เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 : แสดงฝีมือ

บทที่ 8 : แสดงฝีมือ

บทที่ 8 : แสดงฝีมือ


บทที่ 8 : แสดงฝีมือ

เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของเด็กสาวร่างบาง เฉินหยูและคนอื่นๆก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ

พวกเขาตระหนักได้เเล้วว่าภารกิจในครั้งนี้ยากกว่าที่คิดเอาไว้มาก

พลังของเด็กสาวร่างบางและเฟิงเต๋อนั้น ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของระดับ 'หลอมกาย'

พวกเขาสามารถจัดการกับเสือดาวได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหมีเหล็กสีน้ำตาลที่มีหนังหนาและพละกำลังมหาศาล พวกเขากลับแทบจะไม่สามารถต้านทานได้เลย

และตอนนี้ เด็กสาวร่างบางกำลังจะตกเป็นเหยื่อของหมีเหล็กสีน้ำตาล

เธอเสียหลักอยู่กลางอากาศ จึงไม่สามารถหลบหนีได้เลย

ฟุ่บ!

เเต่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย

ร่างที่พลิ้วไหวก็พุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศ ปรากฏตัวขึ้นระหว่างหมีเหล็กสีน้ำตาลและเด็กสาวร่างบางด้วยวิถีที่เหลือเชื่อ

วิชาตัวเบาที่ยอดเยี่ยมมาก!

เฉินหยูเหลือบมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง

ผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือคือเล่อเฟิง วิชาตัวเบาที่เขาใช้นั้น อย่างน้อยต้องเป็นวิชาระดับกลาง

เล่อเฟิงที่อยู่กลางอากาศ ยื่นมือออกไปแตะไหล่ของเด็กสาวร่างบางเบาๆ

เพียงแค่แรงเล็กน้อย ก็ทำให้เด็กสาวร่างบางกลับมาทรงตัวได้กลางอากาศ และลอยไปด้านข้างประมาณสองฉื่อ

สองฉื่อนั้นเพียงพอที่จะเปลี่ยนจากความเป็นเป็นความตายได้

กรรรรร!

หมีเหล็กสีน้ำตาลกัดพลาดไปเพียงไม่กี่นิ้ว

"พี่ใหญ่เล่อเฟิง..." เด็กสาวร่างบางรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด

ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกตัญญู ใบหน้าของเธอแดงก่ำ เล่อเฟิงในตอนนี้ดูเหมือนเจ้าชายรูปงามที่ขี่ม้าขาวมาช่วยชีวิตเธอเลย

แต่การเคลื่อนไหวของเล่อเฟิงกลางอากาศยังไม่จบลงเพียงแค่นั้น

"เจ้าเดรัจฉาน!" เล่อเฟิงแสดงสีหน้าโกรธจัด เขาเตะเข้าที่หน้าของหมีเหล็กสีน้ำตาลอย่างแรง

การเตะนั้นเต็มไปด้วยพลังภายในและกระแสลมที่รุนแรงอันน่าเกรงขาม

โครม!

หมีเหล็กสีน้ำตาลเซถอยหลัง ใบหน้าเลือดสาดกระเซ็นเเละส่งเสียงร้องอย่างน่าอนาถ

ไม่เพียงเท่านั้น หมีเหล็กสีน้ำตาลยังยกอุ้งเท้าขึ้นมาปิดตาข้างหนึ่งด้วยความเจ็บปวด

"เตะเข้าที่ตาของหมีเหล็กสีน้ำตาลได้ยังไงเนี่ย"

เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นและเด็กสาวร่างบางอุทานด้วยความตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดีใจ

ตอนนี้ ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก

สมกับเป็นเล่อเฟิงจริงๆ…เขาสามารถพลิกสถานการณ์จากความเป็นความตายได้ในพริบตา แถมยังสร้างบาดแผลให้กับหมีเหล็กสีน้ำตาลอีกด้วย

"พวกเจ้าสองคน ไปอยู่ด้านหลัง คอยโจมตีช่วงล่างของหมีเหล็กสีน้ำตาล ลองดูเชิงการโจมตีของมันก่อน อย่าปะทะโดยตรง" เล่อเฟิงสั่งการ

"รับทราบ!" เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นและเด็กสาวร่างบางรับคำทันที โดยเฉพาะเด็กสาวร่างบางที่ดูเหมือนจะชื่นชมเล่อเฟิงมาก

กลยุทธ์ของเล่อเฟิงนั้นได้ผลดี

หมีเหล็กสีน้ำตาลที่ได้รับบาดเจ็บ ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน การที่ทั้งสองคนคอยรบกวนและโจมตีช่วงล่างของมัน ยิ่งทำให้การเคลื่อนไหวของหมีเหล็กสีน้ำตาลเชื่องช้าลง

ส่วนเล่อเฟิงที่เป็นกำลังหลัก คอยโจมตีหมีเหล็กสีน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง ทำให้บาดแผลของมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ดูเหมือนว่าทีมของเล่อเฟิงจะสามารถจัดการหมีเหล็กสีน้ำตาลได้ในไม่ช้า

แต่ทางฝั่งของติงจิ่วฮุย กลับไม่ราบรื่นเช่นนั้น

สาเหตุหลักคือเฟิงเต๋อที่โดนซัดปลิวไปตั้งแต่การปะทะแรก จนตอนนี้ก็ยังไม่หายดี

เฟิงเต๋อนั่งขัดสมาธิอยู่ห่างๆ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บและกินยา…คงต้องใช้เวลาสักพักกว่าเฟิงเต๋อจะกลับมาต่อสู้ได้

ดังนั้น หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวนี้จึงมีเพียงเฉินหยูและติงจิ่วฮุยที่ต้องรับมือ

ทั้งสองไม่กล้าปะทะโดยตรง ทำได้เพียงคอยวนเวียนอยู่รอบๆแล้วหาโอกาสโจมตี

ติงจิ่วฮุยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เฉินหยูสามารถรับมือกับหมีเหล็กสีน้ำตาลได้อย่างคล่องแคล่ว ถือว่าช่วยรบกวนได้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตัวถ่วง

"นิ้วใบหลิว!" ในที่สุด ติงจิ่วฮุยก็หาโอกาสได้

เขา กระโดดขึ้นไปแล้วจิ้มนิ้วไปที่ขมับของหมีเหล็กสีน้ำตาล

เนื่องจากหมีเหล็กสีน้ำตาลตัวใหญ่มาก หากต้องการโจมตีจุดสำคัญที่หัว เขาจึงต้องกระโดดขึ้นไป

ปัก!

โจมตีเข้าเป้า!

พลังภายในอันเยือกเย็นแทรกซึมเข้าสู่จุดสำคัญ จนหมีเหล็กสีน้ำตาลร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

ที่ขมับของหมีเหล็กสีน้ำตาลมีรูขนาดเล็กปรากฏขึ้น เเละมันลึกประมาณครึ่งนิ้ว

แต่ผิวหนังของหมีเหล็กสีน้ำตาลนั้นหนามาก ในฐานะสัตว์อสูร มันมีความต้านทานต่อการโจมตีด้วยพลังภายในระดับหนึ่ง

แม้การโจมตีนี้จะสร้างความเสียหายไม่น้อย แต่ก็ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต

กรรรร!!!

หมีเหล็กสีน้ำตาลดูเหมือนจะมึนงงกับการโจมตีนี้ มันหมุนตัวไปมา แล้วสะบัดอุ้งเท้าไปทั่วอย่างไร้ทิศทาง

ติงจิ่วฮุยที่อยู่กลางอากาศมีสีหน้าผิดหวัง เเละ ณ เวลานี้เขาถูกอุ้งเท้าของหมีเหล็กสีน้ำตาลปัดจนร่วงลงพื้น

ตุบ!

ติงจิ่วฮุยกลิ้งไปกับพื้นด้วยแรงอันมหาศาล

ทันใดนั้น สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป

กรรรร!

หมีเหล็กสีน้ำตาลฟื้นคืนสติแล้วพุ่งเข้าใส่ติงจิ่วฮุยที่อยู่บนพื้น

"แย่แล้ว!" ติงจิ่วฮุยกลิ้งตัวหลบอย่างสุดกำลัง

ตอนนี้เขาตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง เขาประมาทเกินไป คิดไม่ถึงว่าหมีเหล็กสีน้ำตาลจะมีพลังป้องกันสูงขนาดนี้ แถมยังฟื้นตัวจากอาการมึนงงได้เร็วเช่นนี้

หากถูกหมีเหล็กสีน้ำตาลกดลงไปกับพื้นเมื่อไหร่ ผลที่ตามมาคงยากจะคาดเดา

"ช่วยข้าเร็วเข้า!" ติงจิ่วฮุยตะโกนบอกเฉินหยูขณะกลิ้งตัวหลบ

ในสถานการณ์เช่นนี้ หากเฉินหยูสามารถดึงความสนใจของหมีเหล็กสีน้ำตาลได้ ติงจิ่วฮุยก็จะรอดพ้นจากอันตราย

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเฉินหยู!

เล่อเฟิงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็กำลังจับตาดูสถานการณ์นี้อยู่เช่นกัน

เเน่นอนว่าในช่วงเวลาคับขัน เฉินหยูไม่ได้ถอยหนี

"เอาหมัดข้าไปกิน!"

เฉินหยูกระโดดขึ้นไปกลางอากาศราวกับนกอินทรี

แม้จะไม่พลิ้วไหวเหมือนเล่อเฟิง แต่กลับรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก

ในพริบตา เฉินหยูก็มาถึงกลางอากาศ ไหล่ของเขาอยู่ในระดับเดียวกับหัวของหมีเหล็กสีน้ำตาล

ตูมมม!!!!

หมัดหนักๆของเขา กระแทกเข้าที่หน้าของหมีเหล็กสีน้ำตาลอย่างเเม่นยำ

กร๊อบ!

ใบหน้าของหมีเหล็กสีน้ำตาลเต็มไปด้วยเลือด จมูกขนาดใหญ่ของมันแทบจะแบนติดหน้า

"พลังหมัดรุนแรงมาก!" ทุกคนต่างเบิกตากว้าง

"น่าจะเป็นวิชาหมัดที่ฝึกฝนจนเกือบถึงขั้นสูงสุดแล้ว แถมพละกำลังก็น่ากลัวมาก" เล่อเฟิงพยักหน้าด้วยความชื่นชม

การโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้ ทำให้หมีเหล็กสีน้ำตาลร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดและร่างกายของมันก็เซถลาไป

"ดีมาก!" ติงจิ่วฮุยใช้โอกาสนี้กลิ้งตัวหลบหนีออกมาได้สำเร็จ

เขากำลังจะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ แต่แล้วก็พบว่าเฉินหยูที่อยู่กลางอากาศยังไม่พ้นระยะโจมตีของหมีเหล็กสีน้ำตาล

แย่แล้ว!

ติงจิ่วฮุย รวมถึงเล่อเฟิงที่อยู่ห่างๆ…ต่างก็รู้สึกถึงลางร้าย

เฉินหยูที่อยู่กลางอากาศนั้น ยากที่จะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหว เว้นแต่จะมีวิชาตัวเบาที่ยอดเยี่ยมเหมือนเล่อเฟิง

เเต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป ทำให้ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง

หลังจากที่เฉินหยูซัดหมัดใส่หน้าของหมีเหล็กสีน้ำตาลแล้ว เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดมือ

มีเพียงเฟิงเต๋อที่กำลังรักษาตัวอยู่ด้านหลังเท่านั้นที่สังเกตเห็นรายละเอียดหนึ่ง: หมัดที่เฉินหยูใช้โจมตีเมื่อครู่นั้น เป็น "มือซ้าย"

โดยทั่วไปแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะถนัดขวา

"หมัดเหล็กผ่าปฐพี!" เฉินหยูเหวี่ยงหมัดขวาออกไป หลังจากใช้หมัดซ้ายทำให้หมีเหล็กสีน้ำตาลมึนงง เขาจึงรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่หมัดขวานี้

ครืนนน!!!

หมัดนั้นดูเหมือนจะเคลื่อนไหวช้าและหนักอึ้ง แต่กลับมันกลับมีเสียงดังครืนๆราวกับผ่าปฐพี และสุดท้าย…เสียงนั้นดังก้องราวกับสายฟ้าฟาด

"วิชาหมัดขั้นสูงสุด!" ไม่ว่าจะเป็นติงจิ่วฮุยที่อยู่ใกล้ๆหรือเล่อเฟิงที่อยู่ห่างๆต่างก็ตกตะลึงอย่างมาก

ขั้นสูงสุด!

แม้จะเป็นวิชาระดับต่ำ แต่การฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

คนทั่วไปอาจต้องใช้เวลาฝึกฝนถึงสิบปีกว่าจะบรรลุขั้นนี้ได้

ยิ่งไปกว่านั้น 'หมัดเหล็ก' ยังเป็นวิชาที่เรียนรู้ง่าย แต่ฝึกฝนให้เชี่ยวชาญได้ยากอีกด้วย

ปังงงงง!!!

หมัดนั้นกระแทกเข้าที่ขมับของหมีเหล็กสีน้ำตาล เกิดเสียงดังกร๊อบ

เฉินหยูรู้สึกว่าหมัดนั้นได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดในร่างกายออกไป และพลังทั้งหมดถูกถ่ายทอดไปยังขมับของหมีเหล็กสีน้ำตาลต่อ

ที่ร้ายกาจยิ่งกว่านั้น…หมัดนี้ โจมตีเข้าจุดเดียวกับที่ติงจิ่วฮุยใช้นิ้วใบหลิวโจมตี

หัวของหมีเหล็กสีน้ำตาลระเบิดออก แม้แต่สมองก็ยังกระเด็นออกมา

โครม!

ร่างกายอันใหญ่โตของหมีเหล็กสีน้ำตาลล้มลงกับพื้นจนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว

ทุกคนในบริเวณนั้นเงียบกริบ

แม้แต่หมีเหล็กสีน้ำตาลอีกตัวหนึ่งก็ยังมองมาด้วยความหวาดกลัว ทำให้มันหยุดการโจมตีไปชั่วขณะ

"ทำได้ดีมาก" ติงจิ่วฮุยรู้สึกตัวแล้วอุทานออกมา

ก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาตกอยู่ในอันตราย เขาตะโกนเรียกเฉินหยู ก็แค่หวังว่าอีกฝ่ายจะช่วยรบกวนหมีเหล็กสีน้ำตาลเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าเฉินหยูจะสามารถจัดการได้ในทันที

"สะใจจริงๆ" เฟิงเต๋อที่อาการบาดเจ็บดีขึ้นแล้ว ลุกขึ้นยืนแล้วเข้าร่วมการต่อสู้

หมีเหล็กสีน้ำตาลสองตัว ถูกจัดการไปแล้วหนึ่งตัว…เหลืออีกแค่ตัวเดียว ก็น่าจะง่ายขึ้น

เล่อเฟิงและอีกสองคน สามารถรับมือกับหมีเหล็กสีน้ำตาลอีกตัวได้โดยไม่ต้องมีใครช่วย พวกเขาทำให้มันจนมุม

เเต่หมีเหล็กสีน้ำตาลตัวนั้นไม่โง่ มันหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีทันที

"ได้เวลาแล้ว"

เล่อเฟิงพึมพำเบาๆ แล้วเปิดห่อผ้าที่สะพายอยู่ด้านหลังออก

ภายในห่อผ้านั้น มีดาบโบราณเล่มหนึ่ง บนฝักดาบมีรูปปลาสลักอยู่

ชิ้งงงง!

ดาบถูกชักออกมาจากฝัก ปลดปล่อยความเย็นยะเยียบแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ

ทุกคนในบริเวณนั้นรู้สึกหนาวสะท้าน

เฉินหยูมองดูดาบเล่มนั้นอย่างตั้งใจ มันเป็นดาบโบราณที่ดูเรียบง่าย แต่กลับเปล่งประกายความเย็นยะเยียบ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ดาบธรรมดาทั่วไป

"ดาบไล่ล่าวิญญาณ" เล่อเฟิงเอ่ยอย่างเย็นชา

ทันใดนั้น เขากระโดดขึ้นไปกลางอากาศ แล้วฟาดดาบออกไปจนเกิดเป็นรอยดาบที่เย็นยะเยียบและพร่ามัว

ฉึก!

หมีเหล็กสีน้ำตาลที่เพิ่งวิ่งหนีไปได้ไม่กี่จั้งก็ชะงัก เพราะร่างกายของมันถูกดาบแทงทะลุ

หยด!

หยด!

เลือดไหลทะลักออกมาจากขนอันหนาแน่น ก่อตัวเป็นแอ่งเลือดขนาดเล็ก

ดาบของเล่อเฟิง แทงทะลุคอหอยของหมีเหล็กสีน้ำตาลอย่างเเม่นยำ

สังหารในดาบเดียว!

ทุกคนต่างตกตะลึงในพลังของเล่อเฟิงตอนนี้อย่างมาก

"เล่อเฟิง ในที่สุดเจ้าก็งัดไม้ตายออกมาแล้ว ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีอาวุธวิญญาณ" ติงจิ่วฮุยยิ้มออกมา

"มันก็แค่เศษอาวุธวิญญาณที่ไม่สมบูรณ์เท่านั้น แต่ก็เพียงพอที่จะจัดการกับสัตว์อสูรทั่วไป" เล่อเฟิงเก็บดาบ

แต่คนอื่นๆรวมถึงเฉินหยู เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น และเฟิงเต๋อ ต่างก็ทำสีหน้าไม่พอใจ

"เล่อเฟิง ทำไมเจ้าถึงไม่ใช้มันตั้งแต่แรก" เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นถามด้วยความไม่พอใจ

การกระทำของเล่อเฟิงเหมือนกับเอาชีวิตของเพื่อนร่วมทีมมาล้อเล่น

"ทุกคนอย่าเข้าใจผิด" เล่อเฟิงยกมือขึ้น แล้วพูดอธิบายอย่างใจเย็น

"การต่อสู้เมื่อครู่ เป็นแค่การวอร์มอัพเท่านั้น ข้าตั้งใจจะให้พวกเจ้าได้ลองสู้กับหมีเหล็กสีน้ำตาล เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการต่อสู้”

“เพราะพวกเจ้านั้นยังขาดประสบการณ์ การรับมือกับหมีเหล็กสีน้ำตาลแค่หนึ่งหรือสองตัวยังยากลำบากเช่นนี้เลย”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฟิงเต๋อและเด็กสาวร่างบางก็รู้สึกอับอายอย่างมาก

ตอนที่เผชิญหน้ากับหมีเหล็กสีน้ำตาล พวกเขาทั้งสองคนแสดงความอ่อนหัดออกมาจริงๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพลังของหมีเหล็กสีน้ำตาลแข็งแกร่งกว่าที่คิด อีกส่วนหนึ่งก็คือพวกเขายังขาดประสบการณ์ในการต่อสู้จริงๆ

ส่วนเฉินหยูก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้

ตอนที่เขาเผชิญหน้ากับหมีเหล็กสีน้ำตาลในตอนแรก เขาก็ทำได้แค่กลิ้งไปมาเพื่อเอาตัวรอด เเต่หลังจากคุ้นเคยกับการต่อสู้แล้ว เขาถึงได้ร่วมมือกับติงจิ่วฮุยในการจัดการมัน

"ถ้าการต่อสู้เมื่อครู่เป็นแค่อาหารเรียกน้ำย่อย แล้วอาหารจานหลักคืออะไร?" เฉินหยูเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง

"ข้าก็กำลังจะพูดถึงเรื่องนี้อยู่พอดี" เล่อเฟิงหยุดครู่หนึ่ง แล้วชี้นิ้วไปที่ซากของหมีเหล็กสีน้ำตาลทั้งสองตัว

"ดีหมีและอุ้งเท้าหมีของหมีเหล็กสีน้ำตาลพวกนี้ ข้าและศิษย์พี่ติงจะไม่เอา พวกเจ้าเก็บไปได้เลย"

อะไรนะ!

เฉินหยูและคนอื่นๆเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

หมีเหล็กสีน้ำตาลแต่ละตัวมีดีหมีหนึ่งลูก และอุ้งเท้าสี่ข้าง หมีเหล็กสีน้ำตาลสองตัวนี้จึงสามารถแลกเป็นแต้มภารกิจได้อย่างน้อยสองร้อยแต้ม นี่ยังไม่รวมศิลาวิญญาณนะ

แต่เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุยที่เป็นหัวหน้าทีม กลับไม่เอาส่วนแบ่งเลยงั้นหรอ?

………………………..

จบบทที่ บทที่ 8 : แสดงฝีมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว