- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้า!! ด้วยหัวใจอมตะ
- บทที่ 7 : ปะทะหมีเหล็กสีน้ำตาล
บทที่ 7 : ปะทะหมีเหล็กสีน้ำตาล
บทที่ 7 : ปะทะหมีเหล็กสีน้ำตาล
บทที่ 7 : ปะทะหมีเหล็กสีน้ำตาล
นอกห้องโถงนิกาย
ปังงง!
นิ้วและหมัดปะทะกัน จนก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
กระแสลมเย็นยะเยียบพัดผ่าน ความรุนแรงของการปะทะนั้น ทำให้ผู้คนรอบข้างตื่นตระหนก
เฟิงเต๋อ รวมถึงชายหญิงอีกสองคนที่อยู่ข้างๆ ต่างตกตะลึง…พวกเขารีบถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว
ฟุ่บ!
ฟุ่บ!
ร่างของทั้งสองแยกออกจากกันอย่างรวดเร็วหลังจากการปะทะในครั้งแรก
เฉินหยูถอยหลังไปหนึ่งจั้ง สีหน้าของเขาแดงก่ำเล็กน้อยเพราะพลังชีวิตที่พลุ่งพล่าน
ตัวเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เพียงแต่รู้สึกเจ็บแปล๊บๆที่หมัด
มันราวกับมีพลังภายในอันเยือกเย็นแทรกซึมเข้ามา ทำให้การไหลเวียนของพลังชีวิตติดขัดเล็กน้อย
แต่ทันใดนั้นเอง พลังอันอบอุ่นก็พลุ่งพล่านออกมาจากหัวใจ ทำให้การไหลเวียนของพลังชีวิตกลับมาเป็นปกติ
เฉินหยูพบว่าหลังจากหลอมรวมกับหัวใจลึกลับแล้ว ร่างกายของเขามีความต้านทานต่อการโจมตีของพลังภายในเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ทางด้านติงจิ่วฮุย เขาถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะทรงตัวได้สำเร็จ…ณ ขณะนี้ นิ้วของเขาดูเหมือนจะอ่อนแรงลง
มองเผินๆ เหมือนเขาได้เปรียบอยู่เล็กน้อย…แต่สีหน้าของติงจิ่วฮุยกลับดูเคร่งขรึม เขาพยายามอย่างหนักที่จะซ่อนความตกใจเอาไว้
"ไม่คิดเลยว่าศิษย์น้องเฉินจะมีฝีมือลึกล้ำเช่นนี้ ไม่เพียงแต่วิชาหมัดจะหนักหน่วง แต่พละกำลังก็มหาศาลมาก" ติงจิ่วฮุยฝืนยิ้มออกมา
ในการปะทะเมื่อครู่ เขาใช้พลังภายในไปถึงเจ็ดส่วน แต่ปลายนิ้วของเขากลับยังรู้สึกชาอยู่ดี
"ขอบคุณศิษย์พี่ติงที่ออมมือให้ การโจมตีเมื่อครู่นี้ ศิษย์น้องเกือบจะป้องกันไม่ไหวอยู่แล้ว" เฉินหยูแกล้งทำเป็นนวดมือไปมา เพื่อเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ถอนตัว
เเละการแสดงความแข็งแกร่งและฝีมือออกมาบ้างในบางครั้ง ก็เป็นสิ่งจำเป็นในโลกของนิกาย…ดูจากท่าทีที่เปลี่ยนไป 180 องศาของติงจิ่วฮุย ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดี
"ฮ่าๆ…ถ้าอย่างนั้น กลุ่มของเราก็ครบคนพอดีแล้ว" ติงจิ่วฮุยถอนหายใจด้วยความยินดี
เขาเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อในคำพูดของเฉินหยูเสียทีเดียว…ด้วยระดับพลัง 'เปิดเส้นชีพจร' ของเขา พลังภายในที่มองไม่เห็นนั้น น่าจะทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บได้บ้าง
แต่ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเขา: ถ้าเฉินหยูไม่ได้เสียเปรียบเลยในการปะทะเมื่อครู่ แสดงว่าคนผู้นี้ซ่อนฝีมือที่แท้จริงไว้ลึกล้ำเกินไป…
แน่นอนว่าความคิดที่ไม่สมเหตุสมผลเช่นนั้นก็ถูกเขาปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
"การมีศิษย์พี่เฉินร่วมทีม ทำให้โอกาสชนะของเรามากขึ้นอีกเยอะ" เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นพูดด้วยความรู้สึกเกรงเฉินหยูขึ้นมาไม่น้อย
มีเพียงเฟิงเต๋อเท่านั้น ที่ยังคงทำหน้าไม่ถูก
"ครบคนแล้วหรือยัง?"
เเต่ทันใดนั้น เสียงของเด็กหนุ่มที่ฟังดูอ่อนโยนก็ดังมาจากข้างๆเฉินหยู
หืม?
เฉินหยูรู้สึกขนลุกซู่ เพราะจนกระทั่งอีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้น เขาถึงได้รู้สึกตัว
เด็กหนุ่มรูปงามผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลา ผมยาวสลวย พร้อมสะพายห่อผ้าขนาดยาวไว้ด้านหลัง
"ศิษย์น้องเล่อ!" ติงจิ่วฮุยและคนอื่นๆ ต่างโค้งทักทายด้วยความยินดี
"พี่ใหญ่เล่อเฟิง ในที่สุดท่านก็มาถึง" เด็กสาวร่างบางที่เงียบขรึมมาตลอดเบิกตากว้าง ดวงตาของเธอเป็นประกาย พร้อมกับเอ่ยเสียงหวาน
เล่อเฟิง! เขาคือเล่อเฟิงคนนั้นงั้นหรือ?
เฉินหยูตกใจ รีบค้อมคำนับเด็กหนุ่มรูปงามผู้นี้ทันที
เล่อเฟิงคือหนึ่งในอัจฉริยะของนิกายชั้นนอก
เฉินหยูจำได้ว่าเล่อเฟิงเข้าร่วมนิกายทีหลังเขาครึ่งปี แต่กลับทะลุถึงระดับ 'เปิดเส้นชีพจร' ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี!
ว่ากันว่าระดับพลังของเล่อเฟิงในตอนนี้อย่างน้อยๆต้องเป็นระดับ 'เปิดเส้นชีพจร' ขั้นกลาง!
ยิ่งไปกว่านั้น เล่อเฟิงยังอายุน้อยกว่าเขาอีกด้วย!
เฉินหยูจึงรู้สึกเคารพยำเกรงอัจฉริยะผู้นี้โดยไม่รู้ตัว
"โอ้ ท่านคือศิษย์พี่เฉินหยูนั่นเอง" เล่อเฟิงมองเฉินหยูด้วยความสนใจ
เฉินหยูรู้สึกหดหู่ใจ คาดว่าฉายาของเขาคงจะติดตัวไปอีกนาน
เเต่มันไม่มีทางเเก้จริงๆ
ชื่อเสียงของมู่เสวี่ยชิงในนิกายชั้นนอกนั้นโด่งดังมาก ไม่ว่าจะเป็นอัจฉริยะ หรือสาวงามอันดับหนึ่ง การมีข่าวพัวพันกับเธอนั้น เป็นเรื่องที่ปวดหัวไม่น้อย
"ศิษย์พี่เฉินอย่าเข้าใจผิด" เล่อเฟิงยิ้มบางๆ ก่อนจะอธิบาย
"ความงดงามและพรสวรรค์ของมู่เสวี่ยชิงนั้นช่างน่าทึ่ง เธอเคยเป็นคู่แข่งของข้า แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เธอได้เข้าสู่นิกายชั้นในก่อนกำหนด"
ที่แท้ เล่อเฟิงในฐานะอัจฉริยะคนหนึ่งของนิกายชั้นนอก ก็เคยแข่งขันกับมู่เสวี่ยชิงมาก่อน
"ฮึ่ม! มู่เสวี่ยชิงเข้าร่วมนิกายก่อนพี่ใหญ่เล่อเฟิงตั้งครึ่งปี แถมใครจะรู้ว่าเธอใช้ 'เส้นสาย' อะไรถึงได้เข้าสู่นิกายชั้นในก่อนกำหนด" เด็กสาวร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เธอดูเหมือนจะเป็นแฟนคลับตัวยงของเล่อเฟิง
"เอาล่ะ พอแค่นี้ พวกเรามาคุยเรื่องภารกิจกันเถอะ..." เล่อเฟิงโบกมือขัดจังหวะการสนทนา แล้วเข้าเรื่องสำคัญทันที
ในที่สุด สมาชิกของทีมก็ครบถ้วน
หัวหน้าทีมคือเล่อเฟิง รองหัวหน้าคือติงจิ่วฮุย
ส่วนสมาชิกอีกสี่คน ได้แก่ เฉินหยู เฟิงเต๋อ เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น และเด็กสาวร่างบาง
รวมทั้งหมดหกคน
เฉินหยูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ภารกิจล่าหมีเหล็กสีน้ำตาลกลับมีทีมที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร
ในทีมมีเล่อเฟิงและติงจิ่วฮุยที่อยู่ในระดับ 'เปิดเส้นชีพจร' โดยเฉพาะเล่อเฟิงที่ถือว่าเป็นอัจฉริยะของนิกายชั้นนอก
ส่วนสมาชิกอีกสี่คน แม้จะยังไม่ถึงระดับ 'เปิดเส้นชีพจร' แต่ทุกคนล้วนอยู่ในระดับ 'หลอมกาย' ขั้นสูงสุด!
…
ไม่นานนัก…สมาชิกทั้งหกคนก็ได้รับภารกิจจากห้องโถงนิกาย และเริ่มปรึกษาหารือเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ
ครึ่งวันต่อมา
พวกเขาทั้งหมดขี่ม้าไปยังเทือกเขาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนของอิทธิพลนิกายเมฆาสวรรค์
"ที่นี่คือ 'เทือกเขาหยุนเยวียน' มันทอดยาวผ่านหลายๆอาณาจักร บริเวณโดยรอบที่อยู่ภายใต้การดูแลของนิกายเมฆาสวรรค์เป็นเพียงส่วนเล็กๆเท่านั้น ที่จริงแล้วที่แห่งนี้เป็นดินแดนต้องห้ามที่เต็มไปด้วยอันตราย!"
เล่อเฟิงลงจากหลังม้าเป็นคนแรกและอธิบายให้ทุกคนฟัง
เฉินหยูเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับเทือกเขาหยุนเยวียนมาบ้าง
ว่ากันว่าส่วนลึกของเทือกเขานี้ มีสัตว์อสูรโบราณอาศัยอยู่ ซึ่งมันมีพลังทำลายล้างมหาศาล ถึงขั้นสามารถทำลายล้างนิกายใหญ่หรือแม้แต่อาณาจักรได้
เมื่อหลายปีก่อน เหล่าผู้เชี่ยวชาญจากหลายๆอาณาจักรร่วมมือกันปราบปรามสัตว์อสูรโบราณในเทือกเขาหยุนเยวียน จนเกิดเป็นการต่อสู้ที่สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน
แต่ไม่มีใครรู้ผลลัพธ์สุดท้ายของการต่อสู้ครั้งนั้น
เเละในปัจจุบัน ตราบใดที่ไม่เข้าไปในส่วนลึกของเทือกเขามากเกินไป มนุษย์ก็จะไม่พบเจอกับสัตว์อสูรโบราณที่น่ากลัวเหล่านั้น
"ตามข้อมูลภารกิจ หมีเหล็กสีน้ำตาลน่าจะอยู่บริเวณรอบนอกนี้ ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปลึก" เล่อเฟิงพูดเพื่อคลายความกังวลของทุกคน
อย่างไรก็ตาม เทือกเขาหยุนเยวียนก็ยังคงเป็นดินแดนต้องห้าม หากพวกเขาที่เป็นเพียงศิษย์ชั้นนอกเข้าไปลึกเกินไป มันก็มีแต่จะหาที่ตายเท่านั้น
กรรรรร!!!
ไม่นานหลังจากเข้ามาในเทือกเขา เสือดาวและสัตว์ร้ายอื่นๆ ก็ค่อยๆทยอยปรากฏตัวขึ้น
แต่พวกมันก็เป็นแค่สัตว์ร้ายทั่วไปเท่านั้น
โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่มีระดับพลัง 'หลอมกาย' สามารถรับมือกับเสือดาวได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีอันตรายใดๆ
นิ้วใบหลิว!
