- หน้าแรก
- สารวัตรสืบสวน
- ตอนที่ 20 สภาพชะงักงัน
ตอนที่ 20 สภาพชะงักงัน
ตอนที่ 20 สภาพชะงักงัน
“อืม เอาอย่างนี้ ที่นี่มีโมเดลตัวอย่างไหม? ผมจะขอเอากลับไปรายงานผู้บังคับบัญชาสักหน่อย” หลี่ฮั่นถามขึ้นในท้ายที่สุด
โมเดลน่ะมีอยู่แล้ว แต่ตัวโมเดลไม่ได้มีฟังก์ชันการใช้งานเหมือนเครื่องจักรจริง เป็นเพียงโมเดลเรซินชิ้นเล็กๆ เท่านั้น นอกจากโมเดลแล้ว เถ้าแก่เฉียนยังแถมผงขัดให้มาอีกหนึ่งขวดเล็ก พร้อมกับตบปากรับประกันว่าสามารถเอาของชิ้นนี้ไปเปรียบเทียบคุณภาพกับร้านอื่นได้เลย
เมื่อได้ของและเดินออกมาจากโรงงาน หลี่ฮั่นก็เอ่ยชม “ใช้ได้นี่ นายนี่ก็มีหัวคิดเหมือนกันนะ”
เมื่อกลับขึ้นมาบนรถ หลี่ฮั่นก็เริ่มมองป๋ายซงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แม้จะไม่ได้หมายความว่านี่คือเบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อคดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับคดีที่ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลันทันด่วน การสืบสวนก็คือกระบวนการลองผิดลองถูกแบบนี้นี่แหละ
มนุษย์เรา... ตราบใดที่ยังอยู่ในขอบเขตของความเป็นมนุษย์ ก็ย่อมต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นกฎทางฟิสิกส์หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ล้วนไม่มีใครสามารถฝ่าฝืนได้ บางคนอ่านนิยายนักสืบมาเยอะ ดูรายการกฎหมายมาแยะ แล้วก็แอบหลงตัวเองว่าจะสามารถวางแผนก่อ ‘อาชญากรรมสมบูรณ์แบบ’ ได้... นั่นมันก็แค่การรนหาที่ตายชัดๆ
เมื่อคืนป๋ายซงดูภาพถ่ายเหล่านั้น และสืบค้นข้อมูลมามากมาย เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข้อสันนิษฐานนี้จะถูกต้องหรือไม่ แต่ทั้งสองคนก็รีบกลับไปที่หน่วยงานทันที เพื่อรายงานสถานการณ์นี้ให้ผู้บังคับบัญชาทราบเป็นอันดับแรก
ระดับผู้สั่งการของชุดเฉพาะกิจให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงสั่งการให้ทำการทดลองทันที เพียงแค่สองชั่วโมงก็ได้รับผลสรุปเบื้องต้น... และผลการทดลองก็เป็นที่น่าพอใจยิ่งนัก
วิธีการหั่นศพในคดีนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นฝีมือของเครื่องตัดวอเตอร์เจ็ทพลังน้ำแรงดันสูง รอยตัดมีความคล้ายคลึงกับรอยตัดของวอเตอร์เจ็ทอย่างมาก และผงขัดที่ตรวจพบก็มีส่วนประกอบที่ใกล้เคียงกันที่สุด
จุดนี้ช่วยตีกรอบการค้นหาให้แคบลงได้อย่างมหาศาล ท้ายที่สุดแล้ว จำนวนเครื่องตัดวอเตอร์เจ็ทกับเครื่องเจียรในเมืองเทียนหัวนั้น มีปริมาณที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว อย่างแรกนั้นตำรวจสามารถตามสืบและปูพรมค้นหาได้จนครบทุกเครื่องด้วยซ้ำ
และในบ่ายวันนั้น หลังจากผลการทดลองออกมา แผนกอื่นๆ ก็แจ้งข่าวดีเข้ามาเช่นกัน... ยืนยันตัวตนของผู้ตายได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ใช้วิธีการตรวจสอบแบบไหน ป๋ายซงก็พอจะรู้คร่าวๆ อยู่บ้าง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญคือหลังจากทราบข้อมูลของผู้ตาย เครือข่ายข้อมูลอื่นๆ ทั้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ ที่พักอาศัย ผู้ติดต่อ ฯลฯ ก็จะถูกดึงออกมาได้ทั้งหมด
จากเบาะแสนี้ เพียงแค่ช่วงเที่ยงวันเดียว บุคคลที่เกี่ยวข้องและมีการติดต่อกับผู้ตายจำนวนเจ็ดคน ก็ถูกออกหมายเรียกทางอาญาให้มาให้ปากคำที่สำนักงานตำรวจทันที
ชุดเฉพาะกิจขนาดใหญ่ ภายใต้การบริหารจัดการที่สมเหตุสมผลและความร่วมมือร่วมใจกัน ความคืบหน้าในแต่ละจุดแทบจะสามารถสาดแสงส่องประกายขับไล่เงามืดออกไปได้เป็นวงกว้าง... และเมื่อเงามืดเลือนหายไปจนหมดสิ้น ก็จะถึงเวลาไขคดี
ช่วงบ่าย หน่วยสุนัขตำรวจ (K9) ถูกส่งตัวลงพื้นที่ ส่วนป๋ายซงกับหลี่ฮั่นรับหน้าที่สอบปากคำหนึ่งในบุคคลที่เกี่ยวข้อง
บุคคลที่ถูกเรียกตัวมาให้ปากคำคนนี้ เป็นคนที่มีอายุมากที่สุดในบรรดาเจ็ดคน อายุ 49 ปี เป็นเถ้าแก่ร้านทองเล็กๆ แห่งหนึ่ง ชื่อว่า ‘หวังเชียนอี้’ ผู้ตายเคยติดต่อกับเขามาก่อน
จากการสอบปากคำพบว่า ผู้ตาย ‘แซ่หลี่’ เคยไปสั่งทำเครื่องประดับทองคำน้ำหนัก 235 กรัมที่ร้านของหวังเชียนอี้เมื่อกว่าหนึ่งเดือนก่อน ลำพังแค่ค่ากำเหน็จก็ปาเข้าไปสี่พันกว่าหยวนแล้ว ด้วยเหตุนี้ หวังเชียนอี้จึงขอเบอร์ติดต่อของหลี่เอาไว้เป็นพิเศษ
เมื่อพิจารณาจากสถานะทางการเงินของผู้ตาย ตำรวจสืบสวนจึงอดไม่ได้ที่จะตั้งข้อสันนิษฐานว่า คดีนี้อาจจะเป็นการ ฆ่าชิงทรัพย์
หวังเชียนอี้ไม่ใช่คนสุดท้ายที่ติดต่อกับหลี่ และจากการตรวจสอบรวมถึงลงพื้นที่สืบสวน ก็ไม่พบว่าทั้งสองคนมีความขัดแย้งบาดหมางใดๆ ต่อกัน
หลังจากการสอบปากคำทั้งเจ็ดคนเสร็จสิ้น และรวบรวมสำนวนคดีเข้าด้วยกัน ตกค่ำ ป๋ายซงก็พอมีเวลาได้เปิดอ่านสำนวนคดีดูบ้าง แต่กลับไม่พบเบาะแสอะไรเพิ่มเติมเลย
ทั้งเจ็ดคนถูกปล่อยตัวกลับไปตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว เพราะไม่มีหลักฐานเอาผิดแม้แต่นิดเดียว
วันต่อมา มีคนอีกสี่คนทยอยถูกเรียกตัวมาให้ปากคำ แต่สถานการณ์ก็ยังคงคว้าน้ำเหลวเหมือนเดิม
บ่ายวันที่สาม คดีเข้าสู่ภาวะชะงักงันชั่วคราว เครื่องตัดวอเตอร์เจ็ทแรงดันสูงพิเศษที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมดในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ถูกปูพรมตรวจสอบจนครบหมดแล้ว ทว่ากลับไม่พบเบาะแสที่น่าสงสัยเลย
วันหยุดสุดสัปดาห์ ป๋ายซงได้พักผ่อนหนึ่งวัน สัปดาห์นี้ทำงานมาหกวันเต็ม แต่คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้าแบบก้าวกระโดด ทุกคนต่างเหนื่อยล้ากันเต็มทน ชุดเฉพาะกิจได้หยุดพักแค่สัปดาห์ละวัน โดยให้ครึ่งหนึ่งหยุดวันเสาร์ อีกครึ่งหนึ่งหยุดวันอาทิตย์
เขาตกลงนัดกินข้าวเย็นกับซุนเจี๋ย หวังหัวตง และคนอื่นๆ เอาไว้แล้ว ส่วนตอนกลางวันนี้ป๋ายซงไม่มีอะไรทำ จึงออกมาเดินเล่นเรื่อยเปื่อย
“สนใจฟิตเนสว่ายน้ำไหมคะ!” เสียงคุ้นหูที่มักได้ยินตามท้องถนนดังแทรกความคิดของป๋ายซง ราวกับดึงเขากลับไปสู่ช่วงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย
“พี่ชายสุดหล่อคะ! ฟิตเนสของเรามีโปรโมชั่นพิเศษอยู่นะคะ! มาค่ะๆ ลองดูก่อนได้!” ชายหญิงคู่หนึ่งที่ถือปึกใบปลิวอยู่ ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ป๋ายซง
ป๋ายซงรับใบปลิวมาจากมือเด็กสาวด้วยความเคยชิน เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่อายุน้อยมาก... ใช้คำว่าอายุน้อยอาจจะไม่แม่นยำนัก ป๋ายซงมองดูแล้ว เธอคงอายุแค่สิบเจ็ดสิบแปดปีเท่านั้น มัดผมหางม้า หน้าตาสดใส ดวงตากลมโต ฟันขาวสะอาดสะอ้าน รอยยิ้มและแววตาทรงเสน่ห์ ไม่ว่าใครเห็นก็คงอดชมไม่ได้ว่า... ช่างเป็นเด็กสาวที่น่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง!
สถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากกองกำกับการสืบสวนคดีอาญานัก และก็ไม่ได้ไกลจากสถานีตำรวจจิ่วเหอเฉียวสักเท่าไหร่ ป๋ายซงกวาดตามองใบปลิว ฟิตเนสแห่งนี้ดูดีไม่เลวเลย มีสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานความยาว 25 เมตร ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ แม้กระทั่งสนามบาสเก็ตบอลครึ่งสนามก็มีครบ
“สมัครสมาชิกตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษด้วยนะครับ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของกิจกรรมแล้ว!” พนักงานชายที่แจกใบปลิวเห็นป๋ายซงไม่ได้ขยำใบปลิวทิ้ง ก็รีบก้าวเข้ามาโปรโมททันที
วันนี้วันสุดท้ายงั้นเหรอ? ป๋ายซงไม่ได้พูดอะไรออกไป เขาแค่แอบขำในใจว่า โปรโมชั่นฟิตเนสน่ะ... ถ้าพลาดวันนี้ไป ก็แค่... ต้องรอโปรของวันพรุ่งนี้เท่านั้นแหละ!
เมื่อนึกถึงว่าช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่ง ป๋ายซงจึงไม่ได้มีความคิดที่จะสมัครสมาชิกแต่อย่างใด แค่รับมาดูแก้เบื่อเท่านั้น
“คืออย่างนี้นะคะ แค่พี่ลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์ไว้ ก็สามารถเข้าไปใช้บริการฟิตเนสของเราฟรีได้หนึ่งครั้ง พี่เข้าไปลองเล่นดูก่อนตอนนี้เลยก็ได้นะคะ” สาวน้อยผมหางม้าพูดเจื้อยแจ้ว “ทดลองใช้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ”
พอได้ยินแบบนี้ ป๋ายซงก็ชักจะสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว ถึงอย่างไรวันนี้เขาก็ไม่ได้ยุ่งอะไร ลองเข้าไปใช้บริการดูก่อนก็ไม่เสียหาย ถ้าดีจริง วันหลังค่อยมาสมัครสมาชิกก็ยังไม่สาย เขาหยิบปากกาในมือเด็กสาวมาเขียนเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือเปล่า ป๋ายซงกลับรู้สึกคุ้นหน้าเด็กสาวคนนี้ชอบกล แต่เขาก็มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ไม่เคยเจอเด็กสาวที่สวยขนาดนี้มาก่อนแน่ๆ
ป๋ายซงรักการออกกำลังกายมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว แม้แต่ในช่วงสองสามวันนี้ เขาก็ยังพยายามบอดี้เวทอยู่ภายในห้องพัก เมื่อก้าวเข้ามาในฟิตเนส เขาจึงรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ เนื่องจากไม่ได้เตรียมชุดมาเปลี่ยน เขาจึงทำแค่การอบอุ่นร่างกายเบาๆ เล่นเวทเทรนนิ่งอีกสองสามเซต ก่อนจะปิดท้ายด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
ในขณะที่กำลังออกกำลังกาย บางครั้งสมองก็มักจะแล่นและคิดอะไรได้เฉียบแหลมยิ่งขึ้น ป๋ายซงเริ่มร้อยเรียงและวิเคราะห์คดีนี้ในหัวของตัวเอง
ประเด็นแรกที่เป็นที่ยอมรับตรงกันในตอนนี้ก็คือ ‘แรงจูงใจในการก่อเหตุ’ ตกลงใครกันแน่ที่มีความแค้นฝังลึกกับหญิงสาวคนนี้ ถึงได้ลงมือกระทำการที่โหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรมได้ขนาดนี้?
ป๋ายซงเริ่มทบทวนถึงข้อมูลของคนทั้งสิบเอ็ดคนที่ถูกเรียกตัวมาให้ปากคำที่หน่วยงานในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
อ้อ... ลองพิจารณาจากตัวผู้ตายเองก่อนก็แล้วกัน
ผู้ตาย ‘หลี่’ เป็นชาวเมืองฉาเฉิง มณฑลหนานเจียง มาอยู่ที่เมืองเทียนหัวได้สี่ปีแล้ว ปีนี้อายุ 26 ปี อาศัยอยู่ในเขตรับผิดชอบของสถานีตำรวจท้องที่ถนนซานมู่ เขตจิ่วเหอ โดยเช่าอพาร์ตเมนต์ในหมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์อยู่ และอาศัยมาได้สองปีแล้ว