- หน้าแรก
- หายนะสิ้นโลก ผมอัพเกรดหลุมหลบภัยไร้จำกัด
- บทที่ 66 เตรียมตัวพร้อม มุ่งหน้าสู่เหมืองดินประสิว
บทที่ 66 เตรียมตัวพร้อม มุ่งหน้าสู่เหมืองดินประสิว
บทที่ 66 เตรียมตัวพร้อม มุ่งหน้าสู่เหมืองดินประสิว
บทที่ 66 เตรียมตัวพร้อม มุ่งหน้าสู่เหมืองดินประสิว
จ้องมองดูลูกดอกหน้าไม้ทั้งสิบดอกที่ยึดติดอยู่บนช่องยึด โดยส่วนปลายลูกดอกชี้ขึ้นด้านบน
ต่อให้ในตอนนี้จะมีกลิ่นไหม้ของเหล็กหล่อโชยฟุ้งอยู่ในหลุมหลบภัย ซูหมัวก็ไม่นำมาใส่ใจ
การทุ่มเทประดิษฐ์ของชิ้นหนึ่งอย่างละเอียดเป็นครั้งแรก ช่วยสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจในผลงานได้อย่างเต็มเปี่ยม
ซูหมัวรวบรวมสมาธิจ้องมองดู คุณสมบัติของลูกดอกหน้าไม้ก็แสดงขึ้น ความยินดีในใจพลันก้าวข้ามจากพึงพอใจพุ่งทะยานขึ้นไปสู่ยินดีขีดสุดทันที!
【ลูกดอกหน้าไม้ความเร็วสูง (ระดับคุณภาพสูง x 3, ระดับดีเยี่ยม x 7)】
คำอธิบาย: ลูกดอกหน้าไม้ "รุ่นพิเศษ" ที่สร้างขึ้นโดยช่างประดิษฐ์ "ซูหมัว" ที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับเริ่มต้น ฝีมืองานประดิษฐ์อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม เนื่องจากสาเหตุลึกลับบางประการ ระดับคุณภาพจึงถูกยกระดับขึ้น
ความสามารถพิเศษ: ระดับคุณภาพสูง: พุ่งบินด้วยความเร็วสูง, ไร้เสียง
ระดับดีเยี่ยม: พุ่งบินด้วยความเร็วสูง
คำประเมิน: จากไม่เป็นเลยจนก้าวขึ้นสู่ระดับเริ่มต้น นี่คือก้าวประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ทีเดียวล่ะนะ!
“เย้!”
“ฉันได้เป็นช่างประดิษฐ์ระดับเริ่มต้นแล้วแฮะ ดูท่าคุณสมบัติเสริมช่วยของโต๊ะทำงานระดับดีเยี่ยม จะมีประสิทธิภาพที่น่าหวาดกลัวสมคำเล่าอ้างจริงๆ!”
คุณสมบัติที่แข็งแกร่งของลูกดอกหน้าไม้ ไม่ได้ทำให้ระดับคุณภาพที่เพิ่มขึ้นเสียเปล่าเลยสักนิด!
ในตอนที่สร้าง คุณสมบัติเสริมรอบด้านของโต๊ะทำงาน แม้จะดูเพียงแค่ 10% ดูไม่สะดุดตานัก
แต่เมื่อนำมาใช้งานจริง มันกลับช่วยประคองสมาธิของคนเราให้อยู่ในระดับที่น่าทึ่งได้อย่างมั่นคงมากทีเดียว
ลูกดอกหน้าไม้สิบดอก เป็นระดับคุณภาพสูงสามดอก และระดับดีเยี่ยมเจ็ดดอก
คุณสมบัติพิเศษที่ทรงพลังเหล่านั้น แม้ในตอนนี้จะยังไม่ได้ทดสอบ แต่ซูหมัวสัมผัสได้รางๆ ในใจ
ลูกดอกหน้าไม้ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเองชิ้นนี้ ย่อมดีกว่าลูกดอกที่ผลิตผ่านระบบผลิตสำเร็จรูปของเกมอย่างไม่ต้องสงสัย
เขาลุกขึ้นยืน บิดคอที่เริ่มแข็งเกร็งไปมาซ้ายขวา
สะบัดมือ ซูหมัวเก็บลูกดอกหน้าไม้ทั้งหมดเข้าสู่พื้นที่เก็บของ
หันกลับมามองตรงจุดที่ชาร์จไฟอยู่ มองดูหน้าไม้ไฟฟ้า หอกเหล็ก และรองเท้าเกราะเบาที่ตั้งอยู่บนพื้น
ความรู้สึกถึงพละกำลังอันแข็งแกร่งพรั่งพรูออกมาจากในหัวใจของซูหมัว
มีอุปกรณ์ป้องกันและอาวุธเหล่านี้ติดตัว ต่อให้โคโบลด์บุกมาพร้อมกันสิบตัว เขาก็กล้าเปิดศึกเผชิญหน้าตรงๆ!
การเดินทางไกลเข้าสู่ถิ่นของค่ายหลักของพวกโคโบลด์ในครั้งนี้ ย่อมต้องลุยเข้าไปให้รู้เรื่องแล้ว!
เขารอคอยชาร์จไฟให้อุปกรณ์ป้องกันและอาวุธอย่างอดทน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียว เวลาเดินมาถึงตอนเที่ยง อุปกรณ์ป้องกันและอาวุธทั้งสามชิ้นชาร์จไฟเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ สัญญาณไฟสีเขียวสว่างขึ้น
เขาหยิบบาแก็ตที่แลกมาเมื่อวานออกมา นำบาแก็ตทั้งหมดหนัก 2 กิโลกรัมโยนลงหม้อต้มทำซุปขนมปังแฉะๆ
แบ่งปริมาณหนึ่งในห้าไปใส่ในกะละมังข้าวของต้าฮั่วฮวากับเสี่ยวฮั่วฮวา เพื่อเป็นอาหารของพวกมันในวันนี้
ตักแบ่งปริมาณครึ่งหนึ่งไปใส่ในกะละมังข้าวของโอรีโอ้
หยิบซุปขนมปังส่วนที่เหลือมา ถือไว้รอจนอุณหภูมิลดลง ซูหมัวก็ยกขึ้นซดรวดเดียวหมด
กินอิ่มนอนหลับสบาย พละกำลังความพร้อมก็ฟื้นฟูกลับคืนสู่ระดับสมบูรณ์แบบสูงสุด
เขาก้าวเดินเข้ามาในคลังเก็บอาวุธและชุดป้องกัน ซูหมัวเริ่มสวมใส่ชุดอุปกรณ์ป้องกันทีละส่วน
อย่างแรกคือเกราะเบาชั้นในสุด
รูปแบบของเกราะเบาดูคล้ายกับเกราะเกล็ดปลาโลหะเงาที่สวมใส่ยามกองทัพกบฏโผวหงจินก่อการปฏิวัติในอดีต
กระบวนการสวมใส่เกราะเบา เริ่มจากการสวมส่วนอกและหลังก่อน
เขาแหวกช่องกลางของเกราะออก สองมือถือเกราะ สวมหัวลงมาเหมือนสวมเสื้อไหมพรม
เกราะอกและหลังเหล็กชนิดพิเศษที่ปรับขนาดเข้ากับสรีระร่างกาย ช่วยรองรับการขยับเขยื้อนของร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย น้ำหนักจึงเบาประหนึ่งสวมเสื้อกันหนาวหนาๆ ในช่วงฤดูหนาวเท่านั้นเอง
ส่วนเกราะท่อนล่างเป็นเกราะกระโปรงแบบผ่าข้าง แขวนยึดเข้ากับเกราะท่อนบน แล้วใช้สายเข็มขัดเหล็กหนาคาดเอวไว้รอบหนึ่ง เพื่อรับประกันว่าในยามเคลื่อนไหวจะไม่ร่วงหลุดลงมา
เมื่อเกราะท่อนบนและท่อนล่างสวมใส่เรียบร้อย เขาก็ดึงเกราะไหล่ชิ้นสุดท้ายขึ้นมาสวมใส่ตรึงไว้ตรงบ่าและต้นแขนทั้งสองข้าง เสร็จสิ้นขั้นตอนการสวมใส่เกราะ
ขนาดของรองเท้ารวมถึงรูปทรงปรับแต่งตามขนาดสรีระเท้าของซูหมัวพอดี สวมใส่ง่าย พลิ้วไหว สวมใส่เสร็จแล้ว ความรู้สึกสะดวกสบายยังเหนือกว่ารองเท้ากีฬาธรรมดาเสียอีก
เกราะงดงามช่วยเสริมความห้าวหาญให้แก่ลูกผู้ชาย!
จากเดิมที่ร่างกายค่อนข้างบอบบางเนื่องจากไม่ได้ออกกำลังกายมาเป็นเวลานาน ตอนนี้พอสวมทับด้วยเกราะป้องกันชั้นนี้ ซูหมัวก็รู้สึกได้ถึงพละกำลังอันแข็งแกร่งอย่างเต็มเปี่ยม
ถึงขั้นที่ว่าในตอนนี้ เขาอยากให้มีโคโบลด์ถือหอกพุ่งเข้ามาท้าทายฝีมือสักสองสามยกเลยทีเดียว!
เขายกเท้าขึ้น ลองใช้หัวรองเท้าเคาะกับพื้นสลับกัน ทันใดนั้นมีเสียงกระแสไฟแล่นดังจี๊ดๆ แว่วมา ซูหมัวลองก้าวเดินดูสองสามก้าว
“เอ๊ะ เดินก้าวเท้าดูเหมือนจะไม่มีผลลัพธ์เสริมช่วยเลยนะ?”
รองเท้าไฟฟ้าดูเหมือนจะไม่ตรวจพบการเคลื่อนไหวของการเดินก้าวเท้า ด้วยความสงสัย ซูหมัวจึงลองวิ่งเหยาะๆ ดู
วินาทีต่อมา พละกำลังกระแสไฟส่งผ่านแรงผลักดันมหาศาลพุ่งออกมาจากส้นเท้าด้านหลัง
ในชั่วพริบตา ซูหมัวรู้สึกเพียงว่าเหมือนมีคนมาออกแรงผลักหลังเขาอย่างจัง เกือบจะสะดุดล้มลงกับพื้น
“เร็วชะมัด! ความเร็วขนาดนี้ใครจะไปสู้ได้!”
เขาลองวิ่งเหยาะๆ ดูสองสามรอบ ยิ่งก้าวฝีเท้าวิ่ง ใบหน้าของซูหมัวก็ยิ่งฉายรอยยิ้มยินดีขึ้นเรื่อยๆ
โอรีโอ้ที่นอนเลียกะละมังข้าวอยู่บนพื้นก็สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ มันจ้องมองดูความเร็วในการวิ่งวนไปมาในหลุมหลบภัยของซูหมัวด้วยแววตาเอ๋อแดก
แรงเสริมจากรองเท้าไฟฟ้านี้ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มระดับความเร็วในการวิ่งธรรมดาๆ เท่านั้น
แต่เมื่อความเร็วพุ่งขึ้นแล้ว ซูหมัวลองหมุนตัวเปลี่ยนทิศทางหลบหลีกดู ก็พบลักษณะเด่นเสริมช่วยที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว
แกร๊ก!
เขาใช้หัวรองเท้าเคาะพื้นอีกครั้ง วิ่งต่ออีกสองก้าว แรงเสริมความเร็วก็หายไป
“เปลี่ยนอาวุธเบาเป็นปืนใหญ่! หากตอนที่อยู่ในโบราณสถานฉันมีชุดอุปกรณ์ป้องกันชุดนี้ติดตัว เกรงว่าคงไม่มีจอมเวทโคโบลด์มามีเวลาร่ายลูกไฟเวทมนตร์ใส่ฉันหรอก!”
เกราะเบาสร้างความประหลาดใจให้แก่ซูหมัวมากพอแล้ว
สำหรับหอกเหล็กไฟฟ้า ซูหมัวก็ยิ่งคาดหวังมากขึ้นไปอีก
แต่ก่อนหน้านั้น ซูหมัวได้นำชุดต่อสู้ออปติกมาสวมทับไว้ด้านนอกเกราะเบา
เกราะเบาที่อยู่ด้านในตัวทำให้ชุดต่อสู้ออปติกที่เคยพอดีตัวถูกยึดขยายขนาดขึ้นมาหนึ่งรอบ ทว่าวัสดุชั้นยอดก็ยังคงรักษาความยืดหยุ่นที่แข็งแกร่งไว้ได้ดี
ชุดต่อสู้ที่สวมกระชับเข้ากับเกราะเบาอีกชั้น ทำหน้าที่พรางตัวของมันต่อไป
เขาหยิบหอกเหล็กไฟฟ้าที่ชาร์จไฟเต็มแล้วขึ้นมา เปิดสวิตช์ระบบไฟฟ้า
เสียงหึ่งๆ ดังขึ้นครู่หนึ่ง ระบบไฟฟ้าก็กลับมาเงียบสงบ
เขาลองแทงหอกไปข้างหน้า ในตอนที่แทงออกไป มีพละกำลังสายหนึ่งส่งผ่านมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ช่วยให้ความเร็วในการแทงเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในตอนที่เหวี่ยงปัดป้อง ก็มีแรงเฉือนส่งผ่านออกมา ช่วยให้หอกเหล็กหมุนป้องกันได้รวดเร็วขึ้น
เมื่อปิดสวิตช์ระบบไฟฟ้า พละกำลังเสริมก็จางหายไป
ซูหมัวพิจารณาดูชุดอุปกรณ์ป้องกันและอาวุธชุดใหม่ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยความยินดี พลันเกิดความห้าวหาญพุ่งพล่านขึ้นมาลึกๆ ในหัวใจ
เขาเก็บหอกเหล็กไฟฟ้าและหน้าไม้ไฟฟ้าเข้าสู่พื้นที่เก็บของ ก้าวเดินมาตรงมุมห้อง คว้าตัวโคโบลด์ขึ้น
โคโบลด์ที่กำลังนอนหลับใหลอยู่พลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก มันเงยหน้าขึ้นเห็นว่าเป็นซูหมัว ก็พลันสลบไสลซบเซาลงไปตามเดิมอีกครา
หลังจากดิ้นรนอยู่ในหลุมหลบภัยมาสองวันเต็ม ซูหมัวไม่มีทีท่าว่าจะเกลี้ยกล่อมนำมันเข้าพวกเลยสักนิด โคโบลด์จึงละทิ้งความฝันลมๆ แล้งๆ ไปจนหมดสิ้นและเริ่มยอมรับชะตากรรมความเป็นจริงในที่สุด
“โฮ่ง... โฮ่ง!”
โอรีโอ้ที่อยู่ข้างๆ เห็นโคโบลด์ถูกซูหมัวดึงหิ้ว มันก็ตะโกนเห่าคำรามด้วยความตื่นเต้นดีใจสองที
“ออกเดินทางได้! แกไปบอกมัน ให้มันคอยบอกพิกัดนำทางพวกเราไป หากมันบอกทิศทางผิดแม้แต่นิดเดียว วันนี้ย่อมเป็นวันตายของมัน!”
ซูหมัวหิ้วตัวโคโบลด์ที่ผอมแห้งขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว พลางก้าวฝีเท้าเดินตรงมาที่หน้าประตูใหญ่ของหลุมหลบภัย
เมื่อได้ยินว่าออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก โอรีโอ้ก็เห่าคำรามติดต่อกันส่งข่าวสารกับโคโบลด์ หลังจากได้รับคำยืนยันกลับมา โอรีโอ้ก็เห่าคำรามบอกซูหมัวสองที แสดงว่าส่งข่าวสารตกลงเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
เตรียมทุกอย่างพร้อมสรรพ เปิดประตูใหญ่ของหลุมหลบภัย กวาดสายตามองดูสิ่งอำนวยความสะดวกข้างในสองสามที ซูหมัวก็ดึงประตูปิดลงอย่างเฉียบขาด ก้าวฝีเท้าเดินผ่านอุโมงค์ทางเข้าออกเพื่อก้าวสู่ภายนอก
ไร้ซึ่งภัยพิบัติ วันสิ้นโลกในตอนกลางวันมักจะมีแสงแดดอันแผดเผาส่องสว่างเสมอ พายุทรายเหลืองลอยคลุ้งไปทั่วทิศทาง
บางครั้งมีนกแร้งร่อนผ่านบนผืนฟ้านภากาศสองสามตัว ส่งเสียงคำรามแหบแห้งแคว๊กๆ ออกมา
เขาโยนโคโบลด์ลงบนพื้น ซูหมัวเดินกลับมาข้างในประตูใหญ่ของหลุมหลบภัย จัดวางคานสลักเหล็กให้เอียงตัวในมุมที่เหมาะสม หันหลังเดินออกไปด้านนอก ออกแรงดึงปิดประตูใหญ่ของหลุมหลบภัยลงอย่างแรง
เสียงดังทึบและหนักแน่นดังขึ้น เมื่อซูหมัวลองผลักประตูดูอีกครั้ง คานสลักประตูด้านในก็ตกลงมาล็อกแน่นหนา คอยระวังป้องกันแรงกระแทกภายนอกไว้อย่างมั่นคงเรียบร้อยแล้ว
หลังจากลองพยายามผลักดูซ้ำอีกครั้งจนแน่ใจว่าเปิดจากด้านนอกไม่ได้ ซูหมัวก็พยักหน้า เดินมาหน้าประตูที่จอดรถ
เขาถอดแผ่นไม้นอกสุดออก ภายในที่จอดรถชั่วคราว รถบักกี้จอดสงบนิ่งอยู่ตรงจุดเดิม คอยรับการตรวจสอบจากซูหมัว
เขาก้าวเข้าไปข้างใน นั่งลงบนเบาะ สตาร์ตรถบักกี้ ซูหมัวขับรถออกมาจอดตรงหน้าประตูใหญ่ของหลุมหลบภัยอย่างเชี่ยวชาญ
“โฮ่ง?”
โคโบลด์ที่หมอบอยู่บนพื้นเห็นรถบักกี้เคลื่อนที่ได้ ก็เผยแววตาเหลือเชื่อออกมา ดูเหมือนจะไม่เข้าใจว่าทำไมกล่องเหล็กกล้าแผ่นเหล็กหลังนี้ถึงเคลื่อนที่เองได้
โอรีโอ้เห็นโคโบลด์ทำท่าทางบ้านนอกคอกนาเช่นนี้ ท่าทางเหยียดหยามอย่างเห็นได้ชัดก็เผยออกมาบนใบหน้าสุนัขทันที
“โอรีโอ้ วันนี้คงต้องรบกวนแกมานั่งหมอบในอ้อมอกของฉันแล้วนะ!”
เขาช่วยพยุงโคโบลด์ขึ้นเบาะหลัง คาดเข็มขัดนิรภัยให้แน่นหนาเสร็จ ซูหมัวก็ก้มตัวลง อุ้มโอรีโอ้ขึ้นมานอนหมอบในอ้อมอก จากนั้นก็หันตัวกลับมานั่งบนเบาะคนขับของรถบักกี้
เมื่อได้ยินคำพูดของซูหมัว โอรีโอ้ย่อมมีความยินดีเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว
มันซุกหัวสุนัขของตัวเองเข้ากับซอกมุมของชุดต่อสู้ออปติกของซูหมัว นอนหมอบนิ่งอยู่อย่างเคลิบเคลิ้มเชื่องช้า
หลังจากยืนยันซ้ำอีกครั้งว่าเตรียมทุกอย่างพร้อมสรรพแล้ว ผลักเกียร์ไปที่เกียร์เดินหน้า กวาดสายตามองดูหลุมหลบภัยด้วยความอาลัยอาวรณ์!
“ออกเดินทาง! เป้าหมาย: เหมืองดินประสิวของพวกโคโบลด์!”
วินาทีต่อมา ซูหมัวตะโกนก้องออกมาคำหนึ่ง สลัดความกังวลใจทิ้ง เหยียบคันเร่งลงไปเต็มแรง!
รถพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าดั่งลูกธนูหลุดจากสาย พุ่งออกไปในทันที
บนผืนดินเขตรกร้างอันแห้งแล้ง เสียงเครื่องยนต์ดีเซลคำรามต่ำควบคู่ไปกับพายุทรายเหลืองหมุนวนพัดโหมพุ่งทะยานมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกอย่างรวดเร็ว