- หน้าแรก
- ต้นไม้โลกบรรพกาล กลืนกินวิถีสวรรค์
- บทที่ 21 - ข้าเลือกยอดเขาอู๋จี๋
บทที่ 21 - ข้าเลือกยอดเขาอู๋จี๋
บทที่ 21 - ข้าเลือกยอดเขาอู๋จี๋
บทที่ 21 - ข้าเลือกยอดเขาอู๋จี๋
"ยอดเขาอู๋จี๋แล้วอย่างไร? เจ้าคิดว่าอยู่ใกล้ท่านเจ้าสำนัก แล้วศิษย์ดีๆ จะต้องตกเป็นของเจ้างั้นหรือ? หน้าหนาเสียจริงนะ!"
"เจ้า..."
"เจ้าอะไรของเจ้า ไม่เบิกตาดูยอดเขาอู๋จี๋ของพวกเจ้าบ้างเล่า นับพันปีมานี้รับศิษย์ไปทั้งหมดกี่คนกัน รวมท่านเจ้ายอดเขาของพวกเจ้าเข้าไปด้วยยังไม่ถึงเจ็ดคนเลยกระมัง? เหตุใดจึงไม่มีผู้ใดอยากไปเป็นศิษย์ พวกเจ้าไม่รู้ตัวบ้างเลยหรือ?"
"พวกเจ้ามีอันใดให้ต้องทุ่มเถียงกัน? อายุอานามรวมกันก็หมื่นกว่าปีแล้ว มายืนทุ่มเถียงกันหน้าดำหน้าแดงต่อหน้าเด็กน้อย แข่งกันเสียงดังหรืออย่างไร? ไม่อับอายบ้างหรือ? ต่อให้พวกเจ้าไม่ไว้หน้าตนเอง พวกเจ้าเคยถามความสมัครใจของเด็กน้อยเหล่านี้บ้างหรือไม่ ว่าพวกเขาอยากจะไปยอดเขาใด?" ผู้อาวุโสใหญ่แห่งยอดเขาทองทนดูต่อไปไม่ไหว จึงเอ่ยปากห้ามทัพ
"เอ่อ..." ก็จริงอย่างที่ว่า เด็กน้อยเหล่านี้ยังไม่ได้ตัดสินใจเลยว่าจะไปยอดเขาใด แต่ตาเฒ่าทั้งหลายกลับมายืนทุ่มเถียงกันจนน้ำลายแตกฟองอยู่ด้านหน้าเสียแล้ว
"ตาเฒ่าพวกนี้ ทุ่มเถียงกันเพื่อรากวิญญาณสามธาตุเพียงคนเดียว น่าขันนัก หากพวกเขารู้ว่าฉินเฟิงก็เป็นรากวิญญาณสามธาตุ คาดว่าคงได้แย่งชิงกันอุตลุดเป็นแน่ หึหึ~" โอวหยางพั่วกระซิบกระซาบกับเฟิงเซียวที่อยู่ข้างๆ
ฉินเฟิงที่อยู่ด้านหลังก็มองภาพเบื้องหน้าด้วยความระอาใจ จำเป็นต้องทุ่มเถียงกันเพื่อรากวิญญาณสามธาตุเพียงคนเดียวถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ด้านหลังยังมีศิษย์อีกเป็นร้อยรอรับการทดสอบอยู่นะ
การทดสอบยังคงดำเนินต่อไป
ในที่สุดก็ถึงคราวของฉินเฟิงก้าวออกไปรับการทดสอบ ฉินเฟิงไม่รอช้า เดินตรงไปที่หินทดสอบรากวิญญาณ ยื่นมือขวาทาบลงไปพร้อมกับถ่ายทอดพลังปราณ ชั่วพริบตานั้น หินทดสอบก็เปล่งประกายแสงหลากสีสันสามสายออกมา
ในเวลาเดียวกัน เหนือหินทดสอบก็ปรากฏตัวอักษรเรียงรายขึ้นอีกครั้ง
"ฉินเฟิง รากวิญญาณยุทธ์สามธาตุ ทอง น้ำ ไฟ ระดับจินตันขั้นต้น"
บรรยากาศทั่วทั้งลานกว้างเงียบกริบดุจป่าช้า ผ่านไปครู่หนึ่ง...
"ศิษย์ผู้นี้ข้าขอจอง ห้ามผู้ใดมาแย่งกับข้า"
"เหตุใดข้าจะแย่งกับเจ้าไม่ได้ เขามีรากวิญญาณธาตุทอง ย่อมต้องตกเป็นของยอดเขาทองของข้า" แม้แต่ผู้อาวุโสใหญ่แห่งยอดเขาทองที่เพิ่งเอ่ยห้ามปรามผู้อื่นไปเมื่อครู่ ก็ยังร่วมวงแย่งชิงด้วย
"เขาก็มีรากวิญญาณธาตุน้ำเช่นกัน หากอิงตามเหตุผลของเจ้า เขาก็ต้องไปอยู่ยอดเขาน้ำของพวกข้าสิ" ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาน้ำก็เข้ามาร่วมวงด้วย
"ศิษย์ผู้นี้หน่วยก้านไม่เลว ข้าว่าเขามีรากวิญญาณธาตุน้ำ ให้เขามาอยู่กับยอดเขาน้ำของพวกเราเถิด"
"ยายเฒ่าอัปลักษณ์ เจ้ารู้จักยางอายบ้างหรือไม่ อย่าคิดว่าผู้ที่มีรากวิญญาณธาตุน้ำจะต้องตกเป็นของเจ้าเสมอไป"
"ตาเฒ่าหนังเหนียว เจ้าด่าผู้ใดกัน? อยากจะมีเรื่องใช่หรือไม่ ข้าพร้อมเสมอ"
ฉินเฟิงยืนมองอยู่ด้านข้างด้วยความระอาใจยิ่งนัก จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ? หากข้าปลดปล่อยรากวิญญาณยุทธ์ทั้งหกธาตุออกมา พวกท่านมิต้องลงไม้ลงมือกันเลยหรือ?
"เอ่อ... ท่านผู้อาวุโสทุกท่านขอรับ การทดสอบยังไม่เสร็จสิ้นเลยนะขอรับ" ฉินเฟิงเอ่ยเตือน
"จริงด้วยๆ การทดสอบยังต้องดำเนินต่อนี่นา" เวลานี้ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาดินก็ทนดูต่อไปไม่ไหวเช่นกัน เมื่อได้ยินคำเตือนของฉินเฟิง จึงรีบก้าวออกมาเป็นผู้ดำเนินการทดสอบต่อ
หลังจากศิษย์ที่เหลืออีกหลายสิบคนทำการทดสอบจนเสร็จสิ้น ล้วนพบว่าเป็นเพียงรากวิญญาณเดี่ยว ทว่าพลังฝึกปรือล้วนอยู่ระดับสร้างรากฐานขั้นกลางขึ้นไปทั้งสิ้น
"ศิษย์ใหม่ทุกท่านจงฟังคำสั่ง ยกเว้นสวีเฉียง เริ่นเจียวเจียว หลีเสวี่ย และฉินเฟิงทั้งสี่คนที่ให้อยู่รั้งรอ ส่วนศิษย์คนอื่นๆ ให้กลับไปยังที่พักของตน พวกเจ้ายังคงเป็นศิษย์ฝ่ายนอกของสำนักเซียวเหยา ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ให้ปฏิบัติตามการจัดสรรตารางการบำเพ็ญเพียรของผู้อาวุโสฝ่ายนอกอย่างเคร่งครัด ห้ามบิดพลิ้ว" ผู้อาวุโสอู๋เล่อแห่งยอดเขาอู๋จี๋ประกาศคำสั่งอีกครั้ง
ชั่วครู่ต่อมา บริเวณลานกว้างข้างหินทดสอบก็เหลือเพียงศิษย์ทั้งสี่คน ได้แก่ ฉินเฟิงและพวก พร้อมด้วยผู้อาวุโสทั้งหกท่าน
เวลานี้ ฉินเฟิงและศิษย์อีกสามคนรู้สึกขนลุกซู่ เพราะสายตาที่ผู้อาวุโสทั้งหกจ้องมองมาที่พวกเขา ราวกับหมาป่าหิวโซที่ไม่ได้กินอาหารมาสี่ห้าวันแล้วเพิ่งพบเจอเหยื่ออันโอชะ ดวงตาทุกคู่เปล่งประกายวาววับ แฝงไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ทั้งสี่คนมองซ้ายมองขวา ทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง เวลานี้ ผู้อาวุโสอู๋เล่อแห่งยอดเขาอู๋จี๋ก็เป็นฝ่ายตั้งสติได้ก่อน
"ทุกท่าน ก่อนจะเลือกรับศิษย์ ควรจะแนะนำสภาพความเป็นอยู่ของแต่ละยอดเขาให้พวกเขาทราบเสียก่อน เพื่อให้เหล่าศิษย์ได้มีทิศทางในการตัดสินใจ"
"ถูกต้องๆ ควรเป็นเช่นนั้น ข้าขอเริ่มก่อนเลยก็แล้วกัน" ผู้อาวุโสใหญ่แห่งยอดเขาน้ำรีบก้าวออกไปด้านหน้า แนะนำสภาพแวดล้อมในการบำเพ็ญเพียรของยอดเขาน้ำ รวมถึงผลประโยชน์ต่างๆ ที่ทุกคนจะได้รับหากเลือกเข้ายอดเขาน้ำ
ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาทอง ไม้ ไฟ และดินต่างก็ทยอยแนะนำยอดเขาของตนจนเสร็จสิ้น เหลือเพียงผู้อาวุโสอู๋เล่อแห่งยอดเขาอู๋จี๋ที่ยังไม่ได้กล่าวแนะนำ
"เด็กน้อยทั้งสี่ ยอดเขาอู๋จี๋ของพวกเราในยามนี้ รวมท่านเจ้ายอดเขาและข้าเข้าไปด้วยแล้ว มีกันอยู่เพียงหกคนเท่านั้น ส่วนอีกสี่คนก็คือศิษย์ของท่านเจ้ายอดเขา ทว่าในปัจจุบัน บนยอดเขาอู๋จี๋มีเพียงข้าคนเดียวที่พำนักอยู่ ท่านเจ้ายอดเขาและศิษย์ทั้งสี่ได้ออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจลับเมื่อหนึ่งปีก่อน จนบัดนี้ยังไม่กลับมา คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ข้าในฐานะตัวแทนของท่านเจ้ายอดเขามาเพื่อรับศิษย์ ข้าไม่อาจให้คำมั่นสัญญาใดๆ แก่พวกเจ้าได้มากมายดั่งเช่นผู้อาวุโสของอีกห้ายอดเขา ทว่าสิ่งที่ข้าบอกพวกเจ้าได้ก็คือ ในด้านการบำเพ็ญเพียร พวกเราจะถ่ายทอดวิชาให้อย่างหมดจด ไม่มีการปิดบังซ่อนเร้น ทรัพยากรใดๆ ที่ท่านเจ้ายอดเขาและข้าหามาได้ จะถูกนำมาแบ่งปันให้กับเหล่าศิษย์อย่างเท่าเทียม ทุกคนบนยอดเขาอู๋จี๋ร่วมเป็นร่วมตาย ร่วมทุกข์ร่วมสุข" ผู้อาวุโสอู๋เล่อกล่าวจบ ก็กวาดสายตามองศิษย์ทั้งสี่เบื้องหน้า ก่อนจะกล่าวต่อ
"ทว่าศิษย์ของยอดเขาอู๋จี๋พวกเรา ล้วนเป็นอัจฉริยะในหมื่นคน มีความกล้าหาญมุ่งมั่นทะยานไปข้างหน้า ไม่หวาดหวั่นต่อความตาย ผู้ที่ไร้ความสามารถหรือเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ ย่อมไม่อาจก้าวเท้าเข้าสู่ยอดเขาอู๋จี๋ของพวกเราได้ พวกเจ้าทั้งสี่ล้วนเป็นพญาหงส์มังกรในหมู่คน ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ ข้าจะไม่บีบบังคับพวกเจ้า"
ฉินเฟิงคล้ายกับมองเห็นหยาดน้ำตาเอ่อคลออยู่ในดวงตาของผู้อาวุโสอู๋เล่อ ความสงสัยบางประการผุดขึ้นในใจ
หลังจากการ "ต่อรอง" ระหว่างผู้อาวุโสหลายท่านกับเหล่าศิษย์ ในที่สุดสวีเฉียงก็เลือกยอดเขาไม้ เริ่นเจียวเจียวเลือกยอดเขาน้ำ ส่วนหลีเสวี่ยเลือกยอดเขาทอง
ฉินเฟิงยังมิได้ตัดสินใจ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้อาวุโสอู๋เล่อแห่งยอดเขาอู๋จี๋พลางเอ่ยถาม
"ท่านผู้อาวุโสอู๋เล่อ หากยามนี้ข้าเลือกยอดเขาอู๋จี๋ ท่านจะรับข้าหรือไม่?"
"ย่อมต้องรับสิ" ผู้อาวุโสอู๋เล่อพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
"ตกลง ข้าเลือกยอดเขาอู๋จี๋"
"ข้าในฐานะตัวแทนของท่านเจ้ายอดเขาและศิษย์อีกสี่คน ขอกล่าวต้อนรับเจ้าเข้าสู่ยอดเขาอู๋จี๋"
"ฉินเฟิง นี่คือป้ายสถานะของยอดเขาอู๋จี๋ เจ้าเก็บไว้ให้ดี วันนี้เจ้ากลับไปยังที่พักเดิมของเจ้าก่อน ข้าต้องกลับไปจัดการเตรียมที่พักบนยอดเขาอู๋จี๋ให้เจ้าเสียก่อน ส่วนเรื่องราวความเป็นมาและความลับของยอดเขาอู๋จี๋ รอให้เจ้าขึ้นไปบนยอดเขาอู๋จี๋แล้ว ข้าจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง อีกอย่าง พรุ่งนี้เช้าเจ้าจงมาหาข้าที่นี่ ข้าจะพาเจ้าขึ้นไปยังยอดเขาอู๋จี๋"
"ขอรับ ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสอู๋เล่อ"
"ไปเถิด"
หลังจากฉินเฟิงประสานมือคารวะ ก็เดินเคียงคู่ไปกับหลีเสวี่ยเพื่อมุ่งหน้ากลับสู่ที่พัก
"เฮ้อ~ เด็กน้อยผู้นี้อายุเพียงสิบขวบกระมัง การที่เขาเข้าร่วมกับยอดเขาอู๋จี๋ ไม่รู้ว่าจะเป็นโชคดีหรือเคราะห์ร้ายสำหรับเขากันแน่ หวังว่าเขาจะยืนหยัดผ่านมันไปได้นะ" ผู้อาวุโสอู๋เล่อพึมพำกับตนเอง ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปจากจุดนั้นในพริบตา
เมื่อฉินเฟิงและหลีเสวี่ยกลับมาถึงเรือนพัก ก็พบว่าเฟิงเซียว โอวหยางพั่ว และคนอื่นๆ กำลังรอคอยพวกเขาทั้งสองอยู่ที่ลานกว้าง
"ขอต้อนรับการกลับมาอย่างสง่างามของหัวหน้าและรองหัวหน้ากลุ่มพวกเรา ยินดีด้วย ยินดีด้วย!" เฟิงเซียวและโอวหยางพั่วมักจะทำตัวเป็นตัวตลกสร้างเสียงหัวเราะอยู่เสมอ
"พวกเจ้าสองคนถูกผู้อาวุโสท่านใดเลือกไปหรือ?" เฟิงถิงถิงก้าวเข้ามาเอ่ยถาม
"ข้าเลือกยอดเขาอู๋จี๋ ส่วนหลีเสวี่ยเลือกยอดเขาทอง" ฉินเฟิงกล่าว
"เฮ้อ พวกเจ้าได้ดีแล้ว เพิ่งมาถึงก็ได้เป็นศิษย์ฝ่ายในเสียแล้ว พวกเรายังต้องทนลำบากต่อไป"
"ทุกคนโปรดวางใจเถิด ต่อให้พวกเราได้เข้าไปอยู่ฝ่ายใน พวกเราก็จะไม่มีวันลืมพวกเจ้า พวกเราจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนพวกเจ้าเป็นระยะ หากมีโอกาสได้ออกไปฝึกฝนหาประสบการณ์ภายนอก ก็จะพาพวกเจ้าไปด้วยอย่างแน่นอน" ฉินเฟิงรีบอธิบาย พร้อมกับหันไปมองพี่ชายทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างๆ
"น้องสาม เจ้าวางใจเถิด ข้ากับน้องรองจะคอยดูแลซึ่งกันและกัน อีกอย่าง มิใช่ว่ายังมีพี่น้องคนอื่นๆ อยู่อีกหรอกหรือ?" ฉินหมิงตบไหล่ฉินเฟิงเพื่อปลอบโยน
"พี่ใหญ่ ในแหวนมิติวงนี้มีหินวิญญาณระดับต่ำอยู่สองหมื่นก้อน ท่านรับไปเถิด แบ่งกับพี่รองคนละครึ่ง การบำเพ็ญเพียรในฝ่ายนอกย่อมต้องใช้หินวิญญาณไม่น้อย อย่าได้ปฏิเสธข้าเลย ข้ายังมีเก็บไว้ใช้ส่วนตัวอยู่อีก" ฉินเฟิงยัดแหวนมิติใส่มือฉินหมิง
ทุกคนสนทนากันต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนจะแยกย้ายกลับห้องไปบำเพ็ญเพียร
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
เมื่อฉินเฟิงและหลีเสวี่ยเดินทางมาถึงลานกว้าง ก็เห็นผู้อาวุโสแห่งยอดเขาไม้ น้ำ ทอง และผู้อาวุโสอู๋เล่อแห่งยอดเขาอู๋จี๋มารออยู่ก่อนแล้ว ยามนี้สวีเฉียงและเริ่นเจียวเจียวก็ปรากฏตัวขึ้นที่ลานกว้างเช่นกัน
"ฉินเฟิง แล้วค่อยติดต่อกันนะ" หลีเสวี่ยปรายตามมองฉินเฟิง ก่อนจะเดินตามผู้อาวุโสแห่งยอดเขาทองเหินร่างมุ่งหน้าสู่ยอดเขาทอง
"ฉินเฟิง พวกเราก็ไปกันเถิด"
"ขอรับ ท่านผู้อาวุโสอู๋เล่อ" ฉินเฟิงเดินไปหยุดอยู่ข้างกายผู้อาวุโสอู๋เล่อ ผู้อาวุโสอู๋เล่อใช้พลังปราณรองรับร่างของฉินเฟิง พุ่งทะยานเหินฟ้ามุ่งหน้าสู่ยอดเขาอู๋จี๋
"ท่านผู้อาวุโสอู๋เล่อ ยามนี้พลังฝึกปรือของข้ายังไม่ถึงระดับหยวนอิง จึงไม่อาจเหาะเหินเดินอากาศได้ ภายภาคหน้าหากข้าต้องการขึ้นลงยอดเขาอู๋จี๋แห่งนี้ จะต้องทำเช่นไรหรือขอรับ ภูเขาสูงชันถึงเพียงนี้ หากให้ข้าปีนขึ้นไป คาดว่าคงต้องใช้เวลาเป็นเดือนถึงสองเดือนเป็นแน่" ฉินเฟิงก้มมองยอดเขาเบื้องล่าง สลับกับมองผู้อาวุโสอู๋เล่อ
"หึหึ~ อย่าเพิ่งร้อนใจไปเลย เมื่อไปถึงยอดเขาอู๋จี๋แล้ว ข้าย่อมมีวิธีจัดการ" ผู้อาวุโสอู๋เล่อเอามือไพล่หลังข้างหนึ่ง อีกข้างลูบเคราพลางแย้มยิ้ม
(จบแล้ว)