เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 - ตะลุมบอน การประลองเริ่มขึ้น

บทที่ 44 - ตะลุมบอน การประลองเริ่มขึ้น

บทที่ 44 - ตะลุมบอน การประลองเริ่มขึ้น


บทที่ 44 - ตะลุมบอน การประลองเริ่มขึ้น

★★★★★

"บัดนี้ การประลองอัจฉริยะสี่เขตแดน เริ่มต้นขึ้นได้"

สมรภูมิดินแดนลับถูกเนรมิตขึ้นมาในมิติอิสระโดยสถาบันวิถีเร้นลับ ครอบคลุมพื้นที่รัศมีหนึ่งร้อยลี้ มีทั้งภูเขา แม่น้ำ และผืนป่า ทั้งยังมีโชคลาภและกับดักซ่อนอยู่แบบสุ่ม ผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่สิบคนถูกส่งไปยังตำแหน่งต่างๆ ของสมรภูมิแบบสุ่ม พวกเขาต้องพยายามกำจัดคู่ต่อสู้ให้ได้มากที่สุดภายในเวลาหนึ่งวัน เมื่อหมดเวลา ผู้ที่ยังไม่ถูกคัดออกยี่สิบคนจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป

ในช่วงวินาทีที่ถูกส่งตัว หลินลี่รู้สึกเหมือนร่างกายถูกพลังไร้รูปโอบอุ้มเอาไว้ ภาพตรงหน้าพร่าเลือน เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านหู

จากนั้น เขาก็ร่อนลงสู่พื้นดินท่ามกลางป่าทึบแห่งหนึ่ง

รอบด้านรายล้อมไปด้วยต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้า กิ่งก้านสาขาแผ่ขยายบดบังแสงแดดจนมืดครึ้ม อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายชื้นแฉะของผืนดินและกลิ่นหอมจางๆ ของแมกไม้ นานๆ ครั้งจะได้ยินเสียงนกและแมลงร้องประสานกัน ยิ่งทำให้บรรยากาศดูเงียบสงัดยิ่งขึ้น

หลินลี่แผ่สัมผัสเทวะออกไปครอบคลุมพื้นที่ในรัศมีร้อยจั้ง เขาไม่พบกลิ่นอายของใครเลย อย่างน้อยในรัศมีนี้ เขาก็ยังปลอดภัย

"คอยสังเกตการณ์ไปก่อน อย่าเพิ่งรีบลงมือ" เสียงของหลิงชิงเยว่ดังก้องขึ้นในหัว "ความแข็งแกร่งของเจ้าอยู่ในระดับแนวหน้าของทั้งสี่สิบคน ไม่จำเป็นต้องรีบหงายไพ่ตายตั้งแต่เริ่ม รอให้คนอื่นสู้กันจนเหนื่อยล้าก่อน แล้วเจ้าค่อยออกไปเก็บกวาด"

หลินลี่พยักหน้ารับ ร่างกายพลิ้วไหวกระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนยอดไม้สูง

เมื่อมองลงมาจากมุมสูง ทั่วทั้งสมรภูมิดินแดนลับก็ประจักษ์แก่สายตา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีความผันผวนของพลังปราณอย่างรุนแรงปะทะกัน มีคนเริ่มต่อสู้กันแล้ว ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีกลิ่นอายอันแข็งแกร่งกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว พลังปราณระเบิดออกมาระหว่างทางไม่ขาดสาย มีคนกำลังไล่ล่าผู้อื่นอยู่

และทางทิศเหนือตรงหน้า มีกลิ่นอายอันคุ้นเคยสายหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางเขา

จ้าวอู๋จี๋

คิ้วของหลินลี่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

กลิ่นอายของจ้าวอู๋จี๋เคลื่อนที่เข้ามาไม่เร็วนัก แต่ทิศทางนั้นชัดเจนมาก เขามุ่งตรงมาหาหลินลี่ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความจงใจ

"ผู้อาวุโสหลิง เขามาหาข้าแล้ว"

"ข้ารู้" น้ำเสียงของหลิงชิงเยว่แฝงความตึงเครียด "เขาเล็งเป้าหมายมาที่เจ้าตั้งแต่ก่อนการประลองจะเริ่มขึ้นแล้ว ระวังตัวด้วย อย่าไปพัวพันกับเขา ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงตะลุมบอน ไม่จำเป็นต้องไปปะทะกับเขาตรงๆ"

หลินลี่พยักหน้ารับ ร่างของเขาพุ่งทะยานลงมาจากยอดไม้ แล้วพุ่งตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ทันที

แต่ความเร็วของจ้าวอู๋จี๋กลับเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน

กลิ่นอายของเขาเกาะติดหลินลี่ราวกับเงาตามตัว ไม่ว่าหลินลี่จะเปลี่ยนทิศทางหรือเร่งความเร็วอย่างไร ก็ไม่อาจสลัดเขาหลุดได้เลย

"ความเร็วร้ายกาจมาก" คิ้วของหลินลี่ขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิม ระดับการฝึกตนของจ้าวอู๋จี๋คือขั้นเร้นเทวะระดับหก เหมือนกับเขา แต่ความเร็วของจ้าวอู๋จี๋นั้นเหนือกว่าเขาอย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยก็ต้องเป็นความเร็วของขั้นเร้นเทวะระดับแปดขึ้นไป

"เขาซ่อนเร้นความแข็งแกร่งเอาไว้" น้ำเสียงของหลิงชิงเยว่เจือความเย็นเยียบ "เขาไม่ได้อยู่แค่ขั้นเร้นเทวะระดับหกแน่ๆ ดูจากความเร็วระดับนี้ อย่างน้อยก็ต้องขั้นเร้นเทวะระดับแปด หรืออาจจะถึงระดับเก้าด้วยซ้ำ"

หลินลี่กัดฟันแน่น เขาเลิกหนี แล้วหยุดยืนอยู่กลางลานโล่งแห่งหนึ่ง

ในเมื่อสลัดไม่หลุด ก็ต้องเผชิญหน้ากันตรงๆ

เขาหันกลับไป มองดูจ้าวอู๋จี๋ที่กำลังเดินออกมาจากแนวป่า

จ้าวอู๋จี๋สวมชุดสีขาว ใบหน้าหล่อเหลา มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ จังหวะก้าวเดินของเขาสบายๆ ราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้าน

"พี่หลิน ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะ" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนดั่งหยก ไร้ซึ่งร่องรอยของความเป็นศัตรู

หลินลี่มองดูเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"เจ้ามาหาข้า คงไม่ได้มาเพื่อทักทายกันเฉยๆ หรอกใช่ไหม"

จ้าวอู๋จี๋หัวเราะเบาๆ

"พี่หลินฉลาดหลักแหลมจริงๆ" เขาก้าวเดินมาข้างหน้าหนึ่งก้าว สายตากวาดมองหลินลี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า "ข้าแค่ต้องการจะยืนยันอะไรบางอย่างเท่านั้น"

"เรื่องอะไรล่ะ"

"กายาเพลิงวิญญาณของเจ้า บริสุทธิ์ถึงขั้นไหนกันแน่"

สิ้นคำพูด ร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิม

รวดเร็วมาก

หลินลี่ไม่มีเวลาให้คิด ร่างกายของเขาตอบสนองไปตามสัญชาตญาณด้วยการเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้าย พลังปราณสีทองสายหนึ่งพุ่งเฉียดไหล่ของเขาไป กระแทกเข้ากับต้นไม้โบราณด้านหลัง ต้นไม้ต้นนั้นแหลกสลายกลายเป็นผุยผงในพริบตา ไม่เหลือแม้แต่เศษซาก

จ้าวอู๋จี๋ปรากฏตัวขึ้นในตำแหน่งที่หลินลี่เพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่ มือขวากางนิ้วทั้งห้าออก ปลายนิ้วยังมีประกายแสงสีทองของพลังปราณหลงเหลืออยู่

"ปฏิกิริยาตอบสนองไม่เลว" เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม "แต่ยังไม่พอหรอก"

