เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - หุบเหวสุสานโบราณ

บทที่ 24 - หุบเหวสุสานโบราณ

บทที่ 24 - หุบเหวสุสานโบราณ


บทที่ 24 - หุบเหวสุสานโบราณ

★★★★★

หุบเหวสุสานโบราณตั้งอยู่ในหุบเขาลึกทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของดินแดนลับ ภายในหุบเหวมีหมอกหนาทึบปกคลุมตลอดทั้งปี แสงแดดส่องไม่ถึง ทำให้บรรยากาศดูอึมครึมและน่าสะพรึงกลัว ตามหน้าผามีถ้ำเจาะเรียงรายอยู่มากมาย แต่ละถ้ำคือสุสานของยอดฝีมือในยุคโบราณ ซึ่งอาจจะมีคัมภีร์วิชา โอสถ หรือของวิเศษซ่อนอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็อาจจะมีกับดักและค่ายกลอันตรายถึงชีวิตซ่อนอยู่เช่นกัน

เมื่อขบวนของตระกูลหนิงมาถึงบริเวณปากทางเข้าหุบเหวสุสานโบราณ ก็พบว่ามีคนมารวมตัวกันอยู่ไม่น้อยแล้ว

ซูไป๋อีแห่งนิกายกระบี่เมฆาเขียวนำศิษย์วิถีกระบี่สิบกว่าคนในชุดขาวบริสุทธิ์ยืนเรียงแถว ปราณกระบี่แผ่ซ่าน ฮวาเซี่ยงหรงแห่งหุบเขาร้อยบุปผานำกลุ่มอิสตรีงามหยดย้อยส่งเสียงหัวเราะต่อกระซิก แต่แววตาของแต่ละคนกลับแฝงความเจ้าเล่ห์เอาไว้ เหลยเชียนสิงแห่งตำหนักวายุอัสนีนำศิษย์หลายคนยืนคุมเชิงอยู่รอบๆ ประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบ อวี่หลิงซานแห่งนิกายควบคุมสัตว์มาพร้อมกับจิ้งจอกหิมะสีขาวปลอด ยืนสงบเงียบอยู่ด้านข้าง

นอกจากนี้ ยังมีหลี่เต้าเสวียนแห่งตระกูลหลี่ เจิ้งชิวอวี่แห่งตระกูลเจิ้ง และจ้าวอู๋จี๋แห่งราชวงศ์จ้าว

อัจฉริยะระดับแนวหน้าแทบจะทุกคน มารวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว

นั่นก็เป็นเพราะหุบเหวสุสานโบราณ เป็นสถานที่ฝังร่างของยอดฝีมือยุคโบราณ คัมภีร์วิชา ของวิเศษ และสมบัติที่หลงเหลืออยู่ในแหวนมิติ ใครที่สามารถไขว่คว้าโอกาสเหล่านี้มาได้ ก็จะได้เปรียบคนอื่นๆ บนเส้นทางการฝึกตนในภายภาคหน้าอย่างมหาศาล

การปรากฏตัวของหลินลี่ เรียกสายตาจากขุมกำลังต่างๆ ให้หันมามองได้ไม่น้อย

สายตาของซูไป๋อีหยุดอยู่ที่หลินลี่แวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนผ่านไป ฮวาเซี่ยงหรงขยิบตาให้เขา มุมปากยกยิ้มอย่างมีความหมาย ส่วนเหลยเชียนสิงกลับจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา แฝงไว้ด้วยความดูแคลนอย่างเห็นได้ชัด

สีหน้าของหลี่เต้าเสวียนไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งสงบราวกับกระบี่ที่ยังไม่ถูกชักออกจากฝัก

เจิ้งชิวอวี่มองดูหลินลี่ แววตาฉายแววซับซ้อนออกมา นางยังจำภาพเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อน ที่เด็กหนุ่มคนนี้ซัดจางขวงจนกระเด็นได้ติดตา

ส่วนจ้าวอู๋จี๋มองดูเขาด้วยความสนใจ มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ

"เจ้านี่เองหรือที่ชื่อหลินลี่" จ้าวอู๋จี๋เอ่ยทักทาย เสียงไม่ดังนัก แต่ชัดเจน "ได้ยินมาว่าเจ้าฆ่าจางขวงงั้นหรือ"

หลินลี่หยุดชะงักฝีเท้า หันไปมองจ้าวอู๋จี๋

"ใช่"

จ้าวอู๋จี๋พยักหน้ารับ ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ และไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ เขาเพียงแค่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "จางขวงคนนั้น มันสมควรตายอยู่แล้วล่ะ"

จากนั้นเขาก็หันหลังเดินจากไป

หลินลี่มองดูแผ่นหลังของจ้าวอู๋จี๋ คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"จ้าวอู๋จี๋คนนี้ อันตรายกว่าจางขวงเยอะเลย" หลิงชิงเยว่กระซิบเตือน "เขาซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้ ข้าสัมผัสได้ว่าในตัวเขามีพลังบางอย่างที่แข็งแกร่งมากหลับใหลอยู่ อาจจะเป็นของวิเศษล้ำค่า หรือไม่ก็พลังสายเลือด"

หลินลี่พยักหน้ารับ และจดจำชื่อของจ้าวอู๋จี๋เอาไว้ในบัญชีดำ ที่ต้องระวังตัว

การสำรวจหุบเหวสุสานโบราณเริ่มต้นขึ้นแล้ว

แต่ละขุมกำลังแยกย้ายกันไปสำรวจตามถ้ำต่างๆ ขบวนของตระกูลหนิงเลือกถ้ำที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ปากถ้ำมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ข้างในกลับกว้างขวางเกินคาด

ภายในถ้ำค่อนข้างมืด ตามผนังมีอักขระโบราณสลักเอาไว้มากมาย ส่องแสงเรืองรองจางๆ บนพื้นมีเศษอาวุธหักๆ และซากโครงกระดูกกระจัดกระจายอยู่ อากาศอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย

"ระวังตัวด้วย" หนิงจ้านเดินนำหน้าสุด มีดดาบในมือเตรียมพร้อม "อักขระพวกนี้อาจจะเป็นค่ายกล อย่าไปแตะต้องซี้ซั้ว"

ยังไม่ทันขาดคำ ลูกหลานตระกูลหนิงคนหนึ่งก็ดันเผลอไปเหยียบแผ่นหินที่หลุดลุ่ยเข้า ในชั่วพริบตา อักขระบนผนังก็สว่างวาบเป็นสีแดงฉาน ลูกศรที่เกิดจากการรวมตัวของพลังปราณนับสิบดอกพุ่งทะยานออกมาจากทุกทิศทุกทาง

"หลบเร็ว"

หนิงจ้านตวัดมีดดาบสร้างม่านป้องกัน บังลูกศรเอาไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีลูกศรสองสามดอกเล็ดลอดผ่านม่านป้องกันไปได้ แล้วพุ่งเข้าปักร่างของลูกหลานตระกูลหนิงที่เหยียบแผ่นหินพลาด

ลูกหลานตระกูลหนิงคนนั้นล้มลงไปนอนกองกับพื้นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน บนร่างมีรูพรุนหลายแห่ง เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมา

หลินลี่รีบพุ่งตัวเข้าไปหา ล้วงเอาโอสถรักษาบาดแผลระดับสามออกมาจากถุงมิติ ยัดใส่ปากของเขา แล้วถ่ายทอดพลังปราณเข้าไปเพื่อห้ามเลือด

"โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญ" หลินลี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก "แต่ต้องพักฟื้นสักระยะ คงไปต่อไม่ไหวแล้วล่ะ"

สีหน้าของหนิงจ้านดูไม่ค่อยดีนัก

"อู๋เชวีย เจ้าพาคนเจ็บกลับไปรอที่ปากถ้ำนะ คนที่เหลือตามข้ามา"

หนิงอู๋เชวียลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็พยักหน้ารับ แล้วพาคนเจ็บถอยกลับออกไป

ห้าคนที่เหลือ เดินหน้าสำรวจถ้ำกันต่อไป

ยิ่งเดินลึกเข้าไป ทางเดินก็ยิ่งแคบลง อักขระบนผนังก็ยิ่งหนาแน่นขึ้น ค่ายกลก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น พวกเขาต้องเผชิญกับทั้งค่ายกลก๊าซพิษ ค่ายกลหินถล่ม ค่ายกลลวงตา และค่ายกลกักขัง ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต

แต่สติสัมผัสของหลินลี่กลับมีประโยชน์อย่างมหาศาล เขาบอกตำแหน่งของคลื่นพลังปราณที่ผิดปกติล่วงหน้าได้ ทำให้ขบวนหลบเลี่ยงอันตรายส่วนใหญ่ไปได้

"ข้างหน้ามีอะไรบางอย่าง"

หลังจากเดินลึกเข้ามาในถ้ำราวสองชั่วยาม หลินลี่ก็หยุดชะงักฝีเท้า สายตาเพ่งมองไปที่ประตูกลไกหินบานใหญ่ที่อยู่สุดทางเดิน

ประตูกลไกหินสูงราวสามจั้ง กว้างสองจั้ง บนบานประตูสลักอักขระลึกลับเอาไว้มากมาย แสงปราณจางๆ ลอดผ่านช่องประตูออกมา ราวกับว่ามีสิ่งของล้ำค่ากำลังส่องแสงอยู่ข้างใน

"ประตูบานนี้..." ดวงตาของหนิงจ้านเบิกกว้าง "รูปแบบของอักขระบนประตู แตกต่างจากที่พวกเราเจอมาตลอดทางเลย นี่ต้องเป็นสุสานหลักของยอดฝีมือขั้นตำหนักเทวะขึ้นไปแน่ๆ"

สติสัมผัสของหลินลี่ทะลุผ่านประตูกลไกหิน เข้าไปสำรวจพื้นที่ด้านใน

รูม่านตาของเขาหดเกร็งอย่างรุนแรง

หลังประตูกลไกหิน เป็นสุสานขนาดมหึมา กลางสุสานมีโลงศพหินตั้งอยู่หนึ่งโลง รอบโลงศพมีของวิเศษที่ส่องประกายวาววับตกหล่นอยู่หลายชิ้น รวมถึงแหวนมิติอีกหลายวง เหนือโลงศพขึ้นไป มีแท่นหินที่ใช้วางคัมภีร์หยกหลายม้วน แผ่กลิ่นอายอันลึกลับและเก่าแก่ออกมา

"สมบัติของยอดฝีมืออย่างน้อยก็ระดับขั้นตำหนักเทวะ" หลินลี่กระซิบ

ลมหายใจของหนิงจ้านเริ่มถี่กระชั้นขึ้นมาทันที

ยอดฝีมือขั้นตำหนักเทวะ ในเขตแดนตะวันออกนี้ถือว่าเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าเลยทีเดียว สมบัติที่ยอดฝีมือระดับนี้ทิ้งเอาไว้ ย่อมมีมูลค่ามหาศาลอย่างประเมินค่าไม่ได้

แต่ปัญหาก็คือ ค่ายกลบนประตูกลไกหินบานนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถทำลายได้เพียงลำพัง

"ต้องใช้พลังของทุกคน" หนิงจ้านกล่าว "ค่ายกลบนประตูบานนี้เป็นค่ายกลยุคโบราณ พึ่งพากำลังคนคนเดียวทำลายไม่ได้หรอก พวกเราห้าคนต้องรวมพลังกัน โจมตีไปที่จุดอ่อนของค่ายกล น่าจะพอเปิดมันออกได้"

"ตกลง" หลินลี่พยักหน้ารับ

ทั้งห้าคนรวมพลังกัน โจมตีค่ายกลบนประตูกลไกหินด้วยพลังปราณทั้งหมดที่มี

ตู้ม!

อักขระบนประตูกลไกหินสว่างวาบขึ้นมาอย่างรุนแรง พร้อมกับส่งเสียงหวีดร้องแสบแก้วหู ค่ายกลเริ่มสั่นคลอนจากการถูกโจมตีด้วยพลังปราณ รอยร้าวลุกลามไปทั่วบานประตูราวกับใยแมงมุม

"โจมตีต่อไป อย่าหยุด"

หนิงจ้านตะโกนสั่ง เร่งเร้าพลังปราณจนถึงขีดสุด

พลังปราณของทั้งห้าคนหลั่งไหลออกมาราวกับสายน้ำ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก แต่ก็ไม่มีใครยอมหยุดมือ

และแล้ว หลังจากโจมตีอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานถึงหนึ่งก้านธูป

แกร๊ก

ค่ายกลบนประตูกลไกหินก็แตกสลาย ประตูกลไกหินค่อยๆ เปิดออก

แสงสว่างเจิดจ้าจากด้านในสาดส่องออกมา อาบไล้ไปทั่วทางเดิน

แต่ในวินาทีที่ประตูกลไกหินเปิดออกนั้นเอง สีหน้าของหลินลี่ก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

เพราะเขาสัมผัสได้ว่า ไม่ได้มีแค่ขบวนของพวกเขาเท่านั้นที่เจอสถานที่แห่งนี้ ยังมีขุมกำลังอื่นก็หาที่นี่เจอแล้วเช่นกัน

แถมผู้มาเยือน ยังดูไม่ค่อยเป็นมิตรเอาเสียเลย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 24 - หุบเหวสุสานโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว