เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 ออกเดินทาง

บทที่ 22 ออกเดินทาง

บทที่ 22 ออกเดินทาง


เรื่องเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทางฝั่งสำนักเจี้ยนจง เหยียนไคคร้านที่จะใส่ใจแล้ว อีกทั้งเขาก็จัดการไม่ได้ด้วย เขาใกล้จะต้องออกไปปฏิบัติภารกิจนอกสำนักแล้ว

รอให้เวลาผ่านไปสักพัก เรื่องข่าวลือชู้สาวระหว่างชายหญิงเช่นนี้ พอการปฏิสัมพันธ์ของทั้งสองคนลดลง เรื่องราวก็จะเงียบหายไปเอง

เมื่อถึงรุ่งเช้าของวันที่จะต้องออกไปปฏิบัติภารกิจ ฮว๋าหนิงก็มาถึงเรือนกระเรียนตั้งแต่เช้าตรู่ เวลานี้ทินกรยังไม่สว่างดีนัก นางไม่ได้พาผู้ใดมาด้วย มีเพียงนางตามลำพัง

"ศิษย์หลานฮว๋าหนิง เจ้ามาเช้าถึงเพียงนี้ หรือว่าไม่มีความอาลัยอาวรณ์ต่อสำนักแล้วงั้นหรือ?" เหยียนไคเอ่ยหยอกล้อ

เมื่อเห็นเหยียนไคเดินออกมา ฮว๋าหนิงก็ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง นางกล่าวตรงๆ ว่า "อาจารย์อาเหยียน พวกเราออกเดินทางกันเถอะ!"

นางเหยียบกระบี่บินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกทันที

เหยียนไคไม่ได้พูดจาขัดหูฮว๋าหนิงอีก กลิ่นอายความขุ่นเคืองบนร่างของอีกฝ่ายพุ่งทะลุฟ้า ราวกับทาสผู้ตรากตรำที่ไปติดแหง็กอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวถึงเจ็ดวัน ซ้ำเมื่อกลับมาทำงานยังต้องเผชิญกับการทำงานต่อเนื่องสิบห้าวันอย่างไรอย่างนั้น

เขาเพียงยกมือขึ้นเบาๆ กระเรียนเซียนตัวหนึ่งที่มีปีกกว้างหลายจั้งในเรือนกระเรียนก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

เหยียนไคร่อนลงบนหลังกระเรียนเซียนอย่างมั่นคง แล้วบินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเช่นกัน

กระเรียนเซียนของเขาไล่ตามฮว๋าหนิงทันอย่างรวดเร็ว เขาเอ่ยขึ้นว่า "ศิษย์หลานฮว๋าหนิง ออกจากสำนักมาแล้ว ไม่ต้องรีบร้อนถึงเพียงนี้ก็ได้"

ฮว๋าหนิงมองเห็นกระเรียนเซียนของเหยียนไค นางจึงโคจรพลังวิญญาณเก็บกระบี่บิน แล้วกระโดดขึ้นมาบนหลังกระเรียนเซียนด้วยตัวเอง

"ท่านต้องชดใช้กระเรียนเซียนให้ข้าตัวหนึ่ง"

"เรื่องชดใช้นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?"

"เป็นท่านที่ทำให้ศิษย์พี่เจิ้งกลายเป็นสตรี"

"เจ้าอย่ามาใส่ความให้คนอื่นแปดเปื้อนสิ ศิษย์หลานเจิ้งอี๋อันยังเป็นดรุณีแรกรุ่นที่ไม่เคยผ่านเรื่องพรรค์นั้นมาเสียหน่อย สิ่งใดที่เรียกว่าข้าทำให้นางกลายเป็นสตรีกัน" สำหรับคำถามนี้ เหยียนไคทำได้เพียงแกล้งโง่เท่านั้น

ฮว๋าหนิงเม้มริมฝีปาก เอ่ยว่า "เมื่อก่อนข้าเคยแอบดูศิษย์พี่เจิ้งอาบน้ำ..."

เหยียนไคสูดลมหายใจเข้าลึก แสร้งทำเป็นโกรธเคืองพลางกล่าว "เด็กสาวอย่างเจ้าไม่รู้จักเรียนรู้สิ่งดีงาม เรื่องอื่นมีให้ทำตั้งเยอะแยะกลับไม่ทำ ดันไปแอบดูบุรุษตัวโตอาบน้ำ ระวังตาจะเป็นกุ้งยิงเอาเถอะ!"

เมื่อเผชิญกับการชิงลงมือก่อนของเหยียนไค คำพูดของฮว๋าหนิงก็จุกอยู่ที่คอ จากนั้นนางก็เอ่ยด้วยความน้อยใจเล็กน้อย "ข้าก็แค่เห็นท่อนบนของศิษย์พี่... เขาไม่มีหน้าอกเช่นนี้เหมือนข้าเสียหน่อย"

ขณะที่กล่าว นางยังใช้สองมือชี้ไปที่หน้าอกของตนเอง

เหยียนไคทำได้เพียงแกล้งทำเป็นเลอะเลือน เขาเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง "นั่นเป็นเพราะนางยังไม่เริ่มเจริญวัยอย่างไรเล่า"

"เป็นท่านที่ช่วยให้นางเจริญวัยงั้นหรือ?" ฮว๋าหนิงย้อนถามทันควัน

พูดเช่นนั้นก็ไม่ผิด แต่เหยียนไครู้สึกว่าหากตนยอมรับเช่นนี้จริงๆ ต่อให้เอาตัวเองไปแช่ในน้ำยาล้างจานสักสามปีก็คงล้างมลทินไม่ออก

เขาจึงทำได้เพียงนิ่งเงียบ

เมื่อเห็นว่าเหยียนไคไม่ตอบสนอง ฮว๋าหนิงก็บ่นพึมพำกับตัวเอง "บางทีต่อไป ข้าคงต้องเปลี่ยนสรรพนามมาเรียกนางว่าศิษย์พี่หญิงเจิ้งเสียแล้ว"

"เช่นนั้นถึงจะถูกสิ! พวกเจ้าเป็นพี่น้องหญิงก็ยังสามารถปรองดองกันได้อยู่นะ..."

ฮว๋าหนิงกล่าวต่อ "เมื่อคืนนี้ ข้าจับ 'ศิษย์พี่หญิงเจิ้ง' คนใหม่เอี่ยมของข้าถอดเสื้อผ้าจนหมดจดแล้ว ตอนนี้นางเป็นเรือนร่างของสตรีโดยแท้จริง"

หางตาของเหยียนไคกระตุกเล็กน้อย คำพูดปลอบโยนไม่อาจหลุดออกจากปากได้อีก ในสมองจินตนาการถึงภาพในตอนนั้นโดยอัตโนมัติ...

"ตอนนี้หน้าอกของนางใหญ่กว่าของข้าเสียอีก ตอนนั้นข้าแทบอยากจะใช้กระบี่เฉือนของนางทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด" ฮว๋าหนิงกล่าว พลางได้ยินเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันดังแว่วมา

"เช่นนั้นไม่ได้เด็ดขาด หากศิษย์หลานอิจฉาหน้าอกอันใหญ่โตของศิษย์พี่หญิงเจิ้งของเจ้าจริงๆ ข้าช่วยเจ้าได้นะ..."

"ท่านก็จะช่วยข้าเจริญวัยด้วยงั้นหรือ?" ฮว๋าหนิงย้อนถามอีกครั้ง

เหยียนไคไม่คิดเลยว่าฮว๋าหนิงจะวกกลับมาเรื่องนี้ได้ หากอีกฝ่ายไปอยู่ในชาติก่อน คงต้องเป็นปรมาจารย์เดี่ยวไมโครโฟนอย่างแน่นอน

"ศิษย์หลานเจ้าอย่าได้เข้าใจผิด ที่ข้านี่ก็แค่มีเทียบยาอยู่สองสามขนาน อย่างที่เจ้ารู้ ข้าพอจะมีความรู้เรื่องยาอยู่บ้าง หากเจ้าอยากจะ 'น่าภาคภูมิใจ' กว่าศิษย์พี่หญิงเจิ้งของเจ้า มันก็ไม่ใช่เรื่องยากหรอก"

"เช่นนั้นช่างมันเถอะ... จริงสิ ท่านทำให้ข้ากลายเป็นบุรุษดีหรือไม่? ศิษย์พี่เจิ้งสามารถกลายเป็นสตรีได้ เช่นนั้นข้าก็กลายเป็นบุรุษได้เช่นกันสิ! ข้าจะทำให้นางได้ลิ้มรสความ 'งดงาม' ของการเป็นสตรีเสียบ้าง" ฮว๋าหนิงกล่าวอย่างเคียดแค้น

"อย่า! อย่า! อย่าเชียวนะ! หากข้าทำเช่นนั้นจริงๆ ศิษย์พี่เจ้าสำนักต้องสงสัยว่าข้ากำลังกลั่นแกล้งเขาเป็นแน่" เหยียนไคยกมือยอมจำนน พลางกล่าว "ตกลง! ตกลง! หลังจากกลับไป ข้าจะชดใช้กระเรียนเซียนให้เจ้าหนึ่งตัว เรื่องนี้ถือว่าให้แล้วกันไปก็แล้วกัน"

คนที่แอบชอบจู่ๆ ก็เปลี่ยนเพศ แถมยังต้องมาเป็นพี่น้องหญิงกับตัวเองอีก ไปตกอยู่ที่ใคร ใครเล่าจะไม่เป็นบ้า?

ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดูสิ หากเทพธิดาในดวงใจของคุณกลายเป็นบุรุษ แล้วต้องมาเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับคุณ แค่คิดก็รู้สึกขนลุกซู่แล้ว

เหยียนไคทำให้ 'นก' ตัวหนึ่งหายไป จึงต้องชดใช้ด้วย 'นก' อีกตัวหนึ่ง นี่มันสมเหตุสมผลหรือไม่?

นี่มันช่างสมเหตุสมผลเสียเหลือเกิน!

หลังจากขูดรีดกระเรียนเซียนจากเหยียนไคมาได้หนึ่งตัว อารมณ์ของฮว๋าหนิงก็สงบลงมาก

ก็แค่กระเรียนเซียนตัวเดียว ไม่ใช่ว่าเหยียนไคจะชดใช้ไม่ไหว หลังจากกลับไปก็ถือโอกาสหากระเรียนเซียนที่เพิ่งฟักออกจากไข่มาให้นาง แล้วปล่อยให้นางค่อยๆ เลี้ยงดูไปก็แล้วกัน!

การหากระเรียนเซียนนั้นไม่ยาก ที่ยากคือการฝึกให้เชื่องต่างหาก อย่ามองแค่ว่ามันมีรูปลักษณ์สง่างามดุจเซียน ในบรรดาสัตว์ปีกมันจัดอยู่ในประเภทที่มีอารมณ์เกรี้ยวกราดอย่างมาก หากไม่สบอารมณ์ขึ้นมาก็จะจิกเจ้าทันที จัดว่าเป็นพวกมีรูปลักษณ์เป็นเทพธิดา แต่มีจิตใจเป็นมังกรคลั่ง

"อาจารย์อาเหยียน ท่านว่าข้าบำเพ็ญวิถีไร้ใจดีหรือไม่?"

เหยียนไคหัวเราะเยาะ "วิถีไร้ใจงั้นหรือ? เจ้าอ่านตำราโบราณขยะพวกนั้นมากไปหรือเปล่า! สิ่งที่เรียกว่าวิถีไร้ใจน่ะ มันเป็นเรื่องเก่าเก็บเมื่อหลายพันปีก่อนแล้ว ห่วยแตกจนไม่รู้จะห่วยแตกอย่างไร หากเจ้าเจอความรักที่ไม่สมหวังเพียงแค่นี้ แล้วคิดจะเปลี่ยนไปบำเพ็ญวิถีไร้ใจ อีกไม่นานเจ้าจะได้สัมผัสถึงความรักอันเข้มงวดจากอาจารย์ของเจ้าแน่!"

"แต่ข้าได้ยินอาจารย์บอกว่า อาจารย์อาเหยียนเคยบำเพ็ญวิถีไร้ใจมาก่อน"

"ข้าเคยบำเพ็ญมาหมดทุกอย่างนั่นแหละ หลังจากบำเพ็ญแล้วก็รู้สึกว่าของพรรค์นี้มันห่วยแตกเกินไป ไม่มีค่าพอให้บำเพ็ญ จึงโยนมันทิ้งไป... วิถีไร้ใจในตอนนี้เหมาะกับคนเพียงประเภทเดียวเท่านั้น คือผู้ที่เข้าสู่มรรคามาร"

"ข้าเข้าใจแล้ว วิถีไร้ใจสามารถชำระล้างมารในใจได้นี่เอง" ฮว๋าหนิงตระหนักรู้ขึ้นมาทันที

"เจ้าคิดมากไปแล้ว" เหยียนไคปฏิเสธตามตรง

"หากสามารถชำระล้างมารในใจได้จริงๆ ในโลกนี้จะมีผู้ที่เข้าสู่มรรคามารมากมายถึงเพียงนั้นได้อย่างไร การให้ผู้ที่เข้าสู่มรรคามารบำเพ็ญวิถีไร้ใจ เหตุผลหลักเป็นเพราะวิถีไร้ใจมันห่วยแตกเกินไป จึงสามารถลดทอนอันตรายของผู้ที่เข้าสู่มรรคามารได้ ถือเป็นการเจือจางพิษรูปแบบหนึ่ง เคล็ดวิชาทำนองนี้ข้ายังมีอยู่อีกมาก ศิษย์หลานอยากจะลองดูสักหน่อยหรือไม่?"

ฮว๋าหนิงส่ายหน้า ไม่เอ่ยถึงเรื่อง 'วิถีไร้ใจ' อีก แต่กลับโยนคำถามอื่นออกมาแทน

"จริงสิ อาจารย์อาเหยียน ข้าได้ยินอาจารย์บอกว่า เมื่อร้อยปีก่อนท่านเคยก่อเรื่องราวใหญ่โต ท่านรังเกียจที่จะเล่าให้ข้าฟังหรือไม่?"

"เจ้านี่ไปสืบถามทุกเรื่องจากศิษย์พี่เจ้าสำนักมาจริงๆ ในเมื่อเจ้าเป็นถึงผู้อาวุโสแล้ว บอกเจ้าไปก็คงไม่เป็นอะไร มันเป็นเรื่องราวใหญ่โตที่ข้าก่อขึ้นจริงๆ การปกปิดเอาไว้กลับจะดูเหมือนข้ากำลังหลีกหนีความผิดของตัวเองเสียมากกว่า ต่อให้เวลาจะล่วงเลยมานับร้อยปี ศิษย์พี่ของข้าเหล่านั้นก็ยังไม่ได้ให้อภัยข้าอย่างแท้จริง"

"ผู้อาวุโสแห่งสำนักชี่จงไม่น่าจะใจแคบถึงเพียงนั้นกระมัง!" ฮว๋าหนิงรู้สึกว่า ด้วยนิสัยของเหยียนไค ตอนหนุ่มๆ เขาคงหลีกเลี่ยงการก่อเรื่องไม่ได้จริงๆ แต่เขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แล้วจะไปสร้างปัญหาใหญ่โตได้สักแค่ไหนกันเชียว?

"เรื่องพรรค์นี้หากไปเกิดกับพวกเจ้าคนใดคนหนึ่ง เกรงว่าก็คงยากที่จะให้อภัยเช่นกัน..." เหยียนไคชะงักไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยว่า "ข้าเป็นต้นเหตุให้อาจารย์ของข้าต้องตาย อดีตเจ้าสำนักชี่จง... นี่แหละคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ข้าก่อขึ้น"

ฮว๋าหนิงชะงักงัน เอ่ยแก้ต่างให้เหยียนไคว่า "อาจารย์อาเหยียนคงไม่ได้ตั้งใจกระมัง!"

"แต่ข้าเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ซ้ำยังหาคนที่สามารถมาแบ่งเบาความผิดไปจากข้าไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว"

"แล้วบทลงโทษที่สำนักมีต่ออาจารย์อาคือสิ่งใดกัน?"

"ไม่มีบทลงโทษ ก่อนอาจารย์ของข้าจะสิ้นใจ เขาได้สั่งเสียไม่ให้เหล่าศิษย์พี่ของข้าเอาผิดข้า"

ในที่สุดฮว๋าหนิงก็รู้แล้วว่า เหตุใดความสัมพันธ์ระหว่างเหยียนไคกับผู้อาวุโสท่านอื่นของสำนักชี่จงถึงได้ย่ำแย่ถึงเพียงนี้

จบบทที่ บทที่ 22 ออกเดินทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว