- หน้าแรก
- สารวัตรสืบสวน
- ตอนที่ 21 การวิเคราะห์
ตอนที่ 21 การวิเคราะห์
ตอนที่ 21 การวิเคราะห์
สำหรับประวัติของหลี่ จุดที่น่าสงสัยที่สุดก็คือ ‘แหล่งที่มาของเงิน’ จากคำให้การของพยานและการวิเคราะห์สถานการณ์ของผู้ตาย รายได้ต่อเดือนของหลี่ไม่น่าจะต่ำกว่าหนึ่งหมื่นหยวน ทว่าเธอกลับว่างงานมาโดยตลอด
ในปี 2011 เงินเดือนของเจ้าหน้าที่ตำรวจตกอยู่แค่ราวๆ เดือนละ 3,000 หยวน ดังนั้น คนที่มีรายได้ต่อเดือนทะลุหลักหมื่น จึงถือว่ามีฐานะทางการเงินที่ไม่เลวเลยทีเดียว
และเนื่องจากค่าเช่าห้องเป็นการจ่ายรวบยอดแบบครึ่งปีต่อครั้ง เจ้าของห้องเช่าจึงไม่ระแคะระคายเรื่องการหายตัวไปของหลี่เลยแม้แต่น้อย
บุคคลที่ถูกออกหมายเรียกมาทั้งสิบเอ็ดคน นอกเหนือจากคนที่ป๋ายซงเคยสอบปากคำ เจ้าของห้องเช่า และลูกสาวของเจ้าของห้องแล้ว ก็ยังมีอีกแปดคน
เจ้าของห้องเช่าเป็นนักธุรกิจวัยราวๆ สี่สิบปี เดินทางไปทำงานต่างถิ่นอยู่เป็นประจำ จึงไม่ได้ติดต่อกับหลี่มากนัก ส่วนลูกสาวของเขากลับเคยคลุกคลีกับหลี่อยู่หลายครั้ง ทว่าเด็กหญิงเพิ่งจะอายุแค่สิบสามปีเท่านั้น ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนเมื่อสองเดือนก่อน หลี่เคยรับหน้าที่สอนการบ้านให้กับลูกสาวเจ้าของห้อง ซึ่งประเด็นนี้ดูจะขัดแย้งกับประวัติของเธออยู่พอสมควร เพราะในแฟ้มข้อมูลระบุว่า หลี่เรียนไม่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
‘หวังเชียนอี้’ ได้กล่าวถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ นอกเหนือจากเขาแล้ว ในบรรดาคนที่ไปมาหาสู่กับหลี่อย่างสนิทสนม มีสี่คนที่เป็นผู้หญิง ทั้งสี่ล้วนแต่งงานแล้วและมีฐานะทางบ้านดีเยี่ยม จากคำให้การของพวกเธอ พวกเธอรู้จักกับหลี่ที่ผับเมื่อราวๆ ครึ่งปีถึงสองปีก่อน หลี่มักจะไปเที่ยวผับเป็นประจำ แถมยังเป็นฝ่ายจ่ายเงินเลี้ยงตัวเองเสมอ
ส่วนผู้ชายสี่คน คนแรก... เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับที่พักของหลี่ เป็นร้านอาหารระดับกลาง พนักงานเสิร์ฟคนนี้เป็นชายหนุ่มอายุ 21 ปี รูปร่างสูงผอม หน้าตาละมุนละไม มีกลิ่นอายติดไปทางผู้หญิงนิดๆ รวมๆ แล้วก็จัดว่าเป็นหนุ่มหล่อคนหนึ่ง
คนที่สอง... เป็นคนขับรถแท็กซี่ที่บังเอิญรู้จักกับหลี่ ปีนี้อายุสามสิบกว่าแล้ว หลี่มักจะโทรศัพท์เรียกให้เขาไปรับไปส่งเป็นประจำ จากปากคำของคนขับรถ สถานที่ที่หลี่ไปบ่อยที่สุดก็คือห้างสรรพสินค้ากับผับ นอกเหนือจากนั้นก็ยังเคยไปร้านเครื่องประดับอยู่หลายครั้ง
คนที่สาม... เป็นศัลยแพทย์มือมีดประจำคลินิกศัลยกรรมความงาม ปีนี้อายุสามสิบ รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน บุคลิกดูดีมีระดับ เป็นนักเรียนนอกดีกรีปริญญาโทที่มีประสบการณ์ลงมีดมาแล้วถึงสี่ปี ว่ากันว่าเขาคือตัวท็อปคนหนึ่งในวงการศัลยกรรมความงาม หลี่เคยมาทำศัลยกรรมใบหน้ากับเขาหนึ่งครั้ง หมดเงินไปถึงสามหมื่นกว่าหยวน
คนที่สี่... เป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เป็นชายวัยกลางคนที่มีบุคลิกสุขุมเป็นผู้ใหญ่ เมื่อเดือนกว่าก่อน หลี่เคยติดต่อเขาเพื่อขอซื้อบ้านสักหลัง แถมยังมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างแปลกประหลาด ข้อแรกคือ ต้องการจ่ายเป็นเงินสดเต็มจำนวน ข้อสองคือ ไม่ต้องการใส่ชื่อตัวเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แต่จะใส่เป็นชื่อของพ่อแม่แทน
เมื่อพูดถึงพ่อแม่ของผู้ตาย จนถึงตอนนี้ตำรวจก็ยังตามหาตัวไม่พบ สาเหตุแรกคือ ผู้ตายไม่มีพฤติกรรมติดต่อกับพ่อแม่เลย สาเหตุที่สองคือ บ้านเกิดของพวกเธออยู่ในหมู่บ้านชนบทสักแห่งในมณฑลหนานเจียง จนถึงบัดนี้ก็ยังตรวจสอบไม่พบว่าอยู่ที่ไหนกันแน่ ทางตำรวจได้ประสานงานไปยังสถานีตำรวจท้องที่แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ
สถานการณ์โดยสรุปก็มีเพียงเท่านี้ ในห้องพักของหลี่ ไม่พบเงินสดจำนวนมหาศาลตามที่คาดการณ์ไว้ พบเพียงเสื้อผ้าธรรมดาๆ ไม่กี่ชุดกับเงินสดประมาณสามสี่พันหยวน นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไรอีกเลย ห้องพักแห่งนี้น่าจะไม่ได้เป็นสถานที่เกิดเหตุ
การเริ่มต้นนั้นยากเสมอ แม้ว่าตอนนี้คดีจะยังไม่มีความคืบหน้าแบบก้าวกระโดด แต่หากเทียบกับช่วงสองสามวันก่อน ก็ถือว่าเริ่มมองเห็นเค้าลางขึ้นมาบ้างแล้ว
หลังจากออกกำลังกายไปได้พักหนึ่ง ป๋ายซงก็เดินออกจากฟิตเนส มุ่งหน้าเดินเท้าไปทางสถานีตำรวจท้องที่ถนนซานมู่ เขาอยากจะไปดูที่พักของหญิงสาวคนนั้นสักหน่อย แม้ว่าสถานะของเขาตอนนี้จะแทบไม่นับว่าเป็นพนักงานสืบสวนด้วยซ้ำ แต่ป๋ายซงกลับทุ่มเทให้กับคดีนี้เป็นอย่างมาก ข้อสันนิษฐานเรื่องเครื่องตัดวอเตอร์เจ็ทที่เขาเสนอไปเมื่อสองสามวันก่อน ทำให้เขาได้รับคำชมจากผู้บังคับบัญชา และตามที่หลี่ฮั่นเคยพูดเอาไว้ หากสามารถจับกุมคนร้ายได้จากเบาะแสนี้จริงๆ ลำพังแค่เบาะแสเดียว ก็สร้างความดีความชอบให้ป๋ายซงได้ไม่น้อยแล้ว
เมื่อเดินออกมาด้านนอก พนักงานแจกใบปลิวสองคนนั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิม ป๋ายซงอดไม่ได้ที่จะเหลียวมองเด็กสาวคนนั้นอีกสองสามที... รู้สึกคุ้นหน้าชอบกล?
หรือว่าจะหน้าเหมือนดาราคนไหนสักคน? แม้ป๋ายซงจะดูหนังมาไม่น้อย แต่ดาราที่เขารู้จักชื่อจริงๆ ก็นับรวมได้แค่สิบกว่าคนเท่านั้น แถมส่วนใหญ่ยังเป็นนักแสดงรุ่นเดอะอีกต่างหาก หากจะให้พูดถึงดาราสาววัยรุ่นล่ะก็ คนที่เขารู้จักชื่อแทบจะนับนิ้วได้เลย เขาพยายามนึกอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่มีความทรงจำอะไรผุดขึ้นมา จึงตัดสินใจเดินจากไป
ที่พักของหลี่ ผู้ตาย ในขณะนี้ยังคงอยู่ในช่วงปิดกั้นพื้นที่ เจ้าของห้องเช่าเองก็จนปัญญา แม้ว่าสัญญาเช่าของหญิงสาวจะเหลือเวลาอีกถึงสามเดือนกว่าจะหมดอายุ และเธอก็ได้จ่ายค่ามัดจำรวมถึงค่าเช่าล่วงหน้าไปหมดแล้ว แต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น คนที่ปวดหัวที่สุดก็คือเขานั่นแหละ หลังจากนี้ไม่ว่าจะปล่อยเช่าหรือขายทิ้งก็ล้วนเป็นเรื่องยุ่งยากทั้งสิ้น และที่สำคัญที่สุดก็คือ สำหรับปากคำของชาวบ้านแล้ว เรื่องอื่นอาจจะไม่ค่อยแพร่สะพัดเท่าไหร่ แต่เรื่องพรรค์นี้น่ะลือกันปากต่อปากเร็วที่สุด แถมยังถูกแต่งเติมจนพิสดารพันลึกอีกด้วย
เพียงเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน ข่าวลือเรื่องนี้ในหลากหลายเวอร์ชันนับสิบแบบก็ลอยเข้าหูเขาแล้ว... ช่วยไม่ได้จริงๆ
ป๋ายซงไม่ได้เข้าไปในสถานที่เกิดเหตุ เขาไม่มีกุญแจ จึงทำได้เพียงเดินสำรวจดูรอบๆ บริเวณนั้น
หมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์นี่มันแตกต่างจริงๆ สภาพแวดล้อมที่นี่ดูดีกว่าหมู่บ้านอ้ายเหอหลายเท่าตัว แม้จะตั้งอยู่ในทำเลทองที่พลุกพล่าน แต่บ้านพักในหมู่บ้านนี้ล้วนเป็นทาวน์โฮมและห้องชุดแบบดูเพล็กซ์ทั้งสิ้น ห้องที่ผู้ตายเช่าก็เป็นห้องชุดแบบดูเพล็กซ์ ครอบคลุมพื้นที่ชั้นสามและชั้นสี่ อาคารหลังนี้แบ่งออกเป็น 2 ยูนิต แต่ละยูนิตมีเพียงสี่ห้องพักและมีลิฟต์สองตัว ลิฟต์แต่ละตัวจะเปิดรับเฉพาะสองห้องพักเท่านั้น ชั้นหนึ่งและชั้นสองจะมีห้องใต้ดินและลานหน้าบ้านเล็กๆ ส่วนชั้นสามและชั้นสี่ของห้องนี้จะมีห้องใต้หลังคาขนาดใหญ่และระเบียงให้ ราคาขายแต่ละหลังปาเข้าไปหลายล้านหยวน
ภาพจากกล้องวงจรปิดของที่นี่สามารถเก็บย้อนหลังได้เพียงครึ่งเดือนเท่านั้น เนื่องจากหลี่หายตัวไปนานร่วมเดือนแล้ว แม้ตำรวจจะดึงภาพวงจรปิดไปตรวจสอบ แต่ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรนัก เพราะในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา ไม่มีใครแวะมาหาหลี่ที่นี่เลยแม้แต่คนเดียว
คนประเภทไหนกันนะที่จะลงมือฆ่าหลี่? ป๋ายซงวิเคราะห์ว่าความเป็นไปได้ที่สูงที่สุดก็คือ ‘การฆ่าชิงทรัพย์’ หลี่มีรายได้มหาศาลจากสาเหตุที่ยังไม่แน่ชัด ซึ่งรายได้เหล่านี้ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าเธออาจจะเข้าไปพัวพันกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ยิ่งไปกว่านั้น ในมือของเธออาจจะกำเงินสดมูลค่าหลายแสนหรืออาจจะถึงหลักล้านหยวนไว้ ทว่าตอนนี้เงินก้อนดังกล่าวกลับหายเข้ากลีบเมฆ และบรรดาคนที่เข้ามาคลุกคลีกับหลี่ หากมองในมุมของ ‘เงิน’ เพียงอย่างเดียว ทุกคนล้วนมีแรงจูงใจในการก่อเหตุทั้งสิ้น เพราะในบรรดาคนเหล่านี้ ไม่มีใครเลยที่มีฐานะร่ำรวยพอที่จะเมินเฉยต่อเงินหลักล้านหยวนได้ และหากมองในเรื่องของผลประโยชน์ทางการเงิน การตีกรอบผู้ต้องสงสัยก็จะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่สิบเอ็ดคนนี้อีกต่อไป... ซึ่งนั่นจะทำให้ขอบเขตการสืบสวนกว้างเป็นทะเลเลยทีเดียว
ป๋ายซงเดินวนรอบหมู่บ้านอยู่สองสามรอบ พลางวิเคราะห์โครงสร้างแผนผังของหมู่บ้านแห่งนี้ไปด้วย
ระบบรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านนี้ถือว่าดีมาก ตอนที่ป๋ายซงจะเข้ามา เขายังต้องโทรศัพท์ไปหาหวังหัวตง เพื่อให้สถานีตำรวจท้องที่ช่วยประสานงานให้ ถึงจะสามารถเข้ามาด้านในได้ แต่ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่ก็มีปัญหาแฝงอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นคือ พนักงานรักษาความปลอดภัยหลายคนเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุแค่สิบเจ็ดสิบแปดปี แถมยังมีการเข้าออกสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันบ่อยมาก หลายคนทำได้แค่เดือนเดียวก็ลาออกแล้ว ส่งผลให้เมื่อวานนี้ตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสืบสวน จึงไม่สามารถเค้นเอาเบาะแสที่เป็นประโยชน์ใดๆ จากคนกลุ่มนี้ได้เลย
แนวทางความคิดของป๋ายซงในตอนนี้ก็คือ ต้องสืบให้กระจ่างเสียก่อนว่า ตกลงแล้วหลี่ประกอบอาชีพอะไรกันแน่? และเพราะเหตุใดเธอถึงมีรายได้มากมายมหาศาลขนาดนี้?
แน่นอนว่า ทางตำรวจเองก็กำลังสืบสวนเรื่องนี้อยู่อย่างต่อเนื่องเช่นกัน แต่ความคืบหน้ากลับเป็นไปอย่างเชื่องช้า แหล่งที่มาของเงินของหลี่ จึงยังคงเป็นปริศนาดำมืดมาจนถึงตอนนี้
คิดอย่างไรก็คิดไม่ตก ป๋ายซงจึงตัดสินใจเดินออกจากที่นี่ เขาเหลือบมองเวลา เห็นว่ายังไม่เย็นมากนัก จึงต่อสายหาหวังเลี่ยง หวังเลี่ยงเพิ่งจะเข้าเวรไปเมื่อวันศุกร์ เมื่อวานก็ยุ่งหัวปั่นไปค่อนวัน วันนี้จึงได้หยุดพักผ่อน
เมื่อรับสายของป๋ายซง ปลายสายอย่างหวังเลี่ยงกำลังยุ่งอยู่กับการ ‘ดันป้อม’ ในเกม เขาบอกพิกัดสถานที่มาแบบลวกๆ แล้วก็ชิงวางสายไปเสียดื้อๆ