เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 : โชคลาภที่ไม่คาดคิด

บทที่ 12 : โชคลาภที่ไม่คาดคิด

บทที่ 12 : โชคลาภที่ไม่คาดคิด


บทที่ 12 : โชคลาภที่ไม่คาดคิด

นอกป่า

กลุ่มคนห้าคน กำลังมุ่งหน้าออกจาก "เทือกเขาม่านหมอก" ด้วยความเร็วสูงสุด

ตอนนี้ พวกเขาไม่อยากอยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว

“หืมมมม?”

เเต่ทันทีที่ออกจากป่า เฉินหยูก็หยุดชะงัก พร้อมดวงตาฉายแววสงสัย

เมื่อครู่นี้ จู่ๆรังสีอำมหิตที่เขารับรู้ได้ก่อนหน้านี้ ก็หายไปอย่างกะทันหัน

ถ้าเขาเดาไม่ผิด รังสีอำมหิตนั้นน่าจะมาจากสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งไม่แพ้ราชาหมีเหล็กสีน้ำตาล

“ทุกคนอย่าหยุด ถ้าสัตว์ร้ายที่อยู่ข้างหลังเป็นประเภทที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว มันอาจจะตามเรามาทัน” เล่อเฟิงเอ่ยเตือน

….

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงชายขอบของเทือกเขาม่านหมอก และพบกับม้าที่ผูกไว้ก่อนหน้านี้

“รอดพ้นจากอันตรายแล้ว” ติงจิ่วฮุยถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางมองย้อนกลับไปทางถ้ำหมี

ภารกิจครั้งนี้อันตรายมากจริงๆ จากสมาชิกหกคน ต้องมีหนึ่งคนสังเวยชีวิตให้กับกรงเล็บของราชาหมี

แต่ทุกคนก็รู้กันดี จึงไม่มีใครพูดถึงการตายของเด็กสาวร่างบาง

เฉินหยูนึกถึงรายละเอียดตอนที่เด็กสาวตาย เขารู้สึกว่ามันแปลกๆ…ไม่รู้ว่าเธอโง่เอง หรือเล่อเฟิงไม่ได้สนใจความปลอดภัยของเธอจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป

ศิษย์สายนอก เป็นแค่สมาชิกชั้นล่างสุดของนิกาย การตายหนึ่งหรือสองคนในภารกิจ ถือเป็นเรื่องปกติ

โดยทั่วไป นิกายจะแค่ทำการสอบถามเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนใหญ่แล้ว จะมีแค่กรณีที่ศิษย์สายในเสียชีวิต เท่านั้น…พวกระดับสูงของนิกายเมฆาครามถึงจะส่งคนไปตรวจสอบ

“ก่อนกลับนิกาย พวกเรามาแบ่งสมบัติกันก่อนไหม?” เฉินหยูเสนอ

เมื่อพูดถึงสมบัติ ทุกคนก็มีสีหน้าตื่นเต้นและคาดหวังทันที​

“ได้สิ” เล่อเฟิงพยักหน้า

ครู่ต่อมา ดีหมีและกรงเล็บหมี ก็ถูกวางเรียงรายอยู่ตรงหน้า

หลังจากตรวจสอบแล้ว พบว่ามีดีหมีทั้งหมดสี่สิบกว่าเม็ด และกรงเล็บหมีอีกหนึ่งร้อยหกสิบเจ็ดสิบชิ้น สามารถแลกเปลี่ยนเป็นแต้มภารกิจได้อย่างน้อยห้าพันแต้ม แน่นอนว่ายังไม่รวมดีหมีและกรงเล็บของราชาหมีอีก

เฉินหยูคาดการณ์ว่า มูลค่าของดีหมีและกรงเล็บของราชาหมี คงไม่ด้อยไปกว่าวัสดุ​จำนวนมากมายของหมีทั่วไปเลย

เเละหลังจากปรึกษาหารือกันแล้ว, พวกเขาตกลงกันว่าจะแบ่งผลประโยชน์จากดีหมีและกรงเล็บของหมีทั่วไปออกเป็นสิบส่วน

เฉินหยูมีส่วนร่วมมากที่สุด เขาสังหารหมีเหล็กสีน้ำตาลได้มากกว่าศิษย์ระดับหลอมกายคนอื่นๆ แม้แต่ติงจิ่วฮุยก็ยังฆ่าได้น้อยกว่าเขา…ดังนั้น เขาจึงได้ส่วนแบ่งไปเจ็ดส่วน

ส่วนเฟิงเต๋อและเด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น มีส่วนร่วมน้อยกว่า จึงได้ส่วนแบ่งไปคนละหนึ่งส่วนครึ่ง ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้มีข้อโต้แย้งอะไร

ส่วนแบ่งเจ็ดส่วนนี้ มากกว่าที่เฉินหยูคาดไว้

ตามแผนเดิม เขาคิดว่าจะได้แค่หกส่วนก็ดีมากแล้ว

แต่ไม่นาน เขาก็เข้าใจสาเหตุ

เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุย ได้แบ่งส่วนของเด็กสาวร่างบางให้กับพวกเขาสามคน

แบบนี้ทุกคนก็ได้ส่วนแบ่งมากขึ้น และจะได้ไม่มีใครตั้งคำถามเกี่ยวกับการตายของเด็กสาวอีก

อีกด้านหนึ่ง…เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุยก็ตกลงกันได้แล้วเช่นกัน

“ภารกิจครั้งนี้ ข้าใช้อาวุธวิญญาณ​ แถมยังเสียวิชา ‘ก้าวเมฆา’ ไปอีก ดังนั้นข้าขอส่วนแบ่งจากดีหมีของราชาหมีอย่างน้อยสองในสาม” เล่อเฟิงพูดอย่างใจเย็น

“การที่พวกเราสามารถสังหารราชาหมีได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะเจ้า….ข้าจะไปมีข้อโต้แย้งอะไรได้” ติงจิ่วฮุยหัวเราะแห้งๆ

จริงๆแล้ว เล่อเฟิงถือว่าเป็นกำลังหลักในภารกิจนี้ และเขาต้องเสียอะไรไปมากจริงๆ

“แต่ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะยอมมอบวิชา ‘ก้าวเมฆา’ ให้กับเจ้าเด็กนั่น” ติงจิ่วฮุยพูดอย่างสงสัย

วิชาตัวเบา ‘ก้าวเมฆา’ นี้ ถือว่าเป็นวิชาชั้นยอดในระดับเดียวกัน มูลค่าของมันอาจจะไม่ด้อยไปกว่าดีหมีของราชาหมีเลย

แม้แต่ติงจิ่วฮุยเอง ก็ยังอยากได้วิชานี้

“แค่ได้เข้าไปเป็นศิษย์สายใน การเสียวิชาขั้นกลางไปสักหนึ่งวิชา ก็ไม่นับว่าเป็นอะไรเลย” เล่อเฟิงพูดอย่างไม่ใส่ใจ

เเต่จริงๆแล้ว ในใจเขาก็เสียดายอยู่ไม่น้อย

ตามที่เขาคาดไว้ ด้วยพลังระดับหลอมกายของเฉินหยู การถ่วงเวลาราชาหมีครึ่งก้านธูป มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

“อ้อ! ข้าเข้าใจแล้ว”

“ศิษย์น้องเล่อ เจ้าหวังจะชนะ ‘การประลองศิษย์สายนอก’ ที่จะจัดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้าสินะ” ติงจิ่วฮุยร้องอ๋อ

ที่นิกายเมฆาคราม จะมีการจัด “การประลองศิษย์สายนอก” ทุกปี

และมีกฎของนิกายอยู่ข้อหนึ่งว่า ผู้ที่ชนะการประลอง จะได้เข้าไปเป็นศิษย์สายในโดยไม่มีเงื่อนไข!

นอกจากนี้ ในระหว่าง​การประลองจะมีเหล่าผู้อาวุโสมาคอยดูอยู่ด้วย

โดยทั่วไป ศิษย์ที่ติดอันดับหนึ่งในสิบของการประลอง และมีผลงานโดดเด่น ก็มีโอกาสที่จะถูกผู้อาวุโสเลือก ให้เข้าไปเป็นศิษย์สายใน

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา นอกจากผู้ชนะเลิศที่ได้เข้าไปเป็นศิษย์สายในอย่างแน่นอนแล้ว สามอันดับแรกก็มีโอกาสสูงเช่นกัน

“ใช่แล้ว!” เล่อเฟิงไม่ได้ปฏิเสธ

“การประลองศิษย์สายนอก ข้าต้องชนะให้ได้” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ

ในแง่ของพรสวรรค์ด้านวรยุทธ เขาถือว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งในกลุ่มศิษย์สายนอก

แต่จุดอ่อนเดียวของเขาคือ เพิ่งเข้านิกายมาได้ไม่นาน แม้แต่เฉินหยูยังเข้ามาก่อนเขาครึ่งปี ดังนั้นพลังของเขายังเทียบไม่ได้กับศิษย์สายนอกระดับท็อปไม่ได้​

แต่ครั้งนี้ เขาได้ดีหมีของราชาหมีมา…คุณภาพของมันก็ดีเกินคาด การทะลวงไปสู่ระดับเปิดเส้นชีพจรขั้นปลาย ก็น่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับ​เขาเเล้ว

“งั้นข้าก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าเลยนะ” ติงจิ่วฮุยพูดด้วยรอยยิ้ม

น้ำเสียงของเขาตอนนี้​ สุภาพและประจบมากขึ้น

เมื่อเล่อเฟิงทะลวงไปสู่ระดับเปิดเส้นชีพจรขั้นปลายได้ พลังของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แถมยังมีอาวุธวิญญาณ​อีก…ยังไงเขาก็คงได้เป็นตัวเต็งในการประลองศิษย์สายนอกอย่างแน่นอน

….

“การประลองศิษย์สายนอก?”

เฉินหยูมีประสาทหูที่ไวกว่าคนทั่วไป ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะคุยกันเสียงเบามาก แต่เขาก็ยังได้ยินคำสำคัญบางคำ

เขาเคยได้ยินเรื่องการประลองศิษย์สายนอกมาก่อน

เเถมเขาเคยดูการประลองมาแล้วหนึ่งหรือสองครั้ง แต่ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม

การเข้าร่วมการประลอง ต้องมีระดับพลังขั้นเปิดเส้นชีพจรเป็นอย่างน้อย

ตอนที่เขาดูการประลอง เขาประทับใจกับการต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างศิษย์ที่แข็งแกร่งเหล่านั้นมาก

“การประลองศิษย์สายนอกจะจัดในอีกสามเดือน ไม่รู้ว่าครั้งนี้ข้าจะได้เข้าร่วมหรือเปล่า” เฉินหยูคิดในใจ

การประลองประจำปีนี้ มีความสำคัญอย่างมากสำหรับศิษย์สายนอก

แต่เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น ตอนนี้เขายังไม่ถึงระดับเปิดเส้นชีพจรเลย

แต่โชคดีที่ภารกิจครั้งนี้ เขาได้รับผลตอบแทนมากมาย ได้ส่วนแบ่งถึงเจ็ดส่วน คงสามารถแลกเป็นแต้มภารกิจได้มากกว่าสามพันห้าร้อยแต้ม

แต้มมากมายขนาดนี้ เพียงพอที่จะแลกเปลี่ยนเป็นวิชาขั้นกลางหรือขั้นสูงกว่าได้

หลังจากกลับนิกายรอบนี้ เป้าหมายของเขาคือการทะลวงไปสู่ระดับเปิดเส้นชีพจร!

….

ครึ่งวันต่อมา

ทั้งห้าคนได้ขี่ม้ากลับนิกาย เเล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องโถงของนิกาย

“โอ้โห! ภารกิจครั้งนี้ พวกเจ้าได้ของมาเยอะเหมือนกันนะ ทั้งดีหมีและกรงเล็บหมี…ทุกอย่าง​ล้วนคุณภาพดีมาก” ชายชราในชุดสีเทา มองไปที่กองสมบัติตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย

จากนั้น​ไม่นาน เขาก็เห็นดีหมีและกรงเล็บของราชาหมีที่เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุยนำออกมา

ดวงตาของชายชราเบิกกว้างขึ้นมากกว่า​เดิม ใบหน้าของเขาฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่​มิด

“ด้วยพลังของพวกเจ้า สามารถสังหารราชาหมีเหล็กสีน้ำตาลได้งั้นเหรอ?”

“ปกติแล้วมันต้องใช้ศิษย์ระดับเปิดเส้นชีพจรขั้นปลายอย่างน้อยสองคน บวกกับศิษย์ระดับเปิดเส้นชีพจรอีกหลายคนช่วยกัน…ถึงจะทำสำเร็จได้”

“ผู้อาวุโส ภารกิจครั้งนี้ พวกเราเสียศิษย์ไปหนึ่งคนนะครับ” เฉินหยูเอ่ยขึ้น​

“หือ? แค่ศิษย์สายนอกหนึ่งคน? แค่พวกเจ้ากลับมาได้ ก็นับว่าดีมากแล้ว” ชายชราพูดอย่างไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

เฉินหยูและคนอื่นๆ ได้แต่อึ้ง

อะไรคือ "แค่" ศิษย์สายนอกหนึ่งคน?

ฟังจากน้ำเสียงของชายชราแล้ว การสูญเสียครั้งนี้ยังอยู่ในความคาดหมายของเขาอีกด้วย

“อืม...หรือว่าคนที่ตายเป็นศิษย์ระดับเปิดเส้นชีพจรขั้นปลาย?” ชายชราในชุดเทาเหมือนจะรู้ตัวว่าพูดผิดไป

ไม่นาน เขาก็เปิดรายชื่อดู พบว่าคนที่ตายเป็นแค่ศิษย์ระดับหลอมกายหญิง เขาก็เบะปาก

“เอาเถอะ เรื่องนี้ข้าจะรายงานให้เบื้องบนทราบเอง”

ถึงจะโง่แค่ไหนก็ฟังออกว่าเขาพูดอย่างขอไปที

แค่ศิษย์สายนอกคนหนึ่ง แถมยังเป็นแค่ระดับหลอมกายอีก การตายแบบนี้ นิกายคงไม่สนใจหรอก

ฉากนี้ทำให้เฉินหยูรู้สึกสะท้านใจ เเละเขายิ่งตระหนักถึงความต่ำต้อยของศิษย์สายนอกในนิกาย

ต้องได้เป็นศิษย์สายใน ถึงจะได้รับความสำคัญจากนิกาย และได้รับการสนับสนุน

ครู่ต่อมา

สมบัติในมือของทุกคน ก็ถูกเปลี่ยนเป็นแต้มภารกิจและศิลาวิญญาณ

ดีหมีสามารถแลกเป็นทั้งแต้มภารกิจและศิลาวิญญาณได้ในปริมาณไม่มากนัก

“แต้มภารกิจทั้งหมดสามพันเจ็ดร้อยหกสิบแต้ม ศิลาวิญญาณระดับต่ำหนึ่งร้อยหกสิบห้าก้อน ไม่เลวเลยเจ้าหนู...” ชายชราเหลือบมองเฉินหยูอย่างประหลาดใจ

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เฉินหยูได้รับในวันนี้

ในฐานะผู้ดูแลห้องโถง​ ชายชราคนนี้ย่อมรู้ดีว่าภารกิจแบบนี้จะแบ่งผลประโยชน์กันอย่างไร

“ขอบคุณผู้อาวุโส” เฉินหยูยิ้มกว้าง โดยเฉพาะตอนที่สัมผัสศิลาวิญญาณระดับต่ำในมือ

ศิลาวิญญาณนี้คือสกุลเงินของโลกแห่งการฝึกตน ไม่เพียงแต่ใช้ในนิกายเมฆาครามเท่านั้น ยังสามารถใช้ได้ในโลกภายนอกอีกด้วย

ส่วนแต้มภารกิจ สามารถใช้ได้แค่ภายในนิกายเท่านั้น

“เอาล่ะ แยกย้ายกันได้ ไว้เจอกันภารกิจหน้า” ติงจิ่วฮุยหัวเราะ พูดหน้านิกายงานใหญ่

ทุกคนเดินกลับที่พักด้วยร่างกายที่อ่อนล้า

เฉินหยูตั้งใจจะพักผ่อนให้เต็มที่หนึ่งคืน พรุ่งนี้ค่อยไปที่ "หอเทียนอู่" เพื่อเลือกวิชาหลัก

เมื่อกลับถึงห้องพัก

เฉินหยูยังคงตื่นเต้น เขาคิดถึงวิธีใช้ศิลาวิญญาณและแต้มภารกิจ

อย่างแรก แต้มภารกิจสามพันเจ็ดร้อยกว่าแต้ม สามารถแลกเปลี่ยนเป็นวิชาขั้นกลางได้สบายๆ นอกจากวิชาหลักแล้ว เขายังสามารถเลือกวิชาขั้นกลางได้อีกหนึ่งวิชา

ส่วนศิลาวิญญาณ มีประโยชน์มากยิ่งกว่า

ศิลาวิญญาณสามารถนำไปซื้อสมุนไพรล้ำค่า ที่ช่วยในการเพิ่มพลัง รวมถึงสามารถนำไปซื้ออาวุธและชุดเกราะ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้

เฉินหยูอิจฉาอาวุธวิญญาณ​ในมือของเล่อเฟิงมาก…อาวุธวิญญาณ​ สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้อย่างมาก

โดยเฉพาะในภารกิจนี้ ถ้าไม่มีอาวุธวิญญาณ​ พวกเขาก็คงไม่สามารถสังหารราชาหมีได้

แต่ศิลาวิญญาณที่เฉินหยูมี มันยังไม่เพียงพอที่จะซื้ออาวุธวิญญาณ​ หรือแม้แต่ชิ้นส่วนของอาวุธวิญญาณ​ก็ตาม

ก๊อกๆ!

ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดของเฉินหยู

“หน่วยบังคับใช้กฎ?”

เมื่อเปิดประตู เฉินหยูก็เห็นเจ้าหน้าที่หน่วยบังคับใช้กฎสองคน ในชุดคลุมสีดำ…เขาเเอบรู้สึกตกใจเล็กน้อย

ครั้งที่แล้วที่หน่วยบังคับใช้กฎมา เขาก็ต้องมอบเศษอุกกาบาตสองชิ้นให้ไป…ซึ่งเขายังคงรู้สึกเสียดายอยู่

โดยเฉพาะหลังจากที่ได้เห็นพลังของอาวุธวิญญาณ​แล้ว

“เฉินหยู พวกเรามาที่นี่ตามคำสั่งของนิกาย เพื่อมอบรางวัลเพิ่มเติมให้กับผู้ที่มอบเศษอุกกาบาต” เจ้าหน้าที่หน่วยบังคับใช้กฎที่อ้วนท้วมเล็กน้อย พูดด้วยรอยยิ้ม

“รางวัล?” เฉินหยูงง เรื่องนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขามาก

หลังจากมอบเศษอุกกาบาตไปแล้ว ยังมีรางวัลอีกเหรอ?

“ใช่แล้ว รางวัลไม่น้อยเลย เจ้ามอบเศษอุกกาบาตไปสองชิ้น นิกายจะให้รางวัลเจ้าหกพันแต้มภารกิจ” เจ้าหน้าที่หน่วยบังคับใช้กฎอีกคนที่เป็นชายหนุ่ม คือคนที่เคยมาครั้งที่แล้ว

“หกพัน?”

หัวใจของเฉินหยูเต้นแรง จนถึงกับพูดไม่ออก

………………….

จบบทที่ บทที่ 12 : โชคลาภที่ไม่คาดคิด

คัดลอกลิงก์แล้ว