เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 : ปะทะหมีเหล็กสีน้ำตาล

บทที่ 7 : ปะทะหมีเหล็กสีน้ำตาล

บทที่ 7 : ปะทะหมีเหล็กสีน้ำตาล


บทที่ 7 : ปะทะหมีเหล็กสีน้ำตาล

นอกห้องโถงนิกาย

ปังงง!

นิ้วและหมัดปะทะกัน จนก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

กระแสลมเย็นยะเยียบพัดผ่าน ความรุนแรงของการปะทะนั้น ทำให้ผู้คนรอบข้างตื่นตระหนก

เฟิงเต๋อ รวมถึงชายหญิงอีกสองคนที่อยู่ข้างๆ ต่างตกตะลึง…พวกเขารีบถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว

ฟุ่บ!

ฟุ่บ!

ร่างของทั้งสองแยกออกจากกันอย่างรวดเร็วหลังจากการปะทะในครั้งแรก

เฉินหยูถอยหลังไปหนึ่งจั้ง สีหน้าของเขาแดงก่ำเล็กน้อยเพราะพลังชีวิตที่พลุ่งพล่าน

ตัวเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เพียงแต่รู้สึกเจ็บแปล๊บๆที่หมัด

มันราวกับมีพลังภายในอันเยือกเย็นแทรกซึมเข้ามา ทำให้การไหลเวียนของพลังชีวิตติดขัดเล็กน้อย

แต่ทันใดนั้นเอง พลังอันอบอุ่นก็พลุ่งพล่านออกมาจากหัวใจ ทำให้การไหลเวียนของพลังชีวิตกลับมาเป็นปกติ

เฉินหยูพบว่าหลังจากหลอมรวมกับหัวใจลึกลับแล้ว ร่างกายของเขามีความต้านทานต่อการโจมตีของพลังภายในเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ทางด้านติงจิ่วฮุย เขาถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะทรงตัวได้สำเร็จ…ณ ขณะนี้ นิ้วของเขาดูเหมือนจะอ่อนแรงลง

มองเผินๆ เหมือนเขาได้เปรียบอยู่เล็กน้อย…แต่สีหน้าของติงจิ่วฮุยกลับดูเคร่งขรึม เขาพยายามอย่างหนักที่จะซ่อนความตกใจเอาไว้

"ไม่คิดเลยว่าศิษย์น้องเฉินจะมีฝีมือลึกล้ำเช่นนี้ ไม่เพียงแต่วิชาหมัดจะหนักหน่วง แต่พละกำลังก็มหาศาลมาก" ติงจิ่วฮุยฝืนยิ้มออกมา

ในการปะทะเมื่อครู่ เขาใช้พลังภายในไปถึงเจ็ดส่วน แต่ปลายนิ้วของเขากลับยังรู้สึกชาอยู่ดี

"ขอบคุณศิษย์พี่ติงที่ออมมือให้ การโจมตีเมื่อครู่นี้ ศิษย์น้องเกือบจะป้องกันไม่ไหวอยู่แล้ว" เฉินหยูแกล้งทำเป็นนวดมือไปมา เพื่อเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ถอนตัว

เเละการแสดงความแข็งแกร่งและฝีมือออกมาบ้างในบางครั้ง ก็เป็นสิ่งจำเป็นในโลกของนิกาย…ดูจากท่าทีที่เปลี่ยนไป 180 องศาของติงจิ่วฮุย ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดี

"ฮ่าๆ…ถ้าอย่างนั้น กลุ่มของเราก็ครบคนพอดีแล้ว" ติงจิ่วฮุยถอนหายใจด้วยความยินดี

เขาเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อในคำพูดของเฉินหยูเสียทีเดียว…ด้วยระดับพลัง 'เปิดเส้นชีพจร' ของเขา พลังภายในที่มองไม่เห็นนั้น น่าจะทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บได้บ้าง

แต่ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเขา: ถ้าเฉินหยูไม่ได้เสียเปรียบเลยในการปะทะเมื่อครู่ แสดงว่าคนผู้นี้ซ่อนฝีมือที่แท้จริงไว้ลึกล้ำเกินไป…

แน่นอนว่าความคิดที่ไม่สมเหตุสมผลเช่นนั้นก็ถูกเขาปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

"การมีศิษย์พี่เฉินร่วมทีม ทำให้โอกาสชนะของเรามากขึ้นอีกเยอะ" เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็นพูดด้วยความรู้สึกเกรงเฉินหยูขึ้นมาไม่น้อย

มีเพียงเฟิงเต๋อเท่านั้น ที่ยังคงทำหน้าไม่ถูก

"ครบคนแล้วหรือยัง?"

เเต่ทันใดนั้น เสียงของเด็กหนุ่มที่ฟังดูอ่อนโยนก็ดังมาจากข้างๆเฉินหยู

หืม?

เฉินหยูรู้สึกขนลุกซู่ เพราะจนกระทั่งอีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้น เขาถึงได้รู้สึกตัว

เด็กหนุ่มรูปงามผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลา ผมยาวสลวย พร้อมสะพายห่อผ้าขนาดยาวไว้ด้านหลัง

"ศิษย์น้องเล่อ!" ติงจิ่วฮุยและคนอื่นๆ ต่างโค้งทักทายด้วยความยินดี

"พี่ใหญ่เล่อเฟิง ในที่สุดท่านก็มาถึง" เด็กสาวร่างบางที่เงียบขรึมมาตลอดเบิกตากว้าง ดวงตาของเธอเป็นประกาย พร้อมกับเอ่ยเสียงหวาน

เล่อเฟิง! เขาคือเล่อเฟิงคนนั้นงั้นหรือ?

เฉินหยูตกใจ รีบค้อมคำนับเด็กหนุ่มรูปงามผู้นี้ทันที

เล่อเฟิงคือหนึ่งในอัจฉริยะของนิกายชั้นนอก

เฉินหยูจำได้ว่าเล่อเฟิงเข้าร่วมนิกายทีหลังเขาครึ่งปี แต่กลับทะลุถึงระดับ 'เปิดเส้นชีพจร' ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี!

ว่ากันว่าระดับพลังของเล่อเฟิงในตอนนี้อย่างน้อยๆต้องเป็นระดับ 'เปิดเส้นชีพจร' ขั้นกลาง!

ยิ่งไปกว่านั้น เล่อเฟิงยังอายุน้อยกว่าเขาอีกด้วย!

เฉินหยูจึงรู้สึกเคารพยำเกรงอัจฉริยะผู้นี้โดยไม่รู้ตัว

"โอ้ ท่านคือศิษย์พี่เฉินหยูนั่นเอง" เล่อเฟิงมองเฉินหยูด้วยความสนใจ

เฉินหยูรู้สึกหดหู่ใจ คาดว่าฉายาของเขาคงจะติดตัวไปอีกนาน

เเต่มันไม่มีทางเเก้จริงๆ

ชื่อเสียงของมู่เสวี่ยชิงในนิกายชั้นนอกนั้นโด่งดังมาก ไม่ว่าจะเป็นอัจฉริยะ หรือสาวงามอันดับหนึ่ง การมีข่าวพัวพันกับเธอนั้น เป็นเรื่องที่ปวดหัวไม่น้อย

"ศิษย์พี่เฉินอย่าเข้าใจผิด" เล่อเฟิงยิ้มบางๆ ก่อนจะอธิบาย

"ความงดงามและพรสวรรค์ของมู่เสวี่ยชิงนั้นช่างน่าทึ่ง เธอเคยเป็นคู่แข่งของข้า แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เธอได้เข้าสู่นิกายชั้นในก่อนกำหนด"

ที่แท้ เล่อเฟิงในฐานะอัจฉริยะคนหนึ่งของนิกายชั้นนอก ก็เคยแข่งขันกับมู่เสวี่ยชิงมาก่อน

"ฮึ่ม! มู่เสวี่ยชิงเข้าร่วมนิกายก่อนพี่ใหญ่เล่อเฟิงตั้งครึ่งปี แถมใครจะรู้ว่าเธอใช้ 'เส้นสาย' อะไรถึงได้เข้าสู่นิกายชั้นในก่อนกำหนด" เด็กสาวร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เธอดูเหมือนจะเป็นแฟนคลับตัวยงของเล่อเฟิง

"เอาล่ะ พอแค่นี้ พวกเรามาคุยเรื่องภารกิจกันเถอะ..." เล่อเฟิงโบกมือขัดจังหวะการสนทนา แล้วเข้าเรื่องสำคัญทันที

ในที่สุด สมาชิกของทีมก็ครบถ้วน

หัวหน้าทีมคือเล่อเฟิง รองหัวหน้าคือติงจิ่วฮุย

ส่วนสมาชิกอีกสี่คน ได้แก่ เฉินหยู เฟิงเต๋อ เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น และเด็กสาวร่างบาง

รวมทั้งหมดหกคน

เฉินหยูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ภารกิจล่าหมีเหล็กสีน้ำตาลกลับมีทีมที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร

ในทีมมีเล่อเฟิงและติงจิ่วฮุยที่อยู่ในระดับ 'เปิดเส้นชีพจร' โดยเฉพาะเล่อเฟิงที่ถือว่าเป็นอัจฉริยะของนิกายชั้นนอก

ส่วนสมาชิกอีกสี่คน แม้จะยังไม่ถึงระดับ 'เปิดเส้นชีพจร' แต่ทุกคนล้วนอยู่ในระดับ 'หลอมกาย' ขั้นสูงสุด!

ไม่นานนัก…สมาชิกทั้งหกคนก็ได้รับภารกิจจากห้องโถงนิกาย และเริ่มปรึกษาหารือเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ

ครึ่งวันต่อมา

พวกเขาทั้งหมดขี่ม้าไปยังเทือกเขาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนของอิทธิพลนิกายเมฆาสวรรค์

"ที่นี่คือ 'เทือกเขาหยุนเยวียน' มันทอดยาวผ่านหลายๆอาณาจักร บริเวณโดยรอบที่อยู่ภายใต้การดูแลของนิกายเมฆาสวรรค์เป็นเพียงส่วนเล็กๆเท่านั้น ที่จริงแล้วที่แห่งนี้เป็นดินแดนต้องห้ามที่เต็มไปด้วยอันตราย!"

เล่อเฟิงลงจากหลังม้าเป็นคนแรกและอธิบายให้ทุกคนฟัง

เฉินหยูเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับเทือกเขาหยุนเยวียนมาบ้าง

ว่ากันว่าส่วนลึกของเทือกเขานี้ มีสัตว์อสูรโบราณอาศัยอยู่ ซึ่งมันมีพลังทำลายล้างมหาศาล ถึงขั้นสามารถทำลายล้างนิกายใหญ่หรือแม้แต่อาณาจักรได้

เมื่อหลายปีก่อน เหล่าผู้เชี่ยวชาญจากหลายๆอาณาจักรร่วมมือกันปราบปรามสัตว์อสูรโบราณในเทือกเขาหยุนเยวียน จนเกิดเป็นการต่อสู้ที่สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน

แต่ไม่มีใครรู้ผลลัพธ์สุดท้ายของการต่อสู้ครั้งนั้น

เเละในปัจจุบัน ตราบใดที่ไม่เข้าไปในส่วนลึกของเทือกเขามากเกินไป มนุษย์ก็จะไม่พบเจอกับสัตว์อสูรโบราณที่น่ากลัวเหล่านั้น

"ตามข้อมูลภารกิจ หมีเหล็กสีน้ำตาลน่าจะอยู่บริเวณรอบนอกนี้ ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปลึก" เล่อเฟิงพูดเพื่อคลายความกังวลของทุกคน

อย่างไรก็ตาม เทือกเขาหยุนเยวียนก็ยังคงเป็นดินแดนต้องห้าม หากพวกเขาที่เป็นเพียงศิษย์ชั้นนอกเข้าไปลึกเกินไป มันก็มีแต่จะหาที่ตายเท่านั้น

กรรรรร!!!

ไม่นานหลังจากเข้ามาในเทือกเขา เสือดาวและสัตว์ร้ายอื่นๆ ก็ค่อยๆทยอยปรากฏตัวขึ้น

แต่พวกมันก็เป็นแค่สัตว์ร้ายทั่วไปเท่านั้น

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่มีระดับพลัง 'หลอมกาย' สามารถรับมือกับเสือดาวได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีอันตรายใดๆ

นิ้วใบหลิว!

ติงจิ่วฮุยยื่นนิ้วออกไปจิ้มที่หัวของเสือดาวอย่างแผ่วเบา เสือดาวก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะสิ้นใจในทันที

สัตว์ร้ายที่น่าเกรงขามสำหรับคนทั่วไป กลับถูกสังหารในพริบตาโดยผู้ที่มีระดับพลัง 'เปิดเส้นชีพจร'

ผู้ที่อยู่ในระดับ 'เปิดเส้นชีพจร' สามารถควบคุมพลังภายในได้แล้ว…เเละพลังภายในสามารถแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย ทำลายอวัยวะภายในและเส้นเลือดได้ ร่างกายของคนทั่วไปย่อมไม่สามารถต้านทานได้เลย

ในขณะเดียวกัน…เฟิงเต๋อ เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น และเด็กสาวร่างบาง ต้องใช้เวลาสองถึงสามกระบวนท่าจึงจะสามารถจัดการกับเสือดาวได้

ในสถานการณ์เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามีความแตกต่างอย่างมากระหว่างระดับ 'เปิดเส้นชีพจร' และ ระดับ 'หลอมกาย'

"ไปให้พ้น!" เฉินหยูซัดหมัดหนักๆใส่หัวของหมาป่าตัวหนึ่ง

ตูมมม!!

หัวของมันแตกกระจาย เลือดสาดกระเซ็น

แม้จะไม่มีพลังภายใน แต่พละกำลังและวิชาหมัดของเฉินหยูนั้นแข็งแกร่งมาก

เขาสามารถทำให้สัตว์ร้ายทั่วไปบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้ในการโจมตีเดียว…เเถมไม่ได้ใช้ 'หมัดเหล็ก' ขั้นสูงสุดเลยด้วยซ้ำ

ความแข็งแกร่งที่เฉินหยูแสดงออกมา ทำให้เล่อเฟิงมองเขาด้วยความชื่นชม

"ใกล้ถึงแล้ว"

เล่อเฟิงนำทางอยู่ข้างหน้า สัตว์ร้ายที่เข้ามาใกล้เขาล้วนถูกสังหารในพริบตา…รวดเร็วเสียจนมองแทบไม่ทัน

ไม่นานนัก ทั้งหกคนก็ข้ามผ่านยอดเขา มาถึงป่าทึบที่อยู่ติดกับภูเขา เเละมองเห็นถ้ำอยู่รำไร

สายตาของเฉินหยูที่ได้รับการพัฒนาจากหัวใจลึกลับนั้นเฉียบคมกว่าคนทั่วไปมาก เขาสามารถมองเห็นรอยเท้าขนาดใหญ่ในป่า ซึ่งใหญ่กว่ารอยเท้าของมนุษย์และสัตว์ร้ายทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

"มันอยู่แถวนี้แหละ ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม"

เล่อเฟิงหยิบน้ำผึ้งออกมาหนึ่งขวดเล็กๆ แล้วโยนไปที่เนินเขาซึ่งอยู่เหนือลม

เนื่องจากพวกเขาไม่ได้นำเครื่องมือมา จึงไม่สามารถวางกับดักได้ ทำได้เพียงใช้วิธีล่อแบบง่ายๆ…อีกทั้งหมีเหล็กสีน้ำตาลจัดเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง กับดักและอาวุธทั่วไปแทบจะไม่มีผล

อึก!

ไม่นานนัก หมีสีน้ำตาลขนาดใหญ่สองตัวก็ปรากฏตัวขึ้นจากป่า พวกมันสูงเกือบหนึ่งจั้ง เทียบเท่ากับบ้านหลังเล็กๆหลังหนึ่งได้เลย

หมีขนาดมหึมาคำรามลั่น พลังอำมหิตของมันแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้สัตว์เล็กสัตว์น้อยต่างพากันวิ่งหนี

"นี่สินะ หมีเหล็กสีน้ำตาล ตัวใหญ่มาก..." เฟิงเต๋อและเด็กสาวร่างบางที่พลังอ่อนแอกว่าคนอื่น รู้สึกเสียวสันหลัง เเละขาของพวกเขาสั่นเทาเล็กน้อย

ในฐานะศิษย์ชั้นนอกที่ยังอ่อนประสบการณ์ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรขนาดมหึมาเช่นนี้

“มาทีเดียวสองตัวเลย แถมตัวใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก” เล่อเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

ตามข้อมูลภารกิจ ดีหมีของหมีเหล็กสีน้ำตาล สามารถแลกเปลี่ยนเป็นแต้มภารกิจได้สี่ถึงห้าสิบแต้มได้

"ทุกคน โจมตี!" เล่อเฟิงและติงจิ่วฮุยสบตากัน ก่อนจะพุ่งเข้าใส่หมีเหล็กสีน้ำตาลคนละตัว

เฉินหยูและสมาชิกอีกสามคนที่อยู่ในระดับ 'หลอมกาย' แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ตามแผนที่วางไว้ เพื่อสนับสนุนหัวหน้าทีมทั้งสอง

ติงจิ่วฮุย เฉินหยู และเฟิงเต๋อ อยู่กลุ่มเดียวกัน รับมือกับหมีเหล็กสีน้ำตาลตัวหนึ่ง

ส่วนเล่อเฟิง เด็กหนุ่มหน้ามีแผลเป็น และเด็กสาวร่างบาง อยู่กลุ่มเดียวกัน รับมือกับอีกตัวหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ผลของการปะทะในเบื้องต้นนั้นไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แถมยังน่าหวาดหวั่นอีกด้วย

"นิ้วใบหลิว!" ติงจิ่วฮุยเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปยังด้านข้างของหมีเหล็กสีน้ำตาล แล้วจิ้มนิ้วไปที่หลังของมัน

หลังของหมีเหล็กสีน้ำตาลนั้นสูงกว่าหัวของเขาหลายฟุต

ปัก!

ร่างกายอันใหญ่โตของหมีเหล็กสีน้ำตาลสั่นสะท้านเพียงเล็กน้อย แต่ดูมันไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนัก มันสะบัดแขนขนาดใหญ่จนก่อให้เกิดลมพายุเพื่อโจมตีรอบตัว

"ระวัง!" ติงจิ่วฮุยหลบการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด

“เปรี้ยงงงง”

“อ๊าก!”

แต่เฟิงเต๋อที่อยู่ข้างๆกลับหลบไม่ทัน เขาโดนอุ้งเท้าของหมีเหล็กสีน้ำตาลเข้าอย่างจัง

โครม!

เฟิงเต๋อกระเด็นไปหลายจั้ง ในที่สุดก็ชนเข้ากับหน้าผา แล้วกระอักเลือดออกมา

เพียงแค่การปะทะกันครั้งแรก เฟิงเต๋อก็ถูกซัดปลิวไปเรียบร้อยแล้ว!

ส่วนเฉินหยูตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เขากลิ้งตัวหลบแขนอันใหญ่โตของมีได้สำเร็จ

"รอดตัวไป" เฉินหยูแอบเหงื่อตก

โชคดีที่ร่างกายของเขาได้รับการพัฒนาจากหัวใจลึกลับ ทำให้มีความเร็วและการตอบสนองที่ดีขึ้นมาก…มิเช่นนั้น เขาคงโดนการโจมตีนั้นเข้าอย่างจังเช่นเดียวกับเฟิงเต๋อ

ทางด้านเล่อเฟิงและอีกสองคน สถานการณ์ก็ไม่ค่อยดีนัก

เพียะ!

เด็กสาวร่างบางใช้แส้เงินฟาดเข้าที่ขาของหมีเหล็กสีน้ำตาลอีกตัวหนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา

แต่หมีเหล็กสีน้ำตาลกลับโกรธจัด มันคำรามลั่นแล้วคว้าแส้เงินเอาไว้

"ปล่อยเร็วเข้า!" เล่อเฟิงตะโกนเตือน แต่ก็สายเกินไป

ในชั่วพริบตา

หมีเหล็กสีน้ำตาลดึงแส้เงิน ทำให้เด็กสาวร่างบางลอยขึ้นไปกลางอากาศ ปากขนาดใหญ่ของมันที่เปรียบเสมืองูยักษ์ กำลังจะงับร่างของเด็กสาว

"กรี๊ด..."

เสียงกรีดร้องของเด็กสาวดังก้องไปทั่วหุบเขาอย่างน่าสยดสยอง

…………………………

จบบทที่ บทที่ 7 : ปะทะหมีเหล็กสีน้ำตาล

คัดลอกลิงก์แล้ว