เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 : สังหารราชาหมี

บทที่ 11 : สังหารราชาหมี

บทที่ 11 : สังหารราชาหมี


บทที่ 11 : สังหารราชาหมี

หน้าถ้ำหมี

เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุย ศิษย์ระดับเปิดเส้นชีพจรทั้งสองคน ต่างมองมาที่เฉินหยูด้วยแววตาคาดหวัง

คำพูดของติงจิ่วฮุยนั้น แฝงไปด้วยความสุภาพและการขอร้อง

ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนรู้สึกจนปัญญาจริงๆ ถึงแม้ว่าจะเตรียมการมาอย่างดีแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงประเมินพลังของราชาหมีเหล็กสีน้ำตาลต่ำเกินไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกายที่แข็งแกร่งของราชาหมี ถึงแม้ว่ามันจะโดน "ยาพิษละลายโลหิต" ไปแล้ว แต่พลังต่อสู้ก็ไม่ได้ลดลงมากนัก การต่อสู้ครั้งนี้จึงเป็นไปอย่างยากลำบาก

ตามการคาดคะเนของติงจิ่วฮุย หากต้องการทำให้ราชาหมีเป็นพิษ ปริมาณของยาพิษนี้ต้องเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า!

แต่โชคดีที่หลังจากการต่อสู้ที่ยืดเยื้อยาวนาน พิษก็เริ่มซึมเข้าไปมากเเล้ว ทำให้ความเร็วของราชาหมีลดลง และพลังชีวิตก็ค่อยๆหายไป

แต่พลังและบาดแผลของพวกเขาทั้งสองคน ก็แทบจะทนต่อไปไม่ไหวแล้ว

ในตอนนี้ แค่มีใครสักคนช่วยถ่วงเวลาราชาหมีไว้สักพัก รอให้พวกเขาฟื้นตัวสักหน่อย การสังหารราชาหมีก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากอีกต่อไป

“พี่เฉิน ช่วยหน่อยเถอะนะ” เด็กสาวร่างบางอ้อนวอนด้วยท่าทางน่าสงสาร

ในใจของเธอตอนนี้ มีแต่ความเป็นห่วงเล่อเฟิง จนเธอแทบจะอยากจะพุ่งเข้าไปช่วยด้วยตัวเอง

“พวกเจ้าทุกคน...” เฉินหยูเบ้ปากใส่

“พวกเจ้าจะให้ข้า ที่เป็นแค่ศิษย์ระดับหลอมกายธรรมดาๆไปสู้กับราชาหมีที่แม้แต่ระดับเปิดเส้นชีพจรยังเอาชนะได้ยากเนี่ยนะ…คำขอนี้มันเกินไปหน่อยมั้ง?”

เมื่อพูดจบ เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุยก็รู้สึกเหมือนมีก้างปลาติดคอ

พวกเขาไม่สามารถโต้แย้งได้เลย

เพราะต้องรู้ว่า ระดับเปิดเส้นชีพจรนั้นแข็งแกร่งกว่าระดับหลอมกายมาก เพราะพวกเขาสามารถควบคุมพลังภายในและเปิดเส้นชีพจรได้แล้ว

ตอนนี้ จะให้ศิษย์ระดับหลอมกาย ไปสู้กับราชาหมีที่แม้แต่ศิษย์ระดับเปิดเส้นชีพจรสองคนยังเอาชนะไม่ได้?

นี่มันจะให้ไปถ่วงเวลา หรือให้ไปตายกันแน่?

“หึ! เจ้าไม่ใช่ศิษย์ระดับหลอมกายธรรมดาๆสักหน่อย! ก่อนหน้านี้ ข้าเห็นกับตาตัวเองเลยว่าเจ้าฆ่าหมีเหล็กสีน้ำตาลสองตัวได้อย่างง่ายดาย” เด็กสาวร่างบางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เฉินหยูได้แต่หัวเราะในลำคอ เเละไม่พูดอะไรอีก

เด็กสาวคนนี้ถูกเสน่ห์ของเล่อเฟิงดึงดูดไปจนหมดหัวใจ หลงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้นจนลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ ใครกันที่ช่วยชีวิตเธอไว้

“ศิษย์พี่เฉิน” เล่อเฟิงพูดขึ้นพลางต่อสู้กับราชาหมีไปด้วย

“ข้ารู้ว่าการให้ท่านช่วยถ่วงเวลาราชาหมี มันค่อนข้างเสี่ยง เเต่ข้าก็ไม่ได้จะให้ท่านช่วยฟรีๆ หรอกนะ”

พูดจบ เขาก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ

เฉินหยูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

วิชาตัวเบาของเล่อเฟิงนี่ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ในสถานการณ์แบบนี้ ยังสามารถคุยกับเขาไปด้วย สู้กับราชาหมีไปด้วยได้

แต่ถึงวิชาตัวเบาจะสูงส่งแค่ไหน ปัญหาเรื่องพลังและบาดแผลก็ยังคงอยู่

“วิชาตัวเบาของข้า วิชา ‘ก้าวเมฆา’ นี้ ตระกูลของข้าต้องแลกมาด้วยราคาแพงมาก”

“ความล้ำเลิศของมัน ในบรรดาวิชาขั้นกลาง ถือว่าเป็นระดับแนวหน้าเลยทีเดียว แทบจะเทียบเท่าวิชาขั้นสูงได้เลย” เล่อเฟิงพูดพลางหอบหายใจเล็กน้อย

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ติงจิ่วฮุยที่อยู่ข้างๆก็มีสีหน้าประหลาดใจ

เขาจ้องมองวิชา ‘ก้าวเมฆา’ ด้วยความสนใจอย่างเห็นได้ชัด

“เจ้าจะใช้วิชานี้ แลกกับการที่ข้าลงมือช่วยอย่างนั้นสินะ?” เฉินหยูถามอย่างสงสัย

ปกติแล้ว วิชาชั้นยอดแบบนี้จะไม่เผยแพร่ออกไปข้างนอก มูลค่าของมันอาจจะไม่ด้อยไปกว่าดีหมีของราชาหมีเลย

“แน่นอน เเต่ศิษย์พี่เฉินต้องรับปากว่าจะช่วยถ่วงเวลาราชาหมีไว้ให้ได้ครึ่งก้านธูป” เล่อเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เมื่อได้ยินดังนั้น ติงจิ่วฮุยก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เมื่อคิดดูดีๆ เล่อเฟิงนี่วางแผนได้แยบยลจริงๆ

ถ่วงเวลาครึ่งก้านธูป?

ถ้าเป็นเล่อเฟิงที่อยู่ในระดับเปิดเส้นชีพจรขั้นกลาง แถมมีวิชาตัวเบาที่ยอดเยี่ยมอีก…นั่นก็ยังพอทำได้

แต่ถ้าเป็นศิษย์ระดับหลอมกาย นั่นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แถมยังอาจจะถึงตายได้อีกด้วย

เท่ากับว่าวิชา ‘ก้าวเมฆา’ นี้เป็นแค่เหยื่อล่อ ถ้าเฉินหยูตกลง ก็คงจะถ่วงเวลาได้ไม่นาน แล้วก็ไม่ได้วิชาไปตามระเบียบ

และไม่ว่าเฉินหยูจะทำสำเร็จหรือไม่ ก็ถือว่าได้ช่วยถ่วงเวลาให้พวกเขาได้พักหายใจบ้างแล้ว

“ตกลง ข้ารับปาก แต่เจ้าต้องให้วิชาข้ามาก่อน” เฉินหยูตอบตกลงทันที

เล่อเฟิงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เขามั่นใจว่าศิษย์นอกระดับล่างอย่างเฉินหยู ต้องอยากได้วิชาขั้นสูงแบบนี้แน่นอน

ปั๊ก!

เล่อเฟิงโยนหนังสือวิชา ‘ก้าวเมฆา’ ให้เฉินหยู

เฉินหยูรับมาเปิดดูคร่าวๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไร ก็เก็บมันไว้อย่างดี

หลังจากตกลงกันได้แล้ว เล่อเฟิงก็รีบถอยออกไป

ส่วนเฉินหยูหยิบก้อนหินขึ้นมาจากพื้น แล้วขว้างไปที่หัวของราชาหมีอย่างแรง

โครม!

ถ้าเป็นคนทั่วไปขว้าง ก้อนหินนี้ก็คงเหมือนแค่การเกาให้ราชาหมีคัน…ยังไงก็ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของมันได้เลย

แต่ก้อนหินที่เฉินหยูขว้างไป กลับทำให้ราชาหมีร้องออกมาเสียงต่ำ

กรรร!!!

สิ้นเสียงคำรามของราชาหมี ดวงตาสีแดงก่ำก็จ้องมองมาที่เฉินหยูเขม็ง

เฉินหยูสะดุ้งเล็กน้อย รู้สึกขนลุกไปทั่วร่าง

สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาตรงหน้า ถือเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้

เเถมคลื่นเสียงที่โถมเข้ามา ยังทำให้เลือดลมของเฉินหยูพุ่งพล่าน

แต่เขาเตรียมตัวรับมือไว้ก่อนแล้ว เขาทำการสูดหายใจเข้าลึกๆ ทำให้หัวใจเต้นแรงและรีบควบคุมเลือดลมในร่างกายให้คงที่ในทันที

ฟุ่บ!

เฉินหยูกระโดดเบาๆ รักษาระยะห่างจากราชาหมีไว้ประมาณสองจั้ง

กรรรร!!!!

ระหว่างที่ราชาหมีพุ่งเข้ามา ฝุ่นละอองก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว พื้นดินเเตกเเยกเป็นรอยลึก

พลังที่น่าเกรงขามนี้ เพียงพอที่จะทำให้ศิษย์ระดับหลอมกายทั่วไปหมดกำลังใจที่จะเผชิญหน้ากับมัน

แต่เฉินหยูกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

เขาวิ่งไปมาในกลุ่มฝุ่นควันราวกับเสือดาว บางครั้งก็ใช้ต้นไม้ใกล้ๆเป็นที่กำบัง

ส่วนเล่อเฟิงกับติงจิ่วฮุย ก็ถือโอกาสนี้ถอยออกไปไกลหลายสิบจั้ง

“ความเร็วและปฏิกิริยาของเฉินหยูนี่ไม่ธรรมดา ไม่เหมือนศิษย์ระดับหลอมกายเอาซะเลย” ติงจิ่วฮุยวิจารณ์

“รอดูว่าเขาจะอดทนได้นานแค่ไหน” เล่อเฟิงพูดด้วยสีหน้าแปลกใจ

ตอนที่พวกเขาสู้กับราชาหมี เพื่อรับมือกับคลื่นเสียงโจมตี…พวกเขาต้องใช้พลังภายในปิดหูอยู่ตลอดเวลา

ซึ่งนั่นทำให้การต่อสู้กับราชาหมี ต้องใช้พลังงานมากขึ้นโดยไม่จำเป็น

แต่เฉินหยูกลับไม่ต้องกังวลเรื่องนี้

….

เวลาค่อยๆผ่านไปทีละน้อย

ร่างที่ว่องไวในกลุ่มฝุ่นควัน ยังคงเคลื่อนไหวไปมาอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนจะเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น

ฉากนี้ยิ่งทำให้ เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุยยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นไปอีก

มันเกินความคาดหมายจริงๆ!

ยิ่งนานไป เฉินหยูยิ่งรับมือกับราชาหมีได้ง่ายยิ่งขึ้น

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ราชาหมีพยายามจะไปเล่นงานคนอื่นแทน…แต่เฉินหยูกลับกระโดดขึ้นไปกลางอากาศ แล้วซัดหมัดเข้าที่ท้ายทอยของมัน

ปกติแล้ว หมัดของเฉินหยูคงสร้างความเสียหายให้ราชาหมีได้ไม่มาก แต่หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือด ราชาหมีมีบาดแผลเต็มตัว แถมยังโดนยาพิษละลายโลหิตอีก

หมัดนี้จึงทำให้ราชาหมีถึงกับเซ และร้องออกมาเสียงดัง

เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว…ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหาพวกเล่อเฟิงอย่างรวดเร็ว

“ครึ่งก้านธูปแล้ว ต่อไปก็ต้องฝากพวกเจ้าสองคนด้วย”

ร่างนั้นก็คือเฉินหยูนั่นเอง

เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุย มองหน้ากันแล้วถอนหายใจ ก่อนจะลุกขึ้นไปรับมือกับราชาหมี

ตอนนี้พลังของพวกเขากลับมาบ้างแล้ว บาดแผลก็เริ่มคงที่ การรับมือกับราชาหมีที่กำลังอ่อนแรง จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ฉัวะ!

โดยเฉพาะดาบโบราณของเล่อเฟิง กาีสร้างบาดแผลให้ราชาหมีจึงทำได้มากขึ้น

เสียงร้องอย่างเจ็บปวดเริ่มดังก้องไปทั่วป่าอีกครั้ง

เเละในที่สุด

ชีวิตของราชาหมี ก็ใกล้จะมาถึงจุดจบ

“กรรรรร!”

เเต่ในวินาทีสุดท้าย ราชาหมีพุ่งเข้าใส่เล่อเฟิงอย่างบ้าคลั่ง ราวกับรู้ว่าจุดจบของตัวเองมาถึงแล้ว…การโจมตีครั้งสุดท้ายนี้ จึงเร็วกว่าปกติหลายเท่าตัว

“แย่แล้ว” เล่อเฟิงร้องออกมาด้วยความตกใจ

เเต่หลังจากต่อสู้มาอย่างยาวนานจนร่างกายอ่อนล้า เขาจึงไม่สามารถหลบได้ทัน

“พี่เล่อ ระวัง!” ร่างบางพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง เเล้วใช้แส้เงินฟาดไปที่ราชาหมี

เพี๊ยะ!

แส้นั้นฟาดเข้าที่หน้าของราชาหมี แถมยังโดนเข้าที่ตาอีกด้วย

คนที่ลงมือคือเด็กสาวร่างบาง หลังจากต่อสู้มาสักพัก เธอรู้แล้วว่าจุดอ่อนของหมีเหล็กสีน้ำตาลอยู่ตรงไหน

เมื่อโดนแส้ฟาดเข้าที่หน้า ราชาหมีก็ร้องออกมาเสียงดังทันที

“โอกาสมาแล้ว…ตายซะ!”

“ฉึกกก!!”

เล่อเฟิงแทงดาบเข้าไปในปากของราชาหมี จนทะลุผ่านลำคอของมันในทันที

ก่อนหน้านี้เขาเคยพยายามโจมตีที่ลำคอของราชาหมีแล้ว แต่มันยากที่จะแทงทะลุจากการควบคุมระยะไกล…การโจมตีในระยะประชิดแบบนี้ ทำได้ง่ายกว่ามาก

เมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส ราชาหมีก็ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด มันใช้กรงเล็บฟาดไปมาอย่างบ้าคลั่ง

เล่อเฟิงตอบสนองอย่างรวดเร็ว กลิ้งหลบไปบนพื้น ยังไงราชาหมีก็ต้องตายแน่ๆ เขาจึงไม่จำเป็นต้องเข้าไปเสี่ยงอีก

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเขาจะหลบทัน แต่เด็กสาวร่างบางที่เข้ามาช่วย กลับหลบไม่ทัน

“กรี๊ดดด!”

เด็กสาวร่างบางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างกายบอบบางของเธอถูกกรงเล็บขนาดใหญ่ของราชาหมีเสียบทะลุ

ร่างที่บอบช้ำนั้นลอยขึ้นกลางอากาศ ดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่งจนเลือดสีแดงสดไหลนองไปทั่วร่าง

“พี่เล่อ...” เธอมองไปที่เล่อเฟิงด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อ ก่อนจะหลับตาลงตลอดกาล

บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด

การโจมตีครั้งสุดท้ายของราชาหมี ได้พรากชีวิตของเด็กสาวไป

เฉินหยูและติงจิ่วฮุยมีสีหน้าเศร้าสลด ส่วนเล่อเฟิง…เขาไม่แม้แต่จะมองร่างของเด็กสาวด้วยซ้ำ

ครู่ต่อมา

โครม!

ร่างกายขนาดใหญ่ของราชาหมี ได้ล้มลงกับพื้น พร้อมเลือดที่ไหลนอง

“ในที่สุดก็จัดการได้...”

เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุยถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตอนนี้ดวงตาของพวกเขาเปล่งประกายด้วยความยินดี

แค่ได้ “แก่นดีหมี” นี้ไป โอกาสที่พวกเขาจะทะลวงขั้น ก็มีมากขึ้นแล้ว

แต่ในตอนนั้นเอง

โฮกกกกก!!!!

เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวดังมาจากส่วนลึกของป่า เเถมออร่าพลังของมันก็ไม่ด้อยไปกว่าราชาหมีเหล็กสีน้ำตาลเลย

“แย่แล้ว! คงเป็นสัตว์อสูรตัวอื่น พลังของมันน่าจะพอๆกับราชาหมีทีเดียว” เล่อเฟิงมีสีหน้าเคร่งเครียด

ปกติแล้ว สัตว์อสูรจะมีอาณาเขตของตัวเอง

บริเวณนี้เป็นอาณาเขตของราชาหมี สัตว์อสูรตัวอื่นจะไม่รุกล้ำ เว้นแต่ว่าจะมีพลังมากกว่าหรือเท่าเทียมกัน

“บางทีอาจเป็นเพราะกลิ่นเลือดที่รุนแรง เลยดึงดูดสัตว์อสูรระดับเดียวกันมาก็ได้” เฉินหยูวิเคราะห์

เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุย รีบผ่าร่างของราชาหมี เพื่อเอาดีหมีออกมา

ด้วยสภาพของพวกเขาตอนนี้ ถ้าต้องเจอกับสัตว์อสูรระดับเดียวกับราชาหมีอีก ยังไงพวกเขาคงจะไม่รอดแน่ๆ

“ไป!”

หลังจากได้ดีหมีและกรงเล็บมาแล้ว พวกเขาก็รีบออกจากถ้ำหมีเเล้วมุ่งหน้าออกไปนอกป่าทันที

….

ไม่นานหลังจากที่พวกเขาออกไป

ฟุ่บ! ฟุ่บ!

บนเนินเขาเหนือถ้ำหมี ได้ปรากฏร่างสองร่างขึ้นมา

ร่างหนึ่งเป็นชายหนุ่มมีแผลเป็นบนใบหน้า สะพายดาบอยู่บนหลัง อีกคนเป็นหญิงสาวสวยผู้สวมชุดสีสันสดใส

“คิกๆ ได้ดูละครดีๆ เลยนะเนี่ย” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงยียวน ขณะมองไปทางที่เล่อเฟิงจากไป

“เด็กหนุ่มคนนั้นใจเหี้ยมจริงๆ เพื่อจะได้โอกาสสังหารราชาหมี ถึงกับยอมให้เด็กสาวที่เข้ามาช่วยต้องตายด้วยน้ำมือของราชาหมี”

“ก็เรื่องธรรมดา เส้นทางแห่งผู้แข็งแกร่ง ต้องยืนอยู่บนกองกระดูก” ชายหนุ่มมีแผลเป็นพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“แต่ว่า...” ชายหนุ่มพึมพำ

“เด็กพวกนั้นฝีมือไม่เลวเลย เเถมพวกเขาน่าจะเป็นแค่ศิษย์สายนอกระดับล่างๆ…พรรคเมฆาครามนี่ ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้เยอะเหมือนกันนะ”

“ทำไมเหรอ? พี่ใหญ่คิดจะเปลี่ยนแผนเหรอ? พวกเรา ‘คู่มารดาบดอกไม้’ ไม่จำเป็นต้องกลัวพรรคเมฆาครามสักหน่อย” หญิงสาวพูดอย่างไม่แยแส

“เดิมทีข้าตั้งใจจะกดดันให้พรรคเมฆาคราม มอบ ‘เหล็กอุกกาบาต’ มาให้ข้า เพื่อซ่อมดาบ ‘เมฆามาร’ ของข้า แต่พอเห็นฝีมือของเด็กพวกนั้นแล้ว ข้าเริ่มสงสัยว่าพรรคเมฆาครามอาจจะไม่ธรรมดาอย่างที่เห็น บางทีอาจจะมีปรมาจารย์ระดับสูงซ่อนตัวอยู่ก็ได้” ชายหนุ่มมีแผลเป็นอธิบาย

หญิงสาวกำลังจะพูดต่อ…แต่ทันใดนั้น มันก็มีเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวดังมาจากไม่ไกล

กรรรรร!!!!

เสือดาวลายดอกไม้ขนาดใหญ่ พุ่งเข้ามาหาพวกเขา พลางจ้องมองด้วยสายตาอาฆาต

พลังของมันไม่ด้อยไปกว่าราชาหมี แถมยังรวดเร็วกว่าอีกด้วย…นี่ถ้าพวกเล่อเฟิงเจอกับมัน คงหนีไม่รอดแน่ๆ

แต่หญิงสาวกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

เธอยื่นนิ้วเรียวชี้ไปที่เสือดาว

ทันใดนั้น

กลุ่มควันสีสันสดใสก็ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เสือดาวลายดอกไม้อย่างรวดเร็ว

เเละฉากที่น่าตกใจก็เกิดขึ้น

วืดดดด!!!

บนร่างของเสือดาวปรากฏแสงสว่างวาบ

จากนั้นร่างกายของมันเต็มไปด้วยรูเเสงพร้อมเลือดที่ค่อยๆไหลทะลักออกมา

“บึ้มมม”

เสือดาวยังไม่ทันร้อง ร่างกายของมันก็ระเบิดกลายเป็นเเอ่งเลือด

แถมการมาของเสือดาว ไม่ได้ทำให้การสนทนาของพวกเขาสะดุดเลย

“ที่สำคัญกว่านั้น ‘หนูสื่อวิญญาณ’ ของข้า ได้กลิ่นที่ทำให้มันหวาดกลัวอยู่แถวๆ นี้...” ชายหนุ่มมีแผลเป็นพูดพลางยื่นมือออกมา

เขาเผยให้เห็นหนูขนสีม่วงตัวหนึ่ง กำลังตัวสั่นด้วยความกลัว

“หนูสื่อวิญญาณของข้า เป็นสายพันธุ์พิเศษ มีประสาทรับกลิ่นที่เฉียบคมมาก…มันเคยช่วยข้ารอดพ้นจากอันตรายหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ ความหวาดกลัวของมัน รุนแรงกว่าทุกครั้ง” คำพูดของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวตกใจ

เธอรู้ดีถึงความสามารถพิเศษของหนูสื่อวิญญาณตัวนี้

“อะไรกันแน่ ที่ทำให้หนูสื่อวิญญาณกลัวได้ขนาดนี้…เเถมเป็นเฉพาะตอนที่เด็กพวกนั้นอยู่ด้วย”

“การมาเยือนพรรคเมฆาครามครั้งนี้ พวกเราคงต้องระวังตัวให้มากขึ้น...”

………………………

จบบทที่ บทที่ 11 : สังหารราชาหมี

คัดลอกลิงก์แล้ว