- หน้าแรก
- นารูโตะ : แลกเปลี่ยนได้ผลสายฟ้าตั้งแต่ครั้งแรก
- บทที่ 7: ของขวัญสุดประหลาดของไมโตะ ได และวิชาพูดโน้มน้าวใจของยูตะ
บทที่ 7: ของขวัญสุดประหลาดของไมโตะ ได และวิชาพูดโน้มน้าวใจของยูตะ
บทที่ 7: ของขวัญสุดประหลาดของไมโตะ ได และวิชาพูดโน้มน้าวใจของยูตะ
บทที่ 7: ของขวัญสุดประหลาดของไมโตะ ได และวิชาพูดโน้มน้าวใจของยูตะ
โฮคาเงะรุ่นที่สามหัวเราะออกมาทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น
"ฮ่าฮ่าฮ่า! พูดได้ดีมาก! แต่ทั้งหมดนี้เป็นแค่การลงทุนและความคาดหวังเล็กๆ น้อยๆ จากคุณปู่โฮคาเงะคนนี้เท่านั้นแหละ ฉันหวังว่านายจะพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นเพื่อช่วยเหลือหมู่บ้านในอนาคตนะ เพราะงั้นอย่าปฏิเสธเลย จงตอบแทนฉันและหมู่บ้านด้วยความขยันหมั่นเพียรของนายเถอะ"
ยูตะพยักหน้าด้วยความตื่นเต้นและมองโฮคาเงะรุ่นที่สามด้วยสายตาซาบซึ้งใจ
"ขอบคุณครับท่านโฮคาเงะ! ผมจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังแน่นอนครับ ผมจะตั้งใจฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อตอบแทนบุญคุณของหมู่บ้านในอนาคต!"
สิ่งที่เขาพูดออกมานั้นคือความจริง ในอนาคตเขาตั้งใจจะตอบแทนหมู่บ้านและทำให้โคโนฮะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน เพราะยังไงตอนนี้เขาก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างสุขสบาย แต่ถึงอย่างงั้น หมู่บ้านก็คือหมู่บ้าน และโฮคาเงะก็คือโฮคาเงะ
โฮคาเงะรุ่นที่สามพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ หลังจากชวนคุยต่ออีกพักหนึ่งก็ลุกขึ้นขอตัวกลับ เนื่องจากเขามีภารกิจรัดตัวในแต่ละวัน หากวันนี้ไม่ได้บังเอิญมาพบพรสวรรค์อันโดดเด่นของยูตะ เขาคงไม่ยอมเสียเวลามาทดสอบและซื้อใจเด็กคนนี้ด้วยตัวเองแน่ๆ
หลังจากส่งโฮคาเงะรุ่นที่สามกลับไป ยูตะก็เดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น เขาหยิบม้วนคัมภีร์ที่ถูกทิ้งไว้ขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับพึมพำออกมา
"ท่านโฮคาเงะใจดีจริงๆ ต่อไปฉันต้องตั้งใจฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อตอบแทนบุญคุณของท่านให้ได้"
นินจาหน่วยอันบุที่แฝงตัวซ่อนอยู่ภายในบ้านจับตาดูยูตะต่ออีกครึ่งชั่วโมง ก่อนจะถอนกำลังกลับไปยังห้องทำงานของโฮคาเงะเพื่อรายงานสถานการณ์ทั้งหมด
"เด็กคนนั้นพูดแบบนั้นจริงๆ งั้นหรอก?"
โฮคาเงะรุ่นที่สามเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
"ครับ เขาดูซาบซึ้งในน้ำใจของท่านมากจริงๆ"
นินจาอันบุรายงานยืนยันเสียงเรียบ
"อืม ดีมาก ไปได้แล้ว"
โฮคาเงะรุ่นที่สามโบกมือไล่อันบุให้ออกไปอย่างพึงพอใจ ก่อนจะคิดในใจพร้อมรอยยิ้มว่า ดูเหมือนเด็กคนนี้จะเป็นคนกตัญญูไม่เบา ถ้าฟูมฟักให้ดี ในอนาคตอาจจะสืบทอดตำแหน่งเป็นผู้ช่วยมือขวาของเขาได้เลย แต่ก็นะ ทั้งหมดนี้ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่ายูตะจะสามารถผ่านการทดสอบในอนาคต และแสดงอัตราการเติบโตที่ยอดเยี่ยมต่อไปได้เรื่อยๆ โดยไม่สะดุดลงซะก่อน
...
ทางด้านยูตะ หลังจากโฮคาเงะรุ่นที่สามจากไป พลังจิตที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลทำให้เขาสัมผัสได้รางๆ ว่ากำลังถูกใครบางคนลอบจับตามองอยู่ใกล้ๆ เขาจึงจงใจแสดงละครจัดฉากเมื่อครู่นี้ขึ้นมา
เมื่อความรู้สึกโดนจับตาดูเลือนหายไปอย่างสมบูรณ์ เขาจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่ใบหน้ายังคงเรียบเฉยไม่แสดงพิรุธ จากนั้นจึงหันมาจดจ่ออยู่กับม้วนคัมภีร์เกราะสายฟ้าฉบับร่างที่ยังไม่สมบูรณ์
ต้องยอมรับเลยว่าสิ่งที่ได้มาในครั้งนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อนำมาผสมผสานกับทักษะสายฟ้าที่เขามีอยู่ ยูตะมั่นใจว่าเขาจะสามารถปรับปรุงเกราะสายฟ้าและรูปแบบการต่อสู้ด้วยสายฟ้าของตัวเองให้ทรงพลังขึ้นไปอีกขั้น
...
เช้าตรู่วันต่อมา ยูตะออกไปวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าตามปกติ และเขาก็ได้พบกับไมโตะ ไก และพ่อของเขาอีกครั้ง
"โย่! ยูตะคุง! สวัสดีตอนเช้า!"
คราวนี้ไมโตะ ไก เป็นฝ่ายตะโกนทักทายมาแต่ไกลก่อน
"ไก สวัสดีตอนเช้า! ลุงได สวัสดีตอนเช้าครับ!"
ยูตะโบกมือตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
พอเห็นยูตะ ไมโตะ ได ก็หัวเราะร่าพลางควักชุดบอดี้สูทสีเขียวรัดรูปหน้าตาประหลาดออกมาจากไหนก็ไม่รู้ มันเป็นชุดแบบเดียวกับที่เขาและไกใส่อยู่ไม่มีผิดเพี้ยน เขาสะบัดชุดให้ปลิวไสวไปตามลมก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าหนุ่ม! ความเป็นวัยรุ่นอันร้อนแรงของนายมันกระแทกใจฉันเข้าอย่างจัง! ในฐานะผู้ใหญ่ ฉันไม่มีอะไรจะมอบให้นาย นอกเหนือจากชุดเกราะพิเศษตัวนี้ เอาไปเลย!"
ยูตะมองชุดบอดี้สูทรัดรูปสีเขียวในมือของไมโตะ ได ที่กำลังปลิวสะบัดตามลมด้วยความรู้สึกต่อต้านสุดขีดในใจ ใครจะไปอยากใส่เสื้อผ้าพรรค์นี้กันล่ะ? ถ้าขืนเขาใส่มันเข้าไป ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายคงได้มลายหายไปตลอดกาลแน่ แต่จะให้ปฏิเสธตรงๆ ก็ดูจะทำร้ายจิตใจกันเกินไปหน่อย
สมองของยูตะเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วและคิดหาทางออกได้ทันควัน เขาหันไปพูดกับไมโตะ ได ด้วยน้ำเสียงและท่าทางจริงจังเป็นงานเป็นการ
"เรื่องนั้น... ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ ผมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่คู่ควรกับชุดที่เป็นเครื่องทรงอันทรงเกียรตินี้"
"นี่คือสิ่งที่เฉพาะปรมาจารย์ด้านกระบวนท่าผู้ไร้เทียมทานอย่างลุงไดและไกเท่านั้นที่มีสิทธิ์สวมใส่!"
"เวลาที่ผู้คนมองเห็นเสื้อผ้าชุดนี้ พวกเขาจะต้องนึกถึงสุดยอดนักสู้กระบวนท่าอย่างแน่นอน"
"เพราะงั้นนี่ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าธรรมดาๆ แล้ว แต่มันคือเกียรติยศ! มันคือสัญลักษณ์!"
"ผมพึ่งจะเริ่มฝึกกระบวนท่าได้แค่สองวันเท่านั้น ยังห่างไกลจากมาตรฐานนี้อีกเยอะครับ ผมไม่อาจยอมให้เกียรติยศนี้ต้องแปดเปื้อนเด็ดขาด เพราะฉะนั้น ได้โปรดให้ผมปฏิเสธมันด้วยเถอะครับ!"
คำพูดที่ฟังดูมีหลักการและหนักแน่นของยูตะ ทำเอาน้ำตาของสองพ่อลูกไมโตะ ได และไก ไหลพรากออกมาด้วยความตื้นตันใจ
"โอ้! เจ้าหนุ่ม! นายนี่มันเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ! ฉันสัมผัสได้ถึงเกียรติยศที่แท้จริงในตัวนายเลย!"
ไมโตะ ได มองยูตะด้วยสายตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา พลางพับเก็บชุดสีเขียวลงอย่างทะนุถนอมและเคร่งขรึม
"ฉันจะจำคำพูดของนายเอาไว้ และจะเก็บรักษาชุดนี้เป็นอย่างดี"
"ตามสัญญา! ฉันจะรอจนกว่าวันที่นายคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติคู่ควร แล้วฉันจะเป็นคนนำชุดนี้มามอบให้นายด้วยตัวเอง!"
เห็นได้ชัดว่าไมโตะ ได ดันเอาเรื่องโกหกคำโตที่ยูตะแต่งขึ้นมาคิดเป็นจริงเป็นจังซะอย่างนั้น
"ยูตะคุง! สู้เขานะ!"
ไมโตะ ไก ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวประกายพลางยกนิ้วโป้งให้กำลังใจ
"อืม! ลุงไดกับไก วิ่งนำไปก่อนได้เลยครับ ผมจะไม่กวนจังหวะการฝึกของพวกคุณแล้ว!"
แม้ในใจของยูตะจะร่ำร้องด้วยความกระอักกระอ่วน แต่ภายนอกเขากลับพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม พร้อมแอบคิดในใจเงียบๆ ว่า 'สบายใจได้เลย เพราะมันจะไม่มีวันนั้นเด็ดขาด วันที่ฉันคิดว่าตัวเองคู่ควรน่ะ!'
"โอ้! ลาก่อนนะเจ้าหนุ่ม!"
ไมโตะ ได และไก ส่งเสียงขานรับพร้อมแยกเขี้ยวโชว์ฟันประกายวิบวับ ก่อนจะสับเท้าวิ่งหายลับตาไปในพริบตา
ในเวลานั้น บนกิ่งไม้ที่ห่างออกไปไม่กี่สิบเมตร คาคาชิซึ่งได้รับหน้าที่ให้คอยสะกดรอยตามยูตะ บังเอิญผ่านมาเห็นเหตุการณ์และได้ยินบทสนทนาทั้งหมดพอดิบพอดี สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวแปลกประหลาดจนดูเกือบจะน่ากลัว
"เจ้าพวกนี้มันตัวประหลาดประเภทไหนกันเนี่ย... คนหนึ่งกล้าพูด อีกคนก็ดันกล้าเชื่อซะงั้น!"
คาคาชิพึมพำกับตัวเองด้วยความอ่อนใจ มันก็แค่ชุดบอดี้สูทสีเขียวรัดรูปสุดอุบาทว์ไม่ใช่หรือยังไง? ทำไมต้องแต่งเรื่องยกยอปั้นแต่งให้มันดูยิ่งใหญ่ขนาดนั้นด้วย ทั้งเกียรติยศ ทั้งสัญลักษณ์อะไรกันเล่า เหตุการณ์นี้ทำให้คาคาชิรู้สึกว่าเขาต้องประเมินระดับความน่ากลัวของยูตะใหม่อีกครั้งแล้ว
ในเวลาเดียวกัน นอกเหนือจากคาคาชิแล้ว ภายในห้องทำงานของโฮคาเงะ โฮคาเงะรุ่นที่สามก็บังเอิญใช้กล้องโทรทัศน์ส่องดูจนเห็นบทสนทนาทั้งหมดระหว่างยูตะกับสองพ่อลูกตระกูลไมโตะเช่นกัน ใบหน้าชราของเขาบิดเบี้ยวไม่ต่างจากคาคาชิเลยสักนิด
"เด็กคนนี้ตลบแตลงพูดจาเอาตัวรอดเก่งชะมัด! แต่ก็นะ... ถือว่าปฏิเสธได้ถูกต้องแล้วล่ะ"
โฮคาเงะรุ่นที่สามถอนหายใจยาว ลำพังแค่มีตัวประหลาดสีเขียวสองคนในหมู่บ้านมันก็ปวดหัวมากพอแล้ว ถ้าเกิดมียูตะเพิ่มมาอีกคน ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของโคโนฮะคงได้พังพินาศป่นปี้แน่ๆ