เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 - ทวงถามความผิด

บทที่ 29 - ทวงถามความผิด

บทที่ 29 - ทวงถามความผิด


บทที่ 29 - ทวงถามความผิด

★★★★★

วันที่สามหลังจากดินแดนลับปิดตัวลง บรรยากาศในเมืองเมฆาก็จู่ๆ ก็ตึงเครียดขึ้นมา

ข่าวลือเริ่มแพร่สะพัดออกมาจากเขตศักดินาของตระกูลจาง จางขวง อัจฉริยะสายตรงของตระกูลจาง ถูกฆ่าตายในดินแดนลับ และฆาตกรก็คือศิษย์ใหม่ของสถานศึกษาเมฆาที่ชื่อหลินลี่

ข่าวนี้ราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงไปในทะเลสาบอันเงียบสงบ ก่อให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดกระหน่ำ จางขวงคืออัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในหมู่คนรุ่นเยาว์ของตระกูลจาง ได้รับความคาดหวังจากเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลอย่างสูง ถึงขั้นถูกวางตัวให้เป็นหนึ่งในผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลเลยทีเดียว การตายของเขา สำหรับตระกูลจางแล้วไม่ต่างอะไรกับการถูกตัดแขนขวาเลย

และสิ่งที่ทำให้ตระกูลจางโกรธแค้นยิ่งกว่าก็คือ ฆาตกรไม่เพียงแต่จะไม่ถูกจับกุม แต่ยังเดินยิ้มร่าออกมาจากดินแดนลับพร้อมกับสมบัติมากมายที่กอบโกยมาได้ และกลับมายังเมืองเมฆาอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนอีกต่างหาก

"แค้นนี้ถ้าไม่ได้ชำระ ตระกูลจางของพวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"

ภายในห้องโถงใหญ่ของตระกูลจาง จางเทียนกัง ผู้นำตระกูลตบโต๊ะไม้จันทน์ม่วงจนแหลกละเอียด ในดวงตาเต็มไปด้วยไฟแค้นที่ลุกโชน เขามีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าดุดัน ระดับการฝึกตนอยู่ถึงขั้นตำหนักเทวะระดับเก้า เป็นผู้นำตระกูลจางที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบร้อยปี

"ท่านผู้นำ มีสายสืบรายงานมาว่า ไอ้เด็กหนุ่มที่ชื่อหลินลี่นั่น ดูเหมือนจะได้รับการคุ้มครองจากตระกูลหนิงนะขอรับ" ผู้อาวุโสคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง "ตอนที่อยู่ในดินแดนลับ หนิงจ้านของตระกูลหนิงก็เดินทางร่วมกับมันตลอด แถมยังออกหน้าช่วยมันหลายครั้งด้วย"

"ตระกูลหนิงหรือ" คิ้วของจางเทียนกังขมวดเข้าหากัน "ตระกูลหนิงจะไปปกป้องคนนอกทำไมกัน"

"ได้ยินมาว่า... หลินลี่ตกลงทำข้อตกลงบางอย่างกับหนิงจ้าน โดยเอาเพลิงวิเศษมาแลกกับการคุ้มครองจากตระกูลหนิงน่ะขอรับ"

"เพลิงวิเศษหรือ" ในดวงตาของจางเทียนกังมีประกายแสงสว่างวาบขึ้นมา "เพลิงวิเศษอะไรกัน"

"อย่างน้อยก็สองดวงขอรับ เพลิงอเวจีปฐพีกับเพลิงวิญญาณเหมันต์ลี้ลับ แถมยัง..." ผู้อาวุโสคนนั้นลังเลไปนิดหนึ่ง "มีข่าวลือว่า ตอนที่อยู่ในดินแดนลับ มันได้เพลิงวิเศษดวงที่สามมาด้วย คุณภาพสูงกว่าเดิมมาก น่าจะเป็นเพลิงวิเศษที่มีชื่ออยู่ในทำเนียบอัคคีสวรรค์ด้วยซ้ำ"

ทั่วทั้งห้องโถงใหญ่เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที

เพลิงวิเศษสามดวง ผู้ฝึกตนตัวเล็กๆ ขั้นเปิดชีพจร กลับมีเพลิงวิเศษตั้งสามดวงอยู่กับตัวเชียวหรือ

ในดวงตาของจางเทียนกังฉายแววละโมบออกมาวูบหนึ่ง แต่ก็ถูกเขากลบเกลื่อนไปอย่างรวดเร็ว

"ไม่ว่ามันจะมีเพลิงวิเศษอะไร ฆ่าจางขวงแล้ว ก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต" เขาเอ่ยเสียงเย็น "ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ระดมยอดฝีมือในตระกูล พรุ่งนี้เราจะบุกไปที่สถานศึกษาเมฆา ไปขอตัวมันมาให้ได้"

"ท่านผู้นำ ทางฝั่งตระกูลหนิงล่ะขอรับ..."

"ถ้าตระกูลหนิงกล้าขวาง ก็ซัดกับตระกูลหนิงไปด้วยเลย" น้ำเสียงของจางเทียนกังดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง "ตระกูลจางของข้าก่อตั้งมานับพันปี จะไปกลัวอะไรกับตระกูลหนิงกัน"

บรรดาผู้อาวุโสมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรอีก

แต่ข่าวสารมักจะแพร่กระจายไปไวกว่าการลงมือเสมอ

คืนนั้น ในเรือนหลังเล็กที่ไม่ค่อยมีใครสนใจทางฝั่งตะวันตกของเมืองเมฆา หลินลี่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง กำลังหลอมรวมผลึกเพลิงวิญญาณเม็ดสุดท้ายที่ได้มา

หลายวันที่กลับมาจากดินแดนลับ เขาแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย พลังของเพลิงจักรพรรดิผลาญนภานั้นมหาศาลมาก แม้จะถูกหลอมรวมไปแล้ว แต่ก็ยังต้องการเวลาในการผสานเข้ากับร่างกายอย่างสมบูรณ์ เพลิงวิเศษทั้งสามดวงรักษาสมดุลอันเปราะบางอยู่ภายในร่างกายของเขา ไม่ต่อต้านแต่ก็ไม่รวมตัวกัน อาศัยคัมภีร์ผลาญอัคคีเป็นตัวเชื่อมประสานให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

กลิ่นอายของขั้นเปิดชีพจรระดับเก้าแผ่ซ่านอยู่รอบตัวเขา ห่างจากขั้นเร้นเทวะเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น

"ตระกูลจางคงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่" เสียงของหลิงชิงเยว่ดังขึ้นในหัว แฝงไว้ด้วยความตึงเครียด "จางขวงเป็นลูกหลานสายตรงของตระกูลจาง เจ้าฆ่าเขาต่อหน้าธารกำนัล ถ้าตระกูลจางไม่มาแก้แค้น ก็คงเอาหน้าไปไว้ไหนไม่ได้แล้ว"

"ข้าทราบขอรับ" น้ำเสียงของหลินลี่ราบเรียบ "แต่ข้าไม่เสียใจหรอก จางขวงคิดจะฆ่าข้า ข้าก็ฆ่าเขากลับ มันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว"

"พูดน่ะมันง่าย แต่ตระกูลจางไม่มานั่งฟังเหตุผลของเจ้าหรอกนะ" หลิงชิงเยว่ถอนหายใจ "อาจารย์ของเจ้าก็ไม่อยู่ ตระกูลหนิงถึงจะยอมปกป้องเจ้า แต่พวกเขาจะยอมแตกหักกับตระกูลจางเพื่อคนนอกอย่างเจ้าจริงๆ หรือ"

หลินลี่นิ่งเงียบไป

เขารู้ดีว่าหลิงชิงเยว่พูดถูก หนิงจ้านยอมเป็นพันธมิตรกับเขาในดินแดนลับ ก็ไม่ได้หมายความว่าตระกูลหนิงจะยอมประกาศศึกกับตระกูลจางเพื่อเขา ในสายตาของตระกูลใหญ่ ผลประโยชน์ย่อมมาเป็นอันดับแรกเสมอ ถึงแม้เขาหลินลี่จะพอมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่ตระกูลหนิงจะต้องยอมเอาตระกูลไปเสี่ยงเพื่อเขา

"รอดูไปก่อนก็แล้วกัน" หลินลี่บอก "ถ้าจวนตัวจริงๆ ข้าก็จะหนีออกจากเมืองเมฆา ไปซ่อนตัวรอท่านอาจารย์กลับมา"

"ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละ"

เช้าวันรุ่งขึ้น หลินลี่ก็เดินทางไปที่สถานศึกษาเมฆาตามปกติ

แต่พอเดินไปถึงหน้าประตูสถานศึกษา เขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

บริเวณลานกว้างหน้าสถานศึกษา มีผู้ฝึกตนรวมตัวกันอยู่เป็นร้อยคน ท่าทางดุดันเอาเรื่อง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่ว คนที่ยืนอยู่หน้าสุดคือชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำ หน้าตาละม้ายคล้ายกับจางขวงอยู่หลายส่วน เขาคือพ่อของจางขวง จางเทียนสยง ซึ่งเป็นยอดฝีมือขั้นตำหนักเทวะระดับเก้า

ด้านหลังของจางเทียนสยง มีผู้อาวุโสขั้นตำหนักเทวะอีกสี่คน และศิษย์ตระกูลจางขั้นเปิดชีพจรและขั้นเร้นเทวะอีกหลายสิบคน สายตาทุกคู่พุ่งเป้ามาที่หลินลี่ราวกับฝูงหมาป่าที่จ้องมองเหยื่อ

"หลินลี่"

เสียงของจางเทียนสยงดังกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาดอยู่กลางลานกว้าง

"เจ้าฆ่าลูกชายข้า วันนี้ข้าจะเอาเลือดของเจ้ามาเซ่นสังเวยให้จงได้"

หลินลี่ชะงักฝีเท้าลง มองดูจางเทียนสยงด้วยสายตาเรียบเฉย

"จางขวงคิดจะฆ่าข้า ข้าฆ่าเขากลับ มันก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือ"

"เหลวไหล" จางเทียนสยงโกรธจัด "ลูกชายข้ามีฐานะอะไร แล้วเจ้ามันตัวอะไรกัน เจ้าคู่ควรจะเอาไปเทียบกับเขางั้นหรือ"

"เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตาย ฐานะอะไรก็ไม่มีความหมายทั้งนั้นแหละ" น้ำเสียงของหลินลี่ยังคงราบเรียบ "เขาคิดจะฆ่าข้า ข้าก็ฆ่าเขา ก็แค่นั้นเอง"

"ฝีปากกล้าดีนี่" จางเทียนสยงแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น "ข้าอยากจะรู้หนักหนา ว่าปากของเจ้าจะแข็งเหมือนกระดูกของเจ้าหรือเปล่า"

เขาโบกมือเป็นสัญญาณ ศิษย์ตระกูลจางที่อยู่ด้านหลังก็กรูเข้ามาล้อมรอบตัวหลินลี่เอาไว้ทันที

แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงใสกระจ่างของอิสตรีก็ดังลอยออกมาจากในสถานศึกษา

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ"

หนิงหว่านชิงพาอาจารย์ของสถานศึกษาอีกนับสิบคนเดินออกมา ใบหน้าเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง สายตาของนางกวาดมองจางเทียนสยงและบรรดาศิษย์ตระกูลจาง น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัด

"จางเทียนสยง เจ้าพากำลังคนมาปิดล้อมสถานศึกษาเมฆาของข้า หมายความว่าอย่างไรกัน"

จางเทียนสยงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "หนิงหว่านชิง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ไอ้เด็กนี่มันฆ่าลูกชายข้า ข้ามาเอาตัวมันไป เจ้าหลีกทางไปซะ"

"หลินลี่เป็นศิษย์แกนนำของสถานศึกษาเมฆา" หนิงหว่านชิงไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว "เจ้ามาจับตัวคนในอาณาเขตของสถานศึกษาแบบนี้ ไม่เห็นสถานศึกษาอยู่ในสายตาเลยงั้นหรือ"

"หน้าตาของสถานศึกษางั้นหรือ" ในดวงตาของจางเทียนสยงฉายแววอำมหิตออกมา "หน้าตาของสถานศึกษาเจ้าสำคัญ หรือชีวิตลูกชายข้าสำคัญล่ะ หนิงหว่านชิง ข้าขอเตือนเจ้า อย่าได้แส่หาเรื่องใส่ตัว นี่คือความแค้นส่วนตัวระหว่างตระกูลจางกับหลินลี่ ตระกูลหนิงของเจ้าจะมายุ่งทำไม"

"ข้าบอกแล้วไง ว่าหลินลี่เป็นศิษย์ของสถานศึกษา" น้ำเสียงของหนิงหว่านชิงเย็นชาดุจน้ำแข็ง "ในอาณาเขตของสถานศึกษา จะไม่มีใครมาแตะต้องเขาได้ทั้งนั้น"

ทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากันอย่างดุเดือด บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะระเบิดได้ทุกเมื่อ

บรรยากาศบนลานกว้างตึงเครียดจนถึงขีดสุด ความผันผวนของพลังปราณทำให้อากาศรอบๆ ปั่นป่วนไปหมด

หลินลี่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย สีหน้ายังคงสงบนิ่งเหมือนผิวน้ำ

เขากวาดสายตามองจางเทียนสยงและผู้ฝึกตนตระกูลจางที่อยู่ด้านหลัง ในใจก็เริ่มประเมินกำลังรบของอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ ขั้นตำหนักเทวะระดับเก้าหนึ่งคน ผู้อาวุโสขั้นตำหนักเทวะสี่คน ขั้นเร้นเทวะอีกหลายสิบคน และขั้นเปิดชีพจรอีกจำนวนหนึ่ง

กำลังรบระดับนี้ มากพอที่จะบดขยี้เขาได้อย่างสบายๆ

แต่เขากลับไม่มีความกลัวปรากฏบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย

เพราะเขาสัมผัสได้ว่า ลึกเข้าไปในสถานศึกษา มีกลิ่นอายอันทรงพลังหลายสายกำลังตื่นขึ้นมา นั่นคือไพ่ตายของสถานศึกษาเมฆา ซึ่งก็คือยอดฝีมือที่แท้จริงที่ตระกูลหนิงส่งมาประจำการอยู่ที่นี่นั่นเอง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 29 - ทวงถามความผิด

คัดลอกลิงก์แล้ว