- หน้าแรก
- พี่สาวประมุขมาร โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย
- บทที่ 8 หีบสมบัติในหอตำรา
บทที่ 8 หีบสมบัติในหอตำรา
บทที่ 8 หีบสมบัติในหอตำรา
บทที่ 8 หีบสมบัติในหอเก็บตำรา
“ไม่มีอะไร ข้าก็แค่เดินดูไปเรื่อย ๆ”
เมื่อเผชิญกับคำเยินยอประจบประแจงของ ‘ฝ่ามือวายุอัสนี’ เหวินไท่ไหล เฉินชิงซานก็ตอบปัดไปอย่างไม่ใส่ใจ
เขาออกคำสั่งยอดฝีมือฝ่ายมารผู้นี้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจแม้แต่น้อย “เจ้าเดินนำไป แนะนำหอเก็บตำราให้ข้าฟังหน่อย พาข้าเดินดูรอบๆ”
การที่เฉินชิงซานมายังหอเก็บตำราครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะจู่ ๆ ก็นึกอยากมา แต่เป็นสิ่งที่เขาครุ่นคิดมาอย่างรอบคอบตั้งแต่เมื่อคืน
สำหรับผู้ข้ามมิติอย่างเขา การเพิ่มเลเวลของระบบสำคัญมาก แต่การซึมซับความรู้ของโลกใบนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน
แม้เขาจะพอรู้ทิศทางเนื้อเรื่องหลังจากนี้ของโลกใบนี้อยู่คร่าว ๆ แต่นั่นก็เป็นเพียงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในภาพใหญ่เท่านั้น
ตอนเล่นเกม เขาไม่จำเป็นต้องสนใจโลกทัศน์หรือสามัญสำนึกในการใช้ชีวิตของโลกในเกมก็ได้ อย่างไรเสียก็แค่บุกไปข้างหน้า ฟันมอนสเตอร์ ล้มบอสไปเรื่อยๆ ก็พอ
แต่เมื่อข้ามมิติเข้ามาแล้ว หากคิดจะใช้ชีวิตในโลกแปลกหน้านี้อย่างมั่นคงปลอดภัย การเป็นไอ้โง่ไร้ความรู้พื้นฐานย่อมไม่ได้เด็ดขาด
เขาไม่รู้เรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง ขั้วอำนาจ หรือสถานการณ์ของโลกใบนี้เลยแม้แต่น้อย แค่คุยกับคนอื่นมากขึ้นสักสองสามประโยคก็อาจเผยพิรุธแล้ว
ถึงการคลุกคลีกับพรรคมารจะไม่ต้องมีสามัญสำนึกมากนัก เพราะเจ้าของร่างเดิมก็เป็นไอ้โง่ตัวใหญ่คนหนึ่งอยู่แล้ว แต่แผนการสูงสุดของเฉินชิงซานคือหนีออกจากพรรคมาร ไปเปลี่ยนโฉมเริ่มชีวิตใหม่ข้างนอก
ถึงตอนนั้น หากหนีออกไปแล้วยังไม่รู้อะไรสักอย่างเหมือนเดิม ก็จบเห่แน่นอน
อีกอย่าง ต่อให้เจ้าของร่างเดิมจะโง่แค่ไหน อย่างน้อยก็ยังพอรู้สถานการณ์ของยุทธภพปัจจุบันอยู่บ้าง
แต่เรื่องพวกนี้ เฉินชิงซานกลับไม่รู้เลยสักนิด
หากมีใครถามถึงสถานการณ์ของสองฝ่ายธรรมะและอธรรม แล้วเขาตอบไม่ได้แม้แต่คำเดียว... แบบนั้นไม่เท่ากับประกาศออกไปเลยหรือว่ามีปัญหา!
ที่สำคัญที่สุดคือ ในช่วงเวลาว่างระหว่างเพิ่มค่าความชำนาญสกิล เฉินชิงซานจำเป็นต้องหาอะไรทำฆ่าเวลา
เมื่อคืนเขาฝึกอยู่ครึ่งค่อนคืน กว่าจะเพิ่มค่าความชำนาญของ [สะบั้นจันทราเยือกแข็ง] ได้เพียง 17 แต้ม ความเร็วนั้นช้าจนน่าหงุดหงิด
สาเหตุคือทุกครั้งที่ปล่อยสกิลใส่อากาศจนแถบมานาหมด เขาต้องใช้สกิล [นั่งสมาธิ] เพื่อรวบรวมพลังปราณฟื้นมานา
และเวลาที่ใช้ในการนั่งสมาธิรวบรวมพลังปราณก็ไม่น้อยเลย
ตอนนั้นเฉินชิงซานนั่งเหม่ออยู่ในห้อง พลางคิดว่า ถ้ามีหนังสือสักสองสามเล่มให้อ่านก็คงดี
แบบนั้นก็จะฝึกวิชาไปด้วย อ่านหนังสือไปด้วยได้ ไม่เสียเวลา อีกทั้งยังดูดซับความรู้และพัฒนาตัวเองได้อีกด้วย
บัดนี้เขามาถึงหอเก็บตำราด้วยเป้าหมายชัดเจน ภายใต้การนำทางของเจ้าหอเหวินไท่ไหล เฉินชิงซานก้าวผ่านประตูใหญ่เข้าไปด้านใน
เพียงแวบแรก เฉินชิงซานก็ถูกชั้นหนังสือมากมายที่เรียงรายละลานตาอยู่ในโถงใหญ่ทำเอาตกตะลึง... ช่างอลังการจริง ๆ!
แม้ในเกมจะมีฉากคล้ายกัน แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงฉากโมเดลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะเทียบกับความอลังการแบบดื่มด่ำที่ได้เข้ามาอยู่ในสถานที่จริงด้วยตัวเองได้อย่างไร
สิ่งที่หลุดโลกที่สุดคือ เฉินชิงซานเห็นหนังสือบางเล่มบนชั้นบินไปมา แล้วลอยกลับเข้าชั้นเอง... แม่งเอ๊ย โลกแฟนตาซีกำลังภายในนี่ไม่คิดจะสนเหตุผลกันแล้วสินะ
เฉินชิงซานหันไปมองเหวินไท่ไหลข้างกาย กลับพบว่าตาเฒ่าผู้นี้เดินนำอย่างมีเป้าหมายชัดเจน พาเฉินชิงซานตรงไปยังพื้นที่หนึ่ง
“หึ ๆ... นายน้อย” ใบหน้าแก่ชราของ ‘ฝ่ามือวายุอัสนี’ เหวินไท่ไหลเต็มไปด้วยรอยยิ้มลามกเจ้าเล่ห์ “แถวนี้ล้วนเป็นของชั้นเลิศที่หอเก็บตำราของเราสะสมมาหลายปี รับรองว่าท่านต้องพอใจแน่นอนขอรับ”
รอยยิ้มลามกของเหวินไท่ไหล ประกอบกับชื่อหนังสือเปิดเผยโจ่งแจ้งบนชั้น ทำให้เฉินชิงซานเผยสีหน้าดูแคลนทันที
ก็แค่ภาพวังวสันต์ไม่ใช่หรือ ทำอย่างกับคนไม่เคยเห็นไปได้
สำหรับเฉินชิงซาน ผู้ที่ว่ายท่าผีเสื้อในโลกอินเทอร์เน็ตมาหลายปี ของอย่างภาพวังวสันต์ล้าสมัยไปนานแล้ว
ภาพวังวสันต์ของคนโบราณ ต่อให้วาดดีแค่ไหน จะสู้โดจินจากบรรดานักวาดชั้นครูได้หรือ
ของแบบภาพวังวสันต์ที่ตัวละครดูนามธรรม ลายเส้นเชยคร่ำครึ เฉินชิงซานมองแล้วไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด
จากนั้นเขาหยิบสมุดภาพเล่มหนึ่งขึ้นมา กล่าวอย่างรังเกียจว่า “ก็แค่ภาพวังวสันต์... หืม?”
เฉินชิงซานที่เปิดสมุดภาพออกกะพริบตาปริบ ๆ เริ่มสงสัยในสายตาของตัวเอง
ภาพวาดในสมุดภาพเล่มนี้ ลายเส้นประณีต ตัวละครดูยั่วยวนมีเสน่ห์และเซ็กซี่ สัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน แตกต่างจากภาพจำของภาพวังวสันต์โบราณในหัวของเฉินชิงซานอย่างสิ้นเชิง
หากว่ากันด้วยความละเอียด ความมีน้ำมีนวล และความสมจริงแล้ว ภาพในสมุดเล่มนี้เทียบกับโดจินชั้นยอดในชาติก่อนแล้วมีแต่จะเหนือกว่าไม่มีด้อยกว่า
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า ภาพในสมุดเล่มนี้ไม่เพียงมีฝีมือการวาดระดับยอดเยี่ยม รายละเอียดสมบูรณ์ครบถ้วน แต่ยังเป็นภาพสีทั้งหมด! ราวกับภาพคุณภาพสูงที่ผ่านการเรนเดอร์ด้วย AI ชั้นดีอย่างไรอย่างนั้น
บ้าเอ๊ย…
นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินชิงซานถูกโลกกำลังภายในแฟนตาซีที่มีกำลังการผลิตภาพสูงส่งใบนี้ทำเอาตกตะลึงจริง ๆ
...กำลังการผลิตอันสูงส่งของพวกเจ้า ไม่ได้แสดงออกแค่เรื่องสร้างบ้านสร้างเรือนแบบไม่รู้จักบันยะบันยัง แม้แต่การวาดโดจินก็ยังไม่รู้จักบันยะบันยังด้วยงั้นเรอะ?
ภาพใดภาพหนึ่งในสมุดภาพเล่มนี้ หากหยิบออกมาแบบส่ง ๆ ก็ยังสามารถโค่นภาพวาบหวิวสุดฮฮตในชาติก่อนของเขาได้ทันที!
เฉินชิงซานพลิกดูสองสามหน้า พบว่าภาพวังวสันต์เล่มนี้ไม่เพียงเป็นภาพสีทั้งเล่มและตัวละครงดงามประณีตเท่านั้น แต่มันยังมีเนื้อเรื่องด้วย! มีใส่กรอบคำพูดอีกต่างหาก!
เด็ดดวงจริงๆ!
เฉินชิงซานวางโดจินลง แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “เป็นของดีจริง ๆ”
เขายอมรับในกำลังการผลิตของต่างโลกใบนี้แล้ว!
บนใบหน้าแก่ชราราวเปลือกส้มของ ‘ฝ่ามือวายุอัสนี’ เหวินไท่ไหล รอยยิ้มยิ่งดูหื่นกามมากขึ้นไปอีก “หึ ๆ... นายน้อยชอบก็ดีแล้วขอรับ”
เฉินชิงซานพลิกดูอย่างสนอกสนใจอีกหลายเล่ม ก่อนหันไปสั่งสาวใช้ที่ติดตามอยู่ด้านหลัง “เล่มนี้... เล่มนี้... แล้วก็พวกนี้... ห่อรวมกันให้นายน้อยผู้นี้ด้วย เดี๋ยวข้าจะเอากลับไป”
สมุดภาพที่เรียงรายเต็มชั้นทำเอาเฉินชิงซานมองจนตาลาย สุ่มเปิดเล่มใดก็เห็นภาพวาดอันประณีตงดงามอย่างยิ่ง
ในชั่วขณะนี้ เขาราวกับตนเองในอดีตตอนที่เปิดแอปของสุภาพบุรุษแอปหนึ่งเป็นครั้งแรก ถูกโลกใบใหม่ทำให้ตื่นตะลึงและดึงดูดจนแทบวางไม่ลง
กว่าจะข่มแรงกระตุ้นที่อยากอยู่ต่ออีกสักพักได้ เฉินชิงซานต้องใช้ความพยายามอย่างมาก บังคับตัวเองให้ออกจากพื้นที่ส่วนนี้ แล้วเดินชมภายในหอเก็บตำราต่อ
--วันนี้เขาไม่ได้มาเก็บสะสมโดจิน แต่มุ่งหน้ามาหาหนังสือที่มีสาระต่างหาก
เฉินชิงซานที่ออกจากโซนสมุดภาพแล้วกำลังซักถาม ‘ฝ่ามือวายุอัสนี’ เหวินไท่ไหล ทว่าหางตากลับพลันสังเกตเห็นกล่องไม้ใบหนึ่งวางอยู่ตรงมุมห้อง
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ หีบสมบัติ
กล่องไม้ที่มีขนาดและรูปแบบเหมือนหีบสมบัติในเกมทุกประการ วางนิ่งอยู่ตรงมุมชั้นหนังสือเช่นนั้น
เฉินชิงซานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเดินเข้าไปหาโดยไม่รู้ตัว
“เอ่อ... นายน้อย?” เหวินไท่ไหลที่ติดตามมาด้วยรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
เมื่อเห็นนายน้อยของตนย่อตัวลงข้างกล่องไม้ ทั้งยังดูสนใจกล่องใบนี้มาก เหวินไท่ไหลจึงกล่าวว่า “กล่องใบนี้เหมือนจะเป็น... อืม...”
เหวินไท่ไหลครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “ข้างในเก็บม้วนบันทึกเก่าแก่บางส่วนไว้ขอรับ เป็นของตั้งแต่สมัยท่านประมุขรุ่นก่อนรุ่นก่อนโน้น ล้วนเป็นข้อมูลเก่าที่ไม่ค่อยมีประโยชน์แล้ว”
เหวินไท่ไหลอธิบายทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์
แต่เฉินชิงซานกลับเงยหน้าขึ้น มองเขาด้วยสีหน้าประหลาด “เจ้าเปิดได้ไหม?”
หีบสมบัตินี้... มีอยู่จริงด้วย!
--ไม่ใช่แค่คุณสมบัติตีมอนสเตอร์แล้วดรอปของที่ยังคงอยู่ แม้แต่หีบสมบัติในเกมก็ยังมีอยู่ด้วยหรือ
ในเกม “ตำนานพิสดารหุบเขาปีศาจ” หากอยากได้กุญแจหีบสมบัติใบนี้ ต้องเอาชนะ ‘ฝ่ามือวายุอัสนี’ เหวินไท่ไหลก่อน ด้านในมีไอเทมที่ค่อนข้างดีชิ้นหนึ่ง
แต่ตอนนี้เฉินชิงซานกลับใช้แค่คำพูดประโยคเดียว บอสย่อยในเกมที่รับมือยากพอสมควรผู้นี้ก็รีบสั่งคนไปเอากุญแจมาอย่างว่าง่ายทันที
ไม่นาน หีบสมบัติก็ถูกเปิดออก และเป็นอย่างที่เหวินไท่ไหลบอกไว้จริง ๆ ด้านในเต็มไปด้วยม้วนบันทึกเก่า ๆ ไร้ประโยชน์ บันทึกเรื่องลับบางอย่างในอดีต รวมถึงข้อมูลของยอดฝีมือวิถียุทธ์ในยุคนั้น
บางทีเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน ม้วนบันทึกเหล่านี้อาจสำคัญมาก แต่ในปัจจุบัน ยอดฝีมือที่ถูกบันทึกไว้ในนั้นแทบตายกันหมดแล้ว ม้วนบันทึกเหล่านี้จึงถูกลืมทิ้งไว้ตรงมุมห้อง
นอกจากนั้น ในกล่องยังมีของเก่าจิปาถะอีกเล็กน้อย
คมกระบี่ขึ้นสนิม ป้ายไม้ขึ้นรา แปรงที่ด้ามจับแตกร้าว... เห็นได้ชัดว่ากล่องไม้ใบนี้ถูกใช้สำหรับเก็บของเก่าของใช้จิปาถะภายในหอเก็บตำรา
เฉินชิงซานคุ้ยหาของในกล่องอยู่นาน ในที่สุดก็หยิบแหวนเก่าๆ วงหนึ่งออกมาจากข้างใน
ทันใดนั้น ข้อความแจ้งเตือนระบบก็เด้งขึ้นมาในสายตา
[ค้นพบแหวนกระดูกมาร]
[ต้องการเก็บหรือไม่?]
[ใช่ / ไม่]