- หน้าแรก
- จากเศษสวะสู่ตำนานเซียน ด้วยมืออาจารย์ผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 47 - ทวีปมัชฌิม การเดินทางครั้งใหม่
บทที่ 47 - ทวีปมัชฌิม การเดินทางครั้งใหม่
บทที่ 47 - ทวีปมัชฌิม การเดินทางครั้งใหม่
บทที่ 47 - ทวีปมัชฌิม การเดินทางครั้งใหม่
★★★★★
พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นในวันรุ่งขึ้นหลังจากการประลองรอบพบกันหมดของสิบคนสุดท้ายจบลง
เสิ่นยวนเป็นผู้มอบรางวัลให้กับผู้ชนะสามอันดับแรกด้วยตัวเอง
อันดับสาม อูหม่าฉางคง ได้รับสิทธิ์เดินทางไปศึกษาต่อที่สาขาหลักของสถาบันวิถีเร้นลับในทวีปมัชฌิม และได้รับของวิเศษระดับห้าชิ้นหนึ่ง
อันดับสอง จ้าวอู๋จี๋ ได้รับสิทธิ์เดินทางไปศึกษาต่อที่สาขาหลักของสถาบันวิถีเร้นลับในทวีปมัชฌิม และได้รับของวิเศษระดับห้าชิ้นหนึ่ง พร้อมกับหินปราณหนึ่งแสนก้อน
อันดับหนึ่ง หลินลี่ ได้รับสิทธิ์เดินทางไปศึกษาต่อที่สาขาหลักของสถาบันวิถีเร้นลับในทวีปมัชฌิม และได้รับของวิเศษระดับหกชิ้นหนึ่ง นั่นก็คือ ปลอกแขนเทพเพลิง
ปลอกแขนเทพเพลิงเป็นสีทองแดงอร่ามทั้งชิ้น หล่อหลอมขึ้นจากโลหะที่ไม่ทราบชื่อ พื้นผิวสลักอักขระเวทมนตร์เอาไว้จนแน่นขนัด เมื่อสวมไว้ที่แขน มันจะช่วยเพิ่มอานุภาพของวิชาธาตุไฟขึ้นถึงสามส่วน และยังสามารถกักเก็บเพลิงวิเศษเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินได้อีกหนึ่งชนิดด้วย
หลินลี่สวมปลอกแขนเทพเพลิงไว้ที่แขนขวา เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากปลอกแขน สอดประสานกับเพลิงวิเศษภายในร่างกาย เปลวเพลิงทั้งหกชนิดเต้นเร่าอยู่ในจุดตันเถียน ราวกับสัมผัสได้ถึงเสียงเรียกจากพวกพ้อง
"ของดีนี่นา" เสียงของหลิงชิงเยว่ดังก้องขึ้นในหัว "ของวิเศษชิ้นนี้อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับหกขั้นสูง ถือว่าเป็นของชั้นยอดในเขตแดนตะวันออกเลยทีเดียว สถาบันวิถีเร้นลับยอมทุ่มทุนสร้างไม่เบาเลยนะ"
หลินลี่พยักหน้า แล้วโค้งคำนับให้เสิ่นยวนอย่างนอบน้อม
"ขอบพระคุณท่านอาจารย์หัวหน้าขอรับ"
เสิ่นยวนโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับยิ้มบางๆ "นี่คือสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ อีกสามเดือนข้างหน้า สาขาหลักแห่งทวีปมัชฌิมจะส่งคนมารับพวกเจ้าไปที่นั่น"
เขาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น
"หลินลี่ เมื่อไปถึงทวีปมัชฌิมแล้ว จงระวังตัวให้ดี แม้ว่าสาขาหลักของสถาบันวิถีเร้นลับจะคอยคุ้มครองเจ้า แต่ลูกเล่นของนิกายอู๋จี๋นั้นยากจะป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจ้าวอู๋จี๋"
สายตาของเขาเลื่อนไปมองจ้าวอู๋จี๋ที่ยืนอยู่ด้านข้าง
"คนผู้นี้ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"
หลินลี่พยักหน้ารับ
"ข้าทราบแล้วขอรับ"
จ้าวอู๋จี๋ยืนอยู่บนแท่นรับรางวัล มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ ท่าทางดูอ่อนโยนสง่างามราวกับหยก ไร้พิษสงใดๆ
แต่หลินลี่รู้ดีว่า ภายใต้รอยยิ้มนั้น มีอสรพิษร้ายซ่อนอยู่
หลังจบพิธีมอบรางวัล จ้าวอู๋จี๋ก็เดินเข้ามาหาหลินลี่เป็นฝ่ายแรก
"พี่หลิน ยินดีด้วยนะ" เขายื่นมือออกไป "แล้วพบกันที่ทวีปมัชฌิม"
หลินลี่มองดูมือที่ยื่นมา นิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะยื่นมือไปจับ
"แล้วพบกันที่ทวีปมัชฌิม"
ในวินาทีที่มือทั้งสองสัมผัสกัน นิ้วมือของจ้าวอู๋จี๋ก็ออกแรงบีบเล็กน้อย พลังปราณสายหนึ่งถูกลอบส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่แขนของหลินลี่อย่างลับๆ
หลินลี่สีหน้าไม่เปลี่ยน เพลิงอเวจีเก้าชั้นภายในร่างกายโคจรอย่างเงียบเชียบ กลืนกินพลังปราณสายนั้นเข้าไปจนหมดสิ้น
แววตาของจ้าวอู๋จี๋ฉายความประหลาดใจออกมา ก่อนที่เขาจะหัวเราะ
"พี่หลินร้ายกาจจริงๆ"
เขาปล่อยมือ แล้วหมุนตัวเดินจากไป
หลินลี่ทอดสายตามองแผ่นหลังของเขาด้วยความสงบนิ่ง
"ผู้อาวุโสหลิง เขากำลังหยั่งเชิงข้าอยู่"
"ข้ารู้" น้ำเสียงของหลิงชิงเยว่แฝงความเย็นเยียบ "เขากำลังตรวจสอบความบริสุทธิ์ของกายาเพลิงวิญญาณของเจ้า เพลิงอเวจีเก้าชั้นของเจ้ากลืนกินพลังปราณของเขาไปแล้ว เขาคงจะยืนยันได้แล้วล่ะ"
"ยืนยันแล้วยังไงต่อล่ะ"
"หลังจากนี้" น้ำเสียงของหลิงชิงเยว่แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด "เขาก็จะยิ่งมั่นใจมากขึ้น ว่าเจ้าคือเหยื่อที่เขาต้องการตัวมากที่สุด"
มุมปากของหลินลี่ยกขึ้นเล็กน้อย
"งั้นก็ปล่อยให้เขามาเลย ที่ทวีปมัชฌิม ข้าจะทำให้เขารู้เอง ว่าใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อ ใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่า"
สามเดือนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
ในช่วงเวลานี้หลี่เสวียนก็ได้พาหลินลี่ไปสะสางเรื่องราวที่ยังค้างคาใจอยู่หลายเรื่อง เขาพาหลินลี่กลับไปยังแคว้นจันทราสีคราม ในตอนนี้หลินลี่บรรลุถึงขั้นเร้นเทวะแล้ว จึงถึงเวลาที่จะทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ เขาพาหลินลี่ไปที่ตระกูลหวัง เพื่อให้หลินลี่ได้ลงมือสังหารหวังเทียนเฮ่อผู้นำตระกูลหวังที่เคยถูกเขาขังเอาไว้ในห้องใต้ดินด้วยมือของตัวเอง ถือเป็นการปลดเปลื้องความในใจของลูกศิษย์ไปได้อีกเปราะหนึ่ง
ทูตจากสาขาหลักของสถาบันวิถีเร้นลับแห่งทวีปมัชฌิมก็เดินทางมาถึงแล้ว ก่อนหน้านี้หลินลี่ได้นำลูกจิ้งจอกวิญญาณระดับสามที่อวี้หลิงซานมอบให้ไปฝากไว้กับหนิงหว่านชิงอดีตอาจารย์ที่สถานศึกษาเมฆาให้ช่วยดูแล เพราะตัวเขากำลังจะเดินทางไปทวีปมัชฌิม คงไม่สะดวกที่จะพาสัตว์เลี้ยงตัวน้อยนี้ไปด้วย
ทูตจากสาขาหลักแห่งทวีปมัชฌิมเป็นชายวัยกลางคนที่ดูอายุราวสี่สิบกว่าปี ใบหน้าดูดุดันและมีสายตาที่หยิ่งยโส เขาสวมชุดคลุมยาวสีทองที่ปักสัญลักษณ์ของสถาบันวิถีเร้นลับเอาไว้ มันคือรูปค่ายกลไท่จี๋ที่มีดวงดาวเก้าดวงล้อมรอบ
เขามีนามว่า โจวหมิงหย่วน เป็นผู้อาวุโสสายนอกของสาขาหลักแห่งสถาบันวิถีเร้นลับ มีระดับการฝึกตนอยู่ขั้นฝ่าทัณฑ์สวรรค์ระดับหนึ่ง
ในเขตแดนตะวันออก ขั้นฝ่าทัณฑ์สวรรค์คือตำนาน แต่ในทวีปมัชฌิม ขั้นฝ่าทัณฑ์สวรรค์เป็นเพียงแค่มาตรฐานสำหรับ ผู้อาวุโสสายนอก เท่านั้น
โจวหมิงหย่วนยืนอยู่หน้าค่ายกลส่งตัวบนยอดเขาชางอู๋ กวาดสายตามองหลินลี่ ซูไป๋อี อูหม่าฉางคง จ้าวอู๋จี๋ และศิษย์คนอื่นๆ ที่ได้รับสิทธิ์เดินทางไปทวีปมัชฌิม แววตาของเขาฉายความเหยียดหยามออกมาอย่างชัดเจน
"นี่หรือคืออัจฉริยะที่สาขาเขตแดนตะวันออกคัดเลือกมา" น้ำเสียงของเขาเจือความรังเกียจ "แค่ระดับขั้นเร้นเทวะ อยู่ในทวีปมัชฌิมก็เป็นได้แค่ยามเฝ้าประตูเท่านั้นแหละ"
สีหน้าของเสิ่นยวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร
"ผู้อาวุโสโจว ทรัพยากรของทั้งสี่เขตแดนเทียบไม่ได้กับทวีปมัชฌิมหรอกขอรับ เด็กพวกนี้ฝึกฝนมาถึงระดับนี้ได้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว"
โจวหมิงหย่วนแค่นเสียงเย็นชา และไม่ได้พูดอะไรต่อ
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่หลินลี่ชั่วประเดี๋ยวหนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน
"เจ้าคือหลินลี่งั้นหรือ"
"ขอรับ"
"กายาเพลิงวิญญาณ"
หลินลี่ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแค่จ้องมองเขาอย่างสงบนิ่ง
มุมปากของโจวหมิงหย่วนยกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาความหมาย
"น่าสนใจดี ไปถึงทวีปมัชฌิมแล้วก็แสดงฝีมือให้เต็มที่ล่ะ เบื้องบนของสาขาหลัก เขาสนใจในตัวเจ้ามากเลยนะ"
คิ้วของหลินลี่กระตุกเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
"ไปกันเถอะ" โจวหมิงหย่วนหมุนตัวเดินไปที่ค่ายกลส่งตัว "ค่ายกลส่งตัวสามารถส่งคนไปได้ครั้งละห้าคน กลุ่มแรก หลินลี่ จ้าวอู๋จี๋ ซูไป๋อี อูหม่าฉางคง ทัวป๋าสยง ส่วนคนอื่นๆ รอไปกลุ่มต่อไป"
หลินลี่เดินไปที่ค่ายกลส่งตัว แต่จู่ๆ เขาก็หยุดฝีเท้าลง
เขาหันกลับไปมองหลี่เสวียนที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน
หลี่เสวียนยังคงสวมชุดคลุมสีเทา สีหน้าสงบนิ่งดุจผิวน้ำ เมื่อเห็นหลินลี่มองมา เขาก็พยักหน้าให้เบาๆ
หลินลี่พยักหน้าตอบ แล้วหมุนตัวเดินเข้าไปในค่ายกลส่งตัว
ค่ายกลส่งตัวส่องแสงเจิดจ้า กลืนกินร่างของทั้งห้าคนเข้าไป
เมื่อแสงสว่างจางหายไป ภายในค่ายกลส่งตัวก็ว่างเปล่า
หลี่เสวียนยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ทอดสายตามองค่ายกลส่งตัวที่ว่างเปล่า นิ่งเงียบอยู่นาน
จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินลงจากเขาไป
"สหายหลี่" เสียงของเสิ่นยวนดังก้องมาจากด้านหลัง "ท่านไม่ไปทวีปมัชฌิมพร้อมกับหลินลี่หรือ"
หลี่เสวียนหยุดฝีเท้า แล้วหันกลับมามอง
"ไปสิ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้"
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มอันลึกลับ
"ข้าจะไปทำธุระบางอย่างก่อน ทำธุระเสร็จเมื่อไหร่ ข้าจะไปหาเขาที่ทวีปมัชฌิมเอง"
เขาหมุนตัวเดินจากไป ชายผ้าคลุมสีเทาพลิ้วไหวเบาๆ ท่ามกลางสายลม
เสิ่นยวนทอดสายตามองแผ่นหลังของเขา ภายในใจพลันบังเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมา
ชายชุดเทาคนนี้ มักจะทำให้เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ค่อยชอบมาพากลอยู่เสมอ
แต่เขาก็บอกไม่ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่
ณ ยอดเขาชางอู๋ แสงจากค่ายกลส่งตัวจางหายไปแล้ว
หลินลี่ จ้าวอู๋จี๋ ซูไป๋อี อูหม่าฉางคง ทัวป๋าสยง อัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดจากเขตแดนตะวันออก ตะวันตก ใต้ และเหนือ ทั้งห้าคนได้ก้าวเข้าสู่การเดินทางมุ่งหน้าสู่ทวีปมัชฌิมแล้ว
สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ
ทวีปมัชฌิม ไม่ได้มีดอกไม้และเสียงปรบมือรอพวกเขาอยู่ แต่เป็นการแข่งขันที่โหดร้ายยิ่งกว่า ศัตรูที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า และแผนการร้ายที่อันตรายยิ่งกว่า
จ้าวอู๋จี๋แห่งนิกายอู๋จี๋และอาจารย์ของเขา ได้กางตาข่ายฟ้าดินรอรับพวกเขาเอาไว้แล้ว
ส่วนศัตรูของหลิงชิงเยว่ ก็อาจจะซุ่มซ่อนอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่งของทวีปมัชฌิม รอคอยวันที่นางจะปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง
แต่หลินลี่ไม่กลัวเลย
เพราะเขารู้ดีว่า ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะยากลำบากเพียงใด ก็จะมีคนคนหนึ่งคอยยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาเสมอ
ผู้ชายคนที่สวมชุดคลุมสีเทา ผู้ที่มักจะทำตัวสบายๆ และไม่เคยวางถ้วยชาในมือลงเลย
ผู้ชายคนที่เก็บเขามาจากพงหญ้ารกชัฏนอกเมืองวารีทมิฬ
ผู้ชายคนที่บอกกับเขาว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าคือลูกศิษย์ของข้า
ผู้ชายคนที่บอกกับเขาว่า ไม่ว่าจะมีอะไรรอเราอยู่ที่ทวีปมัชฌิม อาจารย์ก็จะคอยอยู่ข้างหลังเจ้าเสมอ
ผู้ชายคนนั้นมีชื่อว่า หลี่เสวียน
เขาคืออาจารย์ของหลินลี่
และเป็นที่พึ่งพิงอันยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาด้วย
[จบแล้ว]