- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาได้บทนางรองทั้งที โฮสต์คนนี้เลยขอฟาดเรียบทุกโลกเลยละกัน
- บทที่ 5: นางร้ายตัวประกอบในนิยายย้อนยุค (ตอนที่ 5)
บทที่ 5: นางร้ายตัวประกอบในนิยายย้อนยุค (ตอนที่ 5)
บทที่ 5: นางร้ายตัวประกอบในนิยายย้อนยุค (ตอนที่ 5)
ฉู่ชิงฉือนั่งอยู่ที่โต๊ะ คอยจดบันทึกผลการทำงานประจำวันของทุกคน และตรวจสอบว่ามีใครทำเครื่องมือการเกษตรชำรุดหรือสูญหายหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น พวกเขาจะต้องชดใช้หรือถูกหักแต้มค่าแรง
เวินโย่วหลินมีท่าทีเหนื่อยล้าอ่อนแรงราวกับมะเขือม่วงที่ถูกน้ำค้างแข็งกัดจนเหี่ยวเฉา ดูไร้เรี่ยวแรงอย่างสิ้นเชิง ทว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่น่านับถือ นั่นคือทรงผมของเขายังคงเรียบแปล้ไร้ที่ติแม้จะผ่านการทำงานหนักกลางแจ้งมาทั้งวัน
"สามแต้มงั้นเหรอ?" ฉู่ชิงฉือมองดูบันทึกการทำงานของเขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม "ปัญญาชนเวิน คุณทำได้แค่สามแต้ม แถมยังถูกหักออกไปสองแต้มเพราะทำงานเสียเปล่า สรุปแล้วคุณเหลือแค่แต้มเดียวเท่านั้นนะ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เดือนหน้าคุณได้อดตายแน่!"
ใบหน้าของเวินโย่วหลินทะมึนตึง "นี่เพิ่งวันแรก ผมยังไม่ชิน พรุ่งนี้ผมจะทำให้ดีกว่านี้"
"ตกลง ฉันก็หวังให้เป็นอย่างนั้น" ฉู่ชิงฉือขมวดคิ้วแล้วจดเลข '1' ลงไป
ในสมุดบันทึกที่แม้แต่เด็กเลี้ยงแกะยังได้ถึงสองแต้ม ตัวเลข '1' อันน้อยนิดนั้นจึงให้ความรู้สึกราวกับถูกตบหน้าอย่างจัง ทำให้เวินโย่วหลินต้องเดินจากไปด้วยสีหน้าดำคล้ำ
"หน้าตาดีแล้วมันมีประโยชน์อะไร? ขนาดปัญญาชนหญิงที่มาด้วยกันยังหาได้ตั้งสี่ห้าแต้ม แต่เขาหาได้แค่แต้มเดียว จุ๊ๆๆ เสี่ยวชุ่ย จำไว้นะ พวกเราเป็นชาวนา จะไปคว้าคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อแบบนี้มาทำสามีไม่ได้เด็ดขาด"
ชาวบ้านคนอื่นๆ แม้จะไม่ได้ปากร้ายเท่าแม่ม่ายหลี่ แต่ก็หัวเราะเยาะเย้ยเวินโย่วหลินอย่างไม่ไว้หน้าเช่นกัน
ฉู่ชิงฉือไม่ได้ใส่ใจพวกเขานัก
ในนิยายต้นฉบับ เวินโย่วหลินที่เป็นพระเอกดูเหมือนจะถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับเจ้าของร่างเดิม และการที่เขาทอดทิ้งหล่อนก็เป็นเพราะทำตามหัวใจตัวเอง แต่ในสายตาของฉู่ชิงฉือ ชายคนนี้ก็แค่พวกหน้าไหว้หลังหลอกเท่านั้น
เขาไม่ได้ชอบเจ้าของร่างเดิม แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธความสะดวกสบายที่หล่อนมอบให้ ตั้งแต่ที่เจ้าของร่างเดิมใช้อำนาจหน้าที่จัดแจงงานที่เบาที่สุดให้ ไปจนถึงการปฏิบัติกับเขาเป็นพิเศษ เขาก็ล้วนน้อมรับเอาไว้ทั้งหมด หลังจากรับสิ่งเหล่านี้มาแล้ว เขากลับยังคงดูถูกเหยียดหยามเจ้าของร่างเดิมสารพัด ทำให้หล่อนดูไร้ค่าอย่างสิ้นเชิง ท้ายที่สุด เขายังโหดเหี้ยมอำมหิตถึงขั้นไม่ละเว้นแม้กระทั่งสายเลือดของตัวเอง คนหน้าเนื้อใจเสือเช่นนี้ บังเอิญเหลือเกินที่ดันมาเป็นพระเอกของโลกใบนี้ ทั้งยังมีรัศมีแห่งพระเอกคอยคุ้มครองอยู่ด้วย
เธอไม่อาจลงมือทำอะไรได้โดยตรง ดังนั้นการได้ยืนดูเขาตกระกำลำบากจึงเป็นเรื่องที่น่าพอใจไม่น้อย ท้ายที่สุดแล้ว การฆ่าคนก็แค่ฟันดาบเดียว แต่การทรมานคนนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการปล่อยให้เขาได้ลิ้มรสความรู้สึกของการถูกแล่เนื้อเถือหนังไปอย่างช้าๆ
"คุณทำได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?" ฉู่ชิงฉือเห็นผลการทำงานที่ชายผู้มาใหม่รายงาน เธอลงพื้นที่ไปตรวจสอบมาแล้วรอบหนึ่งจึงรู้ว่าเขาไม่ได้แอบอู้ "สิบแต้ม"
"พ่อหนุ่ม เก่งไม่เบาเลยนี่!" ชาวบ้านส่วนใหญ่มีนิสัยซื่อสัตย์และชื่นชมคนที่ขยันขันแข็ง ดังนั้นเมื่อเห็นว่าจ้าวหยวนซีที่มีสภาพซอมซ่อกลับกลายเป็นคนสู้งานหนัก พวกเขาจึงพากันแสดงความเป็นมิตรออกมา
เมื่อเห็นภาพนั้น เหล่าปัญญาชนคนอื่นต่างก็มีสีหน้าซับซ้อน
ตอนที่เพิ่งมาถึง พวกเขาคิดว่าจ้าวหยวนซีขาเป๋ คงจะทำงานอะไรไม่ได้มากนัก พวกเขายังเถียงกันอยู่เลยว่าจะช่วยเขาดีหรือไม่ ในเมื่อพ่อของเขาเคยเป็นอาจารย์สอนพวกตน
ทว่าตอนนี้ เมื่อมองดูผลงานของเขาเทียบกับแต้มค่าแรงอันน่าเวทนาของพวกตนแล้ว ข้อถกเถียงก่อนหน้านี้ก็ดูราวกับเป็นเรื่องตลกไปเลย
กริ๊งๆ! กริ๊งๆ! ใครบางคนปั่นจักรยานผ่านมา
"เจ้าหนุ่มจางจื้อหัวนี่เอง"
"เขาทำงานอยู่ที่โรงโม่แป้ง ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะซื้อจักรยานได้ด้วย"
"ซานซาน! ซานซาน!" ชายหนุ่มบนจักรยานหยุดรถและโบกมือให้ถังซานซานที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน
ถังซานซานสังเกตเห็นหญิงสาวคนอื่นๆ ในหมู่บ้านมองมาที่ตนด้วยความอิจฉา เธอจึงยืดอกขึ้นเล็กน้อย ไม่อาจซ่อนเร้นความภาคภูมิใจในแววตาไว้ได้
ก่อนที่เวินโย่วหลินจะปรากฏตัว จางจื้อหัวถือเป็นชายหนุ่มที่โดดเด่นที่สุดในหมู่บ้านนี้ แม้หน้าตาจะไม่ได้หล่อเหลาเป็นพิเศษ แต่เขาก็หาเงินได้มาก และที่สำคัญที่สุดคือ เขามีใจให้ถังซานซาน
"ซานซาน จางจื้อหัวต้องซื้อของขวัญมาให้เธอแน่ๆ เลย" เจิ้งอวี้จวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปรี้ยวปรี๊ด
"อย่าพูดเหลวไหลน่า" ถังซานซานกระตุกแขนเสื้อของเจิ้งอวี้จวน "เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้ชอบเขา ถ้าคราวนี้เขาซื้อที่คาดผมหรือผ้าพันคอมาให้อีก ฉันก็จะยกให้เธอเหมือนเดิมแหละ"
สีหน้าของเจิ้งอวี้จวนสดใสขึ้นมาเล็กน้อย
เธอชอบจางจื้อหัว เวลาที่จางจื้อหัวมอบของให้ถังซานซาน เธอจึงรู้สึกอิจฉาตาร้อนเป็นอย่างมาก แต่โชคดีที่ถังซานซานเป็นพี่น้องที่ดีของเธออย่างแท้จริง หลังจากรู้ความในใจของเธอ ข้าวของทุกอย่างที่จางจื้อหัวมอบให้ก็ตกมาอยู่ในมือของเธอทั้งสิ้น
"ซานซาน ทำไมตัวเธอมีกลิ่นแปลกๆ ล่ะ?" เด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถาม
"ฉันก็อยากจะพูดมาตั้งนานแล้วเหมือนกัน แต่กลัวว่าซานซานจะไม่พอใจ" เด็กสาวอีกคนพูดจาเยาะเย้ย "ตัวเธอมีกลิ่นขี้หมูน่ะสิ"
ใบหน้าของถังซานซานซีดเผือด "พวกเธอ... พวกเธอรังแกฉัน!"
พูดจบ เธอก็วิ่งหนีไป
ฉู่ชิงฉือเมินเฉยต่อเหตุการณ์แทรกซ้อนนี้ และทำการจดบันทึกผลการทำงานของคนอื่นๆ ต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามือของเธอจะไม่ได้หยุดทำงาน แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดยั้งเธอจากการฟังเรื่องซุบซิบนินทาได้
ปรากฏว่าเวินโย่วหลินย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของถังซานซาน และแม่ของถังซานซานก็จัดแจงให้เวินโย่วหลินไปนอนที่เล้าหมู ทว่าปัญญาชนเวินผู้สูงส่งจะไปนอนในเล้าหมูได้อย่างไร ดังนั้นคนที่ต้องระเห็จไปนอนในเล้าหมูจึงกลายเป็นถังซานซานเสียเอง
"วันนี้พวกเธอเห็นถังฟู่กุ้ยสวมนาฬิกาข้อมือหรือเปล่า? นั่นเป็นนาฬิกาที่ปัญญาชนเวินใช้แลกกับห้องพักเลยนะ ได้ยินมาว่าต้องใช้เงินตั้งหนึ่งร้อยหยวนกับคูปองอุตสาหกรรมถึงจะซื้อได้เชียวล่ะ"
"นั่นมันคุ้มค่าสุดๆ ไปเลย ถ้าเป็นฉัน ฉันก็ยอมแลกเหมือนกัน"
หลังจากยุ่งมาทั้งวัน ฉู่ชิงฉือก็เก็บข้าวของแล้วกลับบ้าน
ทันทีที่เธอก้าวข้ามประตูบ้าน เสียงดังกังวานของฉู่กั๋วหัวก็ดังขึ้น
"ไม่เบาเลยนี่ ปัญญาชนจ้าว คุณมีฝีมือด้านนี้ด้วยเหรอเนี่ย!"
ฉู่ชิงฉือรู้สึกประหลาดใจจึงชะโงกหน้าเข้าไปดู ปรากฏว่าเป็นจ้าวหยวนซีที่กำลังซ่อมสายไฟให้กับที่บ้าน
เขายืนอยู่บนบันได จ้องเขม็งไปยังสายไฟตรงหน้า และกำลังสาละวนอยู่กับสิ่งเหล่านั้น
แม่ฉู่เดินถือมันเทศออกมา พอเห็นฉู่ชิงฉือก็เอ่ยขึ้นว่า "ลูกสาวแม่ คงจะเหนื่อยมากสินะ? พักผ่อนสักเถอะ เดี๋ยวแม่จะรีบทำมื้อเย็นให้กิน"
"แม่คะ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?" ฉู่ชิงฉือชี้ไปทางจ้าวหยวนซี
"อ้อ ตอนที่พวกเรากลับมา ไฟมันดับน่ะจ้ะ ปัญญาชนจ้าวก็เพิ่งกลับมาพอดี เขาเลยช่วยตรวจดูให้แล้วบอกว่าสายไฟมันไหม้ เขาสามารถซ่อมให้ได้"
ฉู่ชิงฉือปรายตามองจ้าวหยวนซี
แต่เดิมเธอคิดว่าคนผู้นี้มีนิสัยเงียบขรึมและปลีกวิเวก คงจะเป็นคนที่เข้าถึงได้ยากมากๆ
ตอนนี้ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้อาจจะไม่ได้แปลกแยกอย่างที่เธอจินตนาการไว้
"โฮสต์ คนผู้นี้คือตัวร้ายครับ" ฝูซูอัปเดตฐานข้อมูลข่าวสารให้ทันท่วงที
"ตัวร้าย?" ช่วงนี้ฉู่ชิงฉือเพิ่งจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ มากมายจากระบบ
คำศัพท์เหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเธอ แต่หลังจากที่ระบบช่วยอธิบาย เธอก็สามารถทำความเข้าใจได้เป็นอย่างดี
หนังสือเล่มหนึ่งไม่ได้มีแค่พระเอกกับนางเอก แต่ยังมีตัวประกอบชาย ตัวประกอบหญิง ตัวประกอบฉาก ตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง... และแน่นอนว่า ผู้ที่มีความสำคัญไม่แพ้พระเอกนางเอกเลยก็คือ ตัวร้ายหลัก
หากพระเอกและนางเอกเป็นตัวแทนของความยุติธรรม ตัวร้ายก็คือตัวแทนของความชั่วร้าย
หากพระเอกและนางเอกเปรียบดั่งแสงตะวัน ตัวร้ายก็เปรียบดั่งความมืดมิด
หากพระเอกและนางเอกเปรียบดั่งชีวิตที่เต็มไปด้วยพลัง ตัวร้ายก็เปรียบดั่งความตาย
"เขาน่าเวทนามากเลยล่ะครับ" ฝูซูส่งเรื่องราวชีวิตของจ้าวหยวนซีให้กับฉู่ชิงฉือ
ก่อนหน้านี้เขาได้ให้ฉู่ชิงฉือดูชีวิตครึ่งแรกของตัวร้ายไปแล้ว ส่วนที่อัปเดตในวันนี้คือชีวิตครึ่งหลังของเขา
หากจะให้สรุปสั้นๆ ด้วยคำคำเดียวก็คือ: รันทด