- หน้าแรก
- ไกด์ระดับอีของเอสเปอร์ระดับดับเบิ้ลเอส
- บทที่ 11 ความสัมพันธ์
บทที่ 11 ความสัมพันธ์
บทที่ 11 ความสัมพันธ์
อาเยนไม่เข้าใจเลยว่ามันน่าขำตรงไหน จึงเลือกที่จะเงียบ เขามองเดเวียนที่กำลังหัวเราะด้วยสายตาเฉื่อยชาไร้อารมณ์
“เกิดอะไรขึ้น?”
ครั้งนี้เป็นเสียงของคาลที่ดังขึ้น ทำให้ทั้งสองหันไปมองทางเขา เดเวียนพยายามสงบลงเล็กน้อย แต่ก็เห็นได้ชัดว่ายังหัวเราะไม่พอ
พอเห็นคาลปรากฏตัว เขาแทบจะหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“โห ไม่ได้หัวเราะแบบนี้มานานแล้วนะ” เดเวียนพูดพลางยกมือถูหางตา ราวกับเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง ก่อนจะถอนหายใจอย่างพึงพอใจ
คาลวางถาดอาหารลงตรงหน้าอาเยน จากนั้นมองทั้งสองคนสลับกัน ก่อนจะจ้องเดเวียนด้วยสายตาตั้งคำถาม เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากพูดประโยคเดิมซ้ำอีก
เดเวียนยกยิ้มเจ้าเล่ห์
“รู้ไหมว่าเมื่อกี้เขาถามฉันว่าอะไร?” เขาพูดพร้อมชี้ไปที่อาเยน ซึ่งตอนนี้เริ่มกินอาหารแล้ว และไม่ได้สนใจท่าทีเล่นใหญ่ของเดเวียนเลยแม้แต่น้อย
คาลแทบจะกรอกตา แต่ก็ยังยอมเล่นตาม เพราะรู้จักนิสัยของเดเวียนดีพอ
“เขาถามว่าอะไร?”
เดเวียนเหลือบมองอาเยนก่อนจะหัวเราะ
“เขาถามว่าฉันไม่อายบ้างเหรอที่มาจีบเขา ทั้งที่แฟนเพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้เอง?” พูดจบ เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง
อาเยนไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ามันน่าขำตรงไหน แต่คิ้วของเขากระตุกเล็กน้อย ก่อนจะอดแก้ไขไม่ได้
“ผมไม่เคยพูดสักหน่อยว่าคุณกำลังจีบผม”
คำพูดของเขาจริง ๆ แล้วไม่ได้มีคำว่า “จีบ” อยู่ในนั้นเลย
เดเวียนไม่ได้ดูใส่ใจนัก
“ก็ความหมายเดียวกันนั่นแหละ”
อาเยนขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจตรรกะนั้นนัก แต่ถ้าจะว่าไปก็ใกล้เคียงอยู่ เพราะตอนนั้นเดเวียนกำลังโปรยเสน่ห์ใส่เขาจริง ๆ
ในที่สุดคาลก็เข้าใจประเด็น แต่เขาไม่ได้หัวเราะเหมือนเดเวียน เพียงแค่พยักหน้าด้วยความเข้าใจ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
“อ้อ เพราะสิ่งที่คุณเห็นครั้งก่อน เลยคิดว่าพวกเราเป็นคู่รักกันงั้นเหรอ?” ต่างจากเดเวียน คาลพูดจามีเหตุผลมากกว่า
อาเยนชะงักเล็กน้อย ขณะตักซุปผักร้อน ๆ เข้าปาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“พวกคุณไม่ได้คบกันเหรอ?” แม้จะเป็นคำถาม แต่น้ำเสียงของเขาไม่ได้แสดงความสนใจมากนัก
ไม่ว่าทั้งสองจะคบกันหรือไม่ ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว
เดเวียนสงบลงในที่สุด ก่อนจะมองอาเยนอย่างสนใจ รู้สึกว่าพฤติกรรมของอีกฝ่ายมีความแปลกบางอย่าง คาลเป็นคนตอบแทน และตอนนี้อาเยนก็พอจะมองออกแล้วว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นอย่างไร
“ไม่ใช่ในเชิงคนรัก” คาลกอดอกพลางมองเดเวียน ซึ่งพยักหน้ารับ เขาเองก็กอดอกและเอนพิงกำแพง “พวกเราเป็นสิ่งที่เรียกว่า...”
“คู่นอน” เดเวียนพูดต่อให้จบ
คาลเหลือบมองเขา มุมตากระตุกเล็กน้อย เพราะหวังจะใช้คำที่ฟังนุ่มนวลกว่านั้น แต่สุดท้ายก็พยักหน้า
“ประมาณนั้นแหละ ไม่มีความรู้สึกทางใจเข้ามาเกี่ยวข้อง”
ในโลกที่บิดเบี้ยวและโหดร้ายเช่นนี้ ทั้งสองเพียงแค่หาความสุขเล็ก ๆ ให้ตัวเอง และทุกอย่างก็เริ่มต้นจากตรงนั้น
ทั้งคู่จับตาดูปฏิกิริยาของอาเยน แต่ผ่านไปหลายวินาที เขาก็ยังไม่แสดงสีหน้าใด ๆ และยังคงตั้งใจกินอาหารของตัวเอง
“ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยเหรอ?” เดเวียนจิ๊ปาก ราวกับใช้พลังหัวเราะไปจนหมดแล้ว ตอนนี้จึงขมวดคิ้วแทน “หรือว่าอาหารที่ฉันทำมันอร่อยขนาดนั้นเลย?”
คำถามนั้นไม่ได้จริงจังนัก เพราะเขาไม่คิดว่าอาเยนจะชมเขา ต่อให้อาหารจะอร่อยจริงก็ตาม
“อร่อยดี” อาเยนตอบตามตรง เขาไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องโกหกเรื่องนี้ เขาเลียริมฝีปากเบา ๆ ก่อนกล่าวต่อ
“ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของพวกคุณ ในฐานะคนนอก ผมคงไม่ออกความเห็น”
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ..ผมไม่สนใจ
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบ แม้แต่เดเวียนที่ปกติเสียงดังอยู่ตลอดก็ยังไม่ตอบสนองอะไรมากนัก ขณะที่อาเยนยังคงกินอาหารต่อไปโดยไม่ใส่ใจความเงียบนั้น
“เดี๋ยวนะ... นายบอกว่าอร่อยจริง ๆ เหรอ?” ด้วยเหตุผลบางอย่าง เดเวียนดูตกใจ เขาไม่ได้สนใจความเห็นของอาเยนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคาลเลย ความสนใจทั้งหมดกลับไปอยู่ที่คำชมเรื่องอาหาร
อาเยนพยักหน้า
“ใช่ อร่อยจริง”
การที่เดเวียนทำอาหารอร่อยนั้นนับว่าน่าแปลกใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นเหลือเชื่อ อาเยนไม่ใช่คนที่จะตัดสินหรือสร้างภาพจำที่ไม่จำเป็นเกี่ยวกับใครอยู่แล้ว
“เฮ้ คาล...” เดเวียนที่ก่อนหน้านี้ยังชมฝีมือตัวเองไม่หยุด ตอนนี้กลับดูเหมือนเจอสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด “คำพูดนั้นเป็นเรื่องจริงสินะ...”
คาลทำหน้าเหนื่อยใจและถอนหายใจ
“คำพูดไหน?”
“หนทางสู่หัวใจผู้ชายคือผ่านทางกระเพาะอาหารไง ดูสิ เขาอ่อนโยนขึ้นแล้ว”
คาลมองใบหน้าเฉื่อยชาตามปกติของอาเยน ก่อนจะหันกลับมามองเดเวียนด้วยสีหน้าพิกล
อ่อนโยนตรงไหนกัน?
เดเวียนนี่เพี้ยนจริง ๆ
อาเยนปฏิเสธที่จะออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนั้น และที่สำคัญ เขาขี้เกียจจะพูดด้วย
ความวุ่นวายในเช้าวันนั้นจบลงโดยไม่มีดราม่าต่อเนื่อง สองเอสเปอร์ก็ไม่ได้รบกวนเขามากนัก หลังจากกินเสร็จ อาเยนก็ไปล้างตัวและได้รับเสื้อผ้าชุดหนึ่งมาเปลี่ยน
ถึงอย่างนั้นนอกจากกางเกงชั้นในที่เป็นของใหม่แล้ว เสื้อผ้าที่เขาใส่อยู่ก็เป็นชุดต่อสู้เก่าของเดเวียน แม้จะยังตัวใหญ่สำหรับเขาอยู่มาก แต่ก็ใส่พอดีกว่าชุดใหม่ที่เตรียมไว้เสียอีก
“เจ้าหญิงนิทราชัด ๆ”
เดเวียนเอ่ยขึ้นขณะมองคีแรน
อาเยนแวะมาดูหญิงสาวที่ยังคงหลับสนิทอย่างสงบ หากไม่ใช่เพราะสายน้ำเกลือที่ต่ออยู่กับแขน คงไม่มีใครคิดว่าเธอเป็นคนไข้
“แล้วนายอยากออกเดินทางเมื่อไหร่?” ครั้งนี้เดเวียนถามด้วยน้ำเสียงปกติ
“อ้อ พวกเรายังไม่ได้รายงานเรื่องของพวกนายสองคน” คาลเสริม พลางก้มมองบางอย่างบนโทรศัพท์ “ถ้าพวกเราเข้าไปเกี่ยวข้อง สถานการณ์ของนายจะยุ่งยากขึ้น”
โดยไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม อาเยนก็เข้าใจทันที
เขาเองก็ไม่ได้ต้องการให้ชื่อตัวเองถูกกล่าวถึงร่วมกับเอสเปอร์ระดับ SS ทั้งสองคน
เขาเป็นเพียงไกด์ระดับ E เท่านั้น การเข้าไปพัวพันกับพวกเขาจะทำให้ชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ต่อให้ทั้งคู่จะบอกว่าแค่ช่วยชีวิตเขาไว้ รัฐบาลก็ให้ความสำคัญกับทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเดเวียนและคาลอย่างจริงจังอยู่ดี
คีแรนก็เช่นกัน ไม่มีอะไรดีเกิดขึ้นจากการเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกเขา
อาเยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เรื่องเขตสีเหลืองคงต้องใช้เวลาสืบสวนอีกนานและคนอย่างเขากับคีแรนก็ไม่ได้สำคัญพอที่จะเป็นจุดสนใจอาจถูกมองข้ามไปได้ง่าย ๆ
“หลังจากคีแรนตื่น พวกเราก็จะออกไป” เขาตอบในที่สุด
สำหรับอาการของคีแรน การได้อยู่ภายใต้การดูแลและสังเกตอาการที่นี่ถือว่าดีกว่า
และแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะถูกขนานนามว่าเป็นสถานที่อันตรายที่สุดในโลก แต่ในอีกแง่หนึ่ง มันก็อาจเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดเช่นกัน เพราะเอสเปอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษยชาติทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่นี่
“ถ้าพวกคุณไม่รังเกียจน่ะนะ”
อาเยนไม่ต้องการก้าวก่ายเกินขอบเขต
ที่นี่เป็นบ้านของพวกเขา ถึงแม้เขาจะสามารถพูดคุยได้อย่างสบาย ๆ และทั้งสองคนก็ดูเข้าถึงง่ายกว่าที่ข่าวลือกล่าวไว้มาก แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาสนิทกันถึงขั้นเป็นเพื่อนแล้ว
“ไม่มีปัญหา จะอยู่ที่นี่นานแค่ไหนก็ได้”
อาเยนเริ่มสงสัยว่าทำไมทั้งสองถึงดูเป็นมิตรและไม่รังเกียจให้พวกเขาพักอยู่ที่นี่ เขาจึงถามออกไปตรง ๆ
คาลยักไหล่อย่างสบาย ๆ
“ไม่ได้มีคนอื่นนอกจากพวกเราอยู่ที่นี่มานานแล้ว”
เดเวียนพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะขยิบตาให้
“แล้วฉันก็ไม่มีทางปฏิเสธไกด์หน้าตาดีอย่างนายด้วย”
“จุ๊ ๆ ทำตัวดี ๆ หน่อยสิ ที่รัก”
คาลพาดแขนบนไหล่เดเวียน ก่อนจะแกล้งทำท่าเหมือนกำลังรัดคออีกฝ่าย
เดเวียนสบถออกมา
“ก็เพราะนายหึงไงล่ะ ที่รัก”
แน่นอนว่าคำเรียกหวาน ๆ เหล่านั้นเป็นเพียงการหยอกเล่นเท่านั้น เพราะในความเป็นจริง ทั้งคู่เคยด่ากันแรงกว่านี้มาก
สำหรับอาเยนแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งสองคน... แปลกประหลาดอยู่บ้าง
แต่ก็น่าแปลกที่มันกลับเข้ากันได้อย่างลงตัว
โดยไม่รู้ตัว อาเยนรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าที่เคยเป็นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
หรือว่านั่นจะเป็นเพียงภาพลวงตากันนะ?