ติงจิ่วฮุยยื่นนิ้วออกไปจิ้มที่หัวของเสือดาวอย่างแผ่วเบา เสือดาวก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะสิ้นใจในทันที
สัตว์ร้ายที่น่าเกรงขามสำหรับคนทั่วไป กลับถูกสังหารในพริบตาโดยผู้ที่มีระดับพลัง 'เปิดเส้นชีพจร'
ผู้ที่อยู่ในระดับ 'เปิดเส้นชีพจร' สามารถควบคุมพลังภายในได้แล้ว…เเละพลังภายในสามารถแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย ทำลายอวัยวะภายในและเส้นเลือดได้ ร่างกายของคนทั่วไปย่อมไม่สามารถต้านทานได้เลย
ในขณะเดียวกัน…เฟิงเต๋อ เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น และเด็กสาวร่างบาง ต้องใช้เวลาสองถึงสามกระบวนท่าจึงจะสามารถจัดการกับเสือดาวได้
ในสถานการณ์เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามีความแตกต่างอย่างมากระหว่างระดับ 'เปิดเส้นชีพจร' และ ระดับ 'หลอมกาย'
"ไปให้พ้น!" เฉินหยูซัดหมัดหนักๆใส่หัวของหมาป่าตัวหนึ่ง
ตูมมม!!
หัวของมันแตกกระจาย เลือดสาดกระเซ็น
แม้จะไม่มีพลังภายใน แต่พละกำลังและวิชาหมัดของเฉินหยูนั้นแข็งแกร่งมาก
เขาสามารถทำให้สัตว์ร้ายทั่วไปบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้ในการโจมตีเดียว…เเถมไม่ได้ใช้ 'หมัดเหล็ก' ขั้นสูงสุดเลยด้วยซ้ำ
ความแข็งแกร่งที่เฉินหยูแสดงออกมา ทำให้เล่อเฟิงมองเขาด้วยความชื่นชม
"ใกล้ถึงแล้ว"
เล่อเฟิงนำทางอยู่ข้างหน้า สัตว์ร้ายที่เข้ามาใกล้เขาล้วนถูกสังหารในพริบตา…รวดเร็วเสียจนมองแทบไม่ทัน
ไม่นานนัก ทั้งหกคนก็ข้ามผ่านยอดเขา มาถึงป่าทึบที่อยู่ติดกับภูเขา เเละมองเห็นถ้ำอยู่รำไร
สายตาของเฉินหยูที่ได้รับการพัฒนาจากหัวใจลึกลับนั้นเฉียบคมกว่าคนทั่วไปมาก เขาสามารถมองเห็นรอยเท้าขนาดใหญ่ในป่า ซึ่งใหญ่กว่ารอยเท้าของมนุษย์และสัตว์ร้ายทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
"มันอยู่แถวนี้แหละ ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม"
เล่อเฟิงหยิบน้ำผึ้งออกมาหนึ่งขวดเล็กๆ แล้วโยนไปที่เนินเขาซึ่งอยู่เหนือลม
เนื่องจากพวกเขาไม่ได้นำเครื่องมือมา จึงไม่สามารถวางกับดักได้ ทำได้เพียงใช้วิธีล่อแบบง่ายๆ…อีกทั้งหมีเหล็กสีน้ำตาลจัดเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง กับดักและอาวุธทั่วไปแทบจะไม่มีผล
อึก!
ไม่นานนัก หมีสีน้ำตาลขนาดใหญ่สองตัวก็ปรากฏตัวขึ้นจากป่า พวกมันสูงเกือบหนึ่งจั้ง เทียบเท่ากับบ้านหลังเล็กๆหลังหนึ่งได้เลย
หมีขนาดมหึมาคำรามลั่น พลังอำมหิตของมันแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้สัตว์เล็กสัตว์น้อยต่างพากันวิ่งหนี
"นี่สินะ หมีเหล็กสีน้ำตาล ตัวใหญ่มาก..." เฟิงเต๋อและเด็กสาวร่างบางที่พลังอ่อนแอกว่าคนอื่น รู้สึกเสียวสันหลัง เเละขาของพวกเขาสั่นเทาเล็กน้อย
ในฐานะศิษย์ชั้นนอกที่ยังอ่อนประสบการณ์ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรขนาดมหึมาเช่นนี้
“มาทีเดียวสองตัวเลย แถมตัวใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก” เล่อเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตามข้อมูลภารกิจ ดีหมีของหมีเหล็กสีน้ำตาล สามารถแลกเปลี่ยนเป็นแต้มภารกิจได้สี่ถึงห้าสิบแต้มได้
"ทุกคน โจมตี!" เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุยสบตากัน ก่อนจะพุ่งเข้าใส่หมีเหล็กสีน้ำตาลคนละตัว
เฉินหยูและสมาชิกอีกสามคนที่อยู่ในระดับ 'หลอมกาย' แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ตามแผนที่วางไว้ เพื่อสนับสนุนหัวหน้าทีมทั้งสอง
ติงจิ่วฮุย เฉินหยู และเฟิงเต๋อ อยู่กลุ่มเดียวกัน รับมือกับหมีเหล็กสีน้ำตาลตัวหนึ่ง
ส่วนเล่อเฟิง เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น และเด็กสาวร่างบาง อยู่กลุ่มเดียวกัน รับมือกับอีกตัวหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ผลของการปะทะในเบื้องต้นนั้นไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แถมยังน่าหวาดหวั่นอีกด้วย
"นิ้วใบหลิว!" ติงจิ่วฮุยเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปยังด้านข้างของหมีเหล็กสีน้ำตาล แล้วจิ้มนิ้วไปที่หลังของมัน
หลังของหมีเหล็กสีน้ำตาลนั้นสูงกว่าหัวของเขาหลายฟุต
ปัก!
ร่างกายอันใหญ่โตของหมีเหล็กสีน้ำตาลสั่นสะท้านเพียงเล็กน้อย แต่ดูมันไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนัก มันสะบัดแขนขนาดใหญ่จนก่อให้เกิดลมพายุเพื่อโจมตีรอบตัว
"ระวัง!" ติงจิ่วฮุยหลบการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด
“เปรี้ยงงงง”
“อ๊าก!”
แต่เฟิงเต๋อที่อยู่ข้างๆกลับหลบไม่ทัน เขาโดนอุ้งเท้าของหมีเหล็กสีน้ำตาลเข้าอย่างจัง
โครม!
เฟิงเต๋อกระเด็นไปหลายจั้ง ในที่สุดก็ชนเข้ากับหน้าผา แล้วกระอักเลือดออกมา
เพียงแค่การปะทะกันครั้งแรก เฟิงเต๋อก็ถูกซัดปลิวไปเรียบร้อยแล้ว!
ส่วนเฉินหยูตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เขากลิ้งตัวหลบแขนอันใหญ่โตของมีได้สำเร็จ
"รอดตัวไป" เฉินหยูแอบเหงื่อตก
โชคดีที่ร่างกายของเขาได้รับการพัฒนาจากหัวใจลึกลับ ทำให้มีความเร็วและการตอบสนองที่ดีขึ้นมาก…มิเช่นนั้น เขาคงโดนการโจมตีนั้นเข้าอย่างจังเช่นเดียวกับเฟิงเต๋อ
ทางด้านเล่อเฟิงและอีกสองคน สถานการณ์ก็ไม่ค่อยดีนัก
เพียะ!
เด็กสาวร่างบางใช้แส้เงินฟาดเข้าที่ขาของหมีเหล็กสีน้ำตาลอีกตัวหนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา
แต่หมีเหล็กสีน้ำตาลกลับโกรธจัด มันคำรามลั่นแล้วคว้าแส้เงินเอาไว้
"ปล่อยเร็วเข้า!" เล่อเฟิงตะโกนเตือน แต่ก็สายเกินไป
ในชั่วพริบตา
หมีเหล็กสีน้ำตาลดึงแส้เงิน ทำให้เด็กสาวร่างบางลอยขึ้นไปกลางอากาศ ปากขนาดใหญ่ของมันที่เปรียบเสมืองูยักษ์ กำลังจะงับร่างของเด็กสาว
"กรี๊ด..."
เสียงกรีดร้องของเด็กสาวดังก้องไปทั่วหุบเขาอย่างน่าสยดสยอง
…………………………