เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6: การมาเยือนและการตรวจสอบของโฮคาเงะรุ่นที่สาม วิชาเกราะสายฟ้าของหมู่บ้านคุโมะงาคุเระ (ฉบับไม่สมบูรณ์)

บทที่ 6: การมาเยือนและการตรวจสอบของโฮคาเงะรุ่นที่สาม วิชาเกราะสายฟ้าของหมู่บ้านคุโมะงาคุเระ (ฉบับไม่สมบูรณ์)

บทที่ 6: การมาเยือนและการตรวจสอบของโฮคาเงะรุ่นที่สาม วิชาเกราะสายฟ้าของหมู่บ้านคุโมะงาคุเระ (ฉบับไม่สมบูรณ์)


บทที่ 6: การมาเยือนและการตรวจสอบของโฮคาเงะรุ่นที่สาม วิชาเกราะสายฟ้าของหมู่บ้านคุโมะงาคุเระ (ฉบับไม่สมบูรณ์)

"ราเมงทงคตสึชามใหญ่พร้อมเสิร์ฟแล้วจ้า! เจ้าหนู ทานให้อร่อยนะ!"

ไม่นานนัก ราเมงร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมฉุยก็มาเสิร์ฟตรงหน้า เทอุจินำชามราเมงมาวางลงด้วยรอยยิ้ม

"จะทานแล้วนะครับ!"

ยูตะประกบมือพนมแล้วกล่าวตามธรรมเนียม ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบเส้นราเมงเข้าปากคำโต ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของเจ้าของร้าน

"อืม...!"

ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้างขึ้นมาทันทีด้วยความทึ่งในความอร่อย

เทอุจิที่ยืนลุ้นอยู่ใกล้ๆ เอ่ยถามด้วยความมั่นใจ

"เป็นยังไงบ้างล่ะ เจ้าหนู?"

ยูตะยกนิ้วโป้งให้ทันที

"รสชาติสุดยอดเลยครับลุง! แต่ถ้ามีซอสพริกเพิ่มอีกนิดล่ะก็ จะยิ่งสมบูรณ์แบบกว่านี้เลยครับ!"

เนื่องจากในชาติก่อนยูตะเป็นคนชอบกินรสจัดอยู่แล้ว ถึงจะไม่ถึงขั้นคลั่งไคล้ความเผ็ดร้อน แต่เขาก็ชอบให้อาหารมีรสจัดจ้านซักหน่อยเพื่อความสะใจ

"งั้นหรอ?" เทอุจิลูบคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ซอสพริกหรอ... เข้าท่าแฮะ! เอาไว้คราวหน้าฉันจะลองทำเตรียมไว้ให้ ถ้านายมาอีกเมื่อไหร่ ฉันจะให้ลองชิมนะ!"

"ฮ่าๆ! เยี่ยมเลยครับ! ผมจะรอนะครับ!" ยูตะตอบพร้อมรอยยิ้ม

ผ่านไปไม่นาน ราเมงในชามก็หมดเกลี้ยง ยูตะยกชามซดน้ำซุปจนหยดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว

"ลุงครับ! ขออีกชามนึงครับ!"

"โอ้! ได้เลยๆ! นายนี่กินจุเหมือนกันนะเนี่ยเจ้าหนู!"

"ฮ่าๆ! การได้กินของอร่อยๆ ถือเป็นลาภอันประเสริฐครับลุง!"

"ฮ่าๆ! พูดได้ดีนี่! เอ้า! ราเมงของนายได้แล้ว ทานให้อร่อยนะ!"

"ขอบคุณครับลุง!"

หลังจากนั้นยูตะก็จัดราเมงชามยักษ์ไปอีกสองชามเต็มๆ ก่อนจะเช็คบิลจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้านอิจิราคุราเมงไปอย่างอิ่มสบายท้อง

เมื่อกลับมาถึงลานบ้านเล็กๆ ของตัวเอง ยูตะก็ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า เขาเริ่มฝึกฝนวิชาดาบทันที

เขาจำเนื้อหาทั้งหมดในตำราวิชาดาบของตระกูลเซ็นจูได้ขึ้นใจและเริ่มเข้าใจหลักการเบื้องต้นของมันแล้ว ในตำรามีแต่ท่าพื้นฐานอันแสนเรียบง่าย แต่นี่แหละคือจุดเริ่มต้นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดของเขา หนทางหมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวแรก ยูตะเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี

หลังจากกวัดแกว่งดาบตามท่าพื้นฐานไปครบ 50 รอบ ยูตะก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าจนมือชาดิก เขาจึงหยุดพักผ่อนและเตรียมตัวฝึกคาถานินจาต่อไป นั่นคือ 'คาถาสายฟ้า: ลูกบอลสายฟ้า'

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

แต่ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากหน้าบ้าน

"หืม?" ยูตะชะงักการรีดเร้นจักระด้วยความสงสัย ก่อนจะเดินไปที่ประตู "ใครมาหาฉันป่านนี้กันนะ?"

ตอนนี้ก็เกือบสามทุ่มแล้ว แถมปกติเขาก็แทบไม่ได้สนิทกับใครในหมู่บ้านเลยด้วยซ้ำ

พอยื่นมือไปเปิดประตู ยูตะก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจอย่างสุดขีดเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างนอก

"ท่านโฮคาเงะรุ่นที่สาม! ทำไมท่านถึงมาที่นี่ได้ล่ะครับ?"

"ฮ่าๆ..." โฮคาเงะรุ่นที่สามคลี่ยิ้มอย่างใจดี "ฉันเห็นว่านายยังไม่นอน เลยแวะมาเยี่ยมน่ะ แล้วก็อยากจะมาขอโทษแทนอาซึมะเรื่องเมื่อบ่ายนี้ด้วย ถึงอาซึมะจะไม่ใช่คนสั่งการโดยตรง แต่ก็ทำให้นายต้องเดือดร้อนอยู่ดี... ว่าแต่ นายจะไม่เชิญฉันเข้าไปนั่งพักข้างในหน่อยหรอ?"

"อ๊ะ! เชิญข้างในเลยครับท่านโฮคาเงะ!" ยูตะได้สติรีบหลีกทางให้เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เขาจัดการรินชาร้อนมาเสิร์ฟให้อย่างนอบน้อมก่อนจะยืนสำรวมอยู่ข้างๆ

"นั่งลงเถอะ ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นก็ได้" โฮคาเงะรุ่นที่สามโบกมือเบาๆ ส่งสัญญาณให้นั่งลงตรงข้ามกัน

"งั้นขออนุญาตนะครับ" ยูตะไม่ขัดศรัทธา เดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามทันที

สายตาของโฮคาเงะรุ่นที่สามกวาดมองไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่รูปถ่ายของคุณพ่อคุณแม่ผู้ล่วงลับของยูตะอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

"พูดถึงเรื่องนี้... เคียวสุเกะ พ่อของนายน่ะ เคยเป็นนินจาที่เก่งกาจและเป็นผู้ช่วยมือดีของฉันเลยนะ เขาช่วยเหลือฉันไว้ตั้งเยอะ แถมยังสร้างความดีความชอบให้หมู่บ้านไว้มากมายเลยล่ะ"

"หลายปีมานี้ฉันมัวแต่ยุ่งกับงานจนละเลยเรื่องของนายไปเยอะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะ... เอาเป็นว่าฉันจะให้หมู่บ้านปรับเพิ่มเงินบำนาญของนายขึ้นให้อีกระดับนึงก็แล้วกัน และหวังว่านายจะตั้งใจฝึกฝนเพื่อเติบโตมาช่วยปกป้องหมู่บ้านของเราในอนาคตนะ"

เมื่อได้ยินแบบนั้น ยูตะก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ เขาโค้งคำนับขอบคุณทันที

"ขอบคุณมากครับท่านโฮคาเงะ!"

ช่วงนี้เขาก็เริ่มขาดแคลนเงินอยู่พอดี ถึงเงินบำนาญที่เพิ่มขึ้นมาอีกระดับจะไม่ได้มากมายอะไร แต่อย่างน้อยมีเงินเพิ่มขึ้นมาหน่อยก็ยังดี เรื่องอะไรเขาจะปฏิเสธลาภลอยแบบนี้ล่ะ

"ฮ่าๆๆ!" โฮคาเงะรุ่นที่สามหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นท่าทางของเด็กหนุ่ม "เรื่องเล็กน้อยน่า ถือซะว่าเป็นการสนับสนุนจากหมู่บ้านก็แล้วกัน... ว่าแต่เจ้าหนู นายมีความคิดยังไงเกี่ยวกับเจตจำนงแห่งไฟและหมู่บ้านของเรางั้นหรอ?"

"เอ่อ..." ยูตะถึงกับสะอึกไปชั่วขณะ

'เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? อยู่ๆ ก็ถามเรื่องเจตจำนงแห่งไฟ? ตาแก่นี่คิดจะล้างสมองฉัน หรือว่ากำลังหยั่งเชิงตรวจสอบความจงรักภักดีกันแน่?' ยูตะคิดในใจอย่างระแวดระวัง

โฮคาเงะรุ่นที่สามไม่รู้ว่ายูตะกำลังคิดฟุ้งซ่าน เขาคิดว่าเด็กหนุ่มแค่ตื่นเต้นจนตอบไม่ถูก จึงยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วเอ่ยปลอบ

"อย่าเกร็งไปเลยน่า คิดยังไงก็พูดออกมาตรงๆ ได้เลย ฉันแค่อยากฟังความคิดเห็นตามประสาเด็กของนายเท่านั้นแหละ"

ยูตะทำทีเป็นโล่งใจตามน้ำไป เขาแสร้งถอนหายใจยาว สงบสติอารมณ์แล้วค่อยๆ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ท่านโฮคาเงะครับ... ผมเคยเห็นคำว่าเจตจำนงแห่งไฟในตำราเรียนบ่อยๆ และเคยได้ยินจากที่ท่านโฮคาเงะปราศรัยอยู่เป็นประจำ พอมาลองคิดดูแล้ว ผมรู้สึกว่าแก่นแท้ของมันคือจิตวิญญาณแห่งการเสียสละครับ! มันคือการยอมสละตนเองเพื่อปกป้องหมู่บ้านและเพื่อเป็นแสงสว่างส่องทางให้ออนาคตของคนรุ่นหลังต่อไปครับ"

"นอกเหนือจากนี้ผมก็ยังคิดอะไรลึกซึ้งกว่านี้ไม่ค่อยออกหรอกครับ... ส่วนเรื่องหมู่บ้านน่ะหรอครับ? ผมว่าโคโนฮะเป็นหมู่บ้านที่ยอดเยี่ยมสุดๆ ไปเลยครับ! ทั้งคุณลุงคุณป้าแถวบ้าน แล้วก็เพื่อนๆ ที่โรงเรียนนินจาบางคนต่างก็ใจดีกับผมมากเลย การได้เกิดและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ทำให้ผมมีความสุขมากเลยครับ!"

เมื่อได้ยินคำตอบที่แสนซื่อตรงของยูตะ โฮคาเงะรุ่นที่สามก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

'เด็กคนนี้เข้าใจแก่นแท้ของเจตจำนงแห่งไฟทะลุปรุโปร่งเลยแฮะ... การเสียสละตนเองเพื่อส่องสว่างให้แก่หมู่บ้านและคนรุ่นหลังงั้นหรอ? ยอดเยี่ยมจริงๆ!'

โฮคาเงะรุ่นที่สามรู้สึกว่าหมู่บ้านโคโนฮะกำลังต้องการผู้มีพรสวรรค์ที่มีอุดมการณ์ความรักหมู่บ้านแบบนี้อยู่พอดี เขามองยูตะด้วยสายตาเอ็นดูยิ่งกว่าเดิม

"นายเป็นเด็กดีจริงๆ ยูตะ"

โฮคาเงะรุ่นที่สามพยักหน้าพลางยิ้มกว้าง จากนั้นก็ยื่นมือเข้าไปในสาบเสื้อเพื่อหยิบคัมภีร์ม้วนหนึ่งออกมาวางไว้ตรงหน้าเด็กหนุ่ม

"นี่คือวิชาเกราะสายฟ้าที่หมู่บ้านเราได้มาจากคุโมะงาคุเระน่ะ ถึงมันจะเป็นฉบับที่ไม่สมบูรณ์เพราะส่วนที่เป็นวิชาลับหลักๆ ขาดหายไปทั้งหมด... แต่ฉันคิดว่าแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอให้นายใช้เป็นแนวทางฝึกฝนในตอนนี้แล้วล่ะ มันน่าจะช่วยให้นายพัฒนาวิชานินจาสายฟ้าของตัวเองได้ดียิ่งขึ้นไปอีกนะ"

นี่ถือเป็นการลงทุนซื้อใจของโฮคาเงะรุ่นที่สาม เพราะถ้าหากเมื่อครู่ยูตะไม่ได้ตอบคำถามจนถูกใจล่ะก็ ต่อให้เป็นคัมภีร์วิชาเกราะสายฟ้าฉบับที่ไม่สมบูรณ์ เขาก็คงไม่มีทางตัดใจมอบมันให้กับใครง่ายๆ แน่

"เอ๊ะ! ไม่ได้หรอกครับ!" ยูตะสะดุ้งรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน แม้ในใจจะอยากได้คัมภีร์เล่มนี้จนเนื้อเต้นก็ตาม "ผมยังไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้หมู่บ้านเลย จะมารับของสำคัญแบบนี้ไว้ได้ยังไงกันครับ! ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ!"

จบบทที่ บทที่ 6: การมาเยือนและการตรวจสอบของโฮคาเงะรุ่นที่สาม วิชาเกราะสายฟ้าของหมู่บ้านคุโมะงาคุเระ (ฉบับไม่สมบูรณ์)

คัดลอกลิงก์แล้ว