เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 86 ล่อปลา

Re-new ตอนที่ 86 ล่อปลา

Re-new ตอนที่ 86 ล่อปลา


ตอนที่ 86 ล่อปลา

ใช่ ! นางรู้วิธีทำปลาหมักที่ต้องใช้แค่ปลาตัวเล็กทั่ว ๆ ไปอยู่นี่ มีหนองน้ำอยู่หลังบ้านที่มีทรัพยากรมากมายที่นางสามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่ !

นางจำได้ว่าเฉียนหวู่กับฉีโตวจับปลาตะเพียนขนาดเท่าฝ่ามือได้หลายตัวและเอามันกลับมาทำซุป ปลาตะเพียนมีก้างเล็ก ๆ เยอะเป็นอย่างมากแต่ถ้าทำเป็นปลาหมัก ก้างก็จะนิ่มเคี้ยวกินได้เลย ใช่แล้ว ! อันนี้แหละ !

“แต่...มีวิธีจับปลาตัวเล็กให้ได้เยอะ ๆ หรือไม่นะ ?” หยูเสี่ยวเฉากังวลขึ้นมาอีกครา ทันใดนั้น เสียงร้องอย่างร่าเริงของฉีโตวก็ดังขึ้นข้าง ๆ หูของนาง “ดูนั่นเร็ว ! มีนกป่ามากินน้ำจากถังน้ำของพวกเราด้วย !”

เสี่ยวเฉาเงยหน้าขึ้นและเห็นนกสีขาวเหมือนหิมะขาเรียวยาวยืนอยู่บนขอบถังน้ำและก้มลงมากินน้ำในถัง ตอนต้นฤดูใบไม้ผลิอากาศค่อย ๆ อุ่นขึ้นแล้ว ช่วงสองสามวันมานี้มีนกที่ไม่รู้จักมาเยี่ยมเยียนบ้านของพวกเขาเพื่อดื่มน้ำในถังอยู่ตลอด

หินศักดิ์สิทธิ์บอกนางอย่างภาคภูมิใจว่านกป่าคงถูกพลังวิญญาณในน้ำอาบของมันดึงดูดมา  ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือพืช พลังวิญญาณเป็นอาหารที่ดีสำหรับพวกมัน แต่ถ้าความเข้มข้นของพลังสูงเกินไปและสิ่งมีชีวิตนั้นยังเด็กเกินไปมันก็จะระเบิดได้...

ตาของหยูเสี่ยวเฉาเป็นประกายขึ้นมาทันที นี่หมายความว่าถ้านางใช้หินศักดิ์สิทธิ์เป็นเหยื่อล่อ นางก็จะสามารถล่อปลาตัวเล็กมาได้ทั้งฝูงเลยมิใช่รึ

[ เจ้านายนิสัยมิดี ! จะใช้ข้าเป็นเหยื่ออีกแล้ว ข้าจะมิยกโทษให้เจ้าเป็นแน่ ! ] อยู่ ๆ เจ้าลูกแมวสีทองก็โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ มันกระโดดขึ้นมาบนบ่าของเสี่ยวเฉาและขู่ฟ่ออย่างเกรี้ยวกราด

หลังจากมันยอมรับนางเป็นเจ้านายแล้ว จิตของเสี่ยวเฉากับหินศักดิ์สิทธิ์ก็เชื่อมต่อกัน  ดังนั้นเจ้าแมวน้อยตัวนี้จึงรู้ถึงความคิดของนางได้ในทันที

[ ก็ได้ ก็ได้ ! มิใช้เจ้าเป็นเหยื่ออีกก็ได้ ] เสี่ยวเฉารีบปลอบเจ้าลูกแมวที่กำลังโกรธ [ แต่เสี่ยวทังหยวน เจ้าจะต้องช่วยข้าคิดหาวิธีล่อปลามาติดกับด้วยนะ ]

หินศักดิ์สิทธิ์ร้อง หึ ! ออกมาและเอ่ยว่า [ หินศักดิ์สิทธิ์อย่างข้ามิจำเป็นต้องลงมือเองสักหน่อย น้ำอาบของข้ามิใช่เหยื่อล่อที่ดีที่สุดรึเยี่ยงไรกัน ? ส่วนจะใช้เยี่ยงไรนั้น เจ้าจะต้องให้ข้าตอบคำถามโง่ ๆ เช่นนั้นด้วยรึ ? ]

หลังจากได้ยินคำกล่าวของหินศักดิ์สิทธิ์ หยูเสี่ยวเฉาจึงยัดเงิน 200 อีแปะเข้ากระเป๋าทันทีและบอกนางหลิวให้เก็บไว้ให้ดี ๆ เงินที่เหลือทิ้งไว้ให้เป็นค่าใช้จ่ายของครอบครัว  หลังจากนั้นนางก็ดึงฉีโตวเข้าไปในครัวและเอาน้ำอาบของหินศักดิ์สิทธิ์ใส่เหยือก  จากนั้นก็ไปถามหยูไห่ว่า “ท่านพ่อเจ้าคะ ที่บ้านของเรามีตาข่ายจับปลาหรือไม่เจ้าคะ ?”

“ตาข่ายจับปลางั้นรึ ? มิมีหรอก ! เจ้าจะเอาไปทำอันใดรึ ?” หยูไห่เอาหัวหมูแช่ในน้ำ น้ำจากถังน้ำใหญ่มีพลังวิญญาณจากหินศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยเสริมรสชาติของหัวหมูตุ๋น

เสี่ยวเฉายิ้มอย่างมีเลศนัยและเอ่ยว่า “ก็ต้องเอาไปใช้น่ะสิเจ้าคะ ข้าแค่คิดหาวิธีทำเงินได้อีกแล้ว ท่านพ่อรอดูก็แล้วกัน !”

หยูไห่ยื่นมือที่จับหัวหมูออกมาจะบีบจมูกของนาง แต่เสี่ยวเฉาหลบทัน นางยิ้มแล้วเอ่ยว่า  “อยากได้แบบไหนล่ะ ? พ่อสามารถทำให้เจ้าได้ตอนนี้เลย !”

หยูไห่ไม่มีอะไรทำมากนัก เขาจึงช่วยพวกชาวบ้านถักแหจับปลาอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นครอบครัวของพวกเขาย่อมไม่ขาดแคลนตาข่ายอย่างแน่นอน เสี่ยวเฉาจึงบอกให้เขาใช้ความร้อนดัดไม้ไผ่จนมันกลายเป็นวงกลมแล้วติดลงบนเสาไม้ไผ่ หลังจากนั้นก็ติดตาข่ายลงบนแถบไม้ไผ่วงกลมทำเป็นรูปกระเป๋า เพียงเท่านี้ก็ได้ตาข่ายจับปลาแบบง่าย ๆ แล้ว

“ลูกสองคนจะไปจับปลารึ ? จับปลาตัวใหญ่ในสระหลังบ้านค่อนข้างยากมากนะ ระวังอย่าให้ตกลงไปล่ะ...อยากให้พ่อไปด้วยหรือไม่ ?” หยูไห่เห็นเด็ก ๆ ออกไปจากลานหลังบ้านจึงอดเตือนด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ พวกเราแค่ไปทดลองดูก่อน ถ้าสำเร็จพวกเราจะขอให้ท่านพ่อช่วยนะเจ้าคะ...” เสี่ยวเฉาส่งเสียงมาจากหลังบ้านขณะที่ฉีโตวก็ร้องออกมาอย่างร่าเริงเช่นกัน

เมื่อสองพี่น้องมาถึงหนองน้ำ เฉียนหวู่ที่คอยต้อนเป็ดอยู่ริมหนองก็เห็นพวกเขาและวิ่งเข้ามาทักทันที เขาถามว่า “เสี่ยวเฉา เสี่ยวเฉา ! วันนี้มีเวลามาเล่นที่ริมหนองด้วยรึ ?”

ฉีโตวน้อยทำท่าทางราวกับว่าตนเองเป็นผู้ใหญ่และตอบกลับไปว่า “ไป ๆ ๆ ! คิดว่าพวกเราเหมือนเจ้ารึ สนใจแต่จะเล่นอย่างเดียว ! พวกเรามาทำธุระจริงจังกันต่างหากเล่า เจ้าออกไปเลย ! อย่ามาขวางทางทำให้พวกเราจับปลาช้าสิ !”

“จับปลารึ ? ข้าจับปลาเก่งมากนะ ! ให้ข้าช่วยด้วยนะ !” เฉียนหวู่ลืมหน้าที่ดูแลเป็ดของตนเองไปทันทีและยืนกรานที่จะช่วยอย่างหน้าไม่อาย

เสี่ยวเฉากังวลว่าคนอื่นจะรู้ความลับของนาง นางจึงยิ้มและปฏิเสธ “เสี่ยวหวู่ ถ้าท่านป้าเฉียนเห็นเจ้าทิ้งเป็ดไว้แล้วหนีไปเล่น เจ้าได้ถูกดึงหูเป็นแน่ เจ้ากลับไปดูแลเป็ดของครอบครัวเจ้าเถอะ”

เฉียนหวู่แตะหูแล้วทำหน้ามุ่ย จากนั้นก็นั่งลงที่ริมฝั่งอย่างเสียใจ เขาเอาไม้ไผ่ตีน้ำเพื่อระบายความโกรธ ทำให้พวกเป็ดกลัวจนหนีกระเจิดกระเจิง นางเหมาเห็นภาพนั้นเข้าจึงร้องออกมาเสียงดังว่า  “ไอหยา ! ไอ้ลูกเหลือขอคนนี้นี่ แม่บอกให้มาดูแลเป็ดมิใช่ทำให้เป็ดหนี ! ถ้าพวกเป็ดกลัวจนมิวางไข่ เจ้าจะโดนตีก้น !”

เฉียนหวู่เอามือจับก้นแล้วมองไปทางสองพี่น้องที่เดินห่างออกไปอย่างไม่เต็มใจ เขาถอนใจแรง ๆ แล้วยอมรับชะตากรรมที่ต้องดูแลเป็ดต่อไป

เสี่ยวเฉาเลือกบริเวณที่ลับตาคน นางวางเหยือกลงไปในน้ำและมองผิวน้ำอย่างใจจดใจจ่อ เหยือกนี้เป็นสถานที่ที่หินศักดิ์สิทธิ์อาบน้ำอยู่บ่อย ๆ ดังนั้นมันจึงสะสมพลังวิญญาณเอาไว้เป็นจำนวนมาก

หลังจากเหยือกถูกวางลงในน้ำ พลังวิญญาณด้านในก็ค่อย ๆ ไหลออกมา ไม่นานนักระลอกคลื่นก็เริ่มปรากฏขึ้นที่ผิวน้ำ...

“พี่สาม ดูเร็ว ! ปลาตัวเล็ก ๆ ว่ายมาเต็มเลย ! สุดยอดไปเลย ในเหยือกมีเหยื่อแบบไหนรึ ? ใช้ได้ผลดีมากจริง ๆ !” ฉีโตวพยายามระงับความยินดีในน้ำเสียงและกระซิบกระซาบถามพี่สาวของเขา

เสียงของเขาไม่ได้ทำให้ฝูงปลากลัวจนหนีไป ตรงกันข้ามพวกปลาตัวเล็กตัวน้อยกำลังมารวมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกตัวว่ายตรงไปที่ปากเหยือกอย่างต่อเนื่อง

ตอนที่เสี่ยวเฉาวางเหยือกลงไปในน้ำ นางจุ่มส่วนที่เป็นช่องเล็ก ๆ ลงไปเท่านั้น ดังนั้นแม้ว่าพวกปลาจะตามพลังวิญญาณมา แต่พวกมันก็ไม่สามารถเข้าไปข้างในได้ พวกมันทำได้เพียงแค่โบกหางว่ายอยู่รอบ ๆ เหยือกเท่านั้น

เมื่อปลามารวมตัวกันมากขึ้น ปลาที่อยู่รอบ ๆ เหยือกก็หนาแน่นมากขึ้น เสี่ยวเฉายกตาข่ายในมือขึ้นมาและค่อย ๆ ตักไปตรงที่มีปลามากที่สุด ถ้าเป็นแต่ก่อนปลาเหล่านี้ก็คงจะกระจัดกระจายไปตัวละทิศละทางเสียแล้ว แต่ตอนนี้พวกมันถูกดึงดูดมาโดยพลังวิญญาณและไม่สนใจอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น พวกมันอ้าปากราวกับต้องการดูดพลังงานบริสุทธิ์ให้มากขึ้น

เสี่ยวเฉายกตาข่ายขึ้นช้า ๆ ในตาข่ายที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 10 ชุ่นมีปลาเล็ก ๆ อยู่หลายสิบตัว ทั้งปลาเฉา, ปลาตะเพียน และปลาสังกะวาด...แต่ส่วนใหญ่เป็นปลาเฉากับปลาตะเพียน พวกตัวใหญ่ ๆ หนักราวครึ่งชั่ง ส่วนตัวเล็ก ๆ มีขนาดเท่าฝ่ามือของฉีโตวเท่านั้น

“ไอหยา ! เพียงแค่ครู่เดียวจับปลาได้เยอะเลย ! นี้มันมิง่ายเกินไปหน่อยรึพี่สาม พี่สาม  ให้ข้าลองบ้างสิ” ฉีโตวเอาถังมารับปลาที่เสี่ยวเฉาจับได้และอยากจะลองจับบ้าง

เสี่ยวเฉาวางตาข่ายลงในมือของเด็กน้อยแล้วหัวเราะ “ตอนช้อนปลาขยับช้า ๆ นะ ข้าจะไปเอาถังมาอีกใบ ถ้าเราจับปลาได้มาก เราจะมีของขายยามเว่ยของวันพรุ่งนี้ด้วย”

ฉีโตวยกตาข่ายขึ้นอย่างกระตือรือร้นและเคลื่อนไปทางฝูงปลาอย่างระมัดระวัง เขาจึงเอ่ยถามเสียงเบาว่า “พี่สาม ปลาพวกนี้มีก้างเยอะมากนะ ข้ากลัวว่าเหล่าคนงานจะเห็นว่ามันกินลำบากแล้วมันจะขายมิดี !”

“เจ้ามิต้องห่วง ข้าได้วางแผนเอาไว้แล้ว !” เสี่ยวเฉามองฉีโตวด้วยสายตาที่ราวกับต้องการจะบอกว่า ‘เชื่อใจข้าสิ’ และจากไปพร้อมกับรอยยิ้ม

พอนางกลับมาอีกครา ในถังก็มีปลาอยู่เกินครึ่งถังแล้ว น้ำในถังก็มาจากถังน้ำใหญ่ดังนั้นมันจึงมีพลังวิญญาณเช่นกัน ปลาเหล่านั้นจึงยังคงมีชีวิตชีวาอยู่มากทั้ง ๆ ที่เบียดกันอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ เยี่ยงนั้น

สองพี่น้องจับปลาได้เต็มถัง 2 ถังในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วยาม ระหว่างนั้นมีปลาที่ยาวถึงครึ่งศอกปรากฏออกมาด้วย โชคร้ายที่ตาข่ายของพวกเขาเล็กเกินไป พวกเขาจับหางปลาแต่มันก็สะบัดหางหนีไปได้ สองพี่น้องรู้สึกเสียดายเป็นอย่างมากเนื่องจากถ้าพวกเขาจับปลาตัวนั้นได้ ก็คงจะมีอาหารอันโอชะเพิ่มในมื้อเย็นนี้เป็นแน่

พอพวกเขากลับมาถึงบ้าน สองสามีภรรยากับเสี่ยวเหลียนก็ได้ล้างหัวหมูกับไส้หมูเสร็จแล้ว นางหลิวชี้ไปที่หม้อเลือดหมูแล้วถามว่า “พวกเรามิรู้ว่าต้องทำเยี่ยงไรกับมัน ก็เลยมิกล้าแตะ...”

ส่วนหยูไห่นั้น เขามองสองพี่น้องด้วยความตกตะลึงแล้วอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นว่า  “ไอหยา ! เยอะมากถึงเพียงนี้เลยรึ ! จับมาได้เท่าใดกัน ? ไหนให้พ่อดูหน่อยสิ พวกนี้เราจะกินเป็นมื้อเย็นรึ ?”

ฉีโตวตอบกลับเขาไปว่า “พวกเรามิได้จะกินปลาพวกนี้เองหรอกขอรับ พวกเราจะขายมันต่างหาก พี่สามบอกข้าว่านางสามารถแก้ปัญหาเรื่องก้างปลาเยอะ ๆ ได้ ! ท่านพ่อดูสิ  ข้ากับพี่สามจับปลาได้เยอะมาก ๆ เลย !”

หยูไห่เดินไปดูแล้วเห็นว่าเป็นความจริง ตอนแรกเขาคิดว่าพวกเด็ก ๆ แค่ไปเล่นกันตอนที่ขอให้เขาทำตาข่ายจับปลาให้ ไม่คิดเลยว่าอีก 1 ชั่วยามต่อมาพวกเขาจะเอาปลากลับมาถึง 2 ถังเต็ม ๆ ดูจากความหนาแน่นของปลาในถังแล้ว ด้านในต้องมีปลาอยู่เยอะมาก ๆ เป็นแน่

“ไอหยา ! เยอะมากจริง ๆ ด้วย ! พวกลูกจับมันได้เยี่ยงไรรึ ?” หยูไห่ตกตะลึง ต่อให้เขาเป็นคนจับก็ยังไม่สามารถจับปลามาได้มากถึงเพียงนี้ในเวลาสั้น ๆ เช่นนี้ แต่พวกเด็ก ๆ ทำได้เยี่ยงไรกัน ?

ฉีโตวตอบทันทีว่า “เป็นพี่สาม ! พี่สามทำเหยื่อล่อแบบใหม่ที่ล่อพวกปลามาได้หมดเลย  ที่พวกเราต้องทำก็แค่เอาตาข่ายช้อนปลาอยู่บนฝั่งแค่นั้นขอรับ”

หยูไห่มองลูกสาวด้วยสายตาซับซ้อน ลูกสาวของเขาเก่งกาจมากขึ้นทุกวัน ๆ ในฐานะที่เขาเป็นพ่อ เขารู้สึกทั้งภูมิใจและละอายใจ

เสี่ยวเฉามองท้องฟ้าแล้วเอ่ยว่า “เหตุใดพวกเรามิทำความสะอาดปลาก่อน ? พวกเราอาจจะไปขายมันที่ท่าเรือได้ก่อนอาหารเย็น แล้วค่อยจัดการกับหัวหมูและไส้หมูกันตอนเย็นก็ยังมิสายไปมิใช่รึ”

ทั้งครอบครัวช่วยกันทำงานขูดเหงือก, เอาไส้ปลาออก และทำความสะอาดปลา งานนี้ฉีโตวทำมิได้ เขาจึงใช้กะละมังเล็ก ๆ ตักน้ำมาช่วยพวกเขาล้างปลา

อ่า ! ครานี้พวกเขาจับปลาได้มากจริง ๆ ! แต่เสี่ยวเฉาไม่มีเวลามาดีใจเรื่องนี้ นางต้องจัดการหมักปลาที่ทำความสะอาดแล้วด้วยเกลือ

“แล้วต้องทำอันใดต่อ ?” ในที่สุดเสี่ยวเหลียนก็มีเวลาหายใจหายคอขึ้นมาบ้าง นางถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มราวกับว่ามีความสุขเสียเต็มประดา

“มันต้องหมักประมาณ 2 เค่อแล้วค่อยเอามาทอด !” เสี่ยวเฉาได้กลิ่นคาวปลาบนมือจึงรีบวิ่งไปล้าง หลังจากยุ่งมาตลอดทั้งวันนางจึงรู้สึกหิวขึ้นมา นางเอามันเผาร้อน ๆ ออกมาจากใต้เตาซึ่งเตรียมไว้ให้นางเป็นพิเศษทุกวัน

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 86 ล่อปลา

คัดลอกลิงก์แล้ว