เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26: กวนเฟิง

บทที่ 26: กวนเฟิง

บทที่ 26: กวนเฟิง


บทที่ 26: กวนเฟิง

ผู้อาวุโส?

เหยียนสือซวี่ที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดชะงักไปครู่หนึ่ง นึกในใจว่าเจ้าก็รู้ความดีเหมือนกันนี่

เขากดเสียงให้ต่ำลงแล้วเอ่ยถาม "มีเรื่องอันใดต้องขอความช่วยเหลือ? เจ้าพบเจออันตรายอันใดมา?"

กล่าวจบ เขาก็ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ประตู ลอบสังเกตชายชุดดำในลานกว้าง

อีกฝ่ายปิดบังมิดชิด สวมเสื้อคอกลมสีพื้นซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายมาตรฐานของคนทั่วไป ทว่าส่วนสูงก็พอจะใช้เป็นเบาะแสได้

ชายชุดดำกวาดสายตามองรอบด้านอย่างระแวดระวัง ก่อนจะลดเสียงลง เจือกระแสความร้อนรน "ข้า... ถูกคนจับได้แล้วว่าข้าเป็นใคร"

เหยียนสือซวี่ตื่นตระหนกวูบ ปฏิกิริยาแรกในหัวคือ: มีหนอนบ่อนไส้ ยกเลิกการซื้อขาย

หากไม่ใช่เพราะเสวี่ยอีบนหลังคาไม่ได้ส่งสัญญาณเตือน ป่านนี้เขาคงพังหน้าต่างหนีไปแล้ว

เพิ่งเข้าสำนักมาได้สามวันก็ความแตกเสียแล้ว กระจอกเกินไปแล้ว! เหยียนสือซวี่ตั้งสติแล้วถาม "ถูกจับได้เยี่ยงไร ผู้ใดเป็นคนพบ?"

ชายชุดดำเอ่ยเสียงเบา "เมื่อคืน ข้าทำตามแผนที่ของท่าน ลอบเข้าไปในหอสมบัติฉางเจิน แต่ถูกค่ายกลอัสนีในชั้นแรกโจมตี วันนี้หลังกินมื้อเช้าเสร็จ ตอนข้ากลับไปที่เรือนพัก ก็พบว่าบนโต๊ะหนังสือมีกระดาษเพิ่มมาหนึ่งแผ่น บนนั้นเขียนไว้ว่า: เรื่องที่เจ้าทำเมื่อคืน ข้าเห็นหมดแล้ว อีกสามวันให้หลัง ไปรอข้าที่หน้าประตูหอสมบัติฉางเจิน"

ข้อมูลในประโยคนี้มีมากเกินไป ฟังจนหัวของเหยียนสือซวี่วิ้งๆ

ที่แท้คนที่เข้าไปในหอสมบัติฉางเจินเมื่อคืนก็คือเขานี่เอง!

และเขาก็ไม่ได้มาเพื่อติดต่อกับข้า ในสำนักเต๋าศาสตร์ยังมีสมาชิกของซิงฉาตู้คนที่สามอยู่อีก

สมองของเหยียนสือซวี่แล่นฉิว วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

"ผิดคาดไปหน่อยแฮะ มิน่าถึงเรียกข้าว่าผู้อาวุโส ที่แท้ก็จำคนผิด แต่เขาไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของข้า แสดงว่าเขากับสมาชิกซิงฉาตู้ผู้นั้นยังไม่เคยเจอกันเลย"

"ใช่แล้วล่ะ หากเคยเจอกัน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทิ้งสัญลักษณ์เจ็ดดาวเหนือนั่นไว้เลย"

"ตอนนี้จะเอายังไงดี แกล้งทำเป็นเฉไฉแล้วจากไป ปล่อยให้เจ้าของเดิมเป็นคนจัดการ?"

นี่คือวิธีรับมือที่เหยียนสือซวี่คิดว่ารอบคอบที่สุด แต่พอคิดอีกที ผู้อาวุโสของซิงฉาตู้คนนั้นมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเห็นสัญลักษณ์ที่พวกเขาสองคนทิ้งไว้บนกำแพงแล้ว

ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา หากเหยียนสือซวี่เป็นผู้อาวุโสคนนั้น แล้วพบว่ามีคน 'แอบอ้าง' เป็นตัวเองไปติดต่อกับสหาย ย่อมต้องเลือกที่จะซุ่มดูความเคลื่อนไหวแน่นอน

หากเขาจากไปเช่นนี้ ก็อาจจะเป็นการส่งเจ้าหมอนั่นข้างนอกไปตายได้

เหยียนสือซวี่คิดพลางตอบกลับ "เลอะเทอะ ในเมื่อตัวตนของเจ้าถูกจับได้แล้ว ยังกล้ามาติดต่ออีกหรือ ไม่กลัวอีกฝ่ายจะล่อให้งูออกจากฉากหรือไร?"

ชายชุดดำข้างนอกตอบกลับมา "หากมันกล้ามา ข้ากับผู้อาวุโสร่วมมือกัน ย่อมต้องรั้งมันไว้ได้แน่ อีกอย่าง ก่อนมาที่นี่ข้าก็ระวังตัวดีแล้ว ไม่มีผู้ใดสะกดรอยตามมา"

เจ้าหมอนี่ทำอะไรบุ่มบ่ามไปหน่อย... เหยียนสือซวี่กดเสียงเข้ม "บาดแผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? พลังฝึกปรือล่ะ?"

ชายชุดดำนอกลานก็แหวกสาบเสื้อออก เผยให้เห็นแผ่นอกที่ดำเกรียม

ชายชุดดำเอ่ยด้วยความละอาย "ผู้น้อยเพิ่งบรรลุขอบเขตปฐพีวิถียุทธ์ ถูกอสนีบาตฟาดฟัน พลังรบเหลือเพียงห้าส่วน อีกทั้งความอดทนก็ลดน้อยถอยลง ไม่อาจสู้ยืดเยื้อได้ ตอนนี้ข้าถูกหมายหัว หากไม่ขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโส เกรงว่าคงมีแต่ทางตาย"

เจ้านั่นแหละที่เป็นผู้อาวุโส! เหยียนสือซวี่บ่นอุบในใจ เขาทำเสียงแหบพร่าพลางเอ่ย

"แค่บาดแผลเล็กน้อย ผู้ที่จับไต๋เจ้าได้เมื่อวานเป็นผู้ใด เจ้าพอจะรู้เบาะแสหรือไม่?"

ชายชุดดำตอบกลับ

"เมื่อคืนข้าระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก เดินวนในสวนอยู่รอบหนึ่งถึงกลับเรือนพัก ไม่มีทางถูกสะกดรอยตามแน่นอน ไม่แน่ว่าคนผู้นั้นอาจมีวิธีตามรอยแบบพิเศษ หรือไม่มันก็มาเคาะประตูเรือนข้าหลังจากข้าออกไป แล้วพบว่าข้าไม่อยู่..."

ยังไม่ทันพูดจบ เหยียนสือซวี่ก็พูดแทรกขึ้นมา

"หากเขาเคาะประตูเรือนเจ้า อย่างมากก็แค่รู้ว่าเจ้าไม่อยู่ในห้อง ไม่มีทางรู้ได้หรอกว่าเจ้าลอบเข้าไปในหอสมบัติฉางเจิน"

เขาเอนเอียงไปทางข้อแรกมากกว่า

วิธีสะกดรอยตามมีมากมายมหาศาล อย่าง 'เส้นด้ายชักใย' ที่ผู้พิพากษาหยางเคยใช้ เพียงแค่ตามกลิ่นไปก็หาคนพบได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องสะกดรอยตามเลยสักนิด

ขณะเดียวกัน เหยียนสือซวี่ก็นึกถึงชายชุดดำคนที่สองเมื่อคืน

คนผู้นั้นจะเป็นคนที่ทิ้งกระดาษไว้หรือเปล่า?

ที่ตั้งของหอสมบัติฉางเจินนั้นเร้นลับมาก สำนักตรวจการก็ยังไม่มีสายข่าวที่เชื่อถือได้ เหตุใดคืนที่สองที่เพิ่งเข้าสำนัก ถึงมีคนจากสองขั้วอำนาจหาเจอได้?

เป็นไปได้หรือไม่ ที่ชายชุดดำคนที่สองก็อาศัยเจ้านั่นในลานเป็นคนนำทางเหมือนกับตน จึงหาหอสมบัติฉางเจินเจอได้?

ยังมีอีกคำถามหนึ่ง 'ผู้อาวุโส' ของซิงฉาตู้ได้แผนที่มาได้อย่างไร?

"ผู้อาวุโสมีนามว่ากระไร?" คนในลานเอ่ยถาม

"จวี้จื่อ!" เหยียนสือซวี่เอ่ยสองคำนี้ด้วยน้ำเสียงจริงจังขึงขัง

สำนักม่อในโลกนี้ ไม่มีตำแหน่งจวี้จื่อ

"จวี้จื่อ..." คนในลานพึมพำกับตัวเองเสียงเบา จากนั้นจึงเอ่ย "ผู้น้อยกวนเฟิง"

หลังแลกเปลี่ยนนามกันเสร็จ เหยียนสือซวี่ก็เอ่ย "พรุ่งนี้ยามจื่อ เจ้าค่อยมาหาข้าที่นี่อีกครั้ง"

กล่าวจบ เขาก็ค่อยๆ ถอยร่นลึกเข้าไปในโรงเจอย่างระมัดระวัง

กวนเฟิงหันหลังเดินจากไป

เสวี่ยอีบนหลังคากระพือปีกบินขึ้น ราวกับนกออกหากินกลางคืนธรรมดาโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้า บินวนเวียนจับตาดูอยู่เบื้องบน

เหยียนสือซวี่ไม่ได้จากไปจากโรงเจ นั่งรอเงียบๆ อยู่อีกหนึ่งเค่อ

"หากข้าเป็นผู้อาวุโสคนนั้น คืนนี้ข้าคงมาซุ่มสังเกตการณ์แล้ว ป่านนี้ยังไม่ออกมาพบหน้าอีก ช่างระมัดระวังตัวเกินไปแล้ว" เหยียนสือซวี่ที่รอคนไม่มาเริ่มรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

หากผู้อาวุโสท่านนั้นปรากฏตัว เขาก็จะถอนตัวออกไปได้

กลับกัน ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างช่วยกับไม่ช่วย

การรับการขอความช่วยเหลือจากกวนเฟิงมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ข้อดีคือได้ "ลูกน้อง" ที่มองเขาเป็นผู้อาวุโสมาครอบครอง

ณ เรือนพัก ริมหน้าต่าง

เสวี่ยอีกระพือปีกร่อนลงมา

เหยียนสือซวี่ที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือถามขึ้นทันที "ตามเขาทันหรือไม่?"

ก่อนตัดสินใจช่วยเหลือ เขาต้องแน่ใจก่อนว่าอีกฝ่ายเป็นสมาชิกตัวจริงหรือตัวปลอม คนที่วาดสัญลักษณ์ลับติดต่อของซิงฉาตู้ได้ อาจจะไม่ใช่คนของซิงฉาตู้เสมอไป

อาจจะเป็นกวนเฟิงตัวจริงที่ถูกควบคุมตัวแล้วสารภาพออกมาหมดแล้วก็ได้

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังต้องการใช้การติดต่อครั้งนี้ ปลอมตัวเป็นมิตรเพื่อลวงความไว้ใจจากเขา

เสวี่ยอีเอ่ยเสียงใส "อื้อๆ เขาเข้าไปในลานที่หกแถวที่สอง อยู่ห้องฝั่งขวาสุด"

"ทำได้ดีมาก" เหยียนสือซวี่ลูบหัวเป็นรางวัล "พรุ่งนี้ค่อยส่งจดหมายให้ข้าอีกที"

"ลานที่หกแถวที่สอง ห้องขวาสุด..."

ใครหว่า?

เพิ่งเข้าสำนักมาได้สามวัน เพิ่งจำหน้าเพื่อนร่วมรุ่นหกสิบคนได้หมด แถมยังไม่มีโอกาสไปมาหาสู่กัน ใครอยู่ไหนบ้างก็สุดจะรู้ได้เลยจริงๆ

หวงฝูอี้ต้องรู้แน่ พรุ่งนี้ค่อยหาข้ออ้างไปถามดูแล้วกัน

...

วันรุ่งขึ้น

บัณฑิตเอกผู้สอนในวันนี้ คือนักพรตจากสำนักฉงเจิน นามฉายาว่าวั่งหยวน

คงจะรู้พฤติกรรมของวั่งจีดี สำนักฉงเจินจึงแต่งตั้งนักพรตสามรูป สลับสับเปลี่ยนกันรับหน้าที่อาจารย์บัณฑิต

ได้แก่ วั่งหยวน วั่งซู และวั่งเหยียน ล้วนเป็นศิษย์ของนักพรตอวิ๋นม่อทั้งสิ้น

นักพรตวั่งหยวนสวมชุดนักพรตสีคราม รูปร่างผอมเกร็งประหนึ่งเซียน หนวดเครายาวสยาย เกล้าผมด้วยปิ่นไม้ ดูเรียบง่ายสมถะ สมกับเป็นนักพรตผู้บำเพ็ญเพียร

ประโยคแรกที่ก้าวเข้ามาในหอเสวียนหมิง "ผู้ใดคือเหยียนสือซวี่ เหยียนป๋อเหิง?"

เหยียนสือซวี่ที่นั่งอยู่แถวหลังยกมือขึ้น

นักพรตวั่งหยวนโกรธเกรี้ยว "จะปล่อยให้ผู้สอบได้ที่หนึ่งนั่งอยู่รั้งท้ายได้อย่างไร พวกเจ้าที่มีพรสวรรค์ธรรมดาสามัญ นั่งอยู่แถวหน้าไม่ละอายใจบ้างหรือ?"

เขาชี้ไปที่หลี่เยี่ยนเจิน "เจ้าสลับที่กับเขา"

หลี่เยี่ยนเจินไม่อยากจะเชื่อ "อาจารย์บัณฑิต ข้า... ข้าคือผู้สอบได้ที่สอง"

นักพรตวั่งหยวนชะงักไป "ที่สองงั้นรึ ไม่เห็นจะจำได้เลย... งั้นเจ้าก็ไปสลับที่กับเขาก็แล้วกัน"

เขาชี้ไปที่อีกคน

คนที่สลับที่ไม่ได้มีความคิดเห็นใดๆ ทว่าหลี่เยี่ยนเจินกลับโกรธจนหน้าแดงก่ำ

คำว่าไม่เห็นจะจำได้สี่คำนี้ ทำร้ายจิตใจเขาอย่างแสนสาหัส

เขาเกิดมาในตระกูลร่ำรวย มีความรู้ความสามารถเกินคน ตอนอยู่สถานศึกษาในจวนก็สอบได้ที่หนึ่งมาโดยตลอด เคยชินกับการถูกคนรุมล้อมยกยอ

หลังจากเข้าสำนักเต๋า กลับถูกคนไร้ชื่อเสียงเรียงนามกดหัวไว้ ความขุ่นเคืองย่อมก่อตัวขึ้นในใจเป็นธรรมดา

"อาจารย์บัณฑิต!" หลี่เยี่ยนเจินผุดลุกขึ้น เอ่ยเสียงดัง "พวกเราที่สอบเข้าสำนักเต๋าศาสตร์ได้ ล้วนเป็นมังกรผงาดฟ้า ท่านเอ่ยคำว่าพรสวรรค์ธรรมดาสามัญเพียงคำเดียว ไม่คิดว่าเป็นการดูถูกนักเรียนเกินไปหน่อยหรือ แล้วไม่ทราบว่าท่านเหยียนผู้สอบได้ที่หนึ่งผู้นี้ มีความสามารถอันใดสะท้านโลก ถึงได้ทำให้พวกเราดูเป็นคนที่มีพรสวรรค์ธรรมดาสามัญไปได้?"

นักพรตวั่งหยวนปรายตามองเขา เอามือไพล่หลัง "ความสามารถของป๋อเหิง นักพรตต่ำต้อยผู้นี้เพิ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต นโยบายฉบับนั้น ท่านอาจารย์ของข้ายกย่องให้เป็นนโยบายเสถียรภาพแห่งแผ่นดิน"

เสียงฮือฮาดังระงมไปทั้งโถง

สายตาของหลวงจีนเกาเม่ยและหวงฝูอี้เต็มไปด้วยความตกตะลึง

หลวงจีนเกาเม่ยหอบหายใจถี่ "นโยบายเสถียรภาพแห่งแผ่นดิน? นโยบายเสถียรภาพแห่งแผ่นดินคือสิ่งใดกัน?"

"นี่เป็นความลับของสำนัก ไม่อาจแพร่งพรายได้"

เหล่านักเรียนต่างตื่นตระหนกตกใจปนสงสัย คำถามทดสอบรับนักเรียนใหม่ที่แสนธรรมดาสามัญ จะสามารถให้กำเนิดนโยบายเสถียรภาพแห่งแผ่นดินได้เชียวหรือ?

จบบทที่ บทที่ 26: กวนเฟิง

คัดลอกลิงก์แล้ว