ตอนที่ 13
ตอนที่ 13
หลังจากนั้นไม่นาน หลัวเหวินก็เดินทางมาถึงอัปปายาโด และได้เห็นเรือลอยฟ้าอาร์ค แม็กซิม
มันเป็นเรือขนาดใหญ่ที่มีแสงสีทองระยิบระยับไปทั่วทั้งลำ และมีคำว่า ‘พระเจ้า’ สลักอยู่บนลำเรือ
พลังงานของเรือลอยฟ้าอาร์ค แม็กซิมมาจากผลโกโร โกโรทั้งหมด และยังมีบทบาทในการช่วยสนับสนุนหลายอย่าง
‘สายฟ้า’ ซึ่งมากพอที่จะทำลายเกาะแห่งท้องฟ้าได้ สามารถใช้เป็นการโจมตีที่แข็งแกร่งของเรือลำนี้ได้
“ไปขนทองคำทั้งหมดใส่เรือลอยฟ้าอาร์ค แม็กซิม”
หลัวเหวินหันไปออกคำสั่งกับองครักษ์พิทักษ์เทพทั้งสี่
ทองคำทั้งหมดที่เอเนลสะสมไว้ใช้เพื่อสร้างเรือลอยฟ้าอาร์ค แม็กซิม น่าจะมีส่วนที่ยังไม่ได้ขุดออกมาจากแชนโดร่าอยู่
ด้วยเรือโจรสลัดลำนี้ ทองคำที่เหลือยังสามารถเป็นทุนในการเริ่มต้นของกลุ่มโจรสลัดของเขาได้
“ครับ!” องครักษ์พิทักษ์เทพทั้งสี่ต่างเห็นพ้องต้องกัน
หลังจากนั้นไม่นาน เครือข่ายหัวใจของผลโกโร โกโรก็สามารถจับลมหายใจที่กำลังใกล้เข้ามาได้อย่างรวดเร็ว
“พรึบ!”
วินาทีต่อมา ร่างหนึ่งก็กระโดดลงมาจาก ‘เวเวอร์’ สกู๊ตเตอร์น้ำที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะแห่งท้องฟ้า และรีบวิ่งเข้ามาหาหลัวเหวินอย่างรวดเร็ว
“เอเนล!”
“วันนี้เป็นวันตายของแก!”
“ตู้ม!” “ตู้ม!” “ตู้ม!”
จากนั้นใครหลายคนก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับยิงปืนใหญ่ใส่หลัวเหวินทันที
“ซิ!” “ซิ!”
ถึงแม้ว่าการเคลื่อนไหวของพวกเขาจะรวดเร็ว แต่หลัวเหวินที่สัมผัสถึงพวกเขาได้ก่อนหน้านี้นั้นรวดเร็วยิ่งกว่า
เมื่อแสงวาบปรากฏขึ้น ร่างของหลัวเหวินก็หายไปในทันที
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ณ ตำแหน่งที่หลัวเหวินอยู่ก่อนหน้านี้ ควันจากการระเบิดของกระสุนปืนใหญ่ได้พวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อกลุ่มควันจางลง นักรบชนเผ่าแชนเดียร์ ไวเปอร์และคนอื่นๆ ที่แอบโจมตีต่างก็แสดงสีหน้าตกใจ
เพราะพวกเขามองเห็นแต่หลุมขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากระเบิด แต่ไม่เห็นร่างของคนที่พวกเขาต้องการจะเห็นอยู่ในนั้น!
“เป็นชาวแชนเดียร์...”
“แต่แล้วยังไง? นี่คือบทลงโทษที่พวกนายเข้ามาโจมตีฉัน”
“ตู้ม!”
สายฟ้าขนาดใหญ่ผ่าลงมาจากท้องฟ้า
ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ร่างของไวเปอร์และคนอื่นๆ ก็ไหม้เกรียมเป็นสีดำในทันที
พวกเขาพากันล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดทีละคน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางที่เสียงดังออกมา
บนเรือลอยฟ้าอาร์ค แม็กซิม หลัวเหวินกำลังนั่งอยู่บนราวกั้นโดยไขว้ขา ซึ่งเป็นท่าทางที่ดูคล้ายกับเอเนล
“เขาไม่ใช่... เอเนล?”
“แต่สายฟ้าเมื่อกี้...”
“นายเป็นใครกัน”
กลุ่มนักรบชาวแชนเดียร์ต่างตระหนักได้ทันทีว่า พวกเขาเพิ่งจะโจมตีเป้าหมายผิดคน
เนื่องจากหลัวเหวินไม่ใช่เอเนล ความเป็นปรปักษ์ที่เคยเกิดขึ้นแต่เดิมจึงได้หายไปอย่างมาก
“ฉันชื่อหลัวเหวิน”
“เอเนลโดนฉันกำจัดไปแล้ว”
“ดังนั้นพวกนายจึงไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับเขาอีกต่อไป”
หลินเหวินพูดพร้อมกับมองลงไปที่ไวเปอร์และชาวแชนเดียร์คนอื่นๆ
“เอเนล… เจ้านั่นโดนกำจัดไปแล้วอย่างงั้นเหรอ?”
“เป็นไปได้ยังไงกัน!”
หลังจากได้ยินคำพูดของหลัวเหวิน ใบหน้าของไวเปอร์และกลุ่มนักรบชาวแชนเดียร์ก็เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
พลังของเอเนล พวกเขารู้จักมันเป็นอย่างดี เนื่องจากเขาสามารถยึดครองบ้านเกิดอย่างอัปปายาโด โดยอ้างว่าตนเองเป็นเทพเจ้าได้ และเป็นคนที่สามารถควบคุมสายฟ้าได้อย่างที่ไม่มีที่สิ้นสุด
แต่ถึงอย่างนั้น หลัวเหวินกลับบอกว่าเอเนลถูกกำจัดไปแล้ว!
ในขณะนี้ ไวเปอร์และนักรบชาวแชนเดียร์คนอื่นๆ ไม่สามารถทำใจเชื่อได้เลย
“สิ่งที่นายพูดมันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?” ไวเปอร์ถามหลัวเหวินเพื่อต้องการยืนยันในเรื่องนี้
“ถ้าพวกนายไม่เชื่อก็ไปดูเอง” หลัวเหวินชี้ไปยังจุดที่เขาทิ้งศพของเอเนลไว้อย่างไม่ใส่ใจ
“ศพของเอเนล”
หลังจากนั้นไม่นาน ไวเปอร์และนักรบชาวแชนเดียร์ก็พากันเดินกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าของพวกเขา เพราะพวกเขาได้รับรู้เกี่ยวกับความตายของเอเนลแล้ว
ดังนั้นบรรยากาศตอนนี้ของไวเปอร์และนักรบชาวแชนเดียร์คนอื่นๆ จึงสามารถอธิบายออกมาได้อย่างเต็มที่
เอเนลปกครองเกาะแห่งท้องฟ้ามาเป็นเวลานาน ไวเปอร์และนักรบชาวแชนเดียร์ต่างล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าในการจัดการกับเขา
เมื่อเวลาผ่านไป แม้ว่าพวกเขาจะมุ่งมั่นที่จะเอาเมืองอัปปายาโดกลับคืนมาก็ตาม แต่ในใจของไวเปอร์และคนอื่นๆ ก็ไม่สามารถลบล้างพลังของเอเนลได้
จนมาถึงวันนี้ ในที่สุดพวกเขาก็เห็นความหวัง เอเนลตายแล้ว!
“เดี๋ยวก่อน! นายเพิ่งใช้พลังสายฟ้าแบบเดียวกับเอเนล!”
“นายจะเป็นเหมือนกับเอเนลไหม?”
“เป็นเทพเจ้าองค์ใหม่ของเกาะแห่งท้องฟ้า?”
ราวกับนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จู่ๆ ไวเปอร์ก็หันไปถามหลัวเหวินอย่างระมัดระวัง
เนื่องจากเขาสามารถฆ่าเอเนลได้ มันจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าความแข็งแกร่งของหลัวเหวินนั้นแข็งแกร่งกว่าเอเนล
ดังนั้นหากจุดประสงค์ของหลัวเหวินเหมือนกับเอเนล มันจะต้องไปใช่ข่าวดีสำหรับพวกเขาอย่างแน่นอน
เพราะนี่มันกำลังหมายความว่า พวกเขากำลังจะได้เผชิญหน้ากับคนที่น่ากลัวยิ่งกว่าเอเนล!
“พวกเรานักรบชนเผ่าแชนเดียร์ จะไม่ละทิ้งการแสวงหาอิสรภาพ!”
“ถ้า...”
“ถ้าจุดประสงค์ของนายเหมือนกับเอเนล”
“พวกเราจะประกาศสงครามกับนายที่นี่!”
แววตาของไวเปอร์ร้อนแรง เขาประกาศกร้าวออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่เกรงกลัว
ในฐานะนักรบชนเผ่าแชนเดียร์ที่ต้องการทวงคืนบ้านเกิด ไวเปอร์แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความกล้าหาญ
สิ่งนี้ทำให้ดวงตาของหลัวเหวินเป็นประกาย
“แม้นายจะรู้ว่าตัวเองจะต้องตายก็ตาม?” จู่ๆ หลัวเหวินก็ถามด้วยรอยยิ้มขี้เล่น
“ถูกตัอง!”
“นักรบของชนเผ่าแชนเดียร์คือผู้ที่เสียชีวิตในสนามรบเท่านั้น!”
“พวกเราจะไม่มีทางยอมแพ้ให้กับศัตรู!”
คำพูดของไวเปอร์และนักรบชาวแชนเดียร์คนอื่นๆ ได้เปลี่ยนมุมมองของหลัวเหวินที่มีต่อพวกเขา
อย่างน้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ทรงพลังมากกว่า ไวเปอร์และเหล่านักรบชาวแชนเดียร์ก็ไม่ได้มีความขี้ขลาดให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
…