันหรือสองวัน มันจำเป็นต้องใช้เวลาเป็นจำนวนมาก
จนกว่าจะถึงเวลานั้น เขาจะต้องหลีกเลี่ยงอันตรายจากสิ่งต่างๆ และรักษาความมั่นคงของอลาบัสต้าเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
นี่เป็นการตัดสินใจของหลัวเหวิน หลังจากที่เขาได้คิดมาเป็นอย่างดีแล้ว
“กัปตัน ทำไมคุณถึงไม่ถามฉันเกี่ยวกับเนื้อหาของโพเนกลีฟนี้ล่ะ?”
“คุณไม่อยากรู้เกี่ยวกับอาวุธโบราณพลูตันเหรอ?”
โรบินมองไปที่หลัวเหวิน และคาดหวังคำตอบของเขา
“โรบิน อย่าลืมว่าเธอคือคนที่ฉันเลือก”
“ถ้าเธอไม่อยากพูด ฉันก็จะไม่ถามหรือบังคับ”
“ส่วนอาวุธโบราณพลูตัน...”
“ถึงแม้ว่าฉันจะรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนในตอนนี้ก็ตาม แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับฉันหรอก”
“มันมีแต่จะสร้างปัญหาโดยไม่จำเป็นให้กับฉันเท่านั้น”
“อีกทั้งฉันก็ไม่ได้คาดหวังเอาไว้อยู่แล้วด้วยว่า ด้วยอาวุธโบราณพลูตันเพียงชิ้นเดียว มันจะสามารถทำลายล้างรัฐบาลโลกได้”
หลัวเหวินพูดพร้อมกับยักไหล่
นี่คือความจริงใจของหลัวเหวิน
เนื่องจากมันไม่มีประโยชน์ที่จะรู้ที่อยู่ของพลูตันในตอนนี้ ดังนั้นมันจึงดีกว่าที่จะแสร้งทำเป็นว่าเขาไม่เคยเห็นมัน
สำหรับหลัวเหวิน การเติบโตของกลุ่มโจรสลัดและการพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเขาเองนั้นสำคัญมากกว่า
สำหรับการพึ่งพาอาวุธโบราณพลูตัน? มันเป็นไปไม่ได้ที่จะโค่นล้มรัฐบาลโลกอย่างแน่นอน
นอกจากนี้หลัวเหวินยังมีความสามารถของผลปีศาจสองผล โลงศพทมิฬต้องห้าม และยังสามารถลบคำสาปของผลปีศาจให้กับลูกเรือของเขาได้อยู่ในมือ
เพียงแค่นี้มันก็สามารถสร้างปัญหาให้กับรัฐบาลโลกได้มากกว่าอาวุธโบราณอย่างพลูตันแล้ว
หลังจากได้ยินคำตอบของหลัวเหวิน ใบหน้าของโรบินก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง
เมื่อจ้องไปยังดวงตาของเขา โรบินก็สามารถรับรู้ได้ว่าหลัวเหวินนั้นไม่ได้โกหก
คำตอบของเขาชัดเจน และไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับอาวุธโบราณพลูตันเลยสักนิด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่หลัวเหวินพูดจบ มันก็มีแสงบางอย่างที่ส่องประกายอยู่ในดวงตาของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันเป็นแสงที่เกิดขึ้นจากความแน่วแน่และมั่นใจในตัวเอง
มีกี่คนในโลกนี้ที่ไม่เห็นค่าของอาวุธโบราณพลูตันบ้าง
“เป็นอะไรไปโรบิน ทำไมเธอถึงยืนอยู่เฉยๆ แบบนั้น?”
“เราต้องรีบกลับออกไปกันได้แล้วนะ”
“ไม่อย่างนั้น มันจะเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเราที่จะกลับออกไปโดยที่ไม่มีใครเห็น”
เมื่อเห็นว่าโรบินกำลังตกอยู่ในอาการตกตะลึง หลัวเหวินจึงรีบโบกมือของเขาต่อหน้าเธอ
“อืม!” โรบินที่ได้สติก็รีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที
ตอนนี้แม้แต่ตัวของหลัวเหวินเองก็ไม่รู้ เป็นเพราะการเผชิญหน้าและการสนทนาเมื่อกี้นี้เอง ที่ทำให้โรบินตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะอยู่เคียงข้างหลัวเหวิน
ด้วยเหตนี้เอง ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองจึงมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อย แน่นอนว่าทั้งสองคนย่อมไม่รู้
หลังจากที่โรบินตอบตกลง หลัวเหวินก็คว้าเอวของโรบินและชำเลืองมองไปยังหลุมที่พวกเขาหล่นลงมา
หลังจากรวบรวมความแข็งแกร่ง เขาก็เหยียบไปที่พื้นด้วยเท้าทั้งสองข้าง ก่อนจะกระโดดขึ้นไปด้านบน
หลุมที่พวกเขาตกลงมานั้นมีทางที่ยาวมาก แต่หลัวเหวินก็ไม่ได้เร่งรีบที่จะกระโดดขึ้นไปในครั้งเดียว
หลังจากกระโดดขึ้นมาถึงระดับหนึ่ง เขาก็ใช้เท้าเตะไปที่กำแพงเพื่อกระโดดขึ้นไปอีกครั้ง
(ผู้แปล : พลังของผลโกโร โกโรมันสามารถบินได้ไม่ใช่เหรอ ทำไม่ต้องกระโดดขึ้นไปด้วยหว่า?)
หลังจากการกระโดดหลายครั้ง ในที่สุดทั้งสองก็กลับมาถึงห้องที่มีโรงศพของราชวงศ์อราบัสต้า
“ปล่อยให้มันถูกฝังอยู่ที่นี่ตลอดไป”
“ตู้ม!”
พูดจบ หลัวเหวินก็ทำอย่างที่เขาบอกกับโรบินก่อนหน้านี้
เขาใช้ความแข็งแกร่งของเขาต่อยและทำลายกำแพงโดยรอบ เพื่อให้มันถล่มลงมาปิดหลุม และไม่มีช่องทางให้สามารถลงไปได้อีก
แต่หลังจากที่ทำสิ่งนี้แล้ว หลัวเหวินก็ยังรู้สึกว่ามันไม่เพียงพอ
เขาใช้พลังของสายฟ้าทำลายกลไกที่เปิดกับดักทั้งหมด และไม่เผยให้เห็นถึงสิ่งผิดปกติใดๆ
เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้ว ทั้งสองก็เดินกลับไปยังทางเดิม
ด้วยเสียงนกหวีดของหลัวเหวิน เสี่ยวจินซึ่งรอมาสักพักก็ถูกเรียกตัว ทั้งคู่พากันกระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังของเสี่ยวจิน และกลับไปยังฐานขององค์กรบาร็อคเวิร์ค
ตั้งแต่การมาจนถึงกลับ ไม่มีใครในพระราชวังที่ได้รับการรายงานใดๆ
วันต่อมา ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ มารีนฟอร์ด
ภายในห้องทำงานของจอมพล จอมพลคนปัจจุบัน ‘เซนโงคุ’ กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะของเขา
สามพลเรือเอกของกองทัพเรือในเวลานี้ อาคาอินุ คิซารุ อาโอคิยิ
รวมถึงวีรบุรุษแห่งกองทัพเรือ พลเรือโทการ์ป ได้ถูกเรียกตัวให้มารวมตัวกันที่นี่
“ที่ฉันเรียกพวกนายทุกคนมาที่นี่ ก็เพื่อที่จะแจ้งเรื่องสำคัญ”
“ครอกโคไดล์ หนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัดได้พ่ายแพ้ลงแล้ว!”
เซนโงคุพูดด้วยท่าทางที่จริงจัง
…