ร่างของเขาหายวับไปอีกครั้ง

หลินลี่ใช้ก้าวเมฆาไหลจนถึงขีดสุด พุ่งตัวหลบหลีกไปมากลางลานโล่ง เพื่อหลบการโจมตีของจ้าวอู๋จี๋ แต่ความเร็วของจ้าวอู๋จี๋นั้นน่ากลัวเกินไป เร็วจนสายตาของเขาแทบจะมองตามไม่ทัน พลังปราณสีทองสาดเทลงมาราวกับห่าฝน ทุกการโจมตีล้วนมีพลังมากพอที่จะทำให้ผู้ฝึกตนขั้นเร้นเทวะระดับห้าบาดเจ็บสาหัสได้

"เขากำลังหยั่งเชิงเจ้าอยู่" เสียงของหลิงชิงเยว่ดังก้องขึ้นในหัว "อย่าปล่อยให้เขาจูงจมูก ใช้เพลิงวิเศษสิ"

หลินลี่กัดฟัน พลิกฝ่ามือขวาขึ้น เพลิงอเวจีปฐพีก็ก่อตัวขึ้นกลางฝ่ามือ เปลวเพลิงสีน้ำเงินเข้มเต้นเร่าราวกับวิญญาณร้าย แผ่ประกายแสงอันน่าขนลุกออกมา

เขาดีดนิ้วส่งเพลิงอเวจีปฐพีให้กลายเป็นเส้นสายสีน้ำเงินเข้ม พุ่งทะยานเข้าใส่ใบหน้าของจ้าวอู๋จี๋

จ้าวอู๋จี๋เบี่ยงตัวหลบ เส้นเพลิงพุ่งเฉียดแก้มของเขาไป แผดเผาต้นไม้โบราณด้านหลังจนกลายเป็นเถ้าถ่าน แววตาของเขาฉายความประหลาดใจออกมา ไม่ใช่เพราะพลังทำลายล้างของเพลิงอเวจีปฐพี แต่เป็นเพราะการคาดเดาจังหวะของหลินลี่ต่างหาก

การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้ปล่อยออกไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้า องศา ความเร็ว และจังหวะเวลาของเส้นเพลิงนั้นสมบูรณ์แบบ มันปิดกั้นเส้นทางตามล่าของเขาได้อย่างหมดจด

"ดี" จ้าวอู๋จี๋หยุดฝีเท้าลง แล้วปรบมือเบาๆ "ความแข็งแกร่งของพี่หลิน เหนือกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก"

หลินลี่มองดูเขา โดยที่เพลิงอเวจีปฐพียังคงเต้นเร่าอยู่ในมือ

"เจ้ายังอยากจะหยั่งเชิงข้าอยู่อีกไหม"

จ้าวอู๋จี๋ส่ายหน้า แล้วหัวเราะออกมา

"ไม่ต้องแล้วล่ะ ข้ายืนยันได้แล้ว"

เขาหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในแนวป่า เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็หยุดชะงัก แล้วเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาโดยไม่หันกลับมามอง

"หลินลี่ ในการประลองรอบที่สาม เราจะได้พบกันอีก เมื่อถึงตอนนั้น ข้าจะไม่ยั้งมืออีกต่อไป"

ร่างของเขาเลือนหายไปในผืนป่า

หลินลี่ยืนอยู่กับที่ ทอดสายตามองไปในทิศทางที่จ้าวอู๋จี๋หายตัวไป นิ่งเงียบอยู่นาน

"ผู้อาวุโสหลิง" เขาเอ่ยถามในใจ "เมื่อครู่นี้ เขาใช้พลังไปเท่าไหร่หรือ"

หลิงชิงเยว่เงียบไปพักหนึ่ง

"สามส่วน เต็มที่ก็แค่สามส่วนเท่านั้น"

มือของหลินลี่กำแน่นขึ้นเล็กน้อย

สามส่วน จ้าวอู๋จี๋ใช้พลังเพียงแค่สามส่วน ก็บีบบังคับให้เขาต้องงัดเพลิงอเวจีปฐพีออกมาใช้แล้ว หากจ้าวอู๋จี๋ทุ่มสุดกำลังล่ะก็

"อย่าคิดมากไปเลย" น้ำเสียงของหลิงชิงเยว่อ่อนโยนลงเล็กน้อย "เจ้าเองก็ยังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่เหมือนกัน เพลิงอเวจีเก้าชั้น เพลิงจักรพรรดิผลาญนภา เพลิงอสนีม่วงขีดสุด เจ้ายังมีไพ่ตายอีกตั้งสามใบที่ยังไม่ได้ใช้ และที่สำคัญก็คือ"

นางเว้นจังหวะไปชั่วครู่

"เจ้ายังมีเวลาอีกสามเดือน เวลาสามเดือนนี้ เพียงพอที่จะทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นได้"

หลินลี่สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วพยักหน้ารับ

"ท่านพูดถูก"

เขาหมุนตัว แล้วพุ่งทะยานไปอีกทิศทางหนึ่ง

เมื่อการต่อสู้ตะลุมบอนหนึ่งวันจบลง ในบรรดาผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่สิบคน มียี่สิบคนที่ได้ไปต่อ

เขตแดนตะวันออกผ่านเข้ารอบสี่คน ได้แก่ หลินลี่ ซูไป๋อี ฮวาเสี่ยงหรง เที่ยถ่า ส่วนหนิงอู๋เชวียถูกศิษย์จากเขตแดนตะวันตกคัดออกในระหว่างช่วงตะลุมบอน เหลยต้งถูกอูหม่าฉางคงจากเขตแดนใต้โจมตีพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว และอวี้หลิงซานก็ถูกทัวป๋าสยงจากเขตแดนเหนือซัดกระเด็นออกจากสมรภูมิไป

เขตแดนตะวันตกผ่านเข้ารอบห้าคน เขตแดนใต้สี่คน เขตแดนเหนือสี่คน และมีอีกสามคนมาจากเขตแดนย่อยอื่นๆ

เมื่อรายชื่อยี่สิบคนถูกประกาศออกมา เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังกึกก้องไปทั่วอัฒจันทร์

"เขตแดนตะวันออกผ่านเข้ารอบแค่สี่คนเองหรือ น้อยกว่าเขตแดนตะวันตกตั้งหนึ่งคนแหนะ"

"ช่วยไม่ได้หรอก จ้าวอู๋จี๋แห่งเขตแดนตะวันตกแข็งแกร่งเกินไป เขากำจัดศิษย์จากเขตแดนตะวันออกไปตั้งสามคนด้วยตัวคนเดียวเลยนะ"

"อูหม่าฉางคงแห่งเขตแดนใต้ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน วิชาสาปแช่งของเขาทำเอาคนป้องกันไม่ทันเลย"

"ทัวป๋าสยงแห่งเขตแดนเหนือนี่มันสัตว์ประหลาดในคราบมนุษย์ชัดๆ ต่อยทีเดียวจอดเลย เรียบง่ายแต่ทรงพลังสุดๆ"

"หลินลี่จากเขตแดนตะวันออกก็เก่งไม่เบานะ ได้ยินมาว่าเขากำจัดศิษย์จากเขตแดนตะวันตกไปสองคน แล้วก็ศิษย์จากเขตแดนใต้อีกหนึ่งคนด้วย"

"แต่ตอนที่เขาเจอจ้าวอู๋จี๋ เขาหนีนี่นา ถ้าสู้กันตรงๆ เขาคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจ้าวอู๋จี๋หรอก"

"หนิงั้นหรือ นั่นไม่เรียกว่าหนี เขาเรียกว่าการถอยเชิงกลยุทธ์ต่างหาก ในรอบตะลุมบอนไม่จำเป็นต้องปะทะกันรุนแรงหรอก การรักษาพลังเอาไว้ต่างหากคือวิธีที่ฉลาดที่สุด"

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงม แต่หลินลี่กลับทำหูทวนลม

เขายืนอยู่ในเขตพักนักกีฬา สายตาจับจ้องไปที่เวทีประลองอย่างสงบนิ่ง

รอบที่สอง การประลองบนลาน จะเริ่มต้นขึ้นในวันพรุ่งนี้

ผู้ผ่านเข้ารอบยี่สิบคนจะจับฉลากประลองกัน ผู้ชนะจะผ่านเข้ารอบสิบคนสุดท้าย

คู่ต่อสู้ของเขา จะเป็นใครกันนะ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 44 - ตะลุมบอน การประลองเริ่มขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว