เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 85 รับศิษย์

Re-new ตอนที่ 85 รับศิษย์

Re-new ตอนที่ 85 รับศิษย์


ตอนที่ 85 รับศิษย์

ฉีโตวเอาปลายนิ้วจุ่มน้ำแล้วเขียนชื่อของเขาลงบนโต๊ะไม้อย่างมั่นใจ ‘หยูฝาน’

หยวนซือเหนียนกินอาหารตุ๋นด้วยความพอใจพร้อมกับตั้งใจมองเด็กน้อยเขียนตัวหนังสือ  เมื่อเขาเห็นว่าลายมือของเด็กคนนี้มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เขาจึงยิ้ม “มิเลว เด็กคนนี้สอนได้ดี ! หยูฝาน เจ้าอยากไปเรียนที่โรงเรียนหรงซวนกับข้าหรือไม่ ?”

เจ้าของร้านจินฟังคำสนทนาของพวกเขาอยู่ด้านข้างจึงรู้สึกอิจฉาขึ้นมาทันที เด็กน้อยคนนี้โชคดีเอาเสียมาก ๆ เขามีพี่สาวที่มีพรสวรรค์ในการทำอาหาร ทั้ง ๆ ที่เด็กคนนี้รู้เพียงแค่วิธีเขียนชื่อของตนเองเท่านั้น มหาบัณฑิตหยวนก็รับเขาเข้าเรียนด้วยตนเองแล้ว ตรงกันข้ามกับลูกของเขาที่ต้องพึ่งความสามารถของตนเองในการสอบเข้าโรงเรียน เป็นเพราะเขาแท้ ๆ...น่าเสียใจยิ่งนัก เขาเสียใจกับการกระทำคราก่อนของเขาเป็นอย่างมาก !

ฉีโตวกระพริบตาสองสามครั้งแล้วยิ้มกว้าง “ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะขอรับ แต่พวกเรามิมีเงินมากพอจะจ่ายค่าเล่าเรียนหรอกขอรับ เอาไว้พอเรามีเงินมากพอแล้ว ข้าจะไปหาท่านปู่ที่ในเมืองนะขอรับ...”

เจ้าของร้านจินจึงรีบเตือนพวกเขาทันที “อาจารย์หยวนเป็นบัณฑิตที่มีชื่อเสียงในยุคของพวกเรานะ โรงเรียนหรงซวนที่เขาก่อตั้งก็เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ดีที่สุดในราชวงศ์หมิงของพวกเรา มีคนมากมายอยากสมัครเข้าเรียนแต่ก็เข้ามิได้ ! เด็กน้อย...เจ้าอย่าได้พลาดโอกาสเยี่ยงนี้เป็นอันขาด !”

“ไอหยา ! ท่านปู่ยอดเยี่ยมมาก ๆ เลยขอรับ ! วันหน้าข้าก็อยากเป็นดังเช่นท่านปู่ เป็นคนที่คนอื่น ๆ เคารพนับถือ !” ฉีโตวอุทานออกมาอย่างชื่นชมขณะที่มองหยวนซือเหนียน นี่เป็นคราแรกในชีวิตที่เด็กชายได้พบเจอคนที่เขาชื่นชมมากยิ่งนัก

“ฮ่า ๆ ! เจ้าหนูจะเป็นเหมือนข้าไปทำไม ? มิอยากเป็นขุนนางระดับสูงรึ พ่อแม่กับพี่ ๆ ของเจ้าจะได้มิโดนดูถูกหรือโดนข่มเหงรังแกอีกต่อไปไง !” หยวนซือเหนียนหัวเราะเสียงดังเนื่องจากเขาอารมณ์ดี การกล่าวแบบเด็ก ๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจ

ฉีโตวทำหน้ายุ่งจากความปั่นป่วนในใจ เขาจึงเอ่ยว่า “เยี่ยงนั้น...จากที่ท่านปู่กล่าวมา เป็นขุนนางก็มิเลวเช่นกัน ข้าอยากเป็นอย่างท่านปู่ เป็นคนที่ทุกคนเคารพนับถือ แต่ก็อยากเป็นขุนนางระดับสูงด้วย ท่านพ่อท่านแม่กับพี่ ๆ จะได้สบาย ข้าดูโลภมากเกินไปหรือไม่ขอรับ ?”

หยูเสี่ยวเฉาคิดว่าคำพูดของเขาตลกจึงเขกหัวน้องชายแล้วเอ่ยว่า “ยังมิทันจะเข้าโรงเรียนเลยก็เริ่มคิดไปไกลเสียแล้ว ที่ข้าอยากส่งเจ้าเข้าโรงเรียนก็เพราะจะได้ให้เจ้าเป็นคนที่มีการศึกษามีวัฒนธรรม คิดว่าการเป็นขุนนางมันง่ายนักรึเยี่ยงไร ? ต้องผ่านการสอบตั้งเยอะ ดูท่านอาสามสิ เรียนมาเกิน 10 ปีแล้วยังสอบมิผ่านระดับเขตเลย ถ้าหัวใหญ่ขึ้นก็ต้องสวมหมวกใหญ่ขึ้น อย่าได้หัวสูงเกินไปนัก มิเยี่ยงนั้นตอนตกลงมาจะเจ็บหนักเอาได้ !”

หยวนซือเหนียนวางตะเกียบลงหลังกินเนื้อสัตว์หมดแล้ว เขาลูบเคราด้วยความพอใจ  จากนั้นก็ยิ้มและเอ่ยว่า “เจ้าหนู ที่พี่สาวของเจ้ากล่าวก็เป็นความจริงอยู่บ้างนะ แต่พวกเราเป็นมนุษย์ก็ควรมีเป้าหมายและความฝัน แต่ต้องเป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้จริง การเอาแต่นอนฝันกลางวันแล้วมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานเกินไปมิใช่ความคิดที่ดีเลย ! เอาล่ะ สายมากแล้ว เราควรออกเดินทางได้แล้ว แม่หนูน้อย ข้ารักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าเสมอ เจ้าสามารถส่งน้องชายเข้าเรียนที่โรงเรียนหรงซวนของข้าได้ ทางโรงเรียนมีการยกเว้นค่าเรียนกับค่าใช้จ่ายบางส่วนสำหรับนักเรียนที่ทำคะแนนได้ดีเยี่ยม อีกทั้งยังให้รางวัลเป็นหนังสือ, พู่กัน กับหินฝนหมึกอีกด้วย ขอเอ่ยอีกคราว่าอาหารตุ๋นของเจ้าอร่อยมากยิ่งนัก วันหน้าข้าก็อยากจะกินมันอีกครา”

เมื่อเจ้าของร้านจินเห็นมหาบัณฑิตหยวนลุกขึ้น เขาจึงรีบก้าวเข้ามาช่วยถือกระเป๋า เขาคิดว่าอาจารย์หยวนดูอารมณ์ดีจึงพูดขึ้นว่า “ท่านอาจารย์ ทุกอย่างเป็นความผิดของข้าเอง ครอบครัวของข้าเป็นพ่อค้ามา 6 รุ่นแล้ว ข้ามีลูกชายเพียงคนเดียวตอนนี้อายุก็มากแล้ว ก็เลยรักเขามากจนเกินไป ข้าจะเปลี่ยน ข้าจะเปลี่ยนแน่นอน ! ตั้งแต่จัวเอ้อร์ถูกไล่ออกจากโรงเรียน เขาก็ไม่กินไม่ดื่มอะไรจนเกือบจะตายตอนฤดูหนาวที่ผ่านมา ท่านจะ...ท่านจะให้โอกาสเขาอีกสักคราได้หรือไม่ขอรับ ?”

หยวนซือเหนียนมองดูรถม้าสีทองหรูหราตรงหน้าแล้วมองไปที่เขาตั้งแต่หัวจรดเท้า  จากนั้นก็เอ่ยว่า “มิมีผู้ใดสามารถได้รับชัยชนะและเกียรติยศมาโดยมิผ่านความยากลำบาก การเป็นบัณฑิตเป็นงานที่ยากและมิมีผลกำไร เป็นเรื่องง่ายที่จะฟุ่มเฟือยหลังจากการประหยัดอดออม แต่การประหยัดมันยากหากเคยชินกับความหรูหราฟุ่มเฟือยไปแล้ว ข้าจะให้โอกาสเขาอีกสักคราก็ได้ แต่ถ้าจินเหวินจัวมิสามารถทำตนเองให้คุ้นเคยกับความยากลำบากได้ ก็ออกไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ !”

“เขาทำได้ ! เขาทำได้ ! จัวเอ้อร์ทนความลำบากได้แน่นอนขอรับ ! ขอบคุณท่านอาจารย์หยวน ขอบคุณ...” เมื่อเจ้าของร้านจินเห็นว่าความพยายามของเขาได้ผลอย่างที่เขาต้องการในที่สุด น้ำตาของเขาก็ไหลลงมาทันที เขาเก็บความดีใจเอาไว้ไม่อยู่และเอ่ยขอบคุณบัณฑิตคนนั้นซ้ำ ๆ อยู่หลายครา

เจ้าของร้านจินที่ดีใจเป็นอย่างมาก เขาพามหาบัณฑิตที่อิ่มหนำสำราญไปจากท่าเรือ มิมีผู้ใดที่ลืมเด็กหญิงขายอาหารตุ๋นที่ท่าเรือได้ นางคือคนที่ทำให้พวกเขาสมหวังและมีความสุข...

มหาบัณฑิตหยวนซือเหนียนกลายเป็นขาประจำของท่าเรือถังกู่ เขามักจะใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วยามจากเมืองมาที่ท่าเรือเพื่อแย่งอาหารกับพวกคนงานท่าเรือ และแน่นอนว่าเสี่ยวเฉาย่อมไม่ปล่อยให้เขาเบียดเสียดกับพวกคนงานเพื่อซื้ออาหารตุ๋นจริงอย่างแน่นอน ถึงเยี่ยงไรแล้วเขาก็เป็นถึงอาจารย์ของน้องชายของนางนี่ !

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ! วันนี้พวกเราเจออาจารย์ที่โรงเรียนของพี่เสี่ยวเหวิน เขารับข้าเข้าเรียนด้วยล่ะ !” ฉีโตวตื่นเต้นมาตลอดทางที่กลับบ้านและถามเสี่ยวเฉาไม่หยุดว่าเขาไปเรียนที่โรงเรียนในเมืองได้จริง ๆ รึ ? นี่เป็นความจริงเยี่ยงนั้นรึ ? เขาถามอยู่หลายครั้งหลายคราจนเสี่ยวเฉาคิดว่ามันทั้งตลกและน่าเศร้าใจในเวลาเดียวกัน

หยูไห่กำลังตัดฟืนอยู่ เขาหยุดตัดแล้วเดินเข้ามาหยิบตะกร้าไปจากมือของลูกสาวแล้วขยี้ผมของลูกชาย รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความอับจนหนทางและความรู้สึกผิด “ฉีโตว  พ่อรู้ว่าลูกอยากเรียนจริง ๆ แต่สถานการณ์ของบ้านเราตอนนี้มันยังมิดีพอที่จะให้ลูก...ตอนนี้ลูกยังเด็ก รออีกสักปีค่อยไปโรงเรียนเถิด ตกลงหรือไม่ ?”

เพื่อนบ้านของพวกเขา ลูกชายคนโตของตระกูลเฉียนได้สอบผ่านเข้าเรียนที่โรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมือง นี่จึงมิใช่ข่าวใหม่ในหมู่บ้านตงชาน กล่าวกันว่าโรงเรียนหรงซวนได้สอนนักเรียนที่สอบจอหงวนได้ที่หนึ่ง 2 คน,ได้ที่สอง 1 คน และได้ที่สาม 1 คนภายใน 10 ปีแรกที่ดำเนินการสอน ชาวบ้านทุกคนต่างกล่าวกันว่าครอบครัวเฉียนมีโอกาสที่จะมีขุนนางระดับสูงอยู่ในตระกูล !

โชคดีที่ครอบครัวเฉียนเลี้ยงเป็ด 200 ตัวในตอนที่เขารับเข้าเรียน พวกเขาจึงสามารถหาเงินได้จากการขายเนื้อเป็ดและไข่เป็ดให้แก่ร้านอาหารในเมือง มิเยี่ยงนั้นพวกเขาคงไม่สามารถจ่ายค่าเรียนที่เป็นเงินเกือบ 1 ตำลึงต่อเดือนได้ ครอบครัวส่วนใหญ่ในหมู่บ้านทำเงินต่อเดือนไม่ได้มากมายถึงเพียงนั้น

การที่ครอบครัวต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 1 ตำลึงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่สถานการณ์ของพวกเขาในตอนนี้ย่ำแย่เป็นอย่างมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวเฉาขายอาหารตุ๋นในช่วง 2 วันมานี้ พวกเขาคงต้องดิ้นรนกันเป็นอย่างมากกว่าจะหาเงินได้ 300 อีแปะ อ่า ! เขานี่มันเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย เขาไม่สามารถส่งลูกเข้าโรงเรียนอย่างที่ลูกต้องการได้...

เสี่ยวเฉาสังเกตเห็นว่าพ่อกำลังโทษตนเองอยู่ นางจึงเดินเข้ามาดึงแขนเขาแล้วยิ้มให้  “อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนหรงซวนชอบรสชาติอาหารตุ๋นของข้าเป็นอย่างมาก เขาสัญญากับพวกเราว่าเราสามารถติดค่าเล่าเรียนไว้ก่อนได้แล้วพอมีเงินก็ค่อยไปจ่ายเขา  อาจารย์ใหญ่บอกด้วยว่าทางโรงเรียนจะทดสอบนักเรียนเป็นระยะ และจะยกเลิกค่าเล่าเรียนให้คนที่ทำคะแนนได้ดี การสอบจะจัดขึ้นทุก ๆ 3 เดือน ตราบใดที่ฉีโตวขยันเรียน  พวกเราก็แค่ต้องเก็บเงินค่าเรียนของเขาเพียง 3 เดือนเท่านั้น...มิต้องห่วงหรอกท่านพ่อ  พอขาของท่านพ่อหายดีและผ่านฤดูที่สัตว์ออกลูกไปแล้ว ท่านพ่อก็จะออกไปล่าสัตว์ช่วยครอบครัวได้อีก อีกเดือนเดียวผักของพวกเราก็พร้อมจะส่งขายที่ตลาดแล้ว เดี๋ยวพวกเราก็มีเงินพอสำหรับค่าเรียน 3 เดือนแล้วนะเจ้าคะ”

หยูไห่ลูบขาที่ยังลงน้ำหนักไม่ได้มากแล้วถอนหายใจเบา ๆ หลังจากที่เสี่ยวเฉานวดให้เขาทุกวัน ขาของเขาก็ฟื้นตัวขึ้นมามากแล้ว ตอนนี้เขาเดินได้โดยไม่ต้องใช้ไม้ค้ำแล้ว และยังสามารถทำงานทั่ว ๆ ไปรอบบ้านได้อีกด้วย

ก่อนหน้านี้หมอในเมืองบอกเขาว่าไม่สามารถเก็บขาเอาไว้ได้ ซึ่งทำให้เขาแทบอยากจะตายเสียตั้งแต่ตอนนั้น การที่ขาของเขาดีขึ้นได้ถึงเพียงนี้ แม้แต่หมอจากร้านยาถงเหรินก็ยังรู้สึกว่าเป็นปาฏิหาริย์ เขาควรพอใจกับสถานการณ์นี้แล้ว แต่ใจจริงของเขาก็อยากให้ขาของเขาหายสนิทจนสามารถออกไปล่าสัตว์ในภูเขาได้เช่นกัน

เมื่อเสี่ยวเฉาเห็นว่าพ่อของนางก้มหน้าคิดอะไรบางอย่างอยู่ นางจึงหันความสนใจไปที่ฉีโตว นางลูบใบหน้าที่เริ่มจะมีเนื้อขึ้นมาบ้างแล้วยิ้มกว้าง “ฉีโตวน้อยของเราก็แค่ต้องรออีกสักสองสามวัน พอข้าหาเงินได้มากกว่านี้ ข้าจะตัดเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ 2 ชุด เจ้าจะได้ไปโรงเรียนด้วยชุดใหม่ แล้วพอท่านพี่เสี่ยวเหวินกลับมาบ้านเมื่อใด พวกเราค่อยถามเขาว่าต้องเตรียมอะไรไปโรงเรียนบ้าง พวกเราจะปล่อยให้บัณฑิตน้อยหยูฝานถูกรังแกมิได้ !”

ฉีโตวดูจะพอใจกับชื่อบัณฑิตน้อยหยูฝานของเขาเป็นอย่างมากและหัวเราะอย่างมีความสุข “พี่สาม ท่านพี่มิต้องเตรียมอะไรหรอก ข้าเคยได้ยินท่านพี่เสี่ยวเหวินกล่าวเรื่องนี้แล้ว ทางโรงเรียนมีที่ให้นักเรียนอยู่และมีที่ให้กินด้วย ท่านพี่มิต้องตัดชุดใหม่ด้วย คนที่โรงเรียนดูถูกคนที่ทำตัวมิสง่างาม มิใช่คนที่ยากจน ! ตราบใดที่ข้าทำตัวดี ๆ ก็มิมีใครกล้าดูถูกข้าได้หรอก !”

“อ่า ! พวกเขาดูถูกคนที่ทำตัวมิสง่างาม มิใช่คนที่ยากจน นั่นเป็นสิ่งที่เจ้าเรียนมาจากท่านพี่เสี่ยวเหวินรึ ? ฉีโตวเจ้าก็เห็นว่าการค้าของพวกเราดีมากถึงเพียงใด เจ้ามิคิดรึว่าการหาเสื้อผ้าใหม่ให้เจ้า 2 ชุดเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย มิต้องเอ่ยแล้ว เอากระเป๋าเงินของพวกเราออกมาแล้วนับว่าวันนี้พวกเราได้เงินเท่าใด ?” ตอนที่พวกเขาเดินกลับบ้าน เด็กน้อยรู้สึกว่ากระเป๋าเงินหนักมาตลอดทาง

นางหลิวกับเสี่ยวเหลียนวางงานเย็บผ้าของพวกเขาลงแล้วรับตะกร้าที่ใส่หัวหมูกับไส้ไป  พวกนางยิ้มให้เสี่ยวเฉาแล้วเอ่ยว่า “ไปพักสักหน่อยเถิด ! ให้พวกเราทำความสะอาดเอง  วางใจได้ ถึงพวกเราจะมิสามารถช่วยปรุงรสได้แต่พวกเราก็ช่วยอย่างอื่นได้นะ...”

เสี่ยวเฉาเองก็มีความสุขที่ให้พวกนางรับงานหนักไปและนั่งนับเงินกับฉีโตวอย่างดีใจ การค้าของพวกเขาวันนี้ดีกว่าเมื่อวานมากโข พวกเขาขายอาหารตุ๋นได้เงินมาทั้งหมด 130 อีแปะ ถ้ารวมกับเงินที่เจ้าของร้านจินให้มาด้วยก็จะมากกว่า 200 อีแปะ !

ที่ท่าเรือวันนี้นางได้ถามไถ่เกี่ยวกับราคาสินค้าในเมือง ผ้าเรียบ ๆ 1 พับที่ตลาดขายประมาณ 230 - 240 อีแปะ ถ้าพวกเขาซื้อผ้าให้ฉีโตวสัก 3 ฉื่อแล้วซื้อฝ้ายสักครึ่งชั่งทำเสื้อบุฝ้าย 2 ชุดก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องเงินแล้ว แต่ตอนนี้พวกเขามีเงินไม่พอซื้อของใช้จำเป็น 4 อย่างของบัณฑิตนั่นก็คือ หมึก, พู่กัน, กระดาษ และหินฝนหมึก นางได้ยินมาว่าของพวกนั้นแพงมากเสียด้วย !

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องทำงานหนักอีกสักสองสามวันเพื่อที่จะต้องหาเงินมาให้ได้ ! เสี่ยวเฉามองกองเหรียญอีแปะอย่างเหม่อลอยแล้วเค้นสมองคิดหาวิธีทำเงินเพิ่ม

“พี่สาม ปลาเหลืองเมื่อวานเอามาต้มขายได้หรือไม่ ? ท่านลุงที่ท่าเรือเอ่ยถามว่าพวกเราจะขายอาหารตุ๋นยามเว่ยด้วยหรือไม่ พี่สาม ?” ฉีโตวก็พยายามคิดหาทางแก้ไขปัญหาเดียวกับที่เสี่ยวเฉาคิดอยู่

การมีรายได้ 200 อีแปะต่อวันทำให้เขาได้ลิ้มรสชาติของความสำเร็จ ถ้าพวกเขายังคงเป็นแบบนี้ต่อไปอีกสัก 5 - 6 วันพวกเขาคงมีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนของฉีโตวได้ ! ด้วยรายได้ที่มั่นคงเขาจึงจะสามารถเรียนที่โรงเรียนได้อย่างสบายใจ น่าเสียดายที่พวกเขาซื้อหัวหมูได้แค่หัวเดียวกับเครื่องในหมู 1 ตัวจากตลาดต่อวันเท่านั้น วัตถุดิบพวกนั้นทำอาหารตุ๋นได้ไม่มากพอสำหรับตอนเช้าด้วยซ้ำ

ปลาเหลืองรึ ? นางรู้วิธีทำปลานี้อยู่สองสามอย่างนี่ อย่างเช่น ปลาเหลืองทอด, ปลาเหลืองกรอบ หรือปลาเหลืองเปรี้ยวหวาน...อาหารพวกนี้อร่อยทุกอย่างแต่ใช้เวลาและความพยายามอย่างมากในการทำ อีกทั้งนอกจากจะต้องเสียเงินซื้อปลาเหลืองแล้ว ยังต้องเสียค่าเครื่องปรุงกับน้ำมันที่ใช้ในสูตรด้วย ถ้าพวกเขาขาย 2 ชิ้นต่อ 1 อีแปะ พอหักต้นทุนแล้วนางกล้าพนันได้เลยว่าพวกเขาจะเหลือกำไรไม่มากนัก...

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 85 รับศิษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว