- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้า!! ด้วยหัวใจอมตะ
- บทที่ 10 : เฉินหยูผู้ดุร้าย!
บทที่ 10 : เฉินหยูผู้ดุร้าย!
บทที่ 10 : เฉินหยูผู้ดุร้าย!
บทที่ 10 : เฉินหยูผู้ดุร้าย!
หน้าถ้ำหมี
เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุย กำลังเผชิญหน้ากับราชาหมีที่มีพลังลึกลับ และหมีเหล็กสีน้ำตาลอีกสองสามตัว
ทั้งสองมีสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมหายใจถี่
จากการปะทะกันเมื่อครู่ การโจมตีด้วยคลื่นเสียงของราชาหมี ทำให้เล่อเฟิงเสียเปรียบเล็กน้อย
ฟุ่บ!
ติงจิ่วฮุยกระโดดขึ้นไปยืนบนต้นไม้ข้างๆเล่อเฟิง
"โชคดีที่เล่อเฟิงมีดาบโบราณ อย่างน้อยก็สามารถสร้างบาดแผลให้ราชาหมีได้ ไม่งั้นข้าคงเผ่นแน่บไปแล้ว!"
ติงจิ่วฮุยสงบสติอารมณ์ แล้วหยิบขวดเล็กๆออกมาจากอก
ภายในขวดนั้นบรรจุของเหลวสีม่วงครึ่งขวดที่มีฟองสีดำผุดขึ้นมาเล็กน้อย
"นั่นคืออะไร?" เล่อเฟิงถามอย่าง​ระมัดระวัง​
"ยาพิษละลายโลหิต! ราคาห้าสิบศิลาวิญญาณต่อขวดเล็ก สามารถใช้จัดการกับสัตว์อสูรระดับต่ำทั่วๆไปได้" ติงจิ่วฮุยแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
จากนั้น เขาก็นำ "ยาพิษละลายโลหิต" ครึ่งขวด ทาลงบนดาบโบราณของเล่อเฟิงอย่างระมัดระวัง
โครม!
ปัง!
เเต่ทันใดนั้น ราชาหมีก็พุ่งชนต้นไม้ใหญ่ที่ทั้งสองยืนอยู่หลายครั้ง
มันทำให้ต้นไม้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และเริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้นบนลำต้น
"พลังของมันมหาศาลจริงๆ!"
ทั้งสองมองตากัน
เล่อเฟิงผู้กล้าหาญ ใช้วิชาตัวเบาอันยอดเยี่ยม พุ่งลงไปยังพื้น แล้วฟาดดาบใส่หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวหนึ่งที่อยู่โดดเดี่ยว
ฉัวะ!
ดาบที่อาบยาพิษละลายโลหิต ฟันเข้าที่หลังคอของหมีเหล็กสีน้ำตาล…ทันใดนั้น​ร่างกายของมันก็แข็งทื่อ แล้วล้มลงตายในเวลาไม่กี่อึดใจ
"ยาพิษนี่ได้ผลดีนี่" เล่อเฟิงยิ้มอย่างพึงพอใจ​
ตอนนี้​ ความมั่นใจในการจัดการราชาหมีเพิ่มขึ้นมาหลายส่วนเเล้ว
ดาบโบราณที่อาบยาพิษละลายโลหิต ได้ทำให้พลังโจมตีของเขาเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า!
"ตอนนี้ ขอแค่ไอ้พวกสี่คนนั่นถ่วงเวลาได้ตามแผน…ภารกิจครั้งนี้ก็น่าจะสำเร็จได้อย่างราบรื่น" ติงจิ่วฮุยพึมพำ
….
ในขณะเดียวกัน...
ตอนนี้​ สมาชิกคนอื่นๆในทีมกำลังถูกหมีเหล็กสีน้ำตาลหลายตัวไล่ล่า…พวกเขาทุกคนต่างก็เผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก
แม้แต่เด็กสาวร่างบางที่อยู่ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด ก็ยังต้องหวาดกลัวกับหมีเหล็กสีน้ำตาลสองตัวที่ไล่ล่าเธออยู่
ความเร็วของหมีเหล็กสีน้ำตาลนั้นไม่ช้าเลย อย่างน้อยก็สามารถไล่ตามศิษย์ที่ยังไม่ถึงระดับเปิดเส้นชีพจรได้ทัน แถมยังมีพละกำลังที่ดีอีกด้วย
ด้วยความเร็วของเด็กสาวร่างบาง มันจึงยากที่จะสลัดหมีเหล็กสีน้ำตาลสองตัวนี้ออกไปได้
อย่างไรก็ตาม คนที่ลำบากที่สุดคือเด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น!
เขาถูกหมีเหล็กสีน้ำตาลสี่ตัวไล่ล่าอย่างไม่ลดละ แค่เขาชะงักไปนิดเดียว ก็อาจถูกตะปบได้ทันที​
โชคดีที่ วิชาตัวเบาของเขายังพอใช้ได้ แถมเขายังมีไหวพริบดี เขาใช้สภาพแวดล้อมต่างๆเพื่อหลบหนีหมีเหล็กสีน้ำตาลทั้งสี่ตัวอย่างสุดชีวิต​
"รู้งี้ไม่น่าโลภอยากได้แต้มภารกิจเลย" เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นแทบจะร้องไห้ออกมา
ถ้าพละกำลังของเขาหมดลงเมื่อไหร่ สิ่งที่รอเขาอยู่ก็คือฝันร้าย
...
ในบรรดาทั้งสี่คน ถ้าจะให้พูดว่าใครสบายที่สุด ก็คงจะเป็นเฉินหยูนี่แหละ
ฟุ่บ!
ฟุ่บ!
เฉินหยูเคลื่อนไหวไปมาในป่าราวกับเสือดาว ลมหายใจของเขายังคงปกติ ไม่เหมือนคนอื่นๆที่หายใจติดขัดด้วยความหวาดกลัว
เขาวิ่งไปเป็นระยะๆ ก็ต้องชะลอความเร็วลง เพราะกลัวว่าหมีเหล็กสีน้ำตาลสามตัวที่อยู่ด้านหลังจะตามมาไม่ทัน
หลังจากที่ร่างกายถูกพัฒนาโดยหัวใจลึกลับ พละกำลังและความเร็วของเฉินหยูก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
โดยเฉพาะพละกำลังและความสามารถในการฟื้นฟู ต่อให้วิ่งต่อไปอีกหลายชั่วโมง เขาก็ไม่กลัวว่าจะหมดเเรง
"การถ่วงเวลาหมีเหล็กสีน้ำตาลสามตัวไม่ใช่เรื่องยาก ต่อให้มีมาเพิ่มอีกสามตัว…ก็แค่เหนื่อยขึ้นอีกหน่อย" เฉินหยูเริ่มครุ่นคิด
ตอนนี้ เขาไม่ได้คิดแค่เรื่องการถ่วงเวลาหมีเหล็กสีน้ำตาล​เท่านั้น…แต่กำลังคิดหาวิธีที่จะฆ่าพวกมันด้วย
ส่วนสาเหตุที่เฉินหยูคิดแบบนี้ ก็เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองยังขาดประสบการณ์การต่อสู้จริง
แต่ตอนนี้ เขาต้องเผชิญหน้ากับหมีเหล็กสีน้ำตาลสามตัว ไม่ใช่แค่ตัวเดียว…เขาเลยยังไม่กล้า​เสี่ยง​
ถ้าเป็นแค่ตัวเดียว ด้วยฝีมือในตอนนี้ เขามั่นใจว่าสามารถจัดการได้อย่างแน่นอน
ไม่นาน…เฉินหยูก็คิดแผนการได้
เขามีแต่วิธีเดียวเท่านั้น นั่นคือการแยกพวกมันออกจากกัน!
แยกแล้วค่อยฆ่าทีละตัว!
เฉินหยุมองไปด้านหลัง เนื่องจากความเร็วของเขาค่อนข้างเร็ว หมีเหล็กสีน้ำตาลสามตัวที่ไล่ตามเขามาจึงกระจัดกระจาย จนมีระยะห่างระหว่างกัน
"คิดออกแล้ว!"
เฉินหยูนึกถึงเนินเขาเล็กๆนอกป่า
ไม่นาน เฉินหยูก็ล่อหมีเหล็กสีน้ำตาลสามตัว ออกจากป่าจนมาถึงเนินเขาเล็กๆนั้น
เนินเขานี้มีความสูงประมาณสองจั้ง มีรัศมีหลายสิบจั้ง มันเป็นรูปวงรีที่ไม่สมมาตร
จากนั้น…เฉินหยูก็ล่อหมีเหล็กสีน้ำตาลทั้งสามตัวให้วิ่งวนรอบเนินเขา
แผนการดำเนินไปอย่างราบรื่น
หมีเหล็กสีน้ำตาลในฐานะสัตว์อสูรระดับต่ำ พวกมันไม่ได้มีความฉลาดมากนัก ไม่นานก็เริ่มมึนงงกับการวิ่งวน และถูกแยกออกจากกันในที่สุด​
"เยี่ยม!"
เฉินหยูดีใจมาก
แค่ทำได้ถึงขั้นนี้ เป้าหมายในการฆ่าหมีเหล็กสีน้ำตาลทั้งสามตัว ก็สำเร็จไปแล้วครึ่งทาง
ฟุ่บ!
เฉิน​หยู​กระโดดไปด้านหลังของหมีเหล็กสีน้ำตาลตัวหนึ่ง
เขาหายใจเข้าลึกๆ หัวใจเต้นแรง…รวบรวมพลังทั้งหมดในร่างกาย แล้วปล่อยหมัดออกไป
"หมัดเหล็กผ่าปฐพี!"
หวืด!
หมัดนั้นถูกปล่อยออกไปราวกับลูกเหล็ก พลังของหมัดเหล็กผ่าปฐพีขั้นสูงสุด ถูกแสดงออกมาอย่างเต็มที่
ไม่เพียงเท่านั้น นี่คือหมัดที่ทรงพลังที่สุดของเฉินหยู หลังจากที่ร่างกายของเขาถูกพัฒนาแล้ว!
ในชั่วพริบตานั้น หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวที่ถูกโจมตีก็ขนลุกชันไปทั้งตัว
ปังงง!!!
ท้ายทอยของหมีเหล็กสีน้ำตาล มีเลือดพุ่งกระฉูด
การโจมตี​นี้ทำให้มันรู้สึกมึนงงและตาพร่ามัว
แค่หมัดเดียว ก็ทำให้หมีเหล็กสีน้ำตาลเกือบตาย และไม่สามารถต่อสู้ได้อีก
"ตายซะ!"
“ปังงง!!”
เฉินหยูซัดหมัดที่สอง ร่างของหมีเหล็กสีน้ำตาลก็ล้มลงกับพื้นเเล้วเเน่นิ่งไป
ถ้าสมาชิกคนอื่นๆในทีมมาเห็นฉากนี้ พวกเขาก็คงจะตกใจอย่างมาก
เพราะเฉินหยูจัดการหมีเหล็กสีน้ำตาลได้ภายในไม่กี่กระบวนท่า…แม้แต่ติงจิ่วฮุยที่อยู่ในระดับเปิดเส้นชีพจรขั้นต้น ก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้
ส่วนเล่อเฟิง ถึงแม้ว่าจะสามารถจัดการหมีเหล็กสีน้ำตาลได้ภายในกระบวนท่าเดียว แต่นั่นก็เป็นเพราะดาบโบราณที่ทรงพลัง​
หลังจากจัดการหมีเหล็กสีน้ำตาลตัวนี้ได้แล้ว การจัดการอีกสองตัวที่เหลือ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
เฉินหยูใช้เวลาเพียงสองถึงสามหมัด ก็สามารถฆ่าหมีเหล็กสีน้ำตาลที่เหลือได้
"ดูเหมือนว่า การต่อสู้จริงจะช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ได้มากที่สุด​"
เฉินหยูรู้สึกพึงพอใจเล็กน้อย
ตอนแรกที่เขาต้องเผชิญหน้ากับหมีเหล็กสีน้ำตาล เขาก็รู้สึกหวาดกลัว ฝีมือสิบส่วน ใช้ได้ไม่ถึงหกส่วน
แต่ตอนนี้ เขาสามารถจัดการหมีเหล็กสีน้ำตาลได้อย่างง่ายดาย
"กลับไปดูหน่อยดีกว่า"
เฉินหยูยังมีพละกำลังเหลือเฟือ การฆ่าหมีเหล็กสีน้ำตาลติดๆกันหลายตัว ทำให้เขาเริ่มรู้สึกติดใจเเล้ว
เมื่อมาถึงบริเวณใกล้ๆกับป่า เฉินหยูก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือทันที​
"ช่วยด้วย!"
เสียงหอบหายใจดังมาจากด้านข้าง เป็นเสียงของเด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น
ในตอนนี้ เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นกำลังถูกหมีเหล็กสีน้ำตาลสี่ตัวไล่ล่า จนอยู่ในสภาพที่น่าเวทนามาก
"ให้เจ้าหมอนี่คอยดึงดูดความสนใจ ข้าก็จะได้ฆ่าหมีเหล็กสีน้ำตาลได้มากขึ้น แล้วก็จะได้ส่วนแบ่งมากขึ้นด้วย" เฉินหยูวาดเเผนการในใจอย่างรวดเร็ว​
ฟุ่บ!
เขาไม่ลังเล เเล้วรีบวิ่งตามไปทันที​
ทันใดนั้น​ ในป่าได้เกิดภาพแปลกๆขึ้น
เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นกำลังวิ่งหนีหมีเหล็กสีน้ำตาลสี่ตัวอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนเด็กหนุ่มอีกคน วิ่งตามหมีเหล็กสีน้ำตาลไปด้วยท่าทางดุร้าย
ไม่กี่อึดใจต่อมา
โครม!
หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวแรก ก็ถูกเฉินหยูซัดจากด้านหลังจนตาย
จากนั้น หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวที่สองและตัวที่สาม ก็ถูกเฉินหยู "จัดการ" จากด้านหลังได้สำเร็จ
อาจจะเพราะ​ตกใจกับรัศมีสังหารของเฉินหยู หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวสุดท้าย จึงหันหลังเเล้ววิ่งหนีไป
"เจ้า..."
เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นมองเฉินหยูที่เต็มไปด้วยเลือดด้วยสายตาแปลกๆ
จากนั้น​ในที่สุด หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวที่วิ่งหนี ก็ไม่รอดพ้นจากการ "จัดการ" ของเฉินหยู
มันถูกตีจนร้องอย่างน่าอนาถ แล้วล้มลงขาดใจตาย
ฉากนี้ทำให้เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นตกตะลึงจนยืนนิ่งอยู่กับที่
"ไป…ไปดูคนอื่นกัน"
เฉินหยูเดินนำเข้าไปในป่าลึกต่อ
ตอนนี้​ เขาอยากเห็นการต่อสู้กับราชาหมีมากที่สุด​
"พี่เฉิน ข้าวิ่งไม่ไหวแล้ว..." เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นร้องไห้ แล้วทรุดลงกับพื้น
หลังจากถูกหมีเหล็กสีน้ำตาลสี่ตัวไล่ล่ามาเป็นเวลานาน ตอนนี้เขาแทบจะหมดแรงเเล้ว
ส่วนเฉินหยู ยังคงดูสบายๆ
เขาจึงปล่อยอีกฝ่ายไว้ เเล้วเดินเข้าไปในป่าอย่างช้าๆ
ระหว่างทาง เฉินหยูเจอกับเด็กสาวร่างบาง
ถึงแม้ว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับหมีเหล็กสีน้ำตาลแค่สองตัว แต่เธอก็อยู่ในสภาพที่เหนื่อยล้าเเละมีเหงื่อไหลท่วมตัว
"ศิษย์พี่เฉิน ช่วยข้าด้วย" เด็กสาวร่างบางดีใจมากที่เห็นเฉิน​หยู​
เฉินหยูไม่พูดอะไร เขาพุ่งเข้าไปจัดการหมีเหล็กสีน้ำตาลสองตัวจากด้านหลังอย่างเฉยชา
เขาเริ่มชินกับการโจมตีหมีเหล็กสีน้ำตาลจากด้านหลังแล้ว…ลงมือเเค่ไม่กี่ครั้งก็จัดการ​ได้อย่างสมบู​รณ์
เด็กสาวร่างบางตกตะลึงกับฝีมืออันน่ากลัวของเฉินหยู…แต่แววตาของเธอในช่วงต่อมากลับดูแปลกๆ
"ศิษย์พี่เฉิน พวกเราไปช่วยพี่ใหญ่เล่อเฟิงกันเถอะนะ" เด็กสาวร่างบางอ้อนวอน
"ช่วย?...อย่างเจ้าเนี่ยนะ?"
เฉินหยูเหลือบมองเด็กสาวที่กำลังหอบหายใจ แขนเล็กขาเล็กของเจ้า คงไม่พอแม้แต่จะยัดเข้าไปในปากของราชาหมีด้วยซ้ำ​
"ตามที่ตกลงกันไว้ พวกเราไม่จำเป็นต้องสู้กับราชาหมี”
“แต่ว่า….ถ้าจะไปช่วยเก็บกวาดสนามรบ ก็ยังพอไหว” เฉินหยูพยักหน้า
เด็กสาวร่างบางส่งเสียงไม่พอใจเบาๆ แต่ก็เดินตามเฉินหยูไปยังถ้ำหมี
กรรรรร!!!!
แค่เข้าใกล้สนามรบ ทั้งสองก็ได้ยินเสียงคำรามอันน่าตกใจ
เเถมเสียงนี้ยังทำให้แก้วหูสั่นสะท้าน​ และเลือดลมพลุ่งพล่าน
เด็กสาวร่างบางแทบจะทรงตัวไม่อยู่
"นี่มัน…การโจมตีด้วยคลื่นเสียงนี่" เฉินหยูไม่ได้รับผลกระทบอะไร เพราะร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก
เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กสาวร่างบางก็ปรับลมหายใจ แล้วเอามือปิดหู
เธอยังอยู่ในระดับหลอมกาย ไม่สามารถใช้พลังภายในมาปิดหูได้เหมือนเล่อเฟิงและติงจิ่วฮุยได้
เมื่อเข้าไปใกล้ ทั้งสองก็เริ่มเห็นสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน
บริเวณรอบๆถ้ำ มีซากหมีเหล็กสีน้ำตาลอยู่เจ็ดแปดตัว บางตัวมีเลือดสีม่วงดำไหลออกมา
ส่วนเล่อเฟิงและติงจิ่วฮุย พวกเขา​กำลังหอบหายใจโดยมีบาดแผลอยู่ทั่วร่างกาย
ติงจิ่วฮุยบาดเจ็บหนักกว่า ตอนนี้เขาเกือบจะคุกเข่าลงกับพื้นอยู่รอมล่อ
อีกด้านหนึ่ง เล่อเฟิงถือดาบโบราณเเละกำลังต่อสู้กับราชาหมีอย่างทุลักทุเล​
บนร่างกายของราชาหมี มีบาดแผลมากมาย มีเลือดสีม่วงดำไหลออกมาเป็นระยะๆ…แต่มันก็ยังคงโจมตีด้วยกรงเล็บและเสียงคำรามอย่างดุเดือด
"เฉินหยู เจ้ามาได้ถูกเวลาจริงๆ!" เล่อเฟิงดีใจมากที่เห็นเฉินหยู
ส่วนเด็กสาวร่างบาง ถึงแม้ว่าจะมีสีหน้าเป็นห่วง แต่เล่อเฟิงก็ไม่ได้สนใจเธอเลย
"เล่อเฟิง เจ้าคงไม่คิดจะให้ข้าสู้กับราชาหมีหรอกนะ?"
เฉินหยูยืนดูอยู่เฉยๆโดยไม่ได้คิดจะช่วย
พลังของราชาหมีนั้นแข็งแกร่งกว่าหมีเหล็กสีน้ำตาลธรรมดามาก
โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายของการต่อสู้แบบหลังชนฝาเเบบนี้​…มันอันตรายมาก
และตามที่ตกลงกันไว้ เขาไม่จำเป็นต้องช่วย
เล่อเฟิงชะงักไป เเล้วไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อ
เพราะพวกเขา ได้ตกลงกันไว้เเบบนั้นจริงๆ
"ศิษย์น้องเฉิน ข้ากับเล่อเฟิงบาดเจ็บ และพละกำลังใกล้หมดแล้ว เจ้าแค่ช่วยถ่วงเวลาราชาหมีสักพักก็พอเเล้ว”
“พอพวกเราฟื้นตัวแล้ว การจัดการราชาหมีก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป​”
ติงจิ่วฮุยฝืนยิ้ม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร​
………………….