เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Re-new ตอนที่ 84 คนตะกละ

Re-new ตอนที่ 84 คนตะกละ

Re-new ตอนที่ 84 คนตะกละ


ตอนที่ 84 คนตะกละ

ตอนนี้เสี่ยวเฉาเหลือแต่อาหารตุ๋นที่แยกชนิดไว้แค่ไม่กี่ห่อเท่านั้น และนางสัญญากับหัวหน้าคนงานซุนไว้ก่อนแล้วว่าจะเหลือไว้ให้เขา 1 ห่อ ดังนั้นนางจึงเหลือแค่หูหมู 1 ห่อ,ปากหมู 1 ห่อ และไส้หมู 2 ห่อ

“ได้เจ้าค่ะ ! ทั้งหมด 4 อีแปะเจ้าค่ะ !” เสี่ยวเฉาใช้กระดาษมันห่ออาหารตุ๋นทั้งหมดรวมเข้าด้วยกันทันที ฉีโตวแบมือออกมารอรับเงิน

เจ้าของร้านจินอึ้งไป 4 อีแปะเองรึ ? เขาเชิญมหาบัณฑิตหยวนกินอาหารราคา 4 อีแปะงั้นรึ ? น่าละอายยิ่งนัก นี่ไม่ใช่การแสดงความเคารพที่เหมาะสมต่อมหาบัณฑิตหยวนเลย  เขาจะทำเยี่ยงไรดี ? อาจารย์หยวนยังรอเขาอยู่ตรงนั้น อ่า เหตุใดเขาต้องอาสามาวิ่งทำอะไรเช่นนี้ด้วย ?

“ขอโทษนะเจ้าคะ ท่านยังต้องการอาหารตุ๋นพวกนี้อยู่หรือไม่ ?” เสี่ยวเฉาสังเกตเห็นว่าตอนที่ชายคนนี้เอื้อมมือไปหยิบเงินที่กระเป๋า เขามีท่าทีราวกับมีใครมาแช่แข็งเขาให้ขยับไม่ได้ นางจึงถามขึ้นเบา ๆ ด้วยความสับสนงุนงงกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของเขา

ฉีโตวทำสีหน้า ‘ข้าเข้าใจดี’ แล้วเอ่ยอย่างสงสารว่า “พี่สามคิดว่าท่านลุงคนนี้ถูกขโมยเงินไปหรือไม่ ? ได้ยินว่าที่ท่าเรือมีพวกล้วงกระเป๋าอยู่ด้วย...พี่สาม เขาน่าสงสารมากนะ  พวกเราให้อาหารตุ๋นเขาไปห่อหนึ่งฟรี ๆ ดีหรือไม่... ?”

คนงานท่าเรือที่มาถึงช้าและไม่ได้ซื้ออาหารตุ๋นเลยก็ถามชายคนนั้นซ้ำว่า “ท่านยังอยากได้อยู่หรือไม่ ? เสี่ยวเฉา ถ้าเขามิเอาก็เอามาให้ข้าห่อหนึ่ง นี่เงิน !”

เจ้าของร้านจินกัดฟันแล้วกระทืบเท้า “ใครว่าข้ามิเอา เจ้ายังมีเหลืออยู่ในตะกร้าอีกนี่  เอามันมาให้หมดเลย”

เสี่ยวเฉารีบตอบว่า “ขอโทษด้วยเจ้าค่ะ สองห่อนี้มีคนอื่นจองเอาไว้แล้ว ข้าเหลืออยู่เพียงแค่ 4 ห่อนี้จริง ๆ ต้องขอโทษด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะมาขายอาหารตุ๋นทุกวัน ราคาห่อละ 1 อีแปะ ถ้าท่านชอบก็กลับมาอุดหนุนอีกได้นะเจ้าคะ”

เจ้าของร้านจินกลัวว่าอาจารย์หยวนจะรอนานจนหมดความอดทน เขาจึงหยิบอาหารตุ๋นมาและโยนเงินให้ 1 ก้อนที่มีค่าเท่ากับ 100 อีแปะ เขาหันกลับและวิ่งจากไปทันทีราวกับมีไฟเผาอยู่ที่ก้น เสี่ยวเฉาถือเงินก้อนนั้นไว้แล้วคิดว่าจะทำเยี่ยงไรดีเพราะเงินจากการขายอาหารวันนี้ไม่มากพอจะทอนให้เขา เมื่อนางเห็นชายร่างอ้วนวิ่งจากไป นางจึงเรียกเขาทันที “ไอหยา ! ข้ายังมิได้ทอนเงินให้ท่านเลย !”

“มิต้องทอน เจ้าเก็บที่เหลือไว้ได้เลย” เจ้าของร้านจินมักจะใช้เงินก้อนแบบนี้เป็นรางวัลให้กับคนรับใช้ระดับต่ำในบ้านของเขา ในสายตาของเขาเงินนี้ไม่ได้มีค่ามากไปกว่าเงิน 1 อีแปะ

หยวนซือเหนียนกับหลานชายของเขานั่งลงที่ร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้ ๆ พวกเขาสั่งก๋วยเตี๋ยว 2 ชามและกำลังรอให้เจ้าของร้านจินกลับมา

“เหตุใดถึงไปนานนัก ? ถ้ามันถูกขายไปจนหมดแล้วเล่า ? ไอหยา รู้หรือไม่ว่าปู่แกคนนี้อยากกินมากแค่ไหน ฮึ่ม ! ถ้าข้ามิได้ลองกิน ‘อาหารตุ๋น’ นี่ล่ะก็คอยดูเอาไว้เถิด”

ถึงจุดนี้หยวนซือเหนียนได้สลัดคราบบัณฑิตออกไปหมดแล้ว และเริ่มแสดงท่าทางคล้ายกับเด็กดื้อจอมเกเรมากขึ้นทุกที หยวนหยุ่นซีพยายามจะไม่กรอกตามองบนใส่ท่านปู่และถอนหายใจอยู่เงียบ ๆ ...แต่ทว่าเขารู้สึกว่าเด็กผู้หญิงที่ขายอาหารตุ๋นผู้นั้นดูคุ้น ๆ อยู่ชอบกล...

“มาแล้ว ! มาแล้ว !” หยวนซือเหนียนยืดหลังตรงเปลี่ยนท่าทีทันควัน เขากลับมามีท่าทางสง่างามและลึกลับอย่างบัณฑิตอีกครา หยวนหยุ่นซีถึงกับปากกระตุก เขาก้มหน้าลงมองด้านล่างทันที

เจ้าของร้านจินยิ้มแย้มแจ่มใส เขาขอยืมชามจากร้านก๋วยเตี๋ยวและใส่อาหารตุ๋นลงไปอย่างละชาม แล้วเอ่ยถามขึ้นว่า “ท่านมีน้ำมันงาหรือไม่ ? เติมน้ำมันงาลงไปหน่อยน่าจะช่วยทำให้รสชาติดีขึ้น...”

เสี่ยวเฉาที่วิ่งตามมาเมื่อได้ยินคำพูดของเขาจึงยิ้มขึ้น “ความคิดดีนะเจ้าคะ ถ้าใส่น้ำมันงาลงไปหน่อยแล้วโรยกระเทียมอีกนิด ต้องอร่อยขึ้นอย่างแน่นอน ! ข้าเอาเงินทอนมาให้เจ้าค่ะ 96 อีแปะ...”

อาจารย์หยวนมองเงินในมือนางแล้วเอ่ยว่า “เขาบอกแล้วว่าให้เก็บเงินทอนไว้ก็เก็บไปเถอะ ชายผู้นี้รวยจะตายไป เงินมากกว่านี้ก็มิทำให้เขาสะเทือนหรอก”

เจ้าของร้านจินสั่นกลัวอยู่ในใจ เขาไปล่วงเกินชายชราผู้นี้อีกแล้วรึ ? มีเงินเยอะแล้วมันผิดหรือเยี่ยงไร ? ถ้าอาจารย์หยวนยอมรับลูกชายของเขาเข้าโรงเรียนอีกครา เขาจะยอมทิ้งความร่ำรวยของครอบครัวแล้วไปอยู่อย่างยากจนข้นแค้นก็ยังได้...

“อ่า...อาจารย์หยวน พวกเขามิมีน้ำมันงา ประเดี๋ยวข้าไปหาจากที่อื่นมาให้ก็แล้วกัน...”  เจ้าของร้านจินใช้โอกาสนี้หลบออกจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัด เขาหาร้านที่ขายอาหารผัดและโยนเงินให้พวกเขาอีกก้อนเพื่อแลกกับน้ำมันงาที่เหลือมาซึ่งเหลืออยู่แค่ครึ่งขวดเล็ก ๆ เท่านั้น

เมื่อเสี่ยวเฉาสังเกตเห็นว่าทั้งชายอ้วนและบัณฑิตแก่เป็นคนประเภทที่ไม่ต้องการทำอะไรด้วยตนเองมากนัก นางจึงเริ่มทุบกระเทียมอย่างชำนาญและจัดการปรุงอาหารตุ๋นด้วยน้ำมันงา หลังจากนั้นนางก็เอ่ยว่า “เชิญกินได้เลยเจ้าค่ะ !”

“ได้ !” หยวนซือเหนียนใช้พลังใจทั้งหมดต้านทานความอยากและยื่นตะเกียบออกไปคีบหูหมูขึ้นมาชิ้นหนึ่ง จากนั้นก็ค่อย ๆ เอาใส่ปากอย่างช้า ๆ

หยวนหยุ่นซีที่อยู่ข้าง ๆ เขาต้องห้ามตนเองไม่ให้กรอกตาอีกครั้ง ไม่มีใครเข้าใจท่านปู่ได้ดีเท่าเขาหรอก หากไม่มีผู้อื่นอยู่ด้วยแล้วล่ะก็ เขาคงสวาปามอาหารตรงหน้าเขาทั้งหมดไปนานแล้ว...แต่เด็กผู้หญิงคนนี้ดูคุ้น ๆ เยี่ยงไรก็ไม่รู้เหมือบกับเคยพบมาก่อน

หยวนหยุ่นซีพูดแดกดันกับตัวเองไม่ทันจบ เขาก็เห็นท่านปู่ของเขาทิ้งมาดอันสง่างามไปแล้ว มีน้ำตาคลออยู่ในดวงตาของชายชรา ส่วนปากของเขาก็ขยับไม่หยุด ตะเกียบในมือของท่านปู่คีบอาหารราวกับเป็นเครื่องจักร มันส่งอาหารเข้าปากด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าเหมือนกลัวว่าใครจะมาแย่งเขากิน

“ท่านปู่ขอรับ ช้า ๆ ลงหน่อยเถิดขอรับ ! หูหมูต้องเคี้ยวช้า ๆ ละเอียด ๆ จึงจะได้ลิ้มรสชาติที่แท้จริงได้” ฉีโตวน้อยผู้น่ารักและใจดีรู้สึกสงสารขึ้นมาเมื่อเห็นมหาบัณฑิตยัดอาหารตุ๋นใส่ปากจนเต็ม ‘ท่านปู่คนนี้คงมิได้กินเนื้อมานาน ดูหิวเอามาก ๆ และดูตะกละยิ่งนัก’ เสียงเตือนของฉีโตวช่วยให้มหาบัณฑิตหยวนรู้ตัวว่ามีคนอยู่รอบ ๆ ! แต่ในสายตาของเขาภาพลักษณ์และชื่อเสียงภายนอกไม่ได้สำคัญเท่าการได้เพลิดเพลินกับอาหารอร่อย ๆ อย่างเต็มที่ แต่เขาก็รู้ว่าการโยนภาพลักษณ์ทิ้งไปก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาดเช่นกัน

เขาค่อย ๆ ลดความเร็วในการกินลงและเริ่มเคี้ยวแต่ละคำอย่างละเอียดก่อนจะกลืน  ขณะที่กินเขาก็ตบโต๊ะชมเชยว่า “แม่หนูน้อย นี่เรียกว่า ‘หูหมูราดน้ำมันพริก’ ใช่หรือไม่ ? ยอดเยี่ยมมาก ! สีแดงสดใส สัมผัสนุ่มเด้ง รสชาติจัดจ้านเข้มข้น... อืม อันนี้เล่า เรียกว่าอะไรรึ ?”

“อันนั้นเรียกว่าไส้หมูตุ๋นเจ้าค่ะ !” เสียงของเสี่ยวเฉาดังชัดเจนสดใสเป็นพิเศษ หยวนซือเหนียนคีบไส้หมูเข้าปาก เขาลิ้มรสชาติของมันอย่างช้า ๆ พร้อมกับพยักหน้าอย่างต่อเนื่อง

“รสชาติเข้มข้น สัมผัสนุ่มเหนียว มันแต่มิเลี่ยน เยี่ยงนี้กินได้ทุกวันมิมีเบื่อ...ดีมาก ดีมาก ! ไส้หมูตุ๋น หืม ? เยี่ยงนั้นเจ้าก็ใช้เครื่องในสัตว์มาทำน่ะสิ”

“ท่านปู่ฉลาดมากเลยเจ้าค่ะ ข้าใช้ไส้หมูกับเครื่องปรุงหลาย ๆ ชนิดมาทำ มันมีรสชาติเผ็ดและเข้มข้น เป็นอาหารที่เข้ากันได้ดีกับเหล้า ไส้หมูตุ๋นมีความหลากหลายมากเลยนะเจ้าคะ กินเย็น ๆ กับเครื่องปรุงก็ได้ เอาไปผัดร้อน ๆ ก็ได้ ใช้เคี่ยวซุปก็ได้ แต่ละแบบก็จะมีรสชาติพิเศษของตนเอง” เมื่อเสี่ยวเฉาเห็นว่าชายชราดูจะยอมรับเรื่องกินเครื่องในได้  นางจึงบอกส่วนผสมกับวิธีปรุงอาหารให้เขารู้อย่างตื่นเต้น

ตอนแรกเจ้าของร้านจินก็พยักหน้าไปเรื่อย ๆ ตามคำวิจารณ์ของชายชรา แต่พอได้ยินว่ามันคืออะไร เขาจึงตัวแข็งทื่อขึ้นทันที ไส้หมูรึ ? เขาเชิญมหาบัณฑิตหยวนกินไส้หมูเยี่ยงนั้นรึ ? จบกัน จบสิ้นแล้ว ! โอกาสในการกลับเข้าเรียนของลูกชายของเขาหมดสิ้นแล้วเป็นแน่ !

ไอหยา ! ลูกของเขามีพ่อโง่ ๆ เช่นนี้ได้เยี่ยงไร ? เจ้าของร้านจินอยากเอาหัวโขกกับโต๊ะให้ตายไปเสียประเดี๋ยวนี้เลย !

“ดี ! ดี ! ข้าเคยได้ยินว่าฮ่องเต้องค์ก่อนทรงคิดถึงอาหารจากบ้านเกิดของเขา ของโปรดของพระองค์คือ ‘ไส้หมูเผ็ด’ ตอนที่ได้ยินพระองค์ตรัสถึงไส้หมูเผ็ดว่านุ่มละเอียดมากเพียงใด รสชาติอันน่าเหลือเชื่อที่กระจายอยู่ในปากนั้น...ฟังแล้วทำเอาข้าน้ำลายสอ เกือบจะหยดออกมาจริง ๆ แล้วด้วย...”

“อะแฮ่ม อะแฮ่ม !” พอหยวนหยุ่นซีเห็นว่าท่านปู่ของเขาลืมมารยาทผู้ดีไปแล้วเมื่อเอ่ยถึงเรื่องอาหาร เขาก็กระแอมไอออกมาสองสามครั้งเพื่อเตือนชายชราให้นึกถึงสถานะของตนเอง

หยวนซือเหนียนทำตาโตเป็นไข่ห่านแล้วบ่นพึมพำออกมาอย่างเคือง ๆ “มาไออะไรตอนนี้ ? อาหารคือพระเจ้าของผู้คน ฮ่องเต้องค์ก่อนยังเคยตรัสเลยว่า ‘กองทัพต้องเดินด้วยท้อง’ พูดเรื่องอาหารมันผิดตรงไหนกัน ? ชอบกินอาหารดี ๆ อร่อย ๆ มันน่าอายรึเยี่ยงไร ? ไปห่าง ๆ ข้าเลยไป จะได้มิต้องเห็นหน้าเจ้า เสียอารมณ์ข้าหมดพอดี !”

“ไอหยา ? ท่านคนนั้น...คนนั้น...” พอหยูเสี่ยวเฉามองหน้าเด็กคนนั้นดี ๆ นางจึงจำได้ว่าเขาเป็นใคร แต่นางจำชื่อเขาไม่ได้ “ท่านคือเพื่อนของคุณชายสามโจวใช่หรือไม่ ? เพิ่งลงเรือมารึเจ้าคะ ?”

ในที่สุดหยวนหยุ่นซีก็นึกออกว่าเขาเคยเจอเด็กผู้หญิงคนนี้ที่ไหน เขายิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยว่า “คุณหนูหยูนี่เอง...”

“หลานรัก เจ้ารู้จักแม่หนูน้อยคนนี้ด้วยรึ ? เหตุใดปู่มิเคยได้ยินหลานพูดถึงเรื่องที่มีเพื่อนทำอาหารเก่งเช่นนี้เลยเล่า ?” หยวนซือเหนียนมองหลานชายของเขาแล้วหันไปหาหยูเสี่ยวเฉาพร้อมกับยิ้มอย่างเป็นมิตร “แม่หนูน้อย ไส้หมูตุ๋นของเจ้าอร่อยยิ่งนัก บ้านเกิดของเจ้าอยู่ที่ใดรึ ? เป็นคนบ้านเดียวกับฮ่องเต้องค์ก่อนหรือไม่ ? เจ้ารู้วิธีทำหัวหมูอร่อย ๆ หรือไม่ ?” หยวนหยุ่นซีขมวดคิ้ว ด้วยสีหน้าจนปัญญา

หยูเสี่ยวเฉากลั้นขำกับการตอบโต้ระหว่างปู่จอมเกเรกับหลานชายวัยประถมของเขา นางมองทั้งสองคนต่อล้อต่อเถียงกันอย่างสนุกปาก แต่แล้วคำถามที่ไม่คาดคิดก็ทำให้นางเย็นวาบไปทั้งสันหลังทันที รอยยิ้มของนางแข็งค้างไปแวบนึง แล้วรีบส่ายหน้าทันที “บรรพบุรุษของข้าอยู่ที่หมู่บ้านประมงเล็ก ๆ แถวนี้มาหลายชั่วอายุคนแล้วเจ้าค่ะ ทุกคนหาเลี้ยงชีพด้วยการตกปลา ครอบครัวของข้ายากจนยิ่งนัก ข้าเลยต้องหาวิธีทำอาหารจากของที่ผู้อื่นมิกินกัน ก็เลยได้วิธีทำหูหมูกับไส้หมูมา ข้าก็เป็นพียงแค่ชาวบ้านธรรมดา จะมาจากบ้านเกิดเดียวกันกับฮ่องเต้องค์ก่อนได้เยี่ยงไรกันเจ้าคะ...”

นางแน่ใจแล้วว่าฮ่องเต้องค์ก่อนเป็นคนที่ย้ายร่างมาเช่นเดียวกันกับนาง มีเพียงคนที่ย้ายร่างมาเท่านั้นถึงจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์และก่อตั้งราชวงศ์หมิงที่แตกต่างจากที่นางรู้จักในชาติก่อนของนางได้ ตลกสิ้นดี นางวางแผนจะหาเงินเงียบ ๆ และไม่อยากทำให้ตนเองเป็นเป้าสายตา ไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนที่ย้ายร่างมาเลยแม้แต่น้อย

ตรงกันข้ามกับฉีโตวที่ตอบอย่างภูมิใจว่า “อาหารตุ๋นของพี่สามอร่อยที่สุดแล้วขอรับ ท่านปู่ เราขายหัวหมูตุ๋นที่ท่านปู่พูดถึงหมดไปแล้ว แต่ปากหมูพวกนี้ก็อร่อยมากเช่นกันนะขอรับ มันแต่ไม่เลี่ยนแล้วก็เผ็ดอร่อย ถ้าท่านปู่มิเชื่อลองชิมดูได้นะขอรับ”

“ฮ่า ๆ ! ดีมาก ๆ ! เจ้าหนู พูดจาดีใช้ได้เลยนี่ เจ้ากี่ขวบแล้วล่ะ ? เริ่มหัดอ่านหนังสือบ้างแล้วหรือยัง ?” หยวนซือเหนียนคีบเอาผักกับเส้นก๋วยเตี๋ยวบางส่วนออกจากชามแล้วใส่ปากหมูลงไปด้วย เขาคลุกมันเข้าด้วยกันแล้วเริ่มกินก๋วยเตี๋ยวกับอาหารตุ๋นคำใหญ่

ฉีโตวยิ้มกว้าง “6 ขวบแล้วขอรับ พี่สามบอกข้าว่าพอหาเงินได้จากการขายอาหารตุ๋น  ท่านพี่ก็จะส่งข้าเข้าไปเรียนโรงเรียนในเมือง หมู่บ้านของเรายากจน ที่นั่นมิมีโรงเรียนหรอกขอรับ แต่เพื่อนบ้านของเรา พี่เสี่ยวเหวิน กลับบ้านตอนวันหยุดบ่อย ๆ แล้วสอนข้ากับพี่เสี่ยวหวู่จำตัวอักษร ตอนนี้ข้าเขียนชื่อตนเองได้แล้ว และก็อ่านตัวอักษรได้ 156 ตัวแล้วขอรับ !”

“โอ้ ? รู้จักตัวอักษรอยู่บ้างกับเขียนชื่อตนเองได้แล้ว ดี ดี ! เยี่ยงนั้นเขียนชื่อของเจ้าให้ตาแก่คนนี้ดูหน่อยได้หรือไม่ ?” มหาบัณฑิตหยวนสนใจเด็กน้อยคนนี้อย่างชัดเจน  โรงเรียนของเขาเริ่มมีชั้นเรียนเริ่มต้นสำหรับเด็ก ๆ ที่ฉลาดหัวไวในพื้นที่มาได้ราว 2 ปีแล้ว

จบบทที่ Re-new ตอนที่ 84 คนตะกละ

คัดลอกลิงก์แล้ว