- หน้าแรก
- แม่มดน้ำแข็งแห่งพันธะสัญญา สร้างตระกูล
- ตอนที่ 11 - การแต่งตั้งอัศวิน
ตอนที่ 11 - การแต่งตั้งอัศวิน
ตอนที่ 11 - การแต่งตั้งอัศวิน
สามวันต่อมา
อิกอร์ก้าวเข้าไปในจวนเจ้าเมืองอีกครั้ง
ภายใต้สายตาที่อ่อนโยนของบารอนเลสลี่ ใบหน้าของชายหนุ่มฉายแววเด็ดเดี่ยว ราวกับเพิ่งผ่านการคิดทบทวนมาอย่างหนัก เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ท่านบารอน ข้าคิดดีแล้วครับ ข้ายินดีมอบความจงรักภักดี และขอรับใช้ท่านรวมถึงตระกูลเลสลี่"
"ดี! ดีมาก!"
บารอนเลสลี่ยิ้มกว้างอย่างจริงใจ เขารีบเดินเข้ามาพยุงชายหนุ่มให้ลุกขึ้นด้วยตัวเอง
"อิกอร์! เมืองเกรย์พอร์ตของเรา ต้องการคนเก่งๆ แบบแกนี่แหละ!"
ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ท่าทีของเขาดูนอบน้อมขึ้น
"การได้รับใช้ตระกูลเลสลี่ ถือเป็นเกียรติของข้าเช่นกันครับ"
บารอนหัวเราะร่วน ตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ ด้วยความพอใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
"อัศวินปัวโรต์ของฉัน แกจะไม่มีวันเสียใจกับทางเลือกในวันนี้แน่!"
หลายวันต่อมา
พิธีแต่งตั้งอัศวินสุดยิ่งใหญ่ก็ถูกจัดขึ้นที่ลานกว้างหน้าจวนเจ้าเมือง
วันนี้อากาศดีเป็นใจ ท้องฟ้าเป็นสีครามสดใส ธงสีน้ำเงินปักลายประภาคารและสมอเรือของตระกูลเลสลี่ปลิวไสวไปตามสายลม พรมแดงถูกปูยาวเหยียดลงมาจากแท่นพิธี สองข้างทางมีทหารยามในชุดเกราะเงาวับยืนถือดาบตรงแหน่ว แสงแดดส่องกระทบชุดเกราะสะท้อนแสงดูน่าเกรงขาม
ลานกว้างเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ทั้งขุนนาง พ่อค้าเศรษฐี คนดังในเมืองเกรย์พอร์ต และอัศวินทั้งหกคนของบารอนต่างมาร่วมงานกันครบถ้วน รอบนอกยังมีชาวเมืองมายืนเบียดเสียดรอดูพิธี เสียงซุบซิบพูดคุยดังเซ็งแซ่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้น
อิกอร์สวมชุดเกราะอัศวินสีเงินสว่างจ้าที่บารอนมอบให้ คลุมทับด้วยผ้าคลุมกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม รูปร่างของเขาสูงสง่าและดูน่าเกรงขาม ดวงตาสีฟ้าอมเทาคู่นั้นสงบนิ่งเหมือนบ่อน้ำลึก แต่ก็เฉียบคมดั่งตาเหยี่ยว
ท่ามกลางเสียงประกาศอันศักดิ์สิทธิ์และกึกก้องของเจ้าพิธี เขาเดินอย่างสง่าผ่าเผยไปตามพรมแดง ขึ้นสู่แท่นพิธี แล้วคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าบารอนเลสลี่
วันนี้บารอนสวมชุดเต็มยศที่แสดงถึงอำนาจและบารมี ในมือถือดาบพิธีการที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เสียงอันทรงพลังของเขาถูกขยายให้ดังขึ้นด้วยเวทมนตร์ธาตุลมเบาๆ จนดังก้องไปทั่วลานกว้าง
"ในนามแห่งเลสลี่ ด้วยอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากเคานต์แห่งอ่าวป่าเงา ณ ที่แห่งนี้ ต่อหน้าพยานทุกท่าน ขอมอบบรรดาศักดิ์อัศวินให้แก่ ปัวโรต์ เลสลี่..."
จากนั้น เขาก็ยกดาบพิธีการขึ้น ปลายดาบที่ดูหนักอึ้งและเย็นเยียบแตะลงบนไหล่ซ้ายของอิกอร์เบาๆ
"ขอให้ไหล่ซ้ายของเจ้า แบกรับความหนักแน่นแห่งความจงรักภักดี"
แล้วเลื่อนไปที่ไหล่ขวา
"ขอให้ไหล่ขวาของเจ้า แบกรับหน้าที่แห่งการปกป้อง"
และสุดท้าย ปลายดาบก็จ่อลอยอยู่เหนือศีรษะ
"ขอให้ความมุ่งมั่นของเจ้า จงเป็นดั่งประภาคารที่นำทาง และส่องสว่างคู่กับเกียรติยศของตระกูลเลสลี่ตลอดไป!"
หลังจากการแตะทั้งสามครั้ง ราวกับมีพลังที่มองไม่เห็นถูกส่งผ่านเข้ามา อิกอร์สัมผัสได้ว่าพลังเวทธาตุลมในอากาศรอบตัวสั่นไหวเบาๆ แล้วตราสัญลักษณ์ของตระกูลเลสลี่ก็ปรากฏขึ้นบนชุดเกราะของเขา
"ลุกขึ้นได้!" บารอนประกาศเสียงดังกังวาน
อิกอร์เงยหน้าขึ้นและยืนตรง
ในจังหวะนั้นเอง บารอนเลสลี่ก็ก้าวเข้ามาสวมสายสะพายอัศวินประดับไพลินให้เขาด้วยตัวเอง พร้อมกับมอบตราประทับเงินซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของขุนนางรับใช้ และดาบประจำตัวที่ตกแต่งอย่างงดงามให้
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้า... ปัวโรต์ เลสลี่ คืออัศวินของข้า คือดาบที่แหลมคมและโล่ที่แข็งแกร่งของตระกูลเลสลี่!"
บารอนชูมือของอิกอร์ขึ้นสูง หันหน้าไปหาผู้คนทั่วลาน
"อัศวินปัวโรต์!"
"เลสลี่จงเจริญ!"
เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้องไปทั่วลานกว้าง ราวกับเสียงฟ้าร้องที่ดังสะเทือนไปถึงชั้นเมฆ
แสงแดดส่องกระทบชุดเกราะสีเงินของอิกอร์จนสว่างจ้า ทำให้เขาดูเหมือนเป็นศูนย์กลางของทุกคนในที่นั้น
วินาทีนี้ เขาไม่ใช่ลูกเมียน้อยที่ต้องวิ่งหนีตายหัวซุกหัวซุนในป่าแบล็ควู้ดอีกต่อไป แต่เขาคืออัศวินผู้มีพลังพิเศษอย่างเป็นทางการ ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางขุนนาง และมีจุดยืนเป็นของตัวเองแล้วจริงๆ
หลังพิธีการจบลง ในห้องจัดเลี้ยงรับรอง บารอนเลสลี่กอดคออิกอร์อย่างสนิทสนม พาเขาไปแนะนำให้แขกคนสำคัญรู้จัก
ยิ่งไปกว่านั้น บารอนเลสลี่ยังประกาศกลางงานว่า จะมอบที่ดินทางตอนเหนือที่อยู่ใกล้กับเขตซากโบราณสถาน ซึ่งครอบคลุมถึง คฤหาสน์หิมะสาบาน และหมู่บ้านเสียงกระซิบน้ำแข็ง พื้นที่กว้างเกือบยี่สิบตารางกิโลเมตร ให้เป็นดินแดนในครอบครองของอัศวินปัวโรต์
พอได้ยินรางวัลที่บารอนมอบให้ ขุนนางหลายคนถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน บางคนแอบอิจฉา บางคนทำหน้านึกสนุก หรือบางคนก็มองอิกอร์ด้วยสายตาแปลกๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าคัดค้านอะไร
อิกอร์เก็บอาการและสังเกตทุกอย่างไว้เงียบๆ ในใจก็เดาว่าที่ดินผืนนี้คงมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ
แต่เขาก็ไม่ได้กังวลอะไรมากนัก บารอนให้ความสำคัญกับเขาจริงๆ อย่างน้อยตอนนี้ก็คงไม่คิดจะทำร้ายเขา ไม่ว่าที่ดินผืนนี้จะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ ไว้เดินทางไปถึงที่นั่นเดี๋ยวก็รู้เอง
อิกอร์เก็บความสงสัยไว้ในใจ แล้วงัดเอาทักษะการเข้าสังคมที่ฝึกฝนมาสมัยเป็นทหารรับจ้าง มาใช้พูดคุยตีสนิทกับแขกในงานได้อย่างแนบเนียนและรวดเร็ว
ตอนนี้ ถือว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่แวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองเกรย์พอร์ตอย่างเต็มตัวแล้ว
เมื่องานเลี้ยงจบลง แขกเหรื่อทยอยเดินทางกลับจนหมด ทุกอย่างก็กลับมาสงบอีกครั้ง
อิกอร์ในคราบของอัศวินปัวโรต์ ยืนอยู่ข้างบารอนเลสลี่เพื่อมองส่งแขกคนสุดท้าย เขามีเรื่องอยากจะพูดแต่ก็อึกอัก
"มีอะไรหรือเปล่า ปัวโรต์? ดูเหมือนแกจะมีเรื่องในใจนะ" บารอนเลสลี่ที่กำลังอารมณ์ดีเพราะฤทธิ์ไวน์ถามด้วยน้ำเสียงเมตตา
อิกอร์ลังเลนิดหนึ่งก่อนจะพูดเสียงเบา
"ท่านบารอนครับ เรื่องภูติเวทมนตร์ของข้า..."
บารอนทำหน้านึกขึ้นได้แล้วหัวเราะ
"อ้อ เกือบลืมไปเลย ปัวโรต์ เรื่องที่มาที่ไปของภูติน้ำแข็งของแกน่ะ ฉันจัดการแต่งเรื่องไว้ให้เรียบร้อยแล้วล่ะ"
"ตั้งแต่วันนี้ไป ประวัติของแกคือญาติสายรองของตระกูลเลสลี่ เป็นทหารรับจ้างลูกเมียน้อยที่ชื่อ ปัวโรต์ เลสลี่ พ่อของแกก็คือท่านลุงของฉันที่จากไปนานแล้ว"
"ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แกเป็นตัวแทนของตระกูลเราเดินทางไปสำรวจซากโบราณสถานแห่งน้ำแข็งทางตอนเหนือ และเพิ่งจะกลับมาสู่ตระกูลเมื่อไม่นานนี้เอง จนได้รับสถานะลูกเมียน้อยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และกลายเป็นขุนนางอย่างเต็มตัว"
"ส่วนภูติที่แกทำสัญญาด้วย ก็ได้มาจากซากโบราณสถานทางเหนือนั่นแหละ เมื่อหลายปีก่อน แกอาศัยพรสวรรค์และความมุมานะของตัวเอง ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องการทำสัญญาน้ำแข็ง จนทำสัญญากับภูติน้ำแข็งโบราณที่หลับใหลอยู่ในซากปรักหักพังได้สำเร็จ!"
"ก็เหมือนกับตำนานของ อัศวินขาว ที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนนั้นยังไงล่ะ"
เขาตบไหล่อิกอร์เบาๆ น้ำเสียงเด็ดขาด
"ข้ออ้างแบบนี้เคยมีคนใช้มาแล้ว มันฟังดูสมเหตุสมผล และมากพอที่จะอุดปากพวกขี้สงสัยได้สบายๆ"
"เดี๋ยวฉันจะให้คนไปคัดลอกตำราเก่าของตระกูล ที่เกี่ยวกับซากโบราณสถานนั่นและพิธีทำสัญญาน้ำแข็งโบราณมาให้แกสักชุด จะได้ช่วยเพิ่มความเนียนให้เรื่องเล่าของแก แถมยังอาจจะช่วยเรื่องการฝึกฝนของแกในอนาคตได้ด้วย"
"อ้อ จริงสิ... เดี๋ยวฉันจะให้คนส่งแผนผังครอบครัวตระกูลเลสลี่ไปให้แกด้วยนะ รีบๆ ท่องจำให้ขึ้นใจล่ะ จะได้ไม่หลุดพิรุธเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น"
พอได้ยินแบบนั้น อิกอร์ก็แกล้งทำหน้าซาบซึ้งและโล่งใจออกมาอย่างแนบเนียน เขาโค้งตัวลงต่ำ
"ขอบพระคุณท่านบารอนที่ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้อย่างรอบคอบครับ! บุญคุณครั้งนี้ ปัวโรต์จะจดจำไว้ในใจตลอดไป!"
บารอนหัวเราะร่วน โบกมือลาแล้วก้าวเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี