เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 เครื่องยิงหิน

บทที่ 23 เครื่องยิงหิน

บทที่ 23 เครื่องยิงหิน


บทที่ 23 เครื่องยิงหิน

ไม่มีการรบกลางแจ้งเกิดขึ้นอีก การล้อมเมืองยังดำเนินต่อไป หนึ่งเดือนถัดมาจึงผ่านไปอย่างสงบราบเรียบแทบไร้คลื่นลม

ฝนตกพรำไม่ขาดสาย วันที่ฟ้าแจ่มมีน้อย กาลเวลาผ่านไปรวดเร็ว เพียงพริบตาก็เข้าสู่กลางเดือนกรกฎาคม อันเป็นฤดูร้อนที่สรรพชีวิตผลิบานเต็มที่

นครเนินรวงข้าวชีโลตเปกยังไม่ยอมจำนน เสบียงของพวกเขายังพอประคองต่อไปได้อีกอย่างน้อยสิบกว่าเดือน นอกค่ายเมชิกา เสบียงถูกขนจากริมทะเลสาบมาอย่างต่อเนื่อง เหล่านักรบของสหพันธ์อยู่ในกระโจม ประลองฝีมือกันเอง และถือโอกาสสอนทักษะการต่อสู้ให้เหล่านักรบหนุ่ม

ส่วนโชโลตอยู่กับเหล่าช่าง ฝืนตัดไม้พะยูงเนื้อแข็งอย่างยากลำบาก คนหลายร้อยทำงานต่อเนื่องหลายวัน สร้างโครงเครื่องยิงและขัดแต่งคานยิงยาว แน่นอนว่าส่วนที่ทำยากที่สุดยังเป็นแกนหมุนเครื่องยิง ตรงจุดเชื่อมระหว่างแกนหมุนกับโครงเครื่องยิง เหล่าช่างเสียเวลาจัดการอยู่นาน เบอร์ตาดกับนักรบผู้ติดตามส่วนหนึ่งคอยช่วยงานอยู่ข้าง ๆ

สิบกว่าวันต่อมา ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยิงหินจึงทยอยประกอบเข้าด้วยกัน ช่างไม้ประจำกองทัพเสริมความแข็งแรงให้โครงเครื่องยิงด้วยตะปูทองแดงราคาแพง จากนั้นก็ถึงการทดลองยิงครั้งแรก เมื่อกระสุนหินถูกยิงออกไป ทุกคนเพิ่งส่งเสียงโห่ร้อง เชือกที่เชื่อมคานยิงกับแกนหมุนก็แตกกระจายในพริบตา คานยิงทรงเหลี่ยมอันหนักอึ้งหวีดหวิวตกจากความสูง 4 เมตร ราวหอกซัดน่าสะพรึงในมือยักษ์ ปักลึกลงในโคลนจนคนรอบข้างแตกตื่น เหงื่อเย็นชุ่มไปทั้งตัว

การทดลองยิงไม่ราบรื่น โชโลตจึงต้องไปหาอาวิตอีกครั้ง แม้พ้นจากตำแหน่งแล้ว แต่น้องชายกษัตริย์อาวิตยังคงมีทรัพยากรอยู่ในมือมากมาย เขามอบปูนประสานสำหรับสร้างพีระมิดให้ของเล่นชิ้นใหญ่ของโชโลต และเกณฑ์ช่างไม้มากประสบการณ์หลายคนจากนครรัฐเมชิกาทางตะวันออกเฉียงใต้มาให้

เหล่าช่างไม้อาวุโสตั้งใจทำงานด้วยความเคารพ มอบภูมิปัญญาให้แก่นักบวชโคโยตีวัยเยาว์ พวกเขาศึกษาอยู่หลายวัน ก่อนใช้เทคนิคเข้าเดือยไม้ปรับปรุงจุดเชื่อมของเครื่องยิงหินทั้งเครื่อง ในที่สุด หลังทุ่มเทอยู่หนึ่งเดือน เครื่องยิงหินที่ใช้งานได้จริงก็สร้างสำเร็จ!

