- หน้าแรก
- ระบบแก้ไขคุณสมบัติของท่านอาจารย์อาเล็ก
- บทที่ 6 ไอ้คนพรรค์นี้หรือคู่ควรเป็นอาจารย์คน
บทที่ 6 ไอ้คนพรรค์นี้หรือคู่ควรเป็นอาจารย์คน
บทที่ 6 ไอ้คนพรรค์นี้หรือคู่ควรเป็นอาจารย์คน
เหยียนไคที่กำลังกวาดพื้นอยู่สัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งกำลังพุ่งเข้ามาใกล้ พอเขาเงยหน้าขึ้น ก็เห็นแสงอัสนีกลุ่มหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามา
เขารีบเพิ่มคุณสมบัติ [กายวัชระคงกระพัน] ให้กับไม้กวาดในมือทันที
[กายวัชระคงกระพัน] (ระดับทอง): ยากยิ่งที่จะถูกทำลาย
เหยียนไคยกไม้กวาดขึ้น ทำท่าทางหวดเบสบอล
เมื่อแสงอัสนีพุ่งมาถึง เหยียนไคก็หวดออกไปทันที
โฮมรัน!
มองดูแสงอัสนีที่ลอยลิ่วออกไปไกล เหยียนไคก็พึมพำว่า "ตัวอะไรกันล่ะนั่น"
เวลานี้ ไม้กวาดในมือของเหยียนไคกลับกลายเป็นเถ้าธุลีสลายไปในอากาศ ไม้กวาดธรรมดาที่ทำจากต้นหญ้าตี้ฟูย่อมไม่อาจทนรับชะตาลิขิตของ [กายวัชระคงกระพัน] เอาไว้ได้
"ยังมาทำให้ข้าเสียไม้กวาดไปอีกด้าม!"
......
ผู้อาวุโสสี่หลังจากสัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ขุมหนึ่ง เขาก็แทบจะถูกตบกระเด็นกลับไปตามเส้นทางเดิมเลยทีเดียว
เหล่าศิษย์สำนักเจี้ยนจงเห็นผู้อาวุโสสี่ขี่กระบี่พุ่งออกไปอย่างโกรธเกรี้ยวในคราแรก แล้วก็เห็นผู้อาวุโสสี่พุ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว ทว่าเหตุใดเขาถึงลอยถอยหลังกลับมาได้เล่า?
ผู้อาวุโสสี่ไม่อาจหยุดยั้งได้เลยแม้แต่น้อย หลังจากชนอาคารพังครืนไปหลายหลัง ก็ถูกผู้บำเพ็ญเพียรกระบี่วัยกลางคนผู้หนึ่งรับตัวเอาไว้
"น้องสี่ เจ้าเป็นอะไรไป" ผู้บำเพ็ญเพียรกระบี่วัยกลางคนประคองผู้อาวุโสสี่ให้ยืนอย่างมั่นคง พลางเอ่ยถาม
ผู้อาวุโสสี่รีบปรับลมปราณครู่หนึ่ง จากนั้นก็กล่าวกับผู้บำเพ็ญเพียรกระบี่วัยกลางคนว่า "ขอบคุณศิษย์พี่เจ้าสำนัก เป็นฝีมือเหยียนไคแห่งสำนักชี่จง ไอ้คนถ่อยนั่นรังแกกันเกินไปแล้ว!"
ผู้บำเพ็ญเพียรกระบี่วัยกลางคนผู้นี้ก็คือเจ้าสำนักเจี้ยนจง หลี่หลิงชวน เป็นศิษย์พี่ของผู้อาวุโสสี่ และในขณะเดียวกันก็เป็นศิษย์เอกของเจ้าสำนักใหญ่เขาเสวียนอวี้ด้วย
"เหยียนไคหรือ" หลี่หลิงชวนขมวดคิ้ว พลางเอ่ยถามว่า "ข้าจำได้ว่าเจ้าเพิ่งจะไปฉกคนของสำนักชี่จงมาไม่ใช่หรือ เขามาคิดบัญชีกับเจ้าแล้วงั้นหรือ"
"ไอ้คนถ่อยเหยียนไคนั่น ถึงกับเปลี่ยนตู้จิ่งเฉิงศิษย์ของข้าให้กลายเป็นสตรี!"
"เขาตอนตู้จิ่งเฉิงงั้นหรือ เรื่องนี้ออกจะทำเกินไปหน่อยจริงๆ" หลี่หลิงชวนคิดอยากจะทำตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ย จึงเอ่ยเกลี้ยกล่อมว่า "แต่ไปขอยาที่เรือนโอสถสักหน่อย หลังจากกินเข้าไปแล้ว ก็สามารถงอกกลับขึ้นมาใหม่ได้ เจ้าไม่ต้องโกรธเคืองถึงเพียงนี้หรอก"
"ศิษย์พี่ เขาไม่ได้ตอนจิ่งเฉิง แต่เขาเปลี่ยนจิ่งเฉิงให้กลายเป็นสตรีโดยแท้จริงเลยต่างหากเล่า!"
"หา?" มองดูท่าทางของผู้อาวุโสสี่ หลี่หลิงชวนก็รู้สึกขบขันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เอ่ยถามว่า "แล้วศิษย์ของเจ้าตั้งครรภ์หรือไม่เล่า"
ผู้อาวุโสสี่ถึงกับสะอึกไปในทันที เขาไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของเจ้าสำนักอย่างไรดี
"ศิษย์พี่!!" ผู้อาวุโสสี่ทำได้เพียงแผดเสียงตะโกนลั่น "ท่านต้องทวงความเป็นธรรมให้ข้ากับจิ่งเฉิงนะ..."
"พอได้แล้ว!" หลี่หลิงชวนเอ่ยขัดขึ้น "เรื่องนี้ ข้าก็พอมองออกแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเพราะเจ้าเป็นฝ่ายผิด คิดจะถือกระบี่บุกไปแก้แค้น แต่ผลสุดท้ายกลับถูกตบกลับมาเสียอย่างนั้น"
ผู้อาวุโสสี่ห่อเหี่ยวลงไปในพริบตา เจ้าสำนักได้ตัดสินเรื่องนี้ไปแล้ว เขาจะโต้เถียงต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์อันใด
หลี่หลิงชวนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พลางกล่าวว่า "ยามนี้ก็มืดค่ำแล้ว เจ้ากลับไปจัดการเรื่องเละเทะทางฝั่งของเจ้าเสียเถอะ วันนี้กับเมื่อวาน สายวิชาของพวกเจ้าก็สร้างเรื่องขายหน้ามามากพอแล้ว"
"ศิษย์พี่ แต่ศิษย์ของข้า..." ผู้อาวุโสสี่ยังคงอยากจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตู้จิ่งเฉิงอีกสักหน่อย
หลี่หลิงชวนถอนหายใจ พลางกล่าวว่า "ช่างเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะไปเจรจากับศิษย์น้องหญิงสามสักหน่อย ดูว่าจะให้อาจารย์อาเหยียนเปลี่ยนศิษย์ของเจ้ากลับคืนมาได้หรือไม่"
......
เรือนกระเรียนของเหยียนไคไม่รู้ว่าไม่ได้ครึกครื้นเช่นนี้มานานกี่ปีแล้ว ในยามปกติ ผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มๆ ยังไม่เห็นจะมีแขกมาเยือนสักกี่คน
เวลานี้ หญิงสาวผู้หนึ่งกำลังพาหลี่หลิงชวนเดินขึ้นมาตามเส้นทางบนเขา
ผู้บำเพ็ญเพียร การเหาะเหินเดินอากาศ ขี่กระบี่บินล้วนเป็นความสามารถพื้นฐาน ทว่าเมื่อมาเยือนสำนักของผู้อื่น การเดินขึ้นเขามาตามเส้นทาง ถือเป็นการให้เกียรติขั้นพื้นฐานที่สุด
เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นผู้อาวุโสไปพบผู้เยาว์ ทว่าถึงจะเป็นเช่นนั้น ผู้อาวุโสก็จะร่อนลงตรงหน้าประตูใหญ่อยู่ดี
อย่างเช่นผู้อาวุโสสี่ที่ขี่กระบี่พุ่งพรวดเข้าไปในลานเรือนของผู้อื่นเมื่อวานนี้ เจ้าของบ้านจะตบให้ตายในฝ่ามือเดียวก็ไม่ถือว่าทำเกินไปเลย
"น้องเล็ก! เจ้าอยู่หรือไม่" หญิงสาวตะโกนเข้าไปในเรือนกระเรียน
เหยียนไคผลักประตูออกไป เห็นคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่กล้าเสียมารยาท เอ่ยว่า "พี่สะใภ้ ท่านเจ้าสำนักหลี่ ทั้งสองท่านเชิญด้านในเถิด!"
หญิงสาวตรงหน้าผู้นี้ย่อมมีฐานะที่ไม่ธรรมดา นางมีนามว่า เจียงชิวฉาง เป็นภรรยาม่ายของศิษย์พี่รองของเหยียนไค และในขณะเดียวกันก็เป็นบุตรีเพียงคนเดียวของเจ้าสำนักใหญ่เขาเสวียนอวี้
ศิษย์พี่รองของเหยียนไคเรียกได้ว่าเป็นคนที่เก่งกาจเรื่องการฉกตัวคนมากที่สุดในสำนักชี่จง เขาถึงกับสามารถฉกตัวศิษย์น้องเล็กของสำนักเจี้ยนจงมาอยู่สำนักชี่จงได้ ทว่าน่าเสียดายที่ศิษย์พี่รองถูกศัตรูสังหารไปเมื่อหลายปีก่อน
ตามหลักแล้ว เมื่อศิษย์พี่รองตกตายไป ซ้ำยังไม่ได้ทิ้งศิษย์ยอดฝีมือผู้สืบทอดสายวิชาเอาไว้ สายวิชาของเขาก็สมควรที่จะถูกยุบเลิกไป
ทว่าเจียงชิวฉางกลับลงมือรับศิษย์สั่งสอนแทนสามี ประคับประคองสายวิชานี้เอาไว้ ต่อให้สำนักเจี้ยนจงจะเชิญนางกลับไปรับตำแหน่งผู้อาวุโส นางก็ยังไม่ยินยอม
เนื่องจากเรื่องราวความวุ่นวายที่เหยียนไคเคยก่อไว้เมื่อหลายปีก่อน บรรดาศิษย์พี่ชายและศิษย์พี่หญิงของเขาล้วนไม่ค่อยจะอยากพบหน้าเขาสักเท่าใดนัก มีเพียงพี่สะใภ้ผู้นี้เท่านั้นที่ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับเขาอยู่บ้าง
"พี่สะใภ้ บรรดาศิษย์พี่ทั้งหลายยังสบายดีใช่หรือไม่" เหยียนไครินชาให้ทั้งสองท่านก่อน จากนั้นจึงเอ่ยถามเจียงชิวฉาง
เจียงชิวฉางพยักหน้า พลางตอบกลับว่า "ก็ยังสบายดีกันทุกคน มีเพียงศิษย์พี่หญิงสามของเจ้าที่ออกไปรับศิษย์ เสียเวลาไปบ้างเล็กน้อย จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับมา"
การออกไปรับศิษย์เช่นนี้ สำนักชี่จงจะมีขึ้นในทุกๆ ปี จุดประสงค์หลักก็เพื่อประกาศรับสมัครในพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบ และในขณะเดียวกันก็รับศิษย์ที่มีพรสวรรค์เข้ามาบ้าง
การจัดขึ้นปีละครั้ง สำหรับสำนักผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว อาจจะดูบ่อยครั้งจนเกินไป ทว่านี่คือการเปิดรับจากเหล่าปุถุชน ปุถุชนนั้นมีอายุขัยที่สั้นนัก
เหยียนไคเองก็เคยออกไปรับศิษย์อยู่ครั้งหนึ่ง และในครั้งนั้น เขาก็ได้พาโจวจื่อหนิงกลับมา
"พี่สะใภ้พาท่านเจ้าสำนักหลี่มาที่นี่ คงไม่ได้มาเพื่อทักทายปราศรัยกับข้ากระมัง!"
หลี่หลิงชวนลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะ พลางกล่าวว่า "อาจารย์อาเหยียน ข้ามาเพื่อขอขมา ผู้เยาว์ในสำนักของข้าล่วงเกินอาจารย์อาเหยียน ขออาจารย์อาเหยียนโปรดอภัย ผู้ใหญ่ไม่ถือสาหาความผู้น้อย โปรดปล่อยเขาไปเถิด!"
"ท่านเจ้าสำนักหลี่ คำพูดของท่านนี้ทำให้ข้ากลายเป็นคนเลวไปแล้วนะ! เป็นศิษย์สำนักท่านที่อยากจะปรนนิบัติสามีสั่งสอนบุตร ครองรักกันอย่างกลมเกลียวต่างหาก ข้าก็แค่ช่วยสานฝันให้พวกเขาสมหวังเท่านั้นเอง!"
ทุกครั้งที่หลี่หลิงชวนนึกถึงเรื่องการสลับเพศของสามีภรรยาคู่นี้ เขาก็รู้สึกว่าปั้นหน้าขรึมได้ยากยิ่งนัก
เขายอมรับว่า เขาไม่ค่อยจะเห็นหัวคนของสายวิชาผู้อาวุโสสี่สักเท่าใดนัก ทว่าอย่างไรเสียก็เป็นคนของสำนักเจี้ยนจงเหมือนกัน เขาจึงต้องคำนึงถึงภาพรวมของสำนักเจี้ยนจงด้วย
"อาจารย์อาเหยียน ข้ายังคงขอกล่าวกับท่านด้วยความจริงใจอย่างยิ่ง ท่านเองก็รู้ ว่าพวกเขาไม่ได้หมายความเช่นนั้นอย่างแน่นอน... ผู้อาวุโสสี่แห่งสำนักของข้า ถึงอย่างไรก็ได้ทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายให้แก่ศิษย์รักของเขาไปอย่างมหาศาล ท่านดูสิ ท่านพอจะผ่อนปรนให้สักหน่อยได้หรือไม่"
เจ้าสำนักผู้หนึ่งยอมลดตัวลงมาถึงเพียงนี้ เหยียนไคเองก็ยากที่จะโต้แย้งออกไปตรงๆ "คุณภาพศิษย์ของเขานั้น ท่านเองก็รู้ดี นิสัยใจคอ ก็ไม่เอาไหน สติปัญญา ก็ไม่เอาไหน สภาพร่างกาย ก็ไม่เอาไหน สู้เขาไปฟูมฟักโจวจื่อหนิงเสียโดยตรงยังจะดีกว่า ถึงอย่างไรตอนนี้ โจวจื่อหนิงก็นับว่าเป็นบุรุษผู้หนึ่งแล้ว"
หลี่หลิงชวนกลับรู้สึกว่าข้อเสนอนี้มีความเป็นไปได้ ทว่าเขาก็รู้ซึ้งถึงนิสัยของผู้อาวุโสสี่ดี หากให้เขาไปฟูมฟักโจวจื่อหนิง นั่นก็แทบจะทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจราวกับกลืนแมลงวันลงไปเลยทีเดียว
"อาจารย์อาเหยียน ผู้อาวุโสสี่ก็ยังพอจะมีความผูกพันกับศิษย์รักของเขาอยู่บ้าง..."
หลี่หลิงชวนทอดถอนใจยาวออกมา ก่อนจะยอมอ่อนข้อให้อย่างถึงที่สุด
"เรื่องนี้อย่างไรเสียก็เป็นความผิดของสำนักเจี้ยนจงของพวกเรา ประการแรก เป็นเพราะไปฉกคนของอาจารย์อามา สำนักของข้าจะยอมชดใช้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโจวจื่อหนิงในสำนักของท่านให้เป็นสามเท่า"
"ประการที่สอง เป็นเพราะปฏิบัติต่อแม่นางโจวจื่อหนิงอย่างไม่เป็นธรรม ข้าขออภัยต่อท่าน ข้าขอให้สัญญาต่อท่าน ว่าข้าจะลงโทษผู้อาวุโสสี่ และในขณะเดียวกันก็จะยกเลิกงานแต่งงานของแม่นางโจวจื่อหนิงกับตู้จิ่งเฉิง ท่านดูสิ ท่านยังมีสิ่งใดไม่พอใจอีกหรือไม่"
เหยียนไคก็รู้ดีว่านี่คือขีดจำกัดของอีกฝ่ายแล้ว ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของอีกฝ่าย เขาจึงเสนอขึ้นว่า "ยังต้องยกเลิกความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ของโจวจื่อหนิงกับลวี่เหล่าสี่ด้วย คนพรรค์ลวี่เหล่าสี่เนี่ยนะ เขาคู่ควรเป็นอาจารย์คนด้วยหรือ"
"ตกลง! ข้ายอมรับเงื่อนไข หากแม่นางโจวจื่อหนิงยินยอม ข้าจะรับนางเป็นศิษย์ก็ยังได้"