- หน้าแรก
- ระบบแก้ไขคุณสมบัติของท่านอาจารย์อาเล็ก
- บทที่ 29 บิดาของเด็กเป็นผู้ที่ไม่อาจเปิดเผยได้ใช่หรือไม่
บทที่ 29 บิดาของเด็กเป็นผู้ที่ไม่อาจเปิดเผยได้ใช่หรือไม่
บทที่ 29 บิดาของเด็กเป็นผู้ที่ไม่อาจเปิดเผยได้ใช่หรือไม่
ทั้งสองกำลังสนทนากัน ลูกจ้างร้านก็ยกอาหารเช้ามาวางให้ทั้งคู่
ถังเชียนหลานดันจานไปตรงหน้าฮว๋าหนิง พลางกล่าวว่า "อาหารเช้าที่นี่รสชาติดีมาก ข้ามักจะมากินที่นี่เป็นประจำ ผู้อาวุโสฮว๋าลองชิมดูดีหรือไม่?"
"ขอบคุณอาจารย์อาถัง" ฮว๋าหนิงหยิบอาหารเช้าชิ้นหนึ่งขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปาก ทว่าหลังจากนั้นก็รู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง นางฝืนกลั้นเอาไว้ ไม่ได้อาเจียนออกมา
"ผู้อาวุโสฮว๋า ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่! อาหารเช้าไม่ถูกปากหรือ" ถังเชียนหลานลุกขึ้นยืนทันที แล้วเดินไปยืนข้างกายฮว๋าหนิง
ฮว๋าหนิงโบกมือ พลางกล่าวว่า "อาหารเช้าดีมาก เพียงแต่ร่างกายของข้ามีปัญหาเล็กน้อย จึงไม่ค่อยเจริญอาหารเท่าใดนัก"
"เช่นนั้นข้าขอดูหน่อยเถิด!" ถังเชียนหลานวางนิ้วทาบลงบนข้อมือของฮว๋าหนิงทันที
ในฐานะศิษย์สืบทอดแห่งสำนักชี่จง ถังเชียนหลานย่อมมีความรู้ด้านวิชาแพทย์อยู่บ้าง
ทว่า ทันทีที่นางจับชีพจรของฮว๋าหนิง สีหน้านางก็เปลี่ยนไปในทันที จากนั้นก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจว่า "ผู้อาวุโสฮว๋า ท่านตั้งครรภ์แล้วหรือ!?"
ฮว๋าหนิงเพิ่งจะอ้าปากเถียง ความรู้สึกคลื่นไส้ก็ตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้นางกลั้นไม่อยู่ แต่เพราะยังไม่ได้กินอาหารเช้า สิ่งที่อาเจียนออกมาจึงมีเพียงน้ำขมๆ
"สำนักเจี้ยนจงของพวกท่านนี่ก็จริงๆ เลย ตั้งครรภ์แล้วยังให้ออกมาปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่อีกหรือ?" ถังเชียนหลานลูบหลังฮว๋าหนิงเบาๆ
'ไม่ใช่เช่นนั้น พวกเขาไม่รู้...' ฮว๋าหนิงรีบอธิบาย
ถังเชียนหลานทำสีหน้าเข้าใจ พลางกล่าวว่า "ท่านไม่ได้บอกพวกเขา ข้าเข้าใจ! ท้องก่อนแต่งใช่หรือไม่?"
ผู้อาวุโสแต่งงาน ถังเชียนหลานย่อมต้องได้รับข่าวคราวอย่างแน่นอน แต่นางไม่เคยได้ยินข่าวการแต่งงานของฮว๋าหนิงมาก่อน ทว่ายามนี้อีกฝ่ายกลับตั้งครรภ์เสียแล้ว
"ข้า..." พอได้ยินคำพูดนี้ เลือดลมและน้ำขมของฮว๋าหนิงก็ตีตื้นขึ้นมาพร้อมกัน
ถังเชียนหลานรีบใช้ปราณแท้ช่วยโคจรลมปราณให้ฮว๋าหนิง พลางบ่นอุบว่า "ท่านเป็นเช่นนี้แล้ว ยังจะมาปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่อันใดอีก? ยามนี้เด็กสำคัญที่สุด ข้าจะส่งข้อความแจ้งกลับไปยังสำนักเดี๋ยวนี้ ให้พวกเขาส่งคนอื่นมาแทน"
ถังเชียนหลานพูดพลางเตรียมจะหยิบยันต์สื่อสารฉุกเฉินของสำนักออกมา
ฮว๋าหนิงรีบคว้ายันต์สื่อสารมาทันที พลางกล่าวว่า "อย่า! อย่า! อย่า!"
เมื่อเห็นอีกฝ่ายต่อต้านถึงเพียงนี้ ถังเชียนหลานก็ทำได้เพียงหยุดมือ นางเอ่ยถามฮว๋าหนิงเสียงเบาว่า "ผู้อาวุโสฮว๋า ข้าขอถือวิสาสะอาศัยความเป็นผู้อาวุโสเรียกท่านว่าน้องหนิงสักคำก็แล้วกัน ท่านบอกความจริงข้ามาเถิด บิดาของเด็กเป็นผู้ที่ไม่อาจเปิดเผยได้ใช่หรือไม่?"
ถังเชียนหลานพูดมาถึงขั้นนี้แล้ว ฮว๋าหนิงกลับโมโหจนหัวเราะออกมา นางไม่อยากจะอธิบายอันใดอีกแล้ว สุดท้ายจึงกล่าวประโยคที่คลุมเครือออกไปว่า "นี่เป็นฝีมือของอาจารย์อาเหยียนทั้งสิ้น!"
"หา?" ถังเชียนหลานไม่คิดเลยว่าสุดท้ายเรื่องซุบซิบนี้จะวกกลับมาที่สำนักของตนเอง นางเริ่มครุ่นคิดทบทวนไปมา
สุดท้าย นางกลับเริ่มพูดจาแก้ต่างให้เหยียนไคเสียอย่างนั้น "ความจริงแล้วศิษย์น้องเหยียนก็เป็นคนดีไม่เลวเลยนะ เพียงแต่หลายปีมานี้เขาอาจจะดูเอื่อยเฉื่อยไปบ้าง แม้ว่าท่านแต่งให้เขาจะเป็นการแต่งงานใหม่ แต่เขาก็ไม่มีลูกติด ยิ่งไปกว่านั้นยามนี้ท่านยังตั้งครรภ์ลูกของเขาแล้ว..."
ภายในใจของถังเชียนหลานกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง:
ศิษย์น้องเล็ก! ทำได้สวยมาก!
ศิษย์พี่รองของเจ้าหลอกเอาบุตรสาวของเจ้าสำนักไป ยามนี้เจ้ายังหลอกเอาศิษย์น้องหญิงเล็กของเจ้าสำนักเจี้ยนจงมาได้อีก ทั้งยังหุงข้าวสารจนกลายเป็นข้าวสุกแล้วด้วย
ช่างสร้างชื่อเสียงให้สำนักชี่จงเสียจริง!
สมควรหลอกพาศิษย์หญิงของสำนักเจี้ยนจงมาให้หมดเลย สตรีมาจับดาบแกว่งกระบี่มันจะไปดีอันใดเล่า!
ฮว๋าหนิงรู้สึกว่าจะปล่อยให้ถังเชียนหลานพูดต่อไปไม่ได้อีกแล้ว หากขืนพูดต่อไป 'เด็ก' ของนางคงถูกจับหมั้นหมายแต่เด็กไปเสียแล้ว
"ท่านพี่ถัง ท่านอย่ากล่าวอันใดอีกเลย ข้ากับอาจารย์อาเหยียนไม่ได้มีอันใดต่อกัน ข้าก็ไม่ได้ตั้งครรภ์ด้วย เพียงแต่ร่างกายมีปัญหาเล็กน้อย จึงดูเหมือนคนตั้งครรภ์เท่านั้น"
"ไม่ได้ตั้งครรภ์หรอกหรือ..." ถังเชียนหลานรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง จึงเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมาว่า "แล้วท่านวางแผนจะตั้งครรภ์เมื่อใดเล่า?"
ฮว๋าหนิงไม่รู้จะตอบอย่างไรดี นางจะบอกได้หรือว่าบุรุษที่นางเคยพึงใจในอดีตได้กลายมาเป็นสตรีร่วมสาบานกับนางไปแล้ว?
"ข้าพูดผิดไปเอง การมีลูกไม่จำเป็นต้องรีบร้อน...สำนักของเราไม่ได้สนใจเรื่องการสืบทอดสายเลือดมากนักหรอก"
ถังเชียนหลานไม่อยากสนทนาในหัวข้อที่น่ากระอักกระอ่วนนี้ให้มากความ จึงเปลี่ยนไปถามเรื่องงาน "จริงสิ ครานี้สำนักส่งผู้อาวุโสออกมาปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่ถึงสองท่าน มีเรื่องใหญ่เกิดอันใดขึ้นหรือ?"
"เป็นเรื่องที่เขาจื่อเฉินน่ะ" ฮว๋าหนิงไม่จำเป็นต้องปิดบัง ในฐานะที่อีกฝ่ายเป็นทูตผู้พิทักษ์ ย่อมต้องรู้ถึงการมีอยู่ของหยาดน้ำค้างลี้ลับจื่อเฉินอย่างแน่นอน
"ถึงเวลาไปเก็บหยาดน้ำค้างลี้ลับจื่อเฉินแล้วจริงๆ สินะ แต่การที่ส่งท่านมา..." ถังเชียนหลานดูจะไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวอีกฝ่ายเท่าใดนัก "แต่ไม่เป็นไรหรอก ในเมื่อมีศิษย์น้องเหยียนอยู่ด้วย"
หางตาของฮว๋าหนิงกระตุกเล็กน้อย นางกำลังถูกดูแคลนอยู่สินะ
ในทางกลับกัน เมื่อมองดูทางฝั่งของเหยียนไค แม้การกระทำของเขาจะไม่ได้รับการยอมรับจากคนในสำนัก แต่ความแข็งแกร่งของเขาคนทั้งสำนักล้วนยอมรับ
หลังจากฝืนกินอาหารเข้าไปเล็กน้อย ฮว๋าหนิงก็บอกลาถังเชียนหลานพลางกล่าวว่า "ขอบคุณท่านพี่ถังที่เลี้ยงต้อนรับ ข้ายังมีภารกิจติดพัน คงต้องขอตัวลาแล้ว ไม่รบกวนท่านแล้ว"
"ท่านไปเถิด ทางนี้ปล่อยให้ข้าจัดการตามล้างตามเช็ดเอง หากพบศิษย์น้องเหยียน ฝากบอกเขาสักคำเถิดว่า เขาไม่จำเป็นต้องหลบหน้าข้าเช่นนี้" ถังเชียนหลานพยักหน้า ที่เรียกว่าตามล้างตามเช็ด ความจริงแล้วก็คือการจัดการกับความวุ่นวายที่ปีศาจกระต่ายก่อไว้นั่นเอง
...
ฮว๋าหนิงมุ่งหน้าเดินทางต่อไปทางทิศตะวันออก ในฐานะผู้บำเพ็ญกระบี่ขั้นหยวนอิง หากนางเร่งเดินทางอย่างสุดกำลัง ย่อมต้องรวดเร็วกว่านกกระเรียนเซียนอย่างแน่นอน
เพียงแต่การเร่งเดินทางเช่นนี้จะสิ้นเปลืองพลังวิญญาณเป็นอย่างมาก การที่คนผู้หนึ่งสามารถวิ่งมาราธอนได้ กับการที่เขายินดีจะวิ่งมาราธอนนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลย
เพียงเลยยามเที่ยงไปเล็กน้อย ฮว๋าหนิงก็มาถึงชายแดนตะวันออกของแคว้นหร่าน——เทือกเขาใหญ่หร่านตง
เทือกเขาใหญ่หร่านตงเป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ทอดยาวเป็นระยะทางนับหมื่นลี้ ปุถุชนคนธรรมดายากจะก้าวข้ามไปได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าภายในยังมีสัตว์ร้ายและสัตว์อสูรอยู่ไม่น้อย
แน่นอนว่า สำหรับผู้อาวุโสแห่งเขาเสวียนอวี้อย่างเหยียนไคและฮว๋าหนิงแล้ว ที่แห่งนี้ก็เป็นเพียงเขตอนุรักษ์สัตว์อสูรตามธรรมชาติเท่านั้น
สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในที่แห่งนี้มีตบะเพียงแค่ขั้นจินตันเท่านั้น บางครั้งถึงกับไม่มีสัตว์อสูรขั้นจินตันเลยด้วยซ้ำ หากไม่มีสัตว์อสูรขั้นจินตัน เขาเสวียนอวี้ก็จะหาสัตว์อสูรที่ดูถูกตาต้องใจเลื่อนขั้นให้เป็นขั้นจินตัน เพื่อความสะดวกในการดูแล
"เจ้าจะวิ่งเร็วไปไย ไม่ได้มีผู้ใดวิ่งไล่ตามเจ้ามาเสียหน่อย"
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เทือกเขาใหญ่หร่านตง ฮว๋าหนิงก็ได้ยินเสียงของเหยียนไค นางจึงร่อนลงพื้นตามเสียงนั้นทันที
ยามนี้ เหยียนไคกำลังนั่งตกปลาอยู่ริมสระน้ำแห่งหนึ่ง
"อาจารย์อาเหยียน ท่านช่างมีอารมณ์สุนทรีย์เสียจริง ถึงกับมานั่งตกปลาอยู่ที่นี่ ตกได้เท่าใดแล้วเล่า?"
เมื่อนักตกปลาผู้หนึ่งไม่ได้เอ่ยปากบอกหรือส่งสัญญาณบอกใบ้ว่าตกปลาได้มากน้อยเพียงใด ทางที่ดีเจ้าก็อย่าได้ไปถามเชียวว่าเขาตกปลาได้เท่าใด
เหยียนไคกู้หน้าตนเองพลางกล่าวว่า "ข้าเพิ่งจะมาถึงได้ไม่นาน ก้นยังไม่ทันอุ่นเลย จะมีปลาให้ตกได้สักกี่ตัวกันเชียว?"
ฮว๋าหนิงถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและกล่าวเสียงดังว่า "เหล่าสัตว์อสูรในเทือกเขาใหญ่หร่านตงนี้ ช่างไม่รู้จักพัฒนาตนเองเอาเสียเลยนะ!"
สิ้นคำของนาง ทุ่นตกปลาของเหยียนไคก็ถูกดึงจมลงไปในน้ำทันที
เหยียนไคมองฮว๋าหนิงอย่างพูดไม่ออกอยู่บ้าง ทว่าเขาก็ยังคงดึงคันเบ็ดขึ้นมา
สิ่งที่ตกขึ้นมาได้คือปลาเจียฮื้อหร่านตงน้ำหนักสองชั่ง นับได้ว่าเป็นสัตว์น้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดในละแวกนี้แล้ว
จากนั้นเหยียนไคก็หย่อนคันเบ็ดลงไปอีกครั้ง แทบจะในพริบตาเดียว ปลาเจียฮื้อที่มีน้ำหนักเท่ากันอีกตัวก็ถูกดึงขึ้นมาเช่นกัน
เขาจึงตัดสินใจเลิกตกไปเสียดื้อๆ การตกปลาเช่นนี้ช่างไร้รสชาติสิ้นดี อีกทั้งปลาสองตัวก็เพียงพอให้พวกเขาทั้งสองคนกินแล้วพอดี ประกอบกับพวกเขาทั้งคู่ก็ยังไม่ได้กินอาหารเช้ามามากนัก
ระหว่างที่เหยียนไคกำลังย่างปลา ฮว๋าหนิงก็นึกถึงคำฝากฝังของถังเชียนหลานขึ้นมาได้ "อาจารย์อาเหยียน อาจารย์อาถังฝากข้ามาบอกท่านว่า ความจริงแล้วท่านไม่จำเป็นต้องหลบหน้านางเช่นนี้หรอก"
เหยียนไคชะงักไปเล็กน้อย พลางกล่าวว่า "สาเหตุหลักที่ข้าหลบหน้านางก็คือ เมื่อหลายปีก่อน ข้าไปแตะต้องกล่องเครื่องประดับของนาง ทำให้นางต้องขายหน้าครั้งใหญ่ในสำนัก ยามนี้นางเห็นหน้าข้าเมื่อใดก็อยากจะพุ่งเข้ามาอัดข้าเมื่อนั้น"
"อาจารย์อาเหยียน รสนิยมของท่านนี่ช่างเลวร้ายเสียจริง"
"ไม่ใช่นะ! ข้าก็ไม่ได้อยากให้เป็นเช่นนั้นเสียหน่อย! ข้าไม่รู้ว่านางจะแพ้ของพรรค์นั้นนี่นา" เหยียนไคพยายามแก้ตัว