เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 หีบสมบัติในหอตำรา

บทที่ 8 หีบสมบัติในหอตำรา

บทที่ 8 หีบสมบัติในหอตำรา


บทที่ 8 หีบสมบัติในหอเก็บตำรา

“ไม่มีอะไร ข้าก็แค่เดินดูไปเรื่อย ๆ”

เมื่อเผชิญกับคำเยินยอประจบประแจงของ ‘ฝ่ามือวายุอัสนี’ เหวินไท่ไหล เฉินชิงซานก็ตอบปัดไปอย่างไม่ใส่ใจ

เขาออกคำสั่งยอดฝีมือฝ่ายมารผู้นี้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจแม้แต่น้อย “เจ้าเดินนำไป แนะนำหอเก็บตำราให้ข้าฟังหน่อย พาข้าเดินดูรอบๆ”

การที่เฉินชิงซานมายังหอเก็บตำราครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะจู่ ๆ ก็นึกอยากมา แต่เป็นสิ่งที่เขาครุ่นคิดมาอย่างรอบคอบตั้งแต่เมื่อคืน

สำหรับผู้ข้ามมิติอย่างเขา การเพิ่มเลเวลของระบบสำคัญมาก แต่การซึมซับความรู้ของโลกใบนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน

แม้เขาจะพอรู้ทิศทางเนื้อเรื่องหลังจากนี้ของโลกใบนี้อยู่คร่าว ๆ แต่นั่นก็เป็นเพียงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในภาพใหญ่เท่านั้น

ตอนเล่นเกม เขาไม่จำเป็นต้องสนใจโลกทัศน์หรือสามัญสำนึกในการใช้ชีวิตของโลกในเกมก็ได้ อย่างไรเสียก็แค่บุกไปข้างหน้า ฟันมอนสเตอร์ ล้มบอสไปเรื่อยๆ ก็พอ

แต่เมื่อข้ามมิติเข้ามาแล้ว หากคิดจะใช้ชีวิตในโลกแปลกหน้านี้อย่างมั่นคงปลอดภัย การเป็นไอ้โง่ไร้ความรู้พื้นฐานย่อมไม่ได้เด็ดขาด

เขาไม่รู้เรื่องประวัติศาสตร์ การเมือง ขั้วอำนาจ หรือสถานการณ์ของโลกใบนี้เลยแม้แต่น้อย แค่คุยกับคนอื่นมากขึ้นสักสองสามประโยคก็อาจเผยพิรุธแล้ว

ถึงการคลุกคลีกับพรรคมารจะไม่ต้องมีสามัญสำนึกมากนัก เพราะเจ้าของร่างเดิมก็เป็นไอ้โง่ตัวใหญ่คนหนึ่งอยู่แล้ว แต่แผนการสูงสุดของเฉินชิงซานคือหนีออกจากพรรคมาร ไปเปลี่ยนโฉมเริ่มชีวิตใหม่ข้างนอก

ถึงตอนนั้น หากหนีออกไปแล้วยังไม่รู้อะไรสักอย่างเหมือนเดิม ก็จบเห่แน่นอน

อีกอย่าง ต่อให้เจ้าของร่างเดิมจะโง่แค่ไหน อย่างน้อยก็ยังพอรู้สถานการณ์ของยุทธภพปัจจุบันอยู่บ้าง

แต่เรื่องพวกนี้ เฉินชิงซานกลับไม่รู้เลยสักนิด

หากมีใครถามถึงสถานการณ์ของสองฝ่ายธรรมะและอธรรม แล้วเขาตอบไม่ได้แม้แต่คำเดียว... แบบนั้นไม่เท่ากับประกาศออกไปเลยหรือว่ามีปัญหา!

ที่สำคัญที่สุดคือ ในช่วงเวลาว่างระหว่างเพิ่มค่าความชำนาญสกิล เฉินชิงซานจำเป็นต้องหาอะไรทำฆ่าเวลา

เมื่อคืนเขาฝึกอยู่ครึ่งค่อนคืน กว่าจะเพิ่มค่าความชำนาญของ [สะบั้นจันทราเยือกแข็ง] ได้เพียง 17 แต้ม ความเร็วนั้นช้าจนน่าหงุดหงิด

สาเหตุคือทุกครั้งที่ปล่อยสกิลใส่อากาศจนแถบมานาหมด เขาต้องใช้สกิล [นั่งสมาธิ] เพื่อรวบรวมพลังปราณฟื้นมานา

และเวลาที่ใช้ในการนั่งสมาธิรวบรวมพลังปราณก็ไม่น้อยเลย

ตอนนั้นเฉินชิงซานนั่งเหม่ออยู่ในห้อง พลางคิดว่า ถ้ามีหนังสือสักสองสามเล่มให้อ่านก็คงดี

แบบนั้นก็จะฝึกวิชาไปด้วย อ่านหนังสือไปด้วยได้ ไม่เสียเวลา อีกทั้งยังดูดซับความรู้และพัฒนาตัวเองได้อีกด้วย

บัดนี้เขามาถึงหอเก็บตำราด้วยเป้าหมายชัดเจน ภายใต้การนำทางของเจ้าหอเหวินไท่ไหล เฉินชิงซานก้าวผ่านประตูใหญ่เข้าไปด้านใน

เพียงแวบแรก เฉินชิงซานก็ถูกชั้นหนังสือมากมายที่เรียงรายละลานตาอยู่ในโถงใหญ่ทำเอาตกตะลึง... ช่างอลังการจริง ๆ!

แม้ในเกมจะมีฉากคล้ายกัน แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงฉากโมเดลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะเทียบกับความอลังการแบบดื่มด่ำที่ได้เข้ามาอยู่ในสถานที่จริงด้วยตัวเองได้อย่างไร

สิ่งที่หลุดโลกที่สุดคือ เฉินชิงซานเห็นหนังสือบางเล่มบนชั้นบินไปมา แล้วลอยกลับเข้าชั้นเอง... แม่งเอ๊ย โลกแฟนตาซีกำลังภายในนี่ไม่คิดจะสนเหตุผลกันแล้วสินะ

เฉินชิงซานหันไปมองเหวินไท่ไหลข้างกาย กลับพบว่าตาเฒ่าผู้นี้เดินนำอย่างมีเป้าหมายชัดเจน พาเฉินชิงซานตรงไปยังพื้นที่หนึ่ง

“หึ ๆ... นายน้อย” ใบหน้าแก่ชราของ ‘ฝ่ามือวายุอัสนี’ เหวินไท่ไหลเต็มไปด้วยรอยยิ้มลามกเจ้าเล่ห์ “แถวนี้ล้วนเป็นของชั้นเลิศที่หอเก็บตำราของเราสะสมมาหลายปี รับรองว่าท่านต้องพอใจแน่นอนขอรับ”

รอยยิ้มลามกของเหวินไท่ไหล ประกอบกับชื่อหนังสือเปิดเผยโจ่งแจ้งบนชั้น ทำให้เฉินชิงซานเผยสีหน้าดูแคลนทันที

ก็แค่ภาพวังวสันต์ไม่ใช่หรือ ทำอย่างกับคนไม่เคยเห็นไปได้

สำหรับเฉินชิงซาน ผู้ที่ว่ายท่าผีเสื้อในโลกอินเทอร์เน็ตมาหลายปี ของอย่างภาพวังวสันต์ล้าสมัยไปนานแล้ว

ภาพวังวสันต์ของคนโบราณ ต่อให้วาดดีแค่ไหน จะสู้โดจินจากบรรดานักวาดชั้นครูได้หรือ

ของแบบภาพวังวสันต์ที่ตัวละครดูนามธรรม ลายเส้นเชยคร่ำครึ เฉินชิงซานมองแล้วไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด

จากนั้นเขาหยิบสมุดภาพเล่มหนึ่งขึ้นมา กล่าวอย่างรังเกียจว่า “ก็แค่ภาพวังวสันต์... หืม?”

เฉินชิงซานที่เปิดสมุดภาพออกกะพริบตาปริบ ๆ เริ่มสงสัยในสายตาของตัวเอง

ภาพวาดในสมุดภาพเล่มนี้ ลายเส้นประณีต ตัวละครดูยั่วยวนมีเสน่ห์และเซ็กซี่ สัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน แตกต่างจากภาพจำของภาพวังวสันต์โบราณในหัวของเฉินชิงซานอย่างสิ้นเชิง

หากว่ากันด้วยความละเอียด ความมีน้ำมีนวล และความสมจริงแล้ว ภาพในสมุดเล่มนี้เทียบกับโดจินชั้นยอดในชาติก่อนแล้วมีแต่จะเหนือกว่าไม่มีด้อยกว่า

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า ภาพในสมุดเล่มนี้ไม่เพียงมีฝีมือการวาดระดับยอดเยี่ยม รายละเอียดสมบูรณ์ครบถ้วน แต่ยังเป็นภาพสีทั้งหมด! ราวกับภาพคุณภาพสูงที่ผ่านการเรนเดอร์ด้วย AI ชั้นดีอย่างไรอย่างนั้น

บ้าเอ๊ย…

นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินชิงซานถูกโลกกำลังภายในแฟนตาซีที่มีกำลังการผลิตภาพสูงส่งใบนี้ทำเอาตกตะลึงจริง ๆ

...กำลังการผลิตอันสูงส่งของพวกเจ้า ไม่ได้แสดงออกแค่เรื่องสร้างบ้านสร้างเรือนแบบไม่รู้จักบันยะบันยัง แม้แต่การวาดโดจินก็ยังไม่รู้จักบันยะบันยังด้วยงั้นเรอะ?

ภาพใดภาพหนึ่งในสมุดภาพเล่มนี้ หากหยิบออกมาแบบส่ง ๆ ก็ยังสามารถโค่นภาพวาบหวิวสุดฮฮตในชาติก่อนของเขาได้ทันที!

เฉินชิงซานพลิกดูสองสามหน้า พบว่าภาพวังวสันต์เล่มนี้ไม่เพียงเป็นภาพสีทั้งเล่มและตัวละครงดงามประณีตเท่านั้น แต่มันยังมีเนื้อเรื่องด้วย! มีใส่กรอบคำพูดอีกต่างหาก!

เด็ดดวงจริงๆ!

เฉินชิงซานวางโดจินลง แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “เป็นของดีจริง ๆ”

เขายอมรับในกำลังการผลิตของต่างโลกใบนี้แล้ว!

บนใบหน้าแก่ชราราวเปลือกส้มของ ‘ฝ่ามือวายุอัสนี’ เหวินไท่ไหล รอยยิ้มยิ่งดูหื่นกามมากขึ้นไปอีก  “หึ ๆ... นายน้อยชอบก็ดีแล้วขอรับ”

เฉินชิงซานพลิกดูอย่างสนอกสนใจอีกหลายเล่ม ก่อนหันไปสั่งสาวใช้ที่ติดตามอยู่ด้านหลัง “เล่มนี้... เล่มนี้... แล้วก็พวกนี้... ห่อรวมกันให้นายน้อยผู้นี้ด้วย เดี๋ยวข้าจะเอากลับไป”

สมุดภาพที่เรียงรายเต็มชั้นทำเอาเฉินชิงซานมองจนตาลาย สุ่มเปิดเล่มใดก็เห็นภาพวาดอันประณีตงดงามอย่างยิ่ง

ในชั่วขณะนี้ เขาราวกับตนเองในอดีตตอนที่เปิดแอปของสุภาพบุรุษแอปหนึ่งเป็นครั้งแรก ถูกโลกใบใหม่ทำให้ตื่นตะลึงและดึงดูดจนแทบวางไม่ลง

กว่าจะข่มแรงกระตุ้นที่อยากอยู่ต่ออีกสักพักได้ เฉินชิงซานต้องใช้ความพยายามอย่างมาก บังคับตัวเองให้ออกจากพื้นที่ส่วนนี้ แล้วเดินชมภายในหอเก็บตำราต่อ

--วันนี้เขาไม่ได้มาเก็บสะสมโดจิน แต่มุ่งหน้ามาหาหนังสือที่มีสาระต่างหาก

เฉินชิงซานที่ออกจากโซนสมุดภาพแล้วกำลังซักถาม ‘ฝ่ามือวายุอัสนี’ เหวินไท่ไหล ทว่าหางตากลับพลันสังเกตเห็นกล่องไม้ใบหนึ่งวางอยู่ตรงมุมห้อง

หรือจะพูดให้ถูกก็คือ หีบสมบัติ

กล่องไม้ที่มีขนาดและรูปแบบเหมือนหีบสมบัติในเกมทุกประการ วางนิ่งอยู่ตรงมุมชั้นหนังสือเช่นนั้น

เฉินชิงซานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเดินเข้าไปหาโดยไม่รู้ตัว

“เอ่อ... นายน้อย?” เหวินไท่ไหลที่ติดตามมาด้วยรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง

เมื่อเห็นนายน้อยของตนย่อตัวลงข้างกล่องไม้ ทั้งยังดูสนใจกล่องใบนี้มาก เหวินไท่ไหลจึงกล่าวว่า “กล่องใบนี้เหมือนจะเป็น... อืม...”

เหวินไท่ไหลครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “ข้างในเก็บม้วนบันทึกเก่าแก่บางส่วนไว้ขอรับ เป็นของตั้งแต่สมัยท่านประมุขรุ่นก่อนรุ่นก่อนโน้น ล้วนเป็นข้อมูลเก่าที่ไม่ค่อยมีประโยชน์แล้ว”

เหวินไท่ไหลอธิบายทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์

แต่เฉินชิงซานกลับเงยหน้าขึ้น มองเขาด้วยสีหน้าประหลาด “เจ้าเปิดได้ไหม?”

หีบสมบัตินี้... มีอยู่จริงด้วย!

--ไม่ใช่แค่คุณสมบัติตีมอนสเตอร์แล้วดรอปของที่ยังคงอยู่ แม้แต่หีบสมบัติในเกมก็ยังมีอยู่ด้วยหรือ

ในเกม “ตำนานพิสดารหุบเขาปีศาจ” หากอยากได้กุญแจหีบสมบัติใบนี้ ต้องเอาชนะ ‘ฝ่ามือวายุอัสนี’ เหวินไท่ไหลก่อน ด้านในมีไอเทมที่ค่อนข้างดีชิ้นหนึ่ง

แต่ตอนนี้เฉินชิงซานกลับใช้แค่คำพูดประโยคเดียว บอสย่อยในเกมที่รับมือยากพอสมควรผู้นี้ก็รีบสั่งคนไปเอากุญแจมาอย่างว่าง่ายทันที

ไม่นาน หีบสมบัติก็ถูกเปิดออก และเป็นอย่างที่เหวินไท่ไหลบอกไว้จริง ๆ ด้านในเต็มไปด้วยม้วนบันทึกเก่า ๆ ไร้ประโยชน์ บันทึกเรื่องลับบางอย่างในอดีต รวมถึงข้อมูลของยอดฝีมือวิถียุทธ์ในยุคนั้น

บางทีเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน ม้วนบันทึกเหล่านี้อาจสำคัญมาก แต่ในปัจจุบัน ยอดฝีมือที่ถูกบันทึกไว้ในนั้นแทบตายกันหมดแล้ว ม้วนบันทึกเหล่านี้จึงถูกลืมทิ้งไว้ตรงมุมห้อง

นอกจากนั้น ในกล่องยังมีของเก่าจิปาถะอีกเล็กน้อย

คมกระบี่ขึ้นสนิม ป้ายไม้ขึ้นรา แปรงที่ด้ามจับแตกร้าว... เห็นได้ชัดว่ากล่องไม้ใบนี้ถูกใช้สำหรับเก็บของเก่าของใช้จิปาถะภายในหอเก็บตำรา

เฉินชิงซานคุ้ยหาของในกล่องอยู่นาน ในที่สุดก็หยิบแหวนเก่าๆ วงหนึ่งออกมาจากข้างใน

ทันใดนั้น ข้อความแจ้งเตือนระบบก็เด้งขึ้นมาในสายตา

[ค้นพบแหวนกระดูกมาร]

[ต้องการเก็บหรือไม่?]

[ใช่ / ไม่]

จบบทที่ บทที่ 8 หีบสมบัติในหอตำรา

คัดลอกลิงก์แล้ว