- หน้าแรก
- หายนะสิ้นโลก ผมอัพเกรดหลุมหลบภัยไร้จำกัด
- บทที่ 65 อัปเกรดครอบคลุม พลังรบก้าวกระโดด!
บทที่ 65 อัปเกรดครอบคลุม พลังรบก้าวกระโดด!
บทที่ 65 อัปเกรดครอบคลุม พลังรบก้าวกระโดด!
บทที่ 65 อัปเกรดครอบคลุม พลังรบก้าวกระโดด!
【เสื้อกันฝนประสิทธิภาพสูง】
คำอธิบาย: เสื้อกันฝนประสิทธิภาพสูงที่ผ่านการอัปเกรดมาหลายครั้ง ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพการกันน้ำ ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตและอินฟราเรด กันความร้อนระดับต่ำสามส่วน
ทิศทางการอัปเกรด 1: ยกระดับวัสดุเสื้อกันฝน เสริมวัสดุกันความร้อน เพิ่มความสะดวกสบายในการสวมใส่ เสริมประสิทธิภาพการกันลม ต้องการคะแนนการเอาชีวิตรอด (85)
ทิศทางการอัปเกรด 2: ยกระดับวัสดุเสื้อกันฝน เสริมวัสดุพรางออปติก เพิ่มประสิทธิภาพการพรางตัวในยามสวมใส่ เสริมประสิทธิภาพการกันลมและกันความร้อนเล็กน้อย ต้องการคะแนนการเอาชีวิตรอด (120)
“สองทิศทาง...”
“แบบแรกเห็นได้ชัดว่าเป็นการอัปเกรดเพื่อเพิ่มคุณสมบัติต้านทานภัยพิบัติ ส่วนแบบที่สองก็คือ... พัฒนาไปในทิศทางของชุดต่อสู้งั้นเหรอ?”
ตุบ…
ตุบ…
ซูหมัวใช้มือเคาะโต๊ะเบาๆ จ้องมองดูสองทางเลือกที่ระบบให้มา พลางจมอยู่ในห้วงความคิด
ก่อนหน้านี้ตอนอัปเกรดเสื้อกันฝน ระบบเคยเสนอทิศทางการอัปเกรดไปในทิศทางไฟฟ้า แต่คราวนี้กลับตัดทิศทางไฟฟ้าออกไปอย่างน่าประหลาด เปลี่ยนเป็นทิศทางการพรางตัวแทน
สำหรับความต้องการในปัจจุบัน การอัปเกรดทิศทางไหนก็ย่อมได้ ทั้งสองส่วนล้วนช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่หากพิจารณาถึงทิศทางการอัปเกรดในอนาคต เกรงว่าจะปวดหัวไม่น้อยแน่ๆ
ภัยพิบัติมาเยือน เงื่อนไขสำคัญที่สุดย่อมต้องเตรียมตัวเพื่อมีชีวิตรอดต่อไป ไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็เป็นเพียงเรื่องเพ้อฝัน
เมื่อคิดได้ดังนี้ ซูหมัวก็ไม่ลังเล เขาเอ่ยปากพูดออกมาอย่างเฉียบขาด:
“ฉันเลือกทิศทางการอัปเกรด..”
“สอง!”
สิ้นเสียง คะแนนการเอาชีวิตรอด 120 คะแนนถูกหักออก
ในรอบนี้ แสงที่แผ่ออกมาจากร่างกายกลับไม่ใช่แสงสีเขียวเหมือนปกติ แต่กลับเป็นแสงสีแดงสายหนึ่งที่ดูเหมือนแผ่รังสีความร้อนออกมา
แสงสีแดงสาดส่องลงบนเสื้อกันฝน พลันมีแผ่นกระจกแวววาวสะท้อนแสงจนแสบตาปรากฏขึ้นบนเสื้อกันฝนทีละชิ้นตามลำดับ
มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า วัสดุของเสื้อกันฝนที่เคยหลวมๆ เริ่มปรับตัวจนเรียบเนียนละเอียด และในแง่ของโทนสี มันเริ่มปรับตัวจนเข้าใกล้สีของโต๊ะทำงาน
“เป็นฟังก์ชันที่มหัศจรรย์ชะมัด...”
“ขอเพียงวางไว้บนโต๊ะ ก็พอจะมีประสิทธิภาพการพรางตัวออปติกในระดับหนึ่งแล้วแฮะ”
【ชุดต่อสู้ออปติก (ดีเยี่ยม)】
คำอธิบาย: ชุดต่อสู้ที่มีประสิทธิภาพการใช้งานยอดเยี่ยมชุดหนึ่ง มีคุณสมบัติพิเศษกันน้ำ ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตและอินฟราเรด รวมถึงกันลมและกันความร้อนระดับต่ำในเกณฑ์ดีเยี่ยม
ความสามารถพิเศษ: พรางตัวออปติก (ในบางมุมมอง วัสดุที่มีดัชนีหักเหเป็นลบ - Metamaterial ประกอบกับดีไซน์สถาปัตยกรรมออพติคอลที่ดัดแปลงตามวัสดุนี้ จะสามารถบังคับให้ลำแสงหักเหโค้งงอได้ เพื่อให้บรรลุถึงผล "พรางตัวออปติก" ได้สำเร็จ)
คำประเมิน: หากนายสามารถอัปเกรดมันต่อไปเรื่อยๆ... ฉันหมายถึงหากนะ... นายอาจจะได้เปิดประตูมิติใหม่เลยล่ะ!
เขาหยิบชุดต่อสู้ออปติกที่อัปเกรดแล้วขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด ค้นพบเบาะแส
หากไม่มองจากด้านหน้าตรงๆ ขอเพียงย้ายชุดต่อสู้ออปติกไปอยู่ในมุม 45 องศาของระดับสายตาเยื้องไปข้างหลัง ก็จะมีประสิทธิภาพการพรางตัวออปติกในระดับหนึ่งจริงๆ
ประสิทธิภาพแบบนี้ บนโลกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ในตอนนี้เพิ่งจะได้เห็นเป็นครั้งแรก
หลังจากลองสวมใส่ดู ซูหมัวก็ขยับแขนขยับขา สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง
เสื้อกันฝนประสิทธิภาพสูงในอดีตแม้จะบอกว่าพอดีตัว แต่ความจริงก็ยังมีช่องว่างอยู่บ้าง ในยามที่ขยับร่างกายอย่างรุนแรงจะรู้สึกติดขัดเล็กน้อย
แต่ชุดต่อสู้ออปติกที่ปรับปรุงใหม่ในตอนนี้กลับเหมือนเป็นฟิล์มบางๆ แนบชิดสนิทติดไปกับผิวหนังโดยตรง
หากไม่ตั้งใจสัมผัสดู ถึงกับให้ความรู้สึกเหมือนสวมถุงยางป้องกันขนาด 0.01 ต่อสู้เลยทีเดียว ความรู้สึกอึดอัดแทบไม่หลงเหลืออยู่เลยสักนิด
ส่วนหน้ากากที่เคยทำจากพลาสติกธรรมดา ในตอนนี้ก็ได้รับการอัปเกรดเป็นยางนิ่มที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ประสิทธิภาพการระบายอากาศและการป้องกันก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น
เพื่อทำความคุ้นเคยกับความรู้สึกสวมใส่ชุดต่อสู้โดยเร็ว ซูหมัวก็ไม่ถอดออกแล้ว เขานำเกราะแผ่นเซรามิกชิ้นสุดท้ายที่จะอัปเกรดออกมาวางบนโต๊ะเพื่อศึกษาวางแผนทันที
【เกราะแผ่นเซรามิกของนักล่า】:
คำอธิบาย: วัสดุยอดเยี่ยม ฝีเข็มเรียบร้อย พลังป้องกันน่าประทับใจ กลิ่นหญ้าพรางตัวที่เป็นเอกลักษณ์สามารถกลบกลิ่นตัวของนักล่าได้
ทิศทางการอัปเกรด 1: เปลี่ยนรูปทรงชุดเกราะ เปลี่ยนเป็นเกราะเบาครึ่งตัว ยกระดับวัสดุขึ้นเล็กน้อย รักษาคุณสมบัติกลบกลิ่นตัวไว้ เพิ่มพลังป้องกัน ต้องการคะแนนการเอาชีวิตรอด (105)
ทิศทางการอัปเกรด 2: เปลี่ยนรูปทรงชุดเกราะ เปลี่ยนเป็นเกราะเบาท่อนล่าง ยกระดับวัสดุขึ้นเล็กน้อย ลดน้ำหนักของชุดเกราะ เพิ่มพลังป้องกัน ต้องการคะแนนการเอาชีวิตรอด (130)
ทิศทางการอัปเกรด 3: เปลี่ยนรูปทรงชุดเกราะ เปลี่ยนเป็นเกราะเบาทั้งตัว ยกระดับวัสดุขึ้นเล็กน้อย ติดตั้งระบบพลังงานไฟฟ้า เพิ่มพลังป้องกัน ต้องการคะแนนการเอาชีวิตรอด (180)
ในบรรดาสามตัวเลือกที่ให้มา ซูหมัวแทบไม่ต้องใช้สมองคิดเลย เลือกทิศทางการอัปเกรดที่สามทันที
พลังงานไฟฟ้า ย่อมเป็นกำลังสำคัญอันดับแรกในการผลิตและพัฒนา
ไม่ว่าในอนาคตจะใช้อุปกรณ์ประเภทไหนมาต้มหม้อน้ำแปลงเป็นกำลังขับเคลื่อน ทรัพยากรชั้นนำที่คุ้มค่าและสะดวกสบายที่สุดก็ย่อมเป็นกระแสไฟฟ้าเสมอ!
เมื่อมีระบบพลังงานไฟฟ้า ในสายตาของคนนอกโลกที่ไม่รู้จักเทคโนโลยี ย่อมต้องมองว่าเขาคือยอดคนผู้ใช้ "เวทมนตร์" แน่นอน
แต่หากไม่มีระบบพลังงานไฟฟ้า ต่อให้อัปเกรดอาวุธจนแหลมคมระดับฟันเหล็กดั่งฟันดินเหนียว อัปเกรดเกราะป้องกันจนแข็งแกร่งทนทานสูงสุด มันก็เป็นได้เพียงยอดนักสู้ระยะประชิดที่เก่งขึ้นมาหน่อยเท่านั้นเอง
ในวันสิ้นโลกการพุ่งเข้าไปสู้ระยะประชิดด้วยกำลังกาย ความเสี่ยงช่างใหญ่หลวงนัก ข้อดีข้อเสียอยู่ตรงไหน ซูหมัวย่อมแยกแยะได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่แล้ว
เขาลองนำวัสดุที่มีอยู่ในปัจจุบันมาจัดหา หลังจากเพิ่มเหล็กแท่งไปสองหน่วย ราคาอัปเกรดก็ลดลงเหลือ 165 คะแนน และไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก
เขากัดฟันระงับความต้องการสะสมคะแนนการเอาชีวิตรอดไว้ในใจ ซูหมัวเลือกทิศทางที่สามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
เกราะแผ่นเซรามิกที่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ลุยศึกกับเขามาตลอด มันได้เสร็จสิ้นภารกิจของมันแล้ว
วินาทีต่อมา ภายใต้พลังอันน่าหวาดกลัวของแสงสีเขียว มันถูกหลอมละลายกลายเป็นของเหลวสีเทาดำกองหนึ่ง
แสงสีเขียวราวกับฝ่ามือที่มองไม่เห็น ค่อยๆ นวดปั้นของเหลวนั้นขึ้นรูปใหม่
ของเหลวกองเดิม ค่อยๆ ขึ้นรูป และค่อยๆ ปรับแต่งรายละเอียดตามขนาดสัดส่วนร่างกายของซูหมัว
ผ่านไปสามห้าวินาที แสงสีเขียวก็สลายหายไป
แกร๊ก!
ชุดเกราะที่ปราศจากพลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนร่วงหล่นลงบนโต๊ะทำงาน ส่งเสียงดังเบาๆ
ชุดเกราะทั้งตัว ไม่เพียงมีเกราะท่อนบนท่อนล่าง เกราะไหล่ แต่ยังมีรองเท้าคู่หนึ่ง และหมวกกันน็อกที่ดูเทอะทะมากอีกใบแถมมาให้ด้วย
“หมวกกันน็อกช่างมันเถอะ ของสิ่งนี้ต่อให้สวมใส่อยู่ หากมีคนเล็งเป้าหมายสอยหัวฉันจังๆ ฉันก็คงไม่รอดอยู่ดี”
เขาลูบลวดลายที่ซับซ้อนบนหมวกกันน็อก หลังจากตรวจสอบพบว่าระบบพลังงานไฟฟ้าไม่ได้อยู่ที่หมวกกันน็อกแล้ว เขาก็นำมันกลับไปเก็บไว้ในคลังเก็บอาวุธและชุดป้องกัน
หมวกกันน็อกใบโตจะไปเบียดดันชุดต่อสู้ออปติกให้โปนขึ้นมา ย่อมไม่ต่างจากการระเบิดโรงเรียนเพื่อสร้างสวนสนุก แอบเปิดเผยตัวตนพรางตัวอย่างโง่เขลาชัดๆ
“เกราะท่อนบนและเกราะท่อนล่างไม่ได้หนักเลย สวมใส่แล้วไม่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว”
เกราะเบาที่หนักประมาณสิบกิโลกรัมเศษ ไม่เพียงแต่ปกป้องความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ยังช่วยรับประกันว่าในยามต่อสู้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความเร็วในการหลบหลีก
เขาลองชั่งน้ำหนักของเกราะเบาทั้งสองส่วน ซูหมัวก็พยักหน้า
“งั้นแบบนี้ ระบบพลังงานไฟฟ้าย่อมต้องซ่อนอยู่ในรองเท้าแน่...”
เขาหยิบรองเท้าเกราะเบาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา นำไปอังแสงไฟ สังเกตมองเข้าไปข้างใน
อุปกรณ์รูปทรงยาวสองชิ้นพาดผ่านจากส่วนหน้าเท้า ยื่นยาวจากหน้าไปหลังไปจนสุดส้นเท้า ไม่รู้ว่าแบตเตอรี่ซ่อนอยู่ที่ไหน ตัวรองเท้าภายนอกมองไม่เห็นช่องใส่แบตเตอรี่เลย
เขาค้นหาดูรอบหนึ่ง ในที่สุดก็พบพอร์ตชาร์จไฟซ่อนอยู่ตรงส้นเท้าด้านหลัง และพบปุ่มเปิดระบบสัมผัสอยู่ตรงหัวรองเท้า
“การไม่สามารถเปิดระบบทำงานอัตโนมัติเมื่อตรวจพบอันตรายได้ ย่อมเป็นข้อบกพร่องที่ใหญ่ที่สุดของระบบไฟฟ้าในรองเท้าคู่นี้ แต่นั่นก็ช่างมันเถอะ การเปิดใช้งานของสิ่งนี้ขอเพียงใช้หัวรองเท้าเคาะกับพื้นเบาๆ ก็สามารถเปิดได้แล้ว มันก็นับว่าสะดวกสบายดีทีเดียว”
เขานำรองเท้าวางลงบนพื้น ใช้สายชาร์จเชื่อมต่อเข้ากับปลั๊กพ่วงเสร็จ ซูหมัวก็เริ่มเตรียมของชิ้นสุดท้าย
ลูกดอกหน้าไม้รุ่นพิเศษ!
ลูกดอกหน้าไม้ที่ผลิตจากหน้าการผลิตของเกมนั้น เพียงพอสำหรับการรับมือกับพวกโคโบลด์ทั่วไปแล้ว แต่การเดินทางไกลเข้าสู่ถิ่นของศัตรูในครั้งนี้ ย่อมยากจะเลี่ยงการเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เพื่อรับประกันพลังทำลายล้าง ซูหมัวจึงวางแผนจะประดิษฐ์ลูกดอกหน้าไม้รุ่นพิเศษที่ต่างจากลูกดอกทั่วไปชุดหนึ่งขึ้นมา
เขาเดินกลับไปที่ห้องจัดสรรพลังงาน เปิดเครื่องปั่นไฟเพื่อจ่ายไฟ นำเหล็กแท่งหนึ่งหน่วยมาวางบนโต๊ะทำงาน ซูหมัวก็เริ่มหลับตาพักผ่อนจิตใจ
ผ่านไปประมาณสิบนาที ซูหมัวลืมตาขึ้น สมาธิแน่วแน่แน่วแน่ จ้องมองไปที่วัสดุเบื้องหน้า
แขนจักรกลหน้าโต๊ะทำงานตรวจพบท่อนแขนขยับเข้าใกล้ ก็เริ่มต้นการประกบสวมกระชับเข้ากับท่อนแขนโดยอัตโนมัติ จากนั้นก็หลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
มือซ้ายปรับเปลี่ยนเป็นโหมดเครื่องตัดความเร็วสูง เล็งไปที่เหล็กแท่งเบื้องหน้า ซูหมัวราวกับผู้เชี่ยวชาญ ค่อยๆ ตัดแบ่งเหล็กแท่งออกเป็นส่วนย่อยขนาด 18 ซม. เท่ากันจำนวนสิบส่วนอย่างเป็นระเบียบ
ลูกดอกหน้าไม้ที่ผลิตผ่านหน้าการผลิตของเกมเป็นขนาดมาตรฐาน 25 ซม. มีประสิทธิภาพเฉลี่ยทั้งด้านพลังทำลายล้างและความเร็วลูกดอก
การมีคุณสมบัติที่สม่ำเสมอกันดี ความจริงก็คือการสูญเสียลักษณะเด่นเฉพาะตัวไปนั่นเอง
ในครั้งนี้ ซูหมัวเลือกหนทางใหม่ เริ่มต้นดัดแปลงจากความยาวของลูกดอกหน้าไม้ ลงมือเจียแต่งอย่างดุเดือด
เลียนแบบรูปร่างของลูกดอกหน้าไม้มาตรฐานของระบบ ซูหมัวรวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่การตัดและการขัดเจียรแต่งขอบ รับประกันขนาดความกว้างช่วงหัวลูกดอกและท้ายลูกดอกมีความสมมาตรเสมอกันดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากสวมแขนจักรกลแล้ว ความมั่นคงของท่อนแขนก็เพิ่มขึ้นมาก ช่วยให้ซูหมัวลดความกังวลเรื่องความแม่นยำของท่อนแขนไปได้เยอะทีเดียว
สะเก็ดไฟกระเด็นกระจายออกไปเป็นระยะ ตกกระทบลงบนผนังหิน
ซูหมัวประดิษฐ์อย่างตั้งใจ ประสิทธิภาพการทำงานก็น่าทึ่งมากเช่นกัน
ลูกดอกหน้าไม้แต่ละดอกใช้เวลาทำเพียงประมาณ 3 นาทีเศษ จากนั้นก็นำมาวางพักไว้ข้างๆ เพื่อให้เย็นตัวลง
จนกระทั่งทำครบทั้ง 10 ดอก แผ่นหลังของซูหมัวก็ชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อเรียบร้อยแล้ว
งานที่ต้องการสมาธิแน่วแน่ขนาดนี้ หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ลูกดอกหน้าไม้ดอกนั้นย่อมต้องพังเสียหายใช้ไม่ได้ทันที ต้องโยนกลับเข้าเตาหลอมใหม่
โชคดีที่มีคุณสมบัติเสริมสมาธิของโต๊ะทำงานระดับดีเยี่ยม ลูกดอกหน้าไม้ทั้งสิบดอกจึงไม่มีความเสียหายเลยแม้แต่นอกเดียว!