เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ฝ่ามือวายุอัสนี เหวินไท่ไหล

บทที่ 7 ฝ่ามือวายุอัสนี เหวินไท่ไหล

บทที่ 7 ฝ่ามือวายุอัสนี เหวินไท่ไหล


บทที่ 7 ฝ่ามือวายุอัสนี เหวินไท่ไหล

ในลานเรือนเต็มไปด้วยคราบโลหิต

ซากสัตว์อสูรสองตัวนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นอย่างน่าเวทนา กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอบอวลขึ้นในอากาศ

ชาวยุทธ์สองคนที่จำใจต้องขายสัตว์อสูรของตนเพราะขัดสนเงินทอง ต่างกำตั๋วเงินในมือแน่น สีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว

สัตว์เลี้ยงวิญญาณที่อยู่เคียงข้างพวกเขามาหลายปีต้องมาตายต่อหน้าต่อตา ชาวยุทธ์ทั้งสองจึงโศกเศร้าราวกับสูญเสียภรรยา แทบไม่ต่างจากคนที่กำลังไว้ทุกข์ให้บิดามารดา สีหน้าท่าทางนั้นเหมือนสามีไร้น้ำยาที่ทำได้เพียงเบิกตามองภรรยาของตนไปปรนเปรอชายอื่นไม่มีผิด

ส่วนพวกลูกสมุนใต้บังคับบัญชาของเฉินชิงซาน ต่างพากันยืนล้อมอยู่รอบ ๆ พลางยิ้มประจบสอพลอ เอ่ยปากชื่นชมไม่ขาดสายว่ากระบี่สองครั้งเมื่อครู่ของนายน้อยทั้งรวดเร็ว แม่นยำ และเด็ดขาดยิ่งนัก พยายามทุกวิถีทางเพื่อเอาใจให้นายน้อยของตนรู้สึกดีอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ในมุมที่ไม่มีใครสนใจ บนซากสัตว์อสูรตัวหนึ่งมีกลุ่มแสงสีขาวลอยอยู่ ภายในกลุ่มก้อนแสงนั้นมีถุงหอมใบหนึ่งลอยอยู่ภายใน

ถุงหอมใบนี้เหมือนกับของดรอปจากมอนสเตอร์ในเกมไม่มีผิดเพี้ยน

นอกจากเฉินชิงซานที่มองเห็นถุงหอมลอยอยู่แล้ว คนอื่น ๆ กลับไม่มีใครสังเกตเห็นมันเลยแม้แต่น้อย

เฉินชิงซานลอบสังเกตปฏิกิริยาของผู้คนรอบข้างอย่างแนบเนียน เมื่อแน่ใจแล้วว่าของดรอปชิ้นนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่มองเห็น จึงเลือกกดเก็บทันที

【ได้รับโอสถฟื้นฟูระดับต่ำ X3】

【โอสถฟื้นฟูระดับต่ำ (คุณภาพสีม่วง): โอสถชั้นยอดในตำนาน เมื่อใช้จะได้รับบัฟเสริมพลัง ระยะเวลา 60 นาที ฟื้นฟู HP 3% และ MP 3% ทุกวินาที】

ไอเทมชิ้นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในคลังระบบ ทำให้แววตาของเฉินชิงซานเป็นประกายขึ้นมา

ของดีนี่…

ในช่วงต้นถึงกลางเกม โอสถฟื้นฟูระดับต่ำนับเป็นโอสถชั้นยอดที่ทรงพลังและมีประโยชน์ที่สุดชนิดหนึ่ง

แม้ว่าในเกม ระยะเวลาของบัฟจะคงอยู่เพียง 10 นาที แต่แค่กินโอสถฟื้นฟูระดับต่ำเพียงเม็ดเดียว ก็หมายความว่าตอนสู้บอสไม่ต้องกังวลว่าแถบมานาจะไม่พอ สามารถปล่อยสกิลได้อย่างต่อเนื่อง

คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากข้ามมิติเข้ามาในเกม ผลของโอสถฟื้นฟูระดับต่ำนี้จะยกระกับขึ้นอีก ระยะเวลาจากเดิม 10 นาที กลายเป็นหนึ่งชั่วโมงเต็ม

เฉินชิงซานมองซากสัตว์อสูรสองตัวบนพื้นด้วยแววตาเป็นประกาย

เฉินชิงซานที่เดิมทีหงุดหงิดเพราะหาซื้อสัตว์อสูรไม่ได้ พลันอารมณ์ดีขึ้นมาอีกครั้ง

เขาล้วงตั๋วเงินสองปึกออกมาจากถุงคาดเอว แล้วยื่นแบ่งให้ชาวยุทธ์สองคนที่ยอมขายสัตว์อสูรแก่ตน

“วันนี้ลำบากพวกเจ้าแล้ว” เฉินชิงซานเอ่ยกับชาวยุทธ์ทั้งสอง “พวกเจ้าไปปล่อยข่าวได้เลย บอกคนอื่น ๆ ว่านายน้อยอย่างข้ายินดีรับซื้อสัตว์อสูรในราคาสูง”

“มาเท่าไร นายน้อยผู้นี้รับซื้อหมด รับรองว่าจะไม่จ่ายขาดไปแม้แต่อีแปะเดียว”

“หากรอบตัวพวกเจ้ามีสหายหรือพี่น้องที่เลี้ยงสัตว์อสูร ก็เกลี้ยกล่อมให้พวกเขามาหาข้าได้”

“หากพวกเจ้าสองคนพาสหายมาได้ ทุกการซื้อขายสัตว์อสูรหนึ่งตัว นายน้อยผู้นี้จะจ่ายค่าตอบแทนเพิ่มให้พวกเจ้าหนึ่งในสิบ ถือเป็นค่านายหน้า”

กล่าวจบ เฉินชิงซานก็ปรายตามองลูกสมุนทั้งหกคน แล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าก็เช่นกัน”

“ทุกครั้งที่หาสัตว์อสูรมาให้นายน้อยผู้นี้ได้หนึ่งตัว ข้าจะตบรางวัลให้พวกเจ้าหนึ่งในสิบของราคาซื้อขาย”

“สัตว์อสูรสองตัวในครั้งนี้ราคารวมสามพันห้าร้อยตำลึง พวกเจ้าไปเบิกเงินสามร้อยห้าสิบตำลึงที่ห้องบัญชีแล้วแบ่งกันได้เลย”

“ตอนนี้จงรีบเข้าเมืองไปหาสัตว์อสูรให้นายน้อยผู้นี้อีก ไม่ว่าพวกเจ้าจะใช้วิธีใดก็ตาม ต้องหาสัตว์อสูรมาให้ข้าให้มากที่สุด !”

เฉินชิงซานเพิ่มข้อเสนอโดยตรง ใช้เงินรางวัลจริงๆ มากระตุ้นความกระตือรือร้นในการทำงานของพวกลูกสมุน

ขณะเดียวกัน ก็เป็นการปล่อยภาพลักษณ์ให้คนนอกเห็นว่าเขาเป็นไอ้หน้าโง่ใจสปอร์ตที่มีเงินถุงเงินถังให้ถลุงเล่นไม่อั้น

อย่างไรเสียก็เป็นเงินของพรรคมาร ใช้ไปก็ไม่รู้สึกเสียดาย

เขาไม่เชื่อหรอกว่า พวกฝ่ายมารในเมืองนี้ทุกคนจะเห็นเงินก้อนโตวางอยู่ตรงหน้าแล้ว ยังนิ่งเฉยไม่ยอมคว้าไว้!

ด้านพวกลูกสมุน เมื่อได้ยินคำสัญญาของเฉินชิงซาน ต่างก็ดีอกดีใจจนหน้าบาน พากันตบอกรับรองเป็นมั่นเหมาะว่าจะทำงานถวายหัวให้นายน้อยอย่างสุดความสามารถ

กระทั่งชาวยุทธ์สองคนที่สัตว์อสูรเพิ่งตายไป จนทำหน้าเศร้าหมองราวกับสูญเสียบิดามารดา เมื่อได้รับเงินรางวัลพิเศษจากเฉินชิงซาน สีหน้าก็พลันแช่มชื่นขึ้นมาไม่น้อย

หลังจากนั้นไม่นาน คนกลุ่มนี้ก็พากันแยกย้ายออกจากลานเรือน มุ่งหน้าเข้าเมืองเพื่อปล่อยข่าวและตามหาสัตว์อสูร

เฉินชิงซานมองตามแผ่นหลังของพวกลูกสมุนที่เดินจากไป พลางเบะปาก

ทรัพย์สินเงินทองช่างล่อใจคนได้ดีเสียจริง พอมีเงินรางวัลเพิ่ม ความกระตือรือร้นในการทำงานของเจ้าพวกนี้ก็สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่ว่า... อืม... เหมือนจะขาดผู้หญิงไปคนหนึ่งหรือเปล่านะ?

เขาจำได้ว่าในกลุ่มลูกสมุนเมื่อวานนี้มีผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง แต่วันนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงา

หรือว่ายังวิ่งเต้นหาของอยู่ข้างนอก?

เฉินชิงซานส่ายหน้า ไม่ได้ใส่ใจอีก ขอเพียงเจ้าพวกนี้หาสัตว์อสูรกลับมาให้ได้มาก ๆ ก็พอ

ส่วนพวกมันจะไปทำงานข้างนอกอย่างไร เฉินชิงซานคร้านจะสนใจ

เขาไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมเสียหน่อย ที่ต้องคอยให้ลูกสมุนพวกนี้มาล้อมหน้าล้อมหลัง คอยเสนอความคิดแย่ ๆ เรื่องกินดื่มเที่ยวเล่นไปวัน ๆ

เฉินชิงซานในยามนี้มีเป้าหมายชัดเจน และหัวสมองก็ปลอดโปร่งยิ่งนัก

หลังจากไล่พวกลูกสมุนไปจนหมด เขาก็หันไปเรียกสาวใช้ให้มานำทางทันที

“สถานที่เก็บตำราในตำหนักรับรองอยู่ที่ใด?” เฉินชิงซานเอ่ยถามสาวใช้ที่เดินตามมา “พาข้าไปดูหน่อย”

ไม่นานนัก ภายใต้การนำทางของสาวใช้ เฉินชิงซานก็มาถึงหอเก็บตำราภายในตำหนักรับรอง

แม้จะเรียกว่าหอเก็บตำรา แต่แท้จริงแล้วมันคือตำหนักกว้างใหญ่ ดูโอ่อ่าตระการตาเป็นอย่างยิ่ง

โลกกำลังภายในแฟนตาซีที่พลังผลิตสูงล้ำเช่นนี้ เวลาก่อสร้างสิ่งใดก็ช่างไม่รู้จักคำว่าพอดี แค่สร้างหอเก็บตำราขึ้นมาส่ง ๆ ยังใหญ่โตพอจะเอาไปตั้งบนโลกเดิมแล้วใช้เป็นท้องพระโรงในวังหลวงได้สบาย ๆ

เฉินชิงซานยืนอยู่หน้าหอเก็บตำรา มองตำหนักสูงใหญ่ตระหง่านตรงหน้า รวมถึงศิษย์ชั้นยอดของพรรคมารที่เดินลาดตระเวนคุ้มกันอยู่ทั้งภายในและภายนอกตำหนัก กลับรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง

ในเกม หอเก็บตำราแห่งเมืองอวิ๋นจงแห่งนี้มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ศิษย์พรรคมารที่เฝ้าหอเก็บตำราล้วนสวมชุดคลุมอาคมสีขาวของพรรคมารจันทร์ทมิฬ

พวกมันมีฝีมือแข็งแกร่ง โมเดลตัวละครก็ทำออกมาอย่างประณีต และที่สำคัญที่สุดคือดรอปเงินเยอะมาก นับเป็นจุดฟาร์มเงินสำคัญแห่งหนึ่งในเมืองอวิ๋นจง

ในช่วงต้นถึงกลางเกม เพื่อฟาร์มเงิน เฉินชิงซานไม่รู้ว่ามาล้างบางที่หอเก็บตำราแห่งนี้ไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว

ตอนนี้เมื่อได้เห็นตำหนัก ศิษย์พรรคมารที่คุ้นตา และเงาร่างในชุดคลุมอาคมสีขาวอันคุ้นเคย... เฉินชิงซานก็ถึงกับเหม่อลอยไปชั่วขณะ

“ขอน้อมต้อนรับนายน้อย...”

เสียงทักทายอย่างนอบน้อมที่ดังขึ้นกะทันหัน ปลุกเฉินชิงซานให้ตื่นจากภวังค์

เฉินชิงซานดึงสายตากลับมา จึงพบว่าเบื้องหน้ามีเงาร่างหนึ่งกำลังโค้งคำนับอยู่

แม้จะไม่ใช่การคุกเข่า แต่ก็นับเป็นการทำความเคารพอย่างเต็มพิธีการแล้ว

เฉินชิงซานพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่าย แต่กลับพบว่าในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไม่มีข้อมูลของคนผู้นี้อยู่เลย ในหัวไม่มีชื่อของอีกฝ่ายผุดขึ้นมาแม้แต่น้อย

แต่เมื่อมองใบหน้าชราที่เหี่ยวย่นราวกับเปลือกส้ม ประกอบกับชุดคลุมอาคมลายเมฆแดงสลับดำขาวของอีกฝ่าย เฉินชิงซานก็พอจะคาดเดาฐานะของคนผู้นี้ออก

เจ้าหอเก็บตำรา บอสย่อยผู้รับผิดชอบคุ้มกันตำราในสถานที่แห่งนี้ ฝ่ามือวายุอัสนี เหวินไท่ไหล

และการแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้มประจบสอพลอของอีกฝ่าย ก็ยืนยันข้อสันนิษฐานของเฉินชิงซานได้พอดี

“ผู้น้อยเหวินไท่ไหล เป็นเจ้าหอเก็บตำรา รับหน้าที่เฝ้ารักษาสถานที่แห่งนี้... วันหน้านายน้อยต้องการตำราเล่มใด เพียงสั่งมาคำเดียว ผู้น้อยจะรีบส่งคนเอาไปมอบให้ถึงที่ทันทีขอรับ”

แม้จะเป็นถึงยอดฝีมือฝ่ายมาร แต่เหวินไท่ไหลผู้นี้กลับไม่มีมาดของยอดฝีมือเลยแม้แต่น้อย ยามอยู่ต่อหน้าคุณชายเสเพลไร้ค่าอย่างเฉินชิงซาน เขากลับประจบประแจงอย่างถึงที่สุด  ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีใด ๆ ทั้งสิ้น

แต่ก็อย่างว่า พวกฝ่ายมารเดิมทีก็ไม่ได้มีศักดิ์ศรีอะไรอยู่แล้ว คนที่มีศักดิ์ศรีคงเอาตัวรอดในฝ่ายมารไม่ได้หรอก

การที่ผู้ยิ่งใหญ่ฝ่ายมารเหล่านี้จะรังเกียจและดูแคลนความไร้ค่าของเฉินชิงซานอยู่ในใจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ยามอยู่ต่อหน้า กลับไม่มีใครกล้าชักสีหน้าใส่คุณชายเสเพลไร้ค่าผู้นี้เลยแม้แต่คนเดียว

เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าท่านประมุขผู้นั้นรักและตามใจน้องชายจอมเสเพลของนางมากเพียงใด...

จบบทที่ บทที่ 7 ฝ่ามือวายุอัสนี เหวินไท่ไหล

คัดลอกลิงก์แล้ว