วันที่ทดลองยิงอีกครั้งเป็นวันฟ้าแจ่มซึ่งหาได้ยาก แสงแดดยามบ่ายอบอุ่นสบาย ทำให้ทุกคนผ่อนคลายลง

อาวิตยืนยิ้มอยู่ริมลานฝึก มองเครื่องยิงหินสูง 4-5 เมตรซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล ช่างและแรงงานลำเลียงจำนวนมากกำลังวุ่นวายอยู่ใต้เครื่องยิง เตรียมการขั้นสุดท้ายก่อนทดลองยิง

“โชโลต รีบร้อนลากข้ามาทำไม ของเล่นชิ้นใหญ่ของเจ้าเล่นได้แล้วหรือ?”

โชโลตเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขานำความเปลี่ยนแปลงจากอนาคตมาสู่ยุคสมัยนี้

“อาวิต นี่จะเป็นอาวุธที่เปิดศักราชใหม่ และจะเปลี่ยนวิธีตีเมืองของเราไปตลอดกาล! ข้าจะเรียกมันว่าเครื่องยิงหินแรงคนแบบรถรุ่นที่ 1 ไม่สิ มันไม่มีล้อ ควรเรียกว่าเครื่องยิงหินแรงคนรุ่นที่ 1”

“โอ้!”

อาวิตยิ้มพลางพยักหน้า ดูสนใจแต่ไม่ออกความเห็น โชโลตเห็นเหล่าช่างบรรจุกระสุนเสร็จแล้วก็อดใจไม่ไหว ตะโกนสั่งเสียงดัง

“ยิง!”

สิ้นคำสั่ง ชายฉกรรจ์ในหมู่แรงงานลำเลียงกว่ายี่สิบคนออกแรงดึงเชือกหลายเส้นซึ่งต่อกับปลายสั้นของคานยิง จากนั้นคานยิงกับแกนหมุนก็หมุนกระชากอย่างรุนแรง ส่งเสียงเอี๊ยดอาดกึกก้อง

เมื่อปลายยาวของคานยิงใกล้หมุนถึงจุดสูงสุด ราว 10 เมตรเหนือพื้น ก้อนหินหนักกว่า 5 กิโลกรัมก็พุ่งวูบออกจากถุงรองกระสุนที่ปลายคาน! ก้อนหินหนักวาดวิถีพาราโบลา พุ่งไกลไปตกที่ปลายลานฝึก กระแทกพื้นดังตึงจนฝุ่นฟุ้งกระจาย!

“อะไรนะ?”

อาวิตอ้าปากค้าง มองภาพตรงหน้า ความตกตะลึงซึ่งพบได้ยากแข็งค้างอยู่บนใบหน้า ก้อนหินขนาดเท่าศีรษะคนถูกเหวี่ยงออกไปไกลกว่า 200 ก้าว และพลังงานจลน์มหาศาลนั้นสามารถสังหารนักรบผู้ใดก็ตามตรงจุดตกได้ในพริบตา ไม่ว่าฝีมือสูงเพียงใดหรือสวมเกราะชนิดใด

“ฮ่า! นี่แหละเครื่องยิงหิน อาวุธล้อมเมืองที่ไม่เคยมีมาก่อน!”

โชโลตฉีกยิ้ม มองสีหน้าของอาวิตอย่างชื่นชม นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นอาวิตตกตะลึงจนเสียอาการ ความสำเร็จอันใหญ่หลวงพลุ่งพล่านในอก ทั้งจากสิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกที่ล้ำหน้ากว่ายุคสมัย และจากความเปลี่ยนแปลงแรกที่เขานำมาสู่ประวัติศาสตร์

ในเวลาเดียวกัน เด็กชายโชโลตก็เข้าใจบางอย่างแจ่มชัด เมื่อเทียบกับเหล่าคนโดดเด่นในยุคนี้ เขาไม่มีฝีมือการต่อสู้อันดุดัน ไม่มีสติปัญญาเหนือมนุษย์ และยังอยู่ระหว่างเรียนรู้การอ่านใจคนกับกระแสสถานการณ์ สิ่งที่เขาพึ่งพาได้จริงมีเพียงการให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และกำลังการผลิต การคาดการณ์ทิศทางการพัฒนาในอนาคต ตลอดจนความทรงจำเกี่ยวกับกระแสใหญ่ของประวัติศาสตร์

‘เอาเถอะ!’

เขาหัวเราะเยาะตนเอง แล้วประเมินตัวเองในเวลานี้

‘นักบวชที่เป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์ ช่างฝีมือ และผู้พยากรณ์ควบกันไป’

“เทพหลัก!”

ความตกตะลึงบนใบหน้าอาวิตคงอยู่นานถึง 6 วินาที นี่เป็นเวลายาวนานที่สุดในรอบหลายปีที่เขาควบคุมสีหน้าไม่ได้

เมื่อได้สติกลับมา เขาก็มีสีหน้าจริงจัง เดินไปหน้าเครื่องยิงหิน พิจารณาโครงสร้างกลไกอย่างละเอียดเพื่อยืนยันว่าอาวุธชิ้นนี้ยิงซ้ำได้ จากนั้นจึงเดินไปยังจุดตกของก้อนหินและวัดระยะด้วยตนเอง

“หนักราว 7 กิโลกรัม ระยะ 220 ก้าว”

โชโลตได้ยินน้ำเสียงของอาวิต น้ำเสียงนั้นเคร่งขรึมและจริงจัง ราวกำลังคำนวณทุกตัวเลข

“มา เจ้ายืนบนแท่นสูงแล้วลองใช้สลิงขว้างหิน!”

จากนั้นอาวิตเรียกพรานผู้ชำนาญคนหนึ่งมา วัดระยะสังหารที่ได้ผลของสลิงขว้างหิน เมื่อพรานยืนบนแท่นดินสูง 5 เมตร

“สลิงขว้างหินบนกำแพงมีระยะยิงเกือบ 120 ก้าว ทำอันตรายต่อเกราะหนังได้เพียงเล็กน้อย และมีโอกาสถูกเป้าต่ำมาก”

ถึงตอนนี้ อาวิตจึงเผยสีหน้าตื่นเต้น แล้วตะโกนบอกโชโลต

“เร็ว! ทดสอบดูว่าในระยะ 120 ก้าว เจ้าสัตว์ไม้ตัวนี้ยิงก้อนหินหนักที่สุดได้เท่าไร!”

ทั้งสองเริ่มทดลองกับก้อนหินน้ำหนักต่างกันอีกครั้ง สุดท้ายพบว่าในระยะ 120 ก้าว มันยิงก้อนหินหนักกว่า 20 กิโลกรัมได้ มีปริมาตรราว 9 ลิตร หรือขนาดสามศีรษะคน

ที่ระยะนี้ ก้อนหินหนักกว่า 20 กิโลกรัมมีทั้งพลังงานศักย์จากความสูงเกือบ 10 เมตรและพลังงานจลน์จากความเร็วต้น สามารถทิ้งรอยกระแทกชัดเจนบนกำแพงดินผสมหิน แต่สำหรับกำแพงกว้างหนาแล้ว ยังไม่อาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างได้

กล่าวอีกอย่าง เครื่องยิงหินแรงคนแบบรถรุ่นที่ 1 ขั้นพื้นฐานนี้ยังไม่อาจพังกำแพงเมือง สิ่งที่มันทำได้คือถล่มหอสังเกตการณ์ หอไม้ และสิ่งปลูกสร้างทุกชนิดที่ทำจากไม้ทั้งบนกำแพงและภายในเมือง

เมื่อได้ข้อมูลอาวุธของเครื่องยิงหินอย่างละเอียด อาวิตก็รีบร้อนจากไปยังบัญชาการใหญ่เพื่อรายงาน

ไม่นาน ผู้บัญชาการใหญ่โทเท็กก็ถูกอาวิตลากมา ชายร่างสูงใหญ่ผู้มีท่าทีเย็นชาแข็งกร้าว ซึ่งเป็นนักรบเอกของเมชิกา แสดงสีหน้าไม่พอใจ มองของเล่นชิ้นใหญ่ค่อย ๆ บรรจุกระสุนหินหนักราว 20 กิโลกรัม จากนั้นเมื่อเสียงกระหึ่มดังขึ้น ใบหน้าแข็งกร้าวเย็นชาพลันอ้าปากค้าง ตกตะลึงอยู่นานกว่าสิบวินาที

“เทพหลักคุ้มครอง!”

โทเท็กมองจุดตกของก้อนหิน กระสุนหินหนักจมลงในพื้นลึกถึงหนึ่งฝ่ามือ

“โชโลต นี่คืออาวุธของเทพหรือ? ยักษ์ในปฐมยุคตามตำนานใช้อาวุธเช่นนี้สังหารดวงอาทิตย์หรือ?”

“นี่คือ...อาวุธล้อมเมืองที่เทพมอบพรแก่สหพันธ์”

โชโลตตอบอย่างระมัดระวัง มองโทเท็กซึ่งแทบจะคุกเข่าบูชาเครื่องยิงหินด้วยสีหน้าจนใจ เครื่องยิงหินชนิดนี้คงมีอานุภาพพอ ๆ กับรถยิงหินสายฟ้าของกองทัพโจโฉในยุทธการกัวต๋อ มันด้อยกว่าหุยหุยเพ่าในสมัยซ่ง-หยวนอยู่ไกล และยิ่งห่างชั้นจากปืนใหญ่ลำกล้องสั้นขนาดใหญ่ที่ชาวสเปนใช้ล้อมชาวมัวร์ในยุคนี้

‘ชนเผ่าต่าง ๆ ในเมโสอเมริกาเสียเปรียบเพราะขาดความรู้และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีจริง ๆ’

โชโลตก้มศีรษะเล็กน้อย ความคิดล่องลอยไปไกล ในยุคนี้ แม้แต่ชนเผ่าในแอฟริกาตะวันตกกับแอฟริกาตะวันออกก็รู้จักปืนใหญ่คำรามจากสงครามในแอฟริกาเหนือแล้ว ทว่าอีกหลายสิบปีต่อมา เหล่านักรบแอซเท็กยังจะเข้าใจปืนใหญ่กับปืนคาบศิลาของผู้ล่าอาณานิคมสเปนผิดว่าเป็นทัณฑ์จากเทพอันน่าสะพรึง จนตกอยู่ในความหวาดกลัวต่อสิ่งลึกลับที่ไม่รู้จัก

แท้จริงแล้ว อาวุธดินปืนในยุคนี้สังหารคนได้น้อยกว่าการต่อสู้ประชิดอันโหดร้ายมาก ส่วนผลกระทบต่อขวัญกำลังใจกลับแปรผกผันกับระดับความเข้าใจของกองทัพ

‘แต่ตอนนี้มีข้าอยู่!’

ไม่ว่าอย่างไร เครื่องยิงหินที่เพิ่งสร้างก็เป็นอาวุธล้อมเมืองขนาดใหญ่ชิ้นแรกของเมโสอเมริกา มีอานุภาพถึงขั้นเปิดศักราชใหม่ โทเท็กระดมนักรบหมู่บ้านกับเหล่าช่างทันที จากนั้นบังคับเกณฑ์ช่างทั้งหมดจากนครรัฐใกล้เคียง ภายใต้การควบคุมอันเข้มงวดของกองนักรบอินทรี การสร้างเครื่องยิงหินแรงคนขนาดใหญ่จึงเริ่มขึ้น

ไม้พะยูงรอบค่ายพลันประสบหายนะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตัดไม้ โทเท็กเกณฑ์ขวานทองแดงทั้งหมดจากกององครักษ์ และใช้เชือกโรยทรายจำนวนมากแทนเลื่อย ไม่นาน เสียงก่อสร้างดังเคร้งคร้างก็ก้องไปทั่วค่าย

ของเล่นชิ้นใหญ่ของโชโลตโด่งดังไปทั่วกองทัพอย่างรวดเร็ว นายทหารสหพันธ์ทุกระดับพากันมาดูเครื่องยิงหินทำงาน และทิ้งสีหน้าตกตะลึงไว้สารพัด แม้แต่กษัตริย์ตีซอกก็มาตรวจครั้งหนึ่ง เขาตกตะลึงอยู่ 6 วินาทีเช่นเดียวกับอาวิต จนโชโลตอดรำพึงในใจไม่ได้ว่า ‘สมแล้วที่เป็นพี่น้องร่วมสายเลือด’

กว่าครึ่งเดือนต่อมา นอกประตูตะวันออกของนครชีโลตเปก ห่างจากกำแพงเมือง 100-200 ก้าว เครื่องยิงหินกว่าห้าสิบเครื่องเรียงเป็นแนวยาว โชโลตออกคำสั่ง เสียงกลองดังขึ้น ชายฉกรรจ์ 1,000 คนกระชากเชือกที่พาดบ่าพร้อมกัน คานไม้ของเครื่องยิงหินยกสูง!

ครืน! ตูม!

ก้อนหินยักษ์กว่าห้าสิบก้อนทะยานออกไปพร้อมเสียงคำราม พุ่งฉีกอากาศเข้าหากำแพงท่ามกลางสายตาหวาดผวาของกองรักษาการณ์ ก่อนตกกระแทกพื้นด้วยเสียงกึกก้อง! จุดตกสั่นสะเทือนราวแผ่นดินไหว บ้านเรือนแตกร้าวพังทลาย ฝุ่นควันฟุ้งขึ้นเป็นม่าน

โชโลตในฐานะผู้บัญชาการเครื่องยิงหินยืนอยู่บนแท่นดินห่างออกไป 200 ก้าว คอยสังเกตผลการโจมตี ตำแหน่งนี้เขาขอจากตีซอกด้วยเหตุผลว่าตนสามารถใช้เครื่องยิงหินให้เกิดผลสูงสุดได้ ที่จริงเขาเพียงอยากประเมินอานุภาพของผลงานตนในระยะใกล้ และถือโอกาสภาคภูมิใจต่ออีกสักหน่อย

“ฮ่า ๆ! มุมยิงกว้าง 60 องศาตรงหน้า อืม...ทำได้เพียงรับประกันว่าก้อนหินจะตกในพื้นที่กว้าง 60 องศาด้านหน้า ยังดี ยังดี”

คำนวณถึงตรงนี้ โชโลตก็ปาดเหงื่อที่ไม่มีอยู่บนหน้าผาก พลางพึมพำเบา ๆ

“บางทีขัดก้อนหินให้กลมอาจดีกว่า! แต่จะสิ้นเปลืองเครื่องมือเกินไป ช่างเถอะ อย่างไรก็ไม่ได้หวังให้โจมตีแม่นยำอยู่แล้ว”

จากนั้นโชโลตประเมินความสูญเสียของฝ่ายตรงข้ามต่อ

‘บ้านเรือนถูกทำลายไปมาก ลูกที่โดนกำแพงน่าจะมี 3-4 ลูก? อัตราถูกกำแพง 5% นักรบฝ่ายตรงข้ามตาย 4-5 คน คาดว่าเมื่อถูกยิงมากขึ้น พวกเขาจะปรับตัวอย่างรวดเร็ว แล้วความสูญเสียก็แทบมองข้ามได้’

‘อย่างที่คิด เครื่องยิงหินขนาดเล็กเป็นเพียงอาวุธบั่นทอนขวัญ กดดันกำลังรบระยะไกล และสร้างความหวาดกลัว’

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ความคิดของโชโลตก็ผันไหว ก่อนจะได้ข้อสรุป

‘การพัฒนาเทคโนโลยียังต้องดำเนินต่อ!’

ครืน! ตูม!

การถล่มอย่างไร้ปรานียังคงดำเนินต่อ ก้อนหินยักษ์ตกกระแทกพื้น เสียงดังราวฟ้าผ่า เหล่านักรบของนครรัฐบนกำแพงหน้าซีดเผือด ร่างกำยำสั่นสะท้าน ทหารบ้านจำนวนมากหมอบคุกเข่า อธิษฐานต่อสัตว์ยักษ์ที่ส่งเสียงคำรามและยิงอยู่เบื้องหน้า แม้แต่นักรบกับทหารบ้านฝ่ายตนจำนวนไม่น้อยก็ทำเช่นเดียวกัน

ส่วนผู้ประดิษฐ์และบัญชาการสัตว์ยักษ์อย่างนักบวชโคโยตีโชโลต เหล่านักรบและทหารบ้านในกองทัพก็เริ่มมองเขาด้วยความรู้สึกประหลาดคล้ายยำเกรงเทพมากขึ้น ความรู้สึกนี้ย่อมค่อย ๆ จางหาย แต่เมล็ดพันธุ์แห่งความเคารพถูกฝังลงแล้ว ในใจคนเกิดการยอมรับและเชื่อฟังเพิ่มขึ้น

การถล่มต่อเนื่องกินเวลาถึง 3 วันเต็ม! ระหว่างนั้น มีขุนนางและนักบวชชาวโอโตมีขึ้นกำแพงเมืองมาไม่ขาดสาย แล้วจากไปด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

สามวันต่อมา ประตูนครชีโลตเปกเปิดออกอีกครั้ง คณะทูตรีบร้อนออกมา คราวนี้พวกเขานำหีบของขวัญและเครื่องบรรณาการมาด้วย

จบบทที่ บทที่ 23 เครื่องยิงหิน

คัดลอกลิงก์แล้ว