เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 : เฉินหยูผู้ดุร้าย!

บทที่ 10 : เฉินหยูผู้ดุร้าย!

บทที่ 10 : เฉินหยูผู้ดุร้าย!


บทที่ 10 : เฉินหยูผู้ดุร้าย!

หน้าถ้ำหมี

เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุย กำลังเผชิญหน้ากับราชาหมีที่มีพลังลึกลับ และหมีเหล็กสีน้ำตาลอีกสองสามตัว

ทั้งสองมีสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมหายใจถี่

จากการปะทะกันเมื่อครู่ การโจมตีด้วยคลื่นเสียงของราชาหมี ทำให้เล่อเฟิงเสียเปรียบเล็กน้อย

ฟุ่บ!

ติงจิ่วฮุยกระโดดขึ้นไปยืนบนต้นไม้ข้างๆเล่อเฟิง

"โชคดีที่เล่อเฟิงมีดาบโบราณ อย่างน้อยก็สามารถสร้างบาดแผลให้ราชาหมีได้ ไม่งั้นข้าคงเผ่นแน่บไปแล้ว!"

ติงจิ่วฮุยสงบสติอารมณ์ แล้วหยิบขวดเล็กๆออกมาจากอก

ภายในขวดนั้นบรรจุของเหลวสีม่วงครึ่งขวดที่มีฟองสีดำผุดขึ้นมาเล็กน้อย

"นั่นคืออะไร?" เล่อเฟิงถามอย่าง​ระมัดระวัง​

"ยาพิษละลายโลหิต! ราคาห้าสิบศิลาวิญญาณต่อขวดเล็ก สามารถใช้จัดการกับสัตว์อสูรระดับต่ำทั่วๆไปได้" ติงจิ่วฮุยแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย

จากนั้น เขาก็นำ "ยาพิษละลายโลหิต" ครึ่งขวด ทาลงบนดาบโบราณของเล่อเฟิงอย่างระมัดระวัง

โครม!

ปัง!

เเต่ทันใดนั้น ราชาหมีก็พุ่งชนต้นไม้ใหญ่ที่ทั้งสองยืนอยู่หลายครั้ง

มันทำให้ต้นไม้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และเริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้นบนลำต้น

"พลังของมันมหาศาลจริงๆ!"

ทั้งสองมองตากัน

เล่อเฟิงผู้กล้าหาญ ใช้วิชาตัวเบาอันยอดเยี่ยม พุ่งลงไปยังพื้น แล้วฟาดดาบใส่หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวหนึ่งที่อยู่โดดเดี่ยว

ฉัวะ!

ดาบที่อาบยาพิษละลายโลหิต ฟันเข้าที่หลังคอของหมีเหล็กสีน้ำตาล…ทันใดนั้น​ร่างกายของมันก็แข็งทื่อ แล้วล้มลงตายในเวลาไม่กี่อึดใจ

"ยาพิษนี่ได้ผลดีนี่" เล่อเฟิงยิ้มอย่างพึงพอใจ​

ตอนนี้​ ความมั่นใจในการจัดการราชาหมีเพิ่มขึ้นมาหลายส่วนเเล้ว

ดาบโบราณที่อาบยาพิษละลายโลหิต ได้ทำให้พลังโจมตีของเขาเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า!

"ตอนนี้ ขอแค่ไอ้พวกสี่คนนั่นถ่วงเวลาได้ตามแผน…ภารกิจครั้งนี้ก็น่าจะสำเร็จได้อย่างราบรื่น" ติงจิ่วฮุยพึมพำ

….

ในขณะเดียวกัน...

ตอนนี้​ สมาชิกคนอื่นๆในทีมกำลังถูกหมีเหล็กสีน้ำตาลหลายตัวไล่ล่า…พวกเขาทุกคนต่างก็เผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก

แม้แต่เด็กสาวร่างบางที่อยู่ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด ก็ยังต้องหวาดกลัวกับหมีเหล็กสีน้ำตาลสองตัวที่ไล่ล่าเธออยู่

ความเร็วของหมีเหล็กสีน้ำตาลนั้นไม่ช้าเลย อย่างน้อยก็สามารถไล่ตามศิษย์ที่ยังไม่ถึงระดับเปิดเส้นชีพจรได้ทัน แถมยังมีพละกำลังที่ดีอีกด้วย

ด้วยความเร็วของเด็กสาวร่างบาง มันจึงยากที่จะสลัดหมีเหล็กสีน้ำตาลสองตัวนี้ออกไปได้

อย่างไรก็ตาม คนที่ลำบากที่สุดคือเด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น!

เขาถูกหมีเหล็กสีน้ำตาลสี่ตัวไล่ล่าอย่างไม่ลดละ แค่เขาชะงักไปนิดเดียว ก็อาจถูกตะปบได้ทันที​

โชคดีที่ วิชาตัวเบาของเขายังพอใช้ได้ แถมเขายังมีไหวพริบดี เขาใช้สภาพแวดล้อมต่างๆเพื่อหลบหนีหมีเหล็กสีน้ำตาลทั้งสี่ตัวอย่างสุดชีวิต​

"รู้งี้ไม่น่าโลภอยากได้แต้มภารกิจเลย" เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นแทบจะร้องไห้ออกมา

ถ้าพละกำลังของเขาหมดลงเมื่อไหร่ สิ่งที่รอเขาอยู่ก็คือฝันร้าย

...

ในบรรดาทั้งสี่คน ถ้าจะให้พูดว่าใครสบายที่สุด ก็คงจะเป็นเฉินหยูนี่แหละ

ฟุ่บ!

ฟุ่บ!

เฉินหยูเคลื่อนไหวไปมาในป่าราวกับเสือดาว ลมหายใจของเขายังคงปกติ ไม่เหมือนคนอื่นๆที่หายใจติดขัดด้วยความหวาดกลัว

เขาวิ่งไปเป็นระยะๆ ก็ต้องชะลอความเร็วลง เพราะกลัวว่าหมีเหล็กสีน้ำตาลสามตัวที่อยู่ด้านหลังจะตามมาไม่ทัน

หลังจากที่ร่างกายถูกพัฒนาโดยหัวใจลึกลับ พละกำลังและความเร็วของเฉินหยูก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

โดยเฉพาะพละกำลังและความสามารถในการฟื้นฟู ต่อให้วิ่งต่อไปอีกหลายชั่วโมง เขาก็ไม่กลัวว่าจะหมดเเรง

"การถ่วงเวลาหมีเหล็กสีน้ำตาลสามตัวไม่ใช่เรื่องยาก ต่อให้มีมาเพิ่มอีกสามตัว…ก็แค่เหนื่อยขึ้นอีกหน่อย" เฉินหยูเริ่มครุ่นคิด

ตอนนี้ เขาไม่ได้คิดแค่เรื่องการถ่วงเวลาหมีเหล็กสีน้ำตาล​เท่านั้น…แต่กำลังคิดหาวิธีที่จะฆ่าพวกมันด้วย

ส่วนสาเหตุที่เฉินหยูคิดแบบนี้ ก็เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองยังขาดประสบการณ์การต่อสู้จริง

แต่ตอนนี้ เขาต้องเผชิญหน้ากับหมีเหล็กสีน้ำตาลสามตัว ไม่ใช่แค่ตัวเดียว…เขาเลยยังไม่กล้า​เสี่ยง​

ถ้าเป็นแค่ตัวเดียว ด้วยฝีมือในตอนนี้ เขามั่นใจว่าสามารถจัดการได้อย่างแน่นอน

ไม่นาน…เฉินหยูก็คิดแผนการได้

เขามีแต่วิธีเดียวเท่านั้น นั่นคือการแยกพวกมันออกจากกัน!

แยกแล้วค่อยฆ่าทีละตัว!

เฉินหยุมองไปด้านหลัง เนื่องจากความเร็วของเขาค่อนข้างเร็ว หมีเหล็กสีน้ำตาลสามตัวที่ไล่ตามเขามาจึงกระจัดกระจาย จนมีระยะห่างระหว่างกัน

"คิดออกแล้ว!"

เฉินหยูนึกถึงเนินเขาเล็กๆนอกป่า

ไม่นาน เฉินหยูก็ล่อหมีเหล็กสีน้ำตาลสามตัว ออกจากป่าจนมาถึงเนินเขาเล็กๆนั้น

เนินเขานี้มีความสูงประมาณสองจั้ง มีรัศมีหลายสิบจั้ง มันเป็นรูปวงรีที่ไม่สมมาตร

จากนั้น…เฉินหยูก็ล่อหมีเหล็กสีน้ำตาลทั้งสามตัวให้วิ่งวนรอบเนินเขา

แผนการดำเนินไปอย่างราบรื่น

หมีเหล็กสีน้ำตาลในฐานะสัตว์อสูรระดับต่ำ พวกมันไม่ได้มีความฉลาดมากนัก ไม่นานก็เริ่มมึนงงกับการวิ่งวน และถูกแยกออกจากกันในที่สุด​

"เยี่ยม!"

เฉินหยูดีใจมาก

แค่ทำได้ถึงขั้นนี้ เป้าหมายในการฆ่าหมีเหล็กสีน้ำตาลทั้งสามตัว ก็สำเร็จไปแล้วครึ่งทาง

ฟุ่บ!

เฉิน​หยู​กระโดดไปด้านหลังของหมีเหล็กสีน้ำตาลตัวหนึ่ง

เขาหายใจเข้าลึกๆ หัวใจเต้นแรง…รวบรวมพลังทั้งหมดในร่างกาย แล้วปล่อยหมัดออกไป

"หมัดเหล็กผ่าปฐพี!"

หวืด!

หมัดนั้นถูกปล่อยออกไปราวกับลูกเหล็ก พลังของหมัดเหล็กผ่าปฐพีขั้นสูงสุด ถูกแสดงออกมาอย่างเต็มที่

ไม่เพียงเท่านั้น นี่คือหมัดที่ทรงพลังที่สุดของเฉินหยู หลังจากที่ร่างกายของเขาถูกพัฒนาแล้ว!

ในชั่วพริบตานั้น หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวที่ถูกโจมตีก็ขนลุกชันไปทั้งตัว

ปังงง!!!

ท้ายทอยของหมีเหล็กสีน้ำตาล มีเลือดพุ่งกระฉูด

การโจมตี​นี้ทำให้มันรู้สึกมึนงงและตาพร่ามัว

แค่หมัดเดียว ก็ทำให้หมีเหล็กสีน้ำตาลเกือบตาย และไม่สามารถต่อสู้ได้อีก

"ตายซะ!"

“ปังงง!!”

เฉินหยูซัดหมัดที่สอง ร่างของหมีเหล็กสีน้ำตาลก็ล้มลงกับพื้นเเล้วเเน่นิ่งไป

ถ้าสมาชิกคนอื่นๆในทีมมาเห็นฉากนี้ พวกเขาก็คงจะตกใจอย่างมาก

เพราะเฉินหยูจัดการหมีเหล็กสีน้ำตาลได้ภายในไม่กี่กระบวนท่า…แม้แต่ติงจิ่วฮุยที่อยู่ในระดับเปิดเส้นชีพจรขั้นต้น ก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้

ส่วนเล่อเฟิง ถึงแม้ว่าจะสามารถจัดการหมีเหล็กสีน้ำตาลได้ภายในกระบวนท่าเดียว แต่นั่นก็เป็นเพราะดาบโบราณที่ทรงพลัง​

หลังจากจัดการหมีเหล็กสีน้ำตาลตัวนี้ได้แล้ว การจัดการอีกสองตัวที่เหลือ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เฉินหยูใช้เวลาเพียงสองถึงสามหมัด ก็สามารถฆ่าหมีเหล็กสีน้ำตาลที่เหลือได้

"ดูเหมือนว่า การต่อสู้จริงจะช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ได้มากที่สุด​"

เฉินหยูรู้สึกพึงพอใจเล็กน้อย

ตอนแรกที่เขาต้องเผชิญหน้ากับหมีเหล็กสีน้ำตาล เขาก็รู้สึกหวาดกลัว ฝีมือสิบส่วน ใช้ได้ไม่ถึงหกส่วน

แต่ตอนนี้ เขาสามารถจัดการหมีเหล็กสีน้ำตาลได้อย่างง่ายดาย

"กลับไปดูหน่อยดีกว่า"

เฉินหยูยังมีพละกำลังเหลือเฟือ การฆ่าหมีเหล็กสีน้ำตาลติดๆกันหลายตัว ทำให้เขาเริ่มรู้สึกติดใจเเล้ว

เมื่อมาถึงบริเวณใกล้ๆกับป่า เฉินหยูก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือทันที​

"ช่วยด้วย!"

เสียงหอบหายใจดังมาจากด้านข้าง เป็นเสียงของเด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น

ในตอนนี้ เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นกำลังถูกหมีเหล็กสีน้ำตาลสี่ตัวไล่ล่า จนอยู่ในสภาพที่น่าเวทนามาก

"ให้เจ้าหมอนี่คอยดึงดูดความสนใจ ข้าก็จะได้ฆ่าหมีเหล็กสีน้ำตาลได้มากขึ้น แล้วก็จะได้ส่วนแบ่งมากขึ้นด้วย" เฉินหยูวาดเเผนการในใจอย่างรวดเร็ว​

ฟุ่บ!

เขาไม่ลังเล เเล้วรีบวิ่งตามไปทันที​

ทันใดนั้น​ ในป่าได้เกิดภาพแปลกๆขึ้น

เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นกำลังวิ่งหนีหมีเหล็กสีน้ำตาลสี่ตัวอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนเด็กหนุ่มอีกคน วิ่งตามหมีเหล็กสีน้ำตาลไปด้วยท่าทางดุร้าย

ไม่กี่อึดใจต่อมา

โครม!

หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวแรก ก็ถูกเฉินหยูซัดจากด้านหลังจนตาย

จากนั้น หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวที่สองและตัวที่สาม ก็ถูกเฉินหยู "จัดการ" จากด้านหลังได้สำเร็จ

อาจจะเพราะ​ตกใจกับรัศมีสังหารของเฉินหยู หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวสุดท้าย จึงหันหลังเเล้ววิ่งหนีไป

"เจ้า..."

เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นมองเฉินหยูที่เต็มไปด้วยเลือดด้วยสายตาแปลกๆ

จากนั้น​ในที่สุด หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวที่วิ่งหนี ก็ไม่รอดพ้นจากการ "จัดการ" ของเฉินหยู

มันถูกตีจนร้องอย่างน่าอนาถ แล้วล้มลงขาดใจตาย

ฉากนี้ทำให้เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นตกตะลึงจนยืนนิ่งอยู่กับที่

"ไป…ไปดูคนอื่นกัน"

เฉินหยูเดินนำเข้าไปในป่าลึกต่อ

ตอนนี้​ เขาอยากเห็นการต่อสู้กับราชาหมีมากที่สุด​

"พี่เฉิน ข้าวิ่งไม่ไหวแล้ว..." เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นร้องไห้ แล้วทรุดลงกับพื้น

หลังจากถูกหมีเหล็กสีน้ำตาลสี่ตัวไล่ล่ามาเป็นเวลานาน ตอนนี้เขาแทบจะหมดแรงเเล้ว

ส่วนเฉินหยู ยังคงดูสบายๆ

เขาจึงปล่อยอีกฝ่ายไว้ เเล้วเดินเข้าไปในป่าอย่างช้าๆ

ระหว่างทาง เฉินหยูเจอกับเด็กสาวร่างบาง

ถึงแม้ว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับหมีเหล็กสีน้ำตาลแค่สองตัว แต่เธอก็อยู่ในสภาพที่เหนื่อยล้าเเละมีเหงื่อไหลท่วมตัว

"ศิษย์พี่เฉิน ช่วยข้าด้วย" เด็กสาวร่างบางดีใจมากที่เห็นเฉิน​หยู​

เฉินหยูไม่พูดอะไร เขาพุ่งเข้าไปจัดการหมีเหล็กสีน้ำตาลสองตัวจากด้านหลังอย่างเฉยชา

เขาเริ่มชินกับการโจมตีหมีเหล็กสีน้ำตาลจากด้านหลังแล้ว…ลงมือเเค่ไม่กี่ครั้งก็จัดการ​ได้อย่างสมบู​รณ์

เด็กสาวร่างบางตกตะลึงกับฝีมืออันน่ากลัวของเฉินหยู…แต่แววตาของเธอในช่วงต่อมากลับดูแปลกๆ

"ศิษย์พี่เฉิน พวกเราไปช่วยพี่ใหญ่เล่อเฟิงกันเถอะนะ" เด็กสาวร่างบางอ้อนวอน

"ช่วย?...อย่างเจ้าเนี่ยนะ?"

เฉินหยูเหลือบมองเด็กสาวที่กำลังหอบหายใจ แขนเล็กขาเล็กของเจ้า คงไม่พอแม้แต่จะยัดเข้าไปในปากของราชาหมีด้วยซ้ำ​

"ตามที่ตกลงกันไว้ พวกเราไม่จำเป็นต้องสู้กับราชาหมี”

“แต่ว่า….ถ้าจะไปช่วยเก็บกวาดสนามรบ ก็ยังพอไหว” เฉินหยูพยักหน้า

เด็กสาวร่างบางส่งเสียงไม่พอใจเบาๆ แต่ก็เดินตามเฉินหยูไปยังถ้ำหมี

กรรรรร!!!!

แค่เข้าใกล้สนามรบ ทั้งสองก็ได้ยินเสียงคำรามอันน่าตกใจ

เเถมเสียงนี้ยังทำให้แก้วหูสั่นสะท้าน​ และเลือดลมพลุ่งพล่าน

เด็กสาวร่างบางแทบจะทรงตัวไม่อยู่

"นี่มัน…การโจมตีด้วยคลื่นเสียงนี่" เฉินหยูไม่ได้รับผลกระทบอะไร เพราะร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก

เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กสาวร่างบางก็ปรับลมหายใจ แล้วเอามือปิดหู

เธอยังอยู่ในระดับหลอมกาย ไม่สามารถใช้พลังภายในมาปิดหูได้เหมือนเล่อเฟิงและติงจิ่วฮุยได้

เมื่อเข้าไปใกล้ ทั้งสองก็เริ่มเห็นสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน

บริเวณรอบๆถ้ำ มีซากหมีเหล็กสีน้ำตาลอยู่เจ็ดแปดตัว บางตัวมีเลือดสีม่วงดำไหลออกมา

ส่วนเล่อเฟิงและติงจิ่วฮุย พวกเขา​กำลังหอบหายใจโดยมีบาดแผลอยู่ทั่วร่างกาย

ติงจิ่วฮุยบาดเจ็บหนักกว่า ตอนนี้เขาเกือบจะคุกเข่าลงกับพื้นอยู่รอมล่อ

อีกด้านหนึ่ง เล่อเฟิงถือดาบโบราณเเละกำลังต่อสู้กับราชาหมีอย่างทุลักทุเล​

บนร่างกายของราชาหมี มีบาดแผลมากมาย มีเลือดสีม่วงดำไหลออกมาเป็นระยะๆ…แต่มันก็ยังคงโจมตีด้วยกรงเล็บและเสียงคำรามอย่างดุเดือด

"เฉินหยู เจ้ามาได้ถูกเวลาจริงๆ!" เล่อเฟิงดีใจมากที่เห็นเฉินหยู

ส่วนเด็กสาวร่างบาง ถึงแม้ว่าจะมีสีหน้าเป็นห่วง แต่เล่อเฟิงก็ไม่ได้สนใจเธอเลย

"เล่อเฟิง เจ้าคงไม่คิดจะให้ข้าสู้กับราชาหมีหรอกนะ?"

เฉินหยูยืนดูอยู่เฉยๆโดยไม่ได้คิดจะช่วย

พลังของราชาหมีนั้นแข็งแกร่งกว่าหมีเหล็กสีน้ำตาลธรรมดามาก

โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายของการต่อสู้แบบหลังชนฝาเเบบนี้​…มันอันตรายมาก

และตามที่ตกลงกันไว้ เขาไม่จำเป็นต้องช่วย

เล่อเฟิงชะงักไป เเล้วไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อ

เพราะพวกเขา ได้ตกลงกันไว้เเบบนั้นจริงๆ

"ศิษย์น้องเฉิน ข้ากับเล่อเฟิงบาดเจ็บ และพละกำลังใกล้หมดแล้ว เจ้าแค่ช่วยถ่วงเวลาราชาหมีสักพักก็พอเเล้ว”

“พอพวกเราฟื้นตัวแล้ว การจัดการราชาหมีก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป​”

ติงจิ่วฮุยฝืนยิ้ม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร​

………………….

จบบทที่ บทที่ 10 : เฉินหยูผู้ดุร้าย!

คัดลอกลิงก์แล้ว