- หน้าแรก
- ระบบแก้ไขคุณสมบัติของท่านอาจารย์อาเล็ก
- บทที่ 38 วาระสุดท้ายของสำนักเทียนอวี้
บทที่ 38 วาระสุดท้ายของสำนักเทียนอวี้
บทที่ 38 วาระสุดท้ายของสำนักเทียนอวี้
"ขงหลานเด็กเมื่อวานซืน เจ้าลอบสังหารอาจารย์ของตนเอง ยามนี้ยังกล้าลงมือทำร้ายคนต่อหน้าต่อตาอีกหรือ!" เมื่อเห็นว่าเชี่ยหลินปูทางมาได้ที่แล้ว ในที่สุดผู้อาวุโสใหญ่ก็ปรากฏตัวออกมา
"ข้าก็นึกว่าวันนี้เหลียงจิ้งเสียสติไปแล้ว ที่แท้กลับเป็นตาเฒ่าพาลเช่นเจ้าที่คอยหนุนหลังอยู่นี่เอง" ขงหลานยังปรายตามองผู้อาวุโสสามที่ล้มลงบนพื้น "ถูกเจ้าหลอกใช้เป็นเครื่องมือ แต่กลับพังทลายลงในทันทีเสียได้"
"ศิษย์ทรยศสังหารอาจารย์ ยังกล้ากำเริบเสิบสานอีกหรือ? ศิษย์ร่วมสำนักทุกท่าน จงตามข้ามากวาดล้างกบฏแก้ไขสถานการณ์เสีย!"
ภายใต้การปลุกปั่นของผู้อาวุโสใหญ่ บรรดาศิษย์ภายใต้สังกัดของเขาก็เริ่มบุกโจมตีเรือนเจ้าสำนัก
แม้แต่ศิษย์บางส่วนที่เดิมทีวางตัวเป็นกลางก็ยังรู้สึกหวั่นไหวอย่างยิ่ง เมื่อเผชิญกับการตั้งคำถามของผู้อาวุโสใหญ่ เจ้าสำนักขงกลับไม่มีคำอธิบายใดๆ แม้แต่ประโยคเดียว
ทางด้านขงหลานนั้น ราวกับคนใบ้กินหวงเหลียน มีความขมขื่นแต่ไม่อาจเอ่ยปาก
อดีตเจ้าสำนักดับขันธ์ไปตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อนแล้ว ทว่าหากประกาศออกไป ผลลัพธ์สุดท้ายย่อมต้องถูกผู้อาวุโสใหญ่ชุบมือเปิบไปเป็นแน่ พวกเขาจึงทำได้เพียงปิดบังข่าวนี้เอาไว้ แล้วอาศัยบารมีที่หลงเหลืออยู่ของอดีตเจ้าสำนักมาข่มขู่ผู้คิดร้าย
เดิมทีทุกอย่างล้วนราบรื่นดี ผู้อาวุโสใหญ่ไม่เคลื่อนไหวใดๆ มาตลอดหนึ่งเดือนจริงๆ
ทว่ายามนี้ข่าวที่อดีตเจ้าสำนักไม่อยู่แล้วกลับถูกเปิดโปงออกมา ทำให้ขงหลานตกเป็นรองอย่างหนัก
ต่อให้ยามนี้เขาจะบอกเล่าความจริงแก่ผู้คนในสำนักเทียนอวี้ ก็คงไม่มีใครเชื่อเขาสักเท่าใดนัก
ขณะเดียวกัน เหยียนไคกับฮว๋าหนิงก็ได้กระโดดลงไปในหลุมยุบใต้ดิน ยืนอยู่บนหลังคาโค้งของเรือนเจ้าสำนักเพื่อเฝ้าชมฉากสุดท้ายของงิ้วโรงใหญ่แห่งสำนักเทียนอวี้อย่างใกล้ชิด
เหยียนไคเข้าใจสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของขงหลานเป็นอย่างดี เขาเสวยสุขจาก 'บารมี' ที่อดีตเจ้าสำนักนำมาให้ ย่อมต้องเผชิญกับการสะท้อนกลับของบารมีนั้นตามธรรมชาติ
ไม่นานนักผู้อาวุโสใหญ่กับเจ้าสำนักก็พุ่งเข้าต่อสู้กัน ผู้อาวุโสรองเองก็เข้าร่วมวงต่อสู้ในทันที
"นี่คือการต่อสู้ระหว่างผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจินตันงั้นหรือ? ออกจะหยาบกระด้างไปเสียหน่อยกระมัง!" ฮว๋าหนิงวิจารณ์การต่อสู้ของพวกเขาทั้งสามอย่างตรงไปตรงมา "ข้ารู้สึกว่าเมื่อเทียบกับขั้นจู้จีแล้ว ก็ไม่ได้ล้ำเลิศไปกว่ากันสักเท่าใดนัก"
"ก็เข้าใจได้ไม่ยากหรอก ขั้นจินตันในสถานที่แห่งนี้นับเป็นกำลังรบระดับสูงสุดแล้ว การขาดประสบการณ์ต่อสู้จริงย่อมเป็นเรื่องธรรมดา"
เชี่ยหลินที่นอนอยู่บนพื้นฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครสังเกตเห็น หยัดกายลุกขึ้น แล้วหายตัวไปจากสายตาของผู้คนแห่งสำนักเทียนอวี้
ฮว๋าหนิงสังเกตเห็นเขา จึงเอ่ยกับเหยียนไคว่า "ของเล่นชิ้นน้อยของท่านกำลังจะหนีไปแล้วนะ"
"คนที่มีความทะเยอทะยาน ย่อมไม่หนีไปไหนหรอก เขาก็แค่กำลังเฝ้ารอโอกาสอย่างเงียบๆ เท่านั้น"
เชี่ยหลินไม่เคยคลาดไปจากสายตาของเหยียนไคเลยแม้แต่น้อย เขาเดาได้แล้วว่าเชี่ยหลินกำลังจะไปทำสิ่งใด
คนทั้งสองฝ่ายในเรือนเจ้าสำนักต่อสู้กันอย่างดุเดือดจนไม่อาจแยกแยะ ล้วนเข่นฆ่ากันจนตาแดงก่ำ
คนส่วนใหญ่ต่างตระหนักดีว่า เมื่อลงมือแล้ว หากไม่ทำลายล้างอีกฝ่ายให้สิ้นซาก หรือเป็นฝ่ายถูกทำลายเสียเอง พวกเขาก็ไม่อาจหยุดยั้งได้อีกต่อไป
ส่วนขุมกำลังรบระดับสูงนั้น ผู้อาวุโสใหญ่รับมือสองคนเพียงลำพัง กลับไม่ตกเป็นรองเลยแม้แต่น้อย บางครั้งเขายังสามารถปลีกตัวไปมอบของขวัญอันไม่คาดฝันให้แก่บรรดาศิษย์ฝ่ายเจ้าสำนักได้อีกด้วย
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงในสถานที่เช่นนี้ล้วนฝึกตนราวกับเต่าเฒ่า พลังป้องกันโดยพื้นฐานแล้วล้วนเหนือกว่าพลังโจมตีทั้งสิ้น
ไม่มีใครคาดหวังว่าการต่อสู้ระหว่างพวกเขาจะรู้ผลแพ้ชนะอย่างรวดเร็ว สิ่งที่มีความเป็นไปได้มากกว่าก็คือ บรรดาศิษย์ด้านล่างต่อสู้กันจนรู้ผล แล้วตั้งค่ายกลเพื่อสนับสนุนผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูง
"อาจารย์อาเหยียน ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสใหญ่จะชิงความได้เปรียบไปได้มากเลยนะ เช่นนี้ก็ไม่อาจบรรลุผลลัพธ์ที่บาดเจ็บล้มตายกันทั้งสองฝ่ายได้น่ะสิ"
เหยียนไคหาได้ใส่ใจไม่ เขาเพียงเงยหน้ามองไปยังหน้าผาหิน พลางกล่าวว่า "สถานการณ์กำลังจะเปลี่ยนแปลงในไม่ช้าแล้ว"
สิ้นเสียง หลุมยุบใต้ดินทั้งแห่งก็เกิดเสียงดังกึกก้องกัมปนาท
ผู้คนในลานต่อสู้ล้วนหยุดมือลงโดยสัญชาตญาณ แล้วเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
ปากปล่องของหลุมยุบใต้ดินปรากฏค่ายกลขนาดมหึมา ครอบคลุมทั่วทั้งสำนักเทียนอวี้เอาไว้ภายใน
"นี่คือค่ายกลป้องกันสำนักงั้นหรือ?" ความเยือกเย็นบนใบหน้าของผู้อาวุโสใหญ่พังทลายลง
สิทธิ์ในการควบคุมค่ายกลป้องกันสำนักอยู่แต่ในมือของคนเพียงผู้เดียวเท่านั้น นั่นก็คือเจ้าสำนัก
เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเปิดใช้งานค่ายกลป้องกันสำนัก ผู้อาวุโสใหญ่ยังได้ส่งคนไปเฝ้าตามจุดเชื่อมต่อสำคัญต่างๆ แล้วเหตุใดมันยังถูกเปิดใช้งานได้อีกล่ะ?
เรื่องนี้ย่อมต้องยกความดีความชอบให้แก่เชี่ยหลิน ในฐานะที่เขาคือผู้อาวุโสสาม ย่อมต้องมีสิทธิ์ในการเปิดใช้งานค่ายกลป้องกันเป็นธรรมดา
เมื่อเห็นค่ายกลป้องกันสำนักเปิดทำงาน รอยยิ้มที่เคยอยู่บนใบหน้าของผู้อาวุโสใหญ่ก็ย้ายมาประดับบนใบหน้าของขงหลานแทน
"ตาเฒ่าพาล! เจ้าจบสิ้นแล้ว!" ขงหลานรีบใช้ป้ายคำสั่งเจ้าสำนักเชื่อมต่อกับค่ายกลป้องกันทันที เขาเข้าควบคุมค่ายกลทั้งหมดในชั่วพริบตา
ภายใต้การควบคุมของขงหลาน เวทอัสนีสายหนึ่งก็ทลายเข้าใส่ผู้อาวุโสใหญ่ทันที
ผู้อาวุโสใหญ่ทำได้เพียงหลบหลีกอย่างทุลักทุเล ทว่าเวทอัสนีอีกสายหนึ่งก็ฟาดฟันตามมาติดๆ ในขณะที่หลบหลีก ผู้อาวุโสใหญ่ยังต้องเผชิญกับการก่อกวนจากผู้อาวุโสรองอีกด้วย
สถานการณ์พลิกผันไปในชั่วพริบตา
สีหน้าของผู้อาวุโสใหญ่มืดครึ้มลงสลับกับกระจ่างใส หากเขายังคงหลบหลีกเช่นนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วย่อมต้องเผยช่องโหว่ออกมา
ทำให้บาดเจ็บทั้งสิบนิ้ว มิสู้ตัดนิ้วเดียวให้ขาดกระเด็น
ดังนั้นเขาจึงเลือกรับการโจมตีจากเวทอัสนีไปหนึ่งสาย ทุ่มเทระดับการฝึกตนทั้งหมดที่มี โจมตีทะลวงช่องท้องของผู้อาวุโสรองจนทะลุ
"อาจารย์อาฝู!" ภายในใจของขงหลานร้อนรนอย่างยิ่ง รีบดึงดูดเวทอัสนีสายหนึ่งลงมาอีกครา
ผู้อาวุโสรองคือศิษย์น้องร่วมสำนักของอดีตเจ้าสำนัก เมื่อก่อนก็คอยดูแลขงหลานเป็นอย่างดี ในความวุ่นวายครั้งนี้ เขายิ่งยืนหยัดอยู่เคียงข้างขงหลานอย่างหนักแน่นไม่สั่นคลอน
เมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ ผู้อาวุโสรองก็แทบจะไร้ซึ่งพลังในการต่อสู้อีก เขาจึงรีบถอยกลับไปในทันที
ผู้อาวุโสใหญ่คิดจะไล่ตามโจมตี แต่กลับถูกเวทอัสนีขวางกั้นเอาไว้
ผู้อาวุโสรองร่วงหล่นลงไปยังจุดลับตาคนบนพื้นดิน เพิ่งจะเริ่มเดินลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ มีดแหลมคมเล่มหนึ่งก็แทงทะลุจากแผ่นหลังทะลวงทรวงอกของเขา ร่างของเขาร่วงหล่นหงายหลังลงไปตามแรง จากนั้นเขาก็ได้เห็นใบหน้าที่เหมือนกับตนเองราวกับแกะ
"สหายตัวน้อย ยามนี้เจ้าคือผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจินตันช่วงต้นแล้วนะ!" เหยียนไคเอ่ยเตือนขึ้นมาอย่างถูกจังหวะ
มือสังหารย่อมเป็นเชี่ยหลิน หลังจากที่เขาเปิดค่ายกลป้องกันสำนักแล้ว เขาก็รีบรุดกลับมาทันที คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีผลพลอยได้อันไม่คาดฝันเช่นนี้
การต่อสู้ครั้งใหญ่ระหว่างเจ้าสำนักกับผู้อาวุโสใหญ่บนท้องฟ้ายังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ง่ายดายนัก
ทางด้านผู้อาวุโสใหญ่ถูกเวทอัสนีโจมตี แม้จะนับไม่ได้ว่าบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ทรมานอย่างยิ่ง
ส่วนทางด้านเจ้าสำนัก ไม่เพียงแต่ต้องสูญเสียขุนพลเอกไปหนึ่งคนเท่านั้น พลังงานในค่ายกลป้องกันก็ใกล้จะหมดลงเต็มทีแล้ว หากพลังงานเหือดแห้งเมื่อใด เขาย่อมมิใช่คู่ต่อสู้ของผู้อาวุโสใหญ่เป็นแน่
เชี่ยหลินแสร้งทำเป็นได้รับบาดเจ็บสาหัสเดินออกมา เอ่ยกับขงหลานที่อยู่กลางอากาศว่า "ศิษย์หลาน รีบใช้หยาดน้ำค้างลี้ลับจื่อเฉินเร็วเข้า นี่คือโอกาสสุดท้ายของพวกเราแล้ว!"
เมื่อได้ยินคำแนะนำของอาจารย์อา ภายในใจของขงหลานก็ต่อสู้อย่างหนัก หยาดน้ำค้างลี้ลับจื่อเฉินคือหนทางเดียวในการเลื่อนเป็นขั้นหยวนอิงเท่าที่ล่วงรู้ในปัจจุบัน หากใช้ไปแล้วก็ไม่รู้ว่าเมื่อใดพลังปราณของมันจึงจะฟื้นฟูกลับมาได้
แต่เขาก็ตระหนักดีว่า หากไม่กำจัดผู้อาวุโสใหญ่ อย่าว่าแต่ขั้นหยวนอิงเลย วันนี้พวกเขาอาจจะเอาชีวิตไม่รอดด้วยซ้ำ
ท้ายที่สุด เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันแน่น หยิบขวดหยกขาวใบหนึ่งออกมา หยาดน้ำค้างที่อบอวลไปด้วยไอสีม่วงหยดหนึ่งลอยล่องออกมาจากภายใน
ผู้อาวุโสใหญ่ร้องในใจว่าแย่แล้ว คิดจะลงมือแย่งชิงในทันที
ทว่า ยังไม่ทันที่เขาจะได้เข้าใกล้ หยาดน้ำค้างลี้ลับจื่อเฉินก็หลอมรวมเข้ากับค่ายกลป้องกันสำนักเสียแล้ว อานุภาพของเวทอัสนีก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก
การโจมตีในครานี้ ผู้อาวุโสใหญ่ไร้ทางให้หลบหลีก มันทลายเข้าใส่ร่างของเขา เขาพบว่าแม้แต่จินตันของตนเองก็บังเกิดรอยร้าวที่ไม่อาจหยุดยั้งได้เสียแล้ว
จินตันแตกร้าว!
ผู้อาวุโสใหญ่ตระหนักได้ในทันทีว่า นี่คือวาระสุดท้ายของตนแล้ว
เมื่อจินตันเริ่มแตกร้าว รากฐานของเขาจะถูกทำลายจนหมดสิ้น แม้จะรอดชีวิตมาได้ด้วยความโชคดี ทว่าระดับการฝึกตนก็จะสูญสิ้นไปทั้งหมด
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ระเบิดจินตันไปเสียเลย!
เขาตกอยู่ในความบ้าคลั่งอย่างควบคุมไม่อยู่ในทันที ปลดปล่อยระดับการฝึกตนและพลังปราณทั้งหมดออกมาอย่างเต็มที่
"ทุกคนรีบหนีเร็ว ตาเฒ่านั่นกำลังจะระเบิดตัวเอง!"
ยังไม่ทันสิ้นเสียง การระเบิดอันรุนแรงสายหนึ่งก็กวาดล้างไปทั่วทั้งเรือนเจ้าสำนัก
กล่าวถึงความจริงอันน่าขันประการหนึ่ง ค่ายกลป้องกันสำนักกลับไม่อาจมอบการป้องกันที่มีประสิทธิภาพใดๆ ได้เลย
คลื่นพลังจากการระเบิดสลายไป ศิษย์เบื้องล่างแทบจะไม่มีผู้ใดรอดชีวิต ส่วนตัวของขงหลานเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างแสนสาหัส
เชี่ยหลินที่หลบไปอยู่ห่างๆ ตั้งนานแล้วรีบก้าวเข้าไปประคองขงหลานเอาไว้ทันที
ขงหลานที่อยู่ในสภาพทุลักทุเลอย่างยิ่งยกมือขึ้น หยาดน้ำค้างลี้ลับจื่อเฉินถูกดึงออกมาและร่วงหล่นลงบนมือของเขา
"อาจารย์อาฝู พวกเราชนะแล้ว!"
"ใช่! ข้าชนะแล้ว!"
ขงหลานยังไม่ทันตระหนักถึงปัญหาในน้ำเสียงของอีกฝ่าย เขาก็ถูกเชี่ยหลินฟาดศีรษะจนแหลกละเอียดด้วยฝ่ามือเดียวในทันที