ตอนที่ 27
ตอนที่ 27
สมาชิกขององค์กรบาร็อคเวิร์คต่างอ้าปากค้าง ในขณะที่มองดูฉากที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตรงหน้าของพวกเขา
ผู้ใช้พลังผลปีศาจสายโลเกียอย่างครอกโคไดล์... เพิ่งจะถูกดาบฟันจนได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างงั้นเหรอ!?
“ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมั่นใจมาก”
“กลายเป็นว่าเขามีวิธียับยั้งพลังของผลปีศาจสายโลเกียอยู่”
“ดูเหมือนว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะจบลงแล้ว”
โรบินซึ่งมองเห็นฉากนี้อย่างใกล้ชิด รู้สึกประหลาดใจมากที่เห็นว่าการต่อสู้ครั้งนี้จบลงอย่างรวดเร็ว
เป็นเพราะความประมาทของครอกโคไดล์ และการลงมือที่เด็ดขาดของหลัวเหวิน การต่อสู้ที่ควรจะยิ่งใหญ่จึงกำลังจะจบลงอย่างง่ายดาย
“โชคดีที่จริงๆ ที่สิ่งที่ฉันคิดเอาไว้มันถูกต้อง ไม่อย่างนั้นร่างของครอกโคไดล์คงจะถูกผ่าครึ่งแน่ๆ”
หลัวเหวินจ้องมองไปที่ใบดาบเปื้อนเลือดและพึมพำกับตัวเอง
ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงและเมื่อไหร่ เพียงแต่ในขณะนี้ ดาบในมือของหลัวเหวินถูกห่อหุ้มด้วยชั้นของโลหะสีดำแวววาว
ในช่วงเวลาที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนที่ดาบของหลัวเหวินกำลังจะโดนร่างของครอกโคไดล์ เขาก็ทำการเคลือบดาบด้วยฮาคิเกราะอย่างรวดเร็ว
แต่ก็น่าเสียดายที่ฮาคิเกราะที่เคลือบดาบในชั่วพริบตานั้น มันไม่เพียงพอที่จะฆ่าครอกโคไดล์ได้ในการฟันเพีีียงครั้งเดียว
ร่างของครอกโคไดล์ที่ถูกดาบของหลัวเหวินฟันนั้นทรุดลงในทันที เขาไม่คิดเลยว่าตัวเองจะพลาดท่าให้ง่ายๆ กับหลัวเหวินแบบนี้!
“แค่ก...!”
ในเวลานี้ครอกโคไดล์ไม่มีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งเหมือนอย่างในตอนแรกเลย เขามีเพียงใบหน้าที่เจ็บปวดและเลือดที่กำลังไหลไปทั่วร่างกายเท่านั้น
หลังจากพยายามลุกขึ้นจากพื้น เขาก็ไอออกมาอย่างหนักและกระอักเลือดออกมา
เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส!
อีกทั้งเนื่องจากใบดาบของหลัวเหวินมีพลังของผลโกโร โกโรอยู่ด้วย มันจึงทำให้บาดแผลของครอกโคไดล์เต็มไปด้วยรอยไหม้และเน่าเปื่อย
“บอส! ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ!”
ในเวลานี้ สมาชิกขององค์กรบาร็อคเวิร์คที่รู้สึกตัว ต่างพากันเข้ารีบเข้าไปปกป้องครอกโคไดล์ที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของหลัวเหวิน
“ฮาคิเกราะ!”
ครอกโคไดล์ลุกขึ้นยืนทั้งๆ ที่ได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส เขาอดทนต่อความเจ็บปวดจากบาดแผลที่หน้าอก และจ้องมองไปที่ดาบในมือของหลัวเหวิน
ด้วยความรู้ครอกโคไดล์ผู้ซึ่งเคยต่อสู้กับหนวดขาวมาก่อน เขาย่อมรู้ถึงการมีอยู่ของฮาคิต่างๆ
‘ฮาคิเกราะ’ นอกเหนือจากจุดอ่อนของผลปีศาจเอง มันเป็นความสามารถเดียวที่สามารถทำร้ายผู้ใช้พลังของผลปีศาจสายโลเกียได้!
เพียงแต่ครอกโคไดล์ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า เขาจะได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่สามารถใช้ฮาคิเกราะได้อย่างชำนาญในอลาบัสต้า
หลังจากมองดูสภาพของตัวเองในตอนนี้แล้ว ครอกโคไดล์ก็ต้องการที่จะถอยหนีเพื่อรีบทำการฟื้นตัว
เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบัน แม้แต่พลังของผลปีศาจสายโลเกียของเขาที่นับว่าโดดเด่นที่สุด ก็ยังถูกฮาคิเกราะของหลัวเหวินยับยั้งไว้
ยิ่งไปกว่านั้น การป้องกันและความแข็งแกร่งของหลัวเหวิน หรือแม้แต่ความเร็วของเขา ก็มาถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
อีกทั้งครอกโคไดล์ยังรู้สึกด้วยว่า หลัวเหวินยังไม่ได้แสดงพลังทั้งหมดของเขาออกมาด้วยซ้ำ
ประกอบกับอาการบาดเจ็บสาหัสของเขา หากเขายังคงต่อสู้แบบนี้ต่อไป เขาก็มีแต่จะพ่ายแพ้เท่านั้น!
หลังจากได้บทสรุปทางความคิด ดวงตาของครอกโคไดล์ก็หรี่ลงเล็กน้อย และกำลังเตรียมตัวที่จะถอยหนีออกไป
“พวกแกทุกคนพุ่งเข้าไปหยุดมันไว้เดี๋ยวนี้!”
“ซื้อเวลาเอาไว้ให้ฉันเตรียมตัวซะ!”
ครอกโคไดล์ตะโกนสั่งการลูกน้องทั้งหมดที่อยู่ด้านหลังเขาทันที
“ครับบอส!”
ด้วยคำสั่งการของครอกโคไดล์ ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลัวเหวินก็ตาม แต่หากเป็นการซื้อเวลาให้กับครอกโคไดล์ได้ พวกเขาทุกคนต่างก็คิดว่าตัวเองสามารถทำมันได้!
สมาชิกขององค์กรบาร็อคเวิร์คหลายร้อยคนพุ่งเข้าไปโจมตีหลัวเหวินอย่างรวดเร็ว
ชั่วขณะหนึ่ง การโจมตีทุกประเภทได้มุ่งเข้าหาหลัวเหวินอย่างพร้อมเพรียงกัน
กระสุนหลายนัด คมดาบ คมหอก หรือแม้แต่การโจมตีด้วยพลังของผลปีศาจ ต่างพากันถูกปลดปล่อยออกมาใส่หลัวเหวินเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน
ในทางฝั่งตรงข้าม ครอกโคไดล์หายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่เขาจะนั่งยองๆ เอามือขวาวางไปบนพื้นทราย และใช้ความสามารถของผลซูนะ ซูนะอย่างเต็มที่
“อย่าเข้ามาให้เสียเวลาเลยดีกว่า” หลัวเหวินพูดพร้อมกับยกดาบชูขึ้นไปบนฟ้า
ใบดาบเต็มไปด้วยแสงและกระแสไฟฟ้าที่อันตราย ก่อนที่สายฟ้าขนาดใหญ่จะถูกปลดปล่อยออกมาและพุ่งขึ้นไปด้านบน
จากนั้นหลัวเหวินก็เหวี่ยงดาบลงมาทันที
“การลงทัณฑ์ของพระเจ้า!”
“เปรี้ยง!!!”
พร้อมกับเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่น สายฟ้าขนาดใหญ่ผ่าลงมาจากท้องฟ้าในชั่วพริบตา
การโจมตีของทั้งสองฝ่ายไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย
เพียงการโจมตีครั้งเดียวจากหลัวเหวิน การโจมตีทั้งหมดขององค์กรบาร็อคเวิร์คก็ถูกสายฟ้าทำลายล้างหายไปจนหมดสิ้